Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
ค้นหานิยาย
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
Sign in Sign up

วิถีกระบี่บรรลุเทพ ตำนานยอดเซียนแห่งหอศาสตรา - บทที่ 69 ชายใจร้าย เจียงผั่วเยว่

  1. Home
  2. วิถีกระบี่บรรลุเทพ ตำนานยอดเซียนแห่งหอศาสตรา
  3. บทที่ 69 ชายใจร้าย เจียงผั่วเยว่
Prev
Next

ไม่เห็นนิยายอัปเดตใช่ไหม?
>>จิ้มที่นี่ได้เลย<<

บท​ที่​ 69 ชาย​ใจร้าย​ เจียง​ผั่ว​เย​ว่​

สีหน้า​ของ​เจียง​ผั่ว​เย​ว่​หมอง​คล้ำ​ลง​อย่าง​ถึงที่สุด​ สำหรับ​ยอด​อัจฉริยะ​ผู้​มีความทะนง​ตน​เทียมฟ้า​เช่น​เขา​ เหตุการณ์​ใน​วันนี้​มิต่าง​อะไร​กับ​การถู​กลาก​ลงมา​ตบหน้า​กลาง​สาธารณชน​

เขา​มิอยาก​เชื่อ​ว่า​หยาง​อี้​ฟางจะอยู่​เพียง​ระดับ​ ‘รวม​แกน​ดาน​’ และ​มิอาจ​ยอม​รับได้​ว่า​จะมีผู้ใด​ใน​ระดับ​เดียว​กันที่​เหนือ​ล้ำ​กว่า​ตนเอง​ถึงเพียงนี้​ ทว่า​เขา​ก็​ล่วง​รู้ดี​ว่า​ท่ามกลาง​สายตา​คมกริบ​นับ​พัน​คู่​บน​ยอดเขา​ซู่ซัน​แห่ง​นี้​ หยาง​อี้​ฟางย่อม​มิมีทาง​โป้ปด​มดเท็จ​ เพราะ​คำ​ลวง​ใด​ ๆ ย่อม​ถูก​เปิดโปง​ได้​ใน​ชั่วพริบตา​

ใน​เมื่อ​อีก​ฝ่าย​กล้า​ยืนยัน​ด้วย​น้ำเสียง​เรียบ​เฉย​ ย่อม​หมายความว่า​เป็น​สัจจะความจริง​อย่าง​แน่นอน​

ยอด​ฝีมือ​ระดับ​รวม​แกน​ดาน​ กลับ​สามารถ​บรรลุ​ถึงขั้น​ ‘จิตวิญญาณ​กระบี่​’ ได้​ ทว่า​ตนเอง​กลับ​ไปโอหัง​ท้าทาย​เขา​อย่าง​น่าขัน​ เจียง​ผั่ว​เย​ว่​กำหมัด​แน่น​จน​สั่น​ระริก​ ก่อน​จะเงยหน้า​ขึ้น​ประกาศ​ด้วย​น้ำเสียง​หนักแน่น​ราวกับ​จะสลัก​ลง​ใน​จิตวิญญาณ​ “ใน​ระดับ​รวม​แกน​ดาน​ ข้า​ก็​จัก​ต้อง​เข้าถึง​วิถี​แห่ง​จิตวิญญาณ​กระบี่​ให้จงได้​!”

หยาง​อี้​ฟางยังคง​มีสีหน้า​เฉยเมย​ มิได้​เอ่ย​ตอบ​คำ​ท้าทาย​นั้น​แม้เพียง​ครึ่ง​คำ​ เขา​เพียง​หมุน​กาย​เดินลง​จาก​เวที​ทง​เทียน​ไปอย่าง​เงียบเชียบ​ดุจ​เงา

เจียง​ผั่ว​เย​ว่​ยังคง​กำหมัด​แน่น​จน​เล็บ​จิก​ลึก​เข้าไป​ใน​เนื้อ​หยาบ​ ทว่า​ความเจ็บปวด​ทางกาย​หา​ได้​ระคาย​ผิว​เขา​ไม่ แววตา​ของ​เขา​เริ่ม​พร่า​เลือน​เหม่อลอย​ขณะ​เดิน​กลับ​เข้าสู่​กลุ่มคน​ของ​สำนัก​คุ​น​หลุน​… ศึก​ชิงเจ้ากระบี่​ใน​เชิงอักษร​ศิลป์​และ​วิถี​กระบี่​ล้วน ๆ​ จบสิ้น​ลง​เพียงเท่านี้​ การ​ประลอง​ที่​เดิมที​คาดการณ์​ไว้​ว่า​ต้อง​กินเวลา​ถึงสามวัน​ กลับ​ยุติ​ลง​อย่าง​เบ็ดเสร็จ​ภายใน​วัน​เดียว​

ที่​ด้านล่าง​เวที​ทง​เทียน​ เมิ่งฝาน​ยักไหล่​พลาง​บิด​คอ​คลาย​ความเมื่อยล้า​

“ไปกัน​เถิด​ ฉาก​จบ​มาถึงแล้ว​” เขา​หันไป​กล่าว​กับ​หลิว​เยียน​ผิง​

ทว่า​หลิว​เยียน​ผิง​ยังคง​ตก​อยู่​ใน​สภาวะ​ตะลึง​ลาน​ แววตา​ของ​นาง​ดู​ว่างเปล่า​ขณะ​พึมพำ​ออกมา​อย่าง​แผ่วเบา​ว่า​

“เหตุใด​กัน​ ทั้งที่​เป็น​มนุษย์​เหมือนกัน​แท้ ๆ​ แต่​เหตุใด​อัจฉริยะ​พวก​นี้​ถึงได้​มีดาหน้า​กัน​ออกมา​มิหยุดหย่อน​เช่นนี้​?”

เมิ่งฝาน​พยักหน้า​เห็นพ้อง​ “ผู้ดูแล​หยาง​ท่าน​นี้​ นับ​เป็น​อัจฉริยะ​ที่​น่า​พรั่นพรึง​อย่าง​แท้จริง​ขอรับ​”

ก่อนหน้านี้​เขา​เคย​ประเมิน​ว่า​เห​อห​ยิ่ง​คือ​ยอด​อัจฉริยะ​ที่​หา​ได้​ยาก​ยิ่ง​ของ​ซู่ซัน​ ทว่า​บัดนี้​เขา​ตระหนัก​แล้ว​ว่า​ตนเอง​ยัง​มองโลก​แคบ​เกินไป​ สำนัก​ซู่ซัน​สมเป็น​สำนัก​กระบี่​อันดับ​หนึ่ง​ใต้​หล้า​ รากฐาน​ที่​สืบทอด​กัน​มานับ​พันปี​ช่างล้ำลึก​จน​ยาก​จะหยั่งถึง​

เขา​มั่นใจ​ว่า​หา​กวัด​กันที่​เพลง​กระบี่​ล้วน ๆ​ เขา​อาจ​สยบ​เจียง​ผั่ว​เย​ว่​ได้​ ทว่า​หาก​ต้อง​เผชิญหน้า​กับ​หยาง​อี้​ฟาง เขา​ก็​ยัง​มิมีทาง​เอาชนะ​ได้​เลย​ใน​ยาม​นี้​ เหนือ​ฟ้ายังมี​ฟ้าโดยแท้​!

“จะว่า​ไป ผู้ดูแล​หยาง​ท่าน​นี้​ก็​ยัง​ดู​หนุ่มแน่น​นัก​ มิน่าเชื่อ​ว่า​รูปโฉม​จะหล่อเหลา​เอาการ​ถึงเพียงนี้​ด้วย​” หลิว​เยียน​ผิง​โพล่ง​ขึ้น​มากะทันหัน​

เมิ่งฝาน​กลอกตา​พลาง​ถอนใจ​ “แล้ว​อย่างไร​ต่อ​ขอรับ​?”

“ข้า​สัมผัส​ได้​ในทันที​เลย​ว่า​ ชาย​ผู้​นี้​ต่างหาก​ คือ​เนื้อ​คู่ตุนาหงัน​ในอนาคต​ที่​แท้จริง​ของ​ข้า​!”

คำประกาศ​กร้าว​ของ​นาง​ทำเอา​เมิ่งฝาน​ถึงกับ​สำลัก​ความหึงหวง​ จน​หมด​คำ​จะเอ่ย​ เขา​คร้าน​จะใส่ใจสตรี​ผู้​นี้​อีกต่อไป​ หาก​นาง​เกิด​ใน​โลก​ ‘ดาว​ดิน​’ ป่านนี้​คง​ได้​เป็น​หัวหน้า​แฟนคลับ​ประเภท​ ‘ติ่ง​หน้ามืดตามัว​’ ที่​คอย​วิ่งรอก​ตาม​กรี๊ด​ดารา​นับ​สิบ​คน​พร้อมกัน​เป็นแน่​!

เพราะ​แม่นาง​ผู้​นี้​เปลี่ยน​ใจเร็ว​ยิ่งกว่า​พลิก​ฝ่ามือ​ คง​เป็น​ประเภท​ดู​ละคร​เรื่อง​หนึ่ง​ก็​ตกหลุมรัก​พระเอก​คน​หนึ่ง​เป็นแน่แท้​

เมิ่งฝาน​สะบัด​ศีรษะ​ไล่​ความ​ไร้สาระ​ออก​ไป แล้ว​เตรียมตัว​มุ่งหน้า​กลับ​สู่หอ​ศาสตรา​ จะว่า​ไป สอง​วัน​ที่ผ่านมา​ที่​เขา​ได้​เฝ้าสังเกต​การ​หักหาญ​ด้วย​วิถี​กระบี่​นั้น​ ช่วย​ให้​เขา​ก้าวหน้า​ขึ้น​อย่าง​ก้าว​กระโดด​ การสั่งสม​ภูมิความรู้​ใน​วิถี​กระบี่​ของ​เขา​นั้น​เรียก​ได้​ว่า​น่าทึ่ง​ เทียบ​เท่ากับ​การ​หมก​ตัว​อ่าน​คัมภีร์​ใน​หอ​ตำรา​นับ​เดือน​เลย​ทีเดียว​

นี่​คือ​ความต่าง​ระหว่าง​ ‘ตัวอักษร​’ กับ​ ‘ภาพจำลอง​จาก​คน​เป็น​ ๆ’ ตำรา​เล่ม​หนา​มีนับ​ล้าน​อักษร​ ทว่า​การสาธิต​จาก​ยอด​ฝีมือ​จริง​กลับ​สรุปความ​ล้ำลึก​ได้​เพียง​ชั่วพริบตา​ ช่างเป็น​วิธี​ที่​เปี่ยม​ไปด้วย​ประสิทธิภาพ​ยิ่งนัก​!

ระหว่างทาง​มุ่งหน้า​กลับ​สู่หอ​ศาสตรา​ เมิ่งฝาน​พลัน​เดินผ่าน​สวน​ท้อ​อัน​เลื่องชื่อ​

สำนัก​ซู่ซัน​นั้น​โอ่อ่า​กว้างขวาง​ การ​มีอุทยาน​ดอก​ท้อ​อัน​วิจิตร​อยู่​ภายใน​จึงมิใช่เรื่อง​แปลก​ เหล่า​ศิษย์​หนุ่มสาว​ต่าง​นิยม​มาเยือน​เพื่อ​ซึมซับ​บรรยากาศ​อัน​สุนทรี​และ​โรแมนติก​ ยาม​บุปผา​สีชมพู​สะพรั่ง​เต็ม​ต้น​ช่างงดงาม​จับตา​

เมิ่งฝาน​เอง​ก็​สัญจร​ผ่าน​เส้นทาง​นี้​อยู่​เนือง ๆ​ เพราะ​เป็น​ทาง​เชื่อม​ระหว่าง​หอ​ศาสตรา​และ​หอ​ตำรา​ ทว่า​เขา​มิเคย​หยุดพัก​ชมความงาม​เลย​สักครั้ง​ ด้วย​จังหวะ​ชีวิต​ที่​เร่งเร้า​และ​มุ่งมั่น​ต่อ​การ​บำเพ็ญ​

ทว่า​วันนี้​ฝีเท้า​ของ​เขา​กลับ​ชะงัก​ลง​กลาง​สวน​ท้อ​ เพราะ​สายตา​พลัน​ไปประสบ​เข้ากับ​คน​ผู้​หนึ่ง​

เจียง​ผั่ว​เย​ว่!​

ด้วย​ชื่อเสียง​อัน​อื้ออึง​ของ​บุรุษ​ผู้​นี้​ ยาม​ปรากฏ​กาย​ที่ใด​สปอต​ไลท์​ย่อม​สาดส่อง​ไปถึง เมิ่งฝาน​เอง​ก็​เกิด​ความสงสัย​มิน้อย​ว่า​เหตุใด​เจียง​ผั่ว​เย​ว่​ถึงได้มา​เตร่​เตร่​อยู่​ใน​สวน​ท้อ​แห่ง​นี้​ และ​ที่​น่า​ฉงน​ยิ่งกว่า​คือ​เบื้องหน้า​ของ​เขา​มีสตรี​ผู้​หนึ่ง​ยืน​ประจันหน้า​อยู่​

นาง​คือ​ศิษย์​สาย​ใน​สตรี​แห่ง​สำนัก​ซู่ซัน​!

เพียง​ชั่วครู่​ เปลวไฟ​แห่ง​ความ​อยากรู้อยากเห็น​ใน​ใจของ​เมิ่งฝาน​ก็​ลุกโชน​ขึ้น​ทันควัน​ สัจธรรม​ที่ว่า​มนุษย์​ทุกคน​ล้วน​ชอบ​เรื่อง​ซุบซิบนินทา​นั้น​มิเกิน​จริง​ และ​ยิ่ง​เป็นเรื่อง​ของ​ ‘บุคคล​สาธารณะ​’ อย่าง​เจียง​ผั่ว​เย​ว่​ด้วย​แล้ว​ เมิ่งฝาน​ก็​มิวาย​ขอ​เป็น​ผู้ชม​อยู่​ห่าง ๆ​ สัก​ครา​

“เจียง​หลา​ง ท่าน​เคย​รับปาก​ว่า​จะพา​นาง​ออกจาก​ซู่ซัน​ไปพร้อมกัน​ มิใช่รึ​? ท่าน​บอ​กว่า​จะพา​นาง​ไปครอง​คู่​ที่​สำนัก​คุ​น​หลุน​ แล้ว​เหตุใด​บัดนี้​ท่าน​ถึงเปลี่ยนใจ​ ทอดทิ้ง​นาง​ไว้​อย่าง​ไร้​เยื่อใย​เช่นนี้​?” ศิษย์​สาว​ผู้​นั้น​เอ่ย​ด้วย​น้ำเสียง​สั่นเครือ​ ใบหน้า​นาง​ซีดเผือด​ แววตา​เอ่อล้น​ด้วย​หยาด​น้ำตา​ ดู​น่าเวทนา​ยิ่งนัก​

ทว่า​เจียง​ผั่ว​เย​ว่​กลับ​มีสีหน้า​เย็นชา​ดุจ​น้ำแข็ง​ เขา​เอ่ยปาก​ด้วย​น้ำเสียง​ราบเรียบ​แต่​เชือดเฉือน​ว่า​ “ข้า​คือ​ศิษย์​คุ​น​หลุน​ ส่วน​เจ้าคือ​ศิษย์​ซู่ซัน​ เรา​สอง​หา​ใช่คน​ทาง​เดียวกัน​ไม่ เจ้ายัง​กล้า​ไร้เดียงสา​เพ้อฝัน​ไปถึงเพียงนั้น​เชียว​รึ​?”

“แต่​เมื่อคืนนี้​ท่าน​มิได้​พูด​เช่นนี้​นี่​? ท่าน​ชัดเจน​ว่า​…”

“พอ​เสียที​!” เจียง​ผั่ว​เย​ว่​ตวาด​ขัด​คำพูด​ของ​นาง​ สีหน้า​เปี่ยม​ไปด้วย​ความเบื่อหน่าย​ “ทุกคน​ต่าง​เติบโต​เป็นผู้ใหญ่​กัน​หมด​แล้ว​ เพียง​ถ้อย​คำหวาน​หู​ยาม​สำเริงรมย์​ เหตุใด​เจ้าถึงเก็บ​เอา​มาเป็นจริงเป็นจัง​ปาน​นั้น​?”

ศิษย์​สาว​ถึงกับ​หน้าถอดสี​ ร่างกาย​สั่นเทา​ราวกับ​เรี่ยวแรง​มลาย​สิ้น​ไปใน​พริบตา​ นาง​มอง​บุรุษ​ตรงหน้า​ด้วย​ความ​เหลือเชื่อ​

“ท่าน​หลอกลวง​ข้า​ ท่าน​ทำได้​อย่างไร​? ข้า​มอบ​ทั้งกายและใจ​ รวมถึง​พรหมจรรย์​อัน​บริสุทธิ์​ให้​แก่​ท่าน​ไปสิ้น​แล้ว​ แต่​วันนี้​ท่าน​กลับ​ปฏิเสธทุกสิ่ง​อย่าง​หน้าตาเฉย​รึ​?”

เจียง​ผั่ว​เย​ว่​ขมวดคิ้ว​มุ่น​พลาง​ถอนหายใจ​อย่าง​รำคาญ​ “เรื่อง​นี้​มัน​เป็น​ความยินยอมพร้อมใจ​ของ​ทั้งสองฝ่าย​ คำ​ว่า​ ‘หลอกลวง​’ มัน​ดูจะ​รุนแรง​เกินไป​หน่อย​มั้ง?”

“ข้า​รุนแรง​ไปรึ​? ท่าน​กล้า​หาว่า​ข้า​พูด​รุนแรง​ไปรึ​!” นาง​สั่นสะท้าน​ไปทั้ง​สรรพางค์​กาย​ โทสะ​บวก​กับ​ความเสียใจ​ทำให้​นาง​พูด​สิ่งใด​มิออก​ ได้​แต่​พึมพำ​ประโยค​เดิม​ซ้ำ ๆ ด้วย​ความ​อัดอั้น​

เจียง​ผั่ว​เย​ว่​เมินเฉย​ต่อ​หยด​น้ำตา​นั้น​ เขา​เพียง​อยาก​จะจบเรื่อง​นี้​ให้​พ้นตัว​โดยเร็ว​ที่สุด​

“ท่าน​จะบีบคั้น​ให้​นาง​ต้อง​ไปตาย​เลย​ใช่ไหม​?” นาง​เค้น​เสียง​ถามด้วย​ความเจ็บปวด​

“เรา​สอง​รู้จัก​กัน​เพียงแค่​วัน​เดียว​ เจ้าเอง​มิใช่รึ​ที่​เดิน​ดุ่ม ๆ​ มาหา​ข้า​ถึงห้องพัก​? แล้ว​ยาม​นี้​กลับมา​คร่ำครวญ​เรียกหา​ความรับผิดชอบ​ ทำเป็น​กุลสตรี​ผู้บริสุทธิ์​ให้​ใคร​เขา​ดูรึ​?” เจียง​ผั่ว​เย​ว่​เอ่ย​อย่าง​ไร้​ความปรานี​ น้ำเสียง​โหดเหี้ยม​ทำลาย​น้ำใจ​จน​พินาศ​สิ้น​

เขา​รู้ดี​ว่า​ยาม​นี้​ต้อง​เด็ดขาด​เพื่อ​ตัดรำคาญ​ เดิมที​เขา​มาซู่ซัน​ก็​เพียง​เพราะ​ความ​น่าเบื่อหน่าย​ จึงนึก​อยาก​ชิมรส​สวาท​ศิษย์​สาว​สัก​คน​เพื่อ​คลาย​เหงา​เท่านั้น​ เมื่อ​เสร็จ​สมอารมณ์​หมาย​ การ​สลัดทิ้ง​อย่าง​ไม่ใย​ดี​ก็​นับ​เป็นการ​ ‘เมตตา​’ ใน​แบบ​ของ​เขา​ เพื่อ​มิให้​นาง​ต้อง​มาเสียเวลา​เพ้อฝัน​ถึงเขา​อีก​!

เจียง​ผั่ว​เย​ว่​หลงผิด​คิด​ไปว่า​ การ​ทำลาย​หัวใจ​คน​อย่าง​เลือดเย็น​เช่นนี้​ คือ​การกระทำ​ที่​มีคุณธรรม​ยิ่ง​

“เจ้า… เจ้ามัน​” นาง​ถูก​ดูหมิ่น​เหยียดหยาม​จน​พูดไม่ออก​ ใน​ใจยาม​นี้​มืดมิด​สิ้นหวัง​ถึงขีดสุด​ โดยเฉพาะ​เมื่อ​ตระหนัก​ได้​ว่า​รอบข้าง​มีเหล่า​ศิษย์​พี่​ศิษย์​น้อง​แห่ง​ซู่ซัน​พา​กัน​มายืน​มุงดู​อยู่​ไม่ห่าง​

สายตา​เหล่านั้น​ ราวกับ​กำลัง​มอง​นาง​เป็น​ตัวตลก​ใน​งิ้ว​เรื่อง​หนึ่ง​

ความ​อัปยศอดสู​โถมทับ​จน​หัวใจ​นาง​แทบจะ​หยุด​เต้น​ จิตวิญญาณ​แหลก​สลาย​ลง​ต่อหน้า​มหาชน​ ณ สวน​ท้อ​ที่​เคย​คิด​ว่า​แสน​งดงาม​แห่ง​นี้​เอง​

“เจ้าคน​ลวงโลก​! เจ้าช่างพ่น​คำพูด​สารเลว​ออกมา​ได้​หน้าไม่อาย​ ข้า​ขอ​ตาย​เสีย​ยัง​ดีกว่า​ต้อง​ทน​แบกรับ​ความอัปยศ​ที่​เจ้าหยิบยื่น​ให้​!!!” ศิษย์​สาว​ใบหน้า​ซีดเผือด​ดุจ​คนตาย​ นาง​สิ้นหวัง​ใน​ชีวิต​จนถึง​ขีดสุด​ มือ​เรียว​บาง​เอื้อม​ถอน​ปิ่นปักผม​บน​ศีรษะ​ออกมา​อย่าง​ฉับพลัน​ ก่อน​จะแทง​เข้าหา​หัวใจ​ตนเอง​ด้วย​ความเด็ดเดี่ยว​

เหล่า​ศิษย์​ซู่ซัน​ที่​เฝ้ามอง​เหตุการณ์​อยู่​ต่าง​พา​กัน​แตก​ตื่นตกใจ​จน​ขวัญหนีดีฝ่อ​

เมิ่งฝาน​เอง​ก็​รู้สึก​ใจหายวาบ​ จิตใต้สำนึก​สั่งให้​เขา​พุ่งตัว​เข้าไป​หยุดยั้ง​นาง​ในทันที​ ทว่า​ความจริง​กลับ​น่าเศร้า​ เขา​อยู่​ห่างไกล​จาก​จุด​เกิดเหตุ​เกินไป​ ต่อให้​เร่งความเร็ว​เพียงใด​ก็​มิอาจ​หยุดยั้ง​คม​ปิ่น​ได้​ทันเวลา​

แต่​แล้ว​เมิ่งฝาน​กลับ​พยายาม​สงบ​จิตใจ​ลง​ เพราะ​เขา​สังเกตเห็น​ว่า​เจียง​ผั่ว​เย​ว่​ยืน​อยู่​ห่าง​จาก​ศิษย์​สาว​เพียง​เอื้อมมือ​ ด้วย​วรยุทธ์​อัน​สูงส่งระดับ​เขา​ การ​จะคว้า​จับ​ข้อมือ​หรือ​ดีดนิ้ว​ทำลาย​คม​ปิ่น​เพื่อ​ช่วยชีวิต​นาง​นั้น​ เป็นเรื่อง​ที่​ง่ายดาย​ยิ่งกว่า​พลิก​ฝ่ามือ​

ทว่า​…

ใน​วินาที​ถัดมา​ ปิ่น​แหลมคม​กลับ​ปัก​ทะลุ​เข้า​กลาง​หัวใจ​ของ​นาง​อย่าง​ถนัดถนี่​ โลหิต​สีแดงฉาน​สาด​กระเซ็น​นอง​พื้นดิน​

ศิษย์​สาว​ล้ม​ฟาด​ลง​กับ​พื้นดิน​เบื้องหน้า​เจียง​ผั่ว​เย​ว่​ บน​ทรวงอก​ของ​นาง​ปรากฏ​ดอก​เลือด​ที่​ผลิบาน​ออกมา​อย่าง​น่าเวทนา​ ดู​งดงาม​ทว่า​แฝงไปด้วย​กลิ่นอาย​แห่ง​ความตาย​ มิต่าง​จาก​ดอก​ ‘มัน​จูซาเกะ​’ หรือ​พลับพลึง​สีเลือด​ ที่​เบ่งบาน​ใน​แดน​ปรโลก​!

เมิ่งฝาน​ขมวดคิ้ว​แน่น​จน​เป็น​ปม แววตา​ที่​เขา​จ้องมอง​เจียง​ผั่ว​เย​ว่​เปลี่ยนเป็น​เย็นเยียบ​อย่าง​น่าขนลุก​

มัน​คือ​สายตา​ที่​เต็มไปด้วย​ความรังเกียจ​และ​อาฆาต​!

เจียง​ผั่ว​เย​ว่​มีศักยภาพ​เพียง​พอที่จะ​หยุดยั้ง​โศกนาฏกรรม​ครั้งนี้​ได้​ ทว่า​เขา​กลับ​ทำ​เพียง​ยืน​เอา​มือ​ไพล่หลัง​ มองดู​สตรี​ที่​เคย​มอบ​กาย​ให้​ตน​จบชีวิต​ลง​อย่าง​เฉยเมย​ โดย​มิได้​ขยับ​กาย​ยื่นมือ​เข้า​ช่วย​แม้เพียง​กระผีกริ้น​

นี่​มิใช่ความประมาท​ แต่​มัน​คือ​ ‘เจตนา​’ ให้​ตาย​!

ก่อนหน้านี้​เมิ่งฝาน​ประจักษ์​แล้ว​ว่า​เจียง​ผั่ว​เย​ว่​มิใช่คนดี​ แววตา​ที่​ตื่นเต้น​ยาม​รังแก​สตรี​บน​เวที​ประลอง​บ่งบอกถึง​สันดาน​ดิบ​ที่​ชอบ​ใช้ความรุนแรง​ ทว่า​ผลลัพธ์​ใน​ครั้งนี้​กลับ​พิสูจน์​ให้​เห็น​ว่า​ ไอ้​สารเลว​ผู้​นี้​โฉด​ชั่ว​และ​อำมหิต​เกิน​กว่า​ที่​เขา​จะจินตนาการ​ไว้​หลาย​เท่าตัว​นัก​!

ทว่า​สิ่งที่​น่า​แค้นใจ​ที่สุด​คือ​ ใน​ท้ายที่สุด​เรื่อง​คอขาดบาดตาย​เช่นนี้​คง​ถูก​เจียง​ผั่ว​เย​ว่​สลัดทิ้ง​ได้​อย่าง​สะอาดหมดจด​ อย่า​ว่าแต่​ใน​โลก​แห่ง​นี้​เลย​ ต่อให้​เป็น​บน​โลก​ ‘ดาว​ดิน​’ ไอ้​คน​พรรค์​นี้​ก็​คง​มิต้อง​รับ​โทษทัณฑ์​อัน​ใด​มากมาย​

สัจธรรม​ที่ว่า​ ‘การ​เห็น​คนตาย​โดย​มิจัดการ​ช่วยเหลือ​มินับ​เป็น​อาชญากรรม​’ ช่างโหดร้าย​นัก​!

ใน​ทาง​นิตินัย​ ศิษย์​สาว​ผู้​นี้​ปลิด​ชีพ​ตนเอง​ จะไปยัดเยียด​ข้อหา​ฆาตกรรม​ให้​เจียง​ผั่ว​เย​ว่​ก็​คง​มิได้​ แม้ใน​ทาง​มโนธรรม​เขา​คือ​ต้นเหตุ​แห่ง​ความตาย​จาก​การ​ปั่นหัว​และ​หลอกลวง​ ทว่า​การ​ทำลาย​ความรู้สึก​ของ​ผู้อื่น​นั้น​ทำได้​เพียง​ตำหนิ​ด้วย​ศีลธรรม​อัน​เปราะบาง​เท่านั้น​!

เมิ่งฝาน​จ้อง​ลึก​เข้าไป​ใน​ดวงตา​ของ​เจียง​ผั่ว​เย​ว่​ด้วย​ความ​โกรธา​ที่​คุกรุ่น​อยู่​ภายในใจ​

ส่วน​เจียง​ผั่ว​เย​ว่​นั้น​กลับ​มอง​ซากศพ​เบื้องหน้า​ด้วย​สายตา​ที่ว่างเปล่า​ดุจ​หลุมดำ​ บน​ใบหน้า​มิปรากฏ​ร่องรอย​แห่ง​ความ​โศกเศร้า​หรือ​ความ​สำนึกผิด​แม้เพียง​นิด​ เขา​เฉยชา​เสีย​จน​น่าสะพรึงกลัว​

ใน​ใจของ​ชาย​โฉด​ผู้​นี้​ อาจ​กำลัง​คิด​เพียง​ว่า​ ศิษย์​สาว​ผู้​นี้​ตาย​ได้จังหวะ​สมควร​แล้ว​ จะได้​มิมีใคร​ตาม​ไปตอม​แย​แยแส​เขา​ที่​คุ​น​หลุน​อีกต่อไป​!

เรื่อง​นี้​มิใช่เพียง​คำถาม​ว่า​มีหรือไม่​มีมโนธรรม​อีกต่อไป​แล้ว​

เมิ่งฝาน​หลับตา​ลง​อย่าง​ช้า ๆ ปล่อย​ให้​ลมหายใจ​ที่​สั่น​พร่า​สงบ​ลง​ชั่ว​อึดใจ​ ก่อน​จะถอนหายใจ​ยาวเหยียด​แล้ว​ค่อย ๆ​ ลืมตา​ขึ้น​มาอีกครั้ง​

เจียง​ผั่ว​เย​ว่​จากไป​แล้ว​ ทิ้ง​ไว้​เพียง​ร่าง​อัน​ไร้​วิญญาณ​ของ​ศิษย์​สาว​ที่​ยัง​นอน​ทอดกาย​อยู่​บน​พื้น​สวน​ท้อ​ มินาน​นัก​ เหล่า​ผู้ดูแล​จาก​หอ​คุม​กฎ​ก็​รุด​มาถึงที่เกิดเหตุ​เพื่อ​นำ​ร่าง​ของ​นาง​ออก​ไป

ใน​กลุ่มคน​เหล่านั้น​ เมิ่งฝาน​มองเห็น​หยาง​อี้​ฟาง ยอด​ฝีมือ​ผู้​สยบ​เจียง​ผั่ว​เย​ว่บน​แท่​นท​งเทียน​ เขา​ก็​เป็นหนึ่ง​ใน​ผู้ดูแล​หอ​คุม​กฎ​ที่มา​จัดการ​เรื่อง​นี้​เช่นกัน​ ยาม​ที่​จ้องมอง​หยาง​อี้​ฟาง เมิ่งฝาน​พลัน​ถูก​จู่โจมด้วย​ระลอกคลื่น​แห่ง​ความสิ้นหวัง​ที่​ยาก​จะข่ม​กลั้น​

เขา​ตระหนัก​ได้​ใน​วินาที​นั้น​ว่า​ ตนเอง​ช่าง ‘อ่อนแอ​’ เหลือเกิน​!

หาก​เขา​มีตบะ​บารมี​ที่​แกร่งกล้า​ดุจ​หยาง​อี้​ฟาง ต่อให้​ระยะทาง​จะห่างไกล​เพียงใด​ เขา​ย่อม​ต้อง​มีวิถีทาง​ช่วยชีวิต​ศิษย์​สาว​ผู้​นั้น​ไว้​ได้​ทันท่วงที​ หรือ​ต่อให้​ช่วยชีวิต​นาง​มิได้​ ท่ามกลาง​เพลิง​โทสะ​ที่​ลุกโชน​เมื่อ​ครู่​ เขา​ก็​ควรจะ​มีกำลัง​พอที่จะ​สังหาร​ไอ้​คนสารเลว​อย่าง​เจียง​ผั่ว​เย​ว่​ทิ้ง​เสีย​ เพื่อ​ล้างแค้น​ให้​แก่​มิตรสหาย​ร่วม​สำนัก​และ​ชำระล้าง​จิตใจ​ตน​ให้​ปลอดโปร่ง​

แต่​น่าเสียดาย​ เขา​ยัง​อ่อนแอ​เกินไป​!

ทำได้​เพียง​ยืน​มอง​เจียง​ผั่ว​เย​ว่​เดิน​จากไป​อย่าง​ลอยนวล​ โดย​มิมีแม้แต่​เรี่ยวแรง​หรือ​ความกล้า​ที่จะ​ก้าว​เข้าไป​ขวางทาง​ มิหนำซ้ำ​เมื่อ​ครู่​เขา​ยัง​ทำได้​เพียง​ ‘หลับตา​’ ลง​เพื่อ​หลบหนี​ภาพ​ความจริง​อัน​โหดร้าย​

หึ​… ช่างน่าสมเพช​ยิ่งนัก​ ไร้ความสามารถ​สิ้นดี​!

เมิ่งฝาน​กำหมัด​แน่น​จน​สั่น​ระริก​ ความ​ขุ่นข้องหมองใจ​และ​เพลิง​แค้น​คุกรุ่น​อยู่​เต็มอก​ แม้เรื่อง​นี้​จะมิได้​เกี่ยวข้อง​กับ​เขา​โดยตรง​ ทว่า​ความ​อึดอัด​ที่​สุมทุม​อยู่​นั้น​กลับ​รุนแรง​จน​แทบ​ระเบิด​ออก​ เหตุผล​นั้น​ช่างเรียบง่าย​ เขา​ปรารถนา​จะปลิด​ชีพ​เจียง​ผั่ว​เย​ว่​ใจจะขาด​ ทว่า​ความจริง​กลับ​ตบหน้า​เขา​ว่า​เขา​ ‘มิมีปัญญา’ ทำได้​

ตลอดเวลา​ที่ผ่านมา​ เมิ่งฝาน​อาศัย​พรสวรรค์​ด้าน​วิถี​กระบี่​อัน​เหนือ​ชั้น​เป็น​ดั่ง​เกราะ​คุ้ม​กาย​ ลึก​ ๆ ใน​ใจเขา​นั้น​มีความทะนง​ตน​และ​ลำพองใจ​อยู่​มิน้อย​ เขา​แอบ​ดูแคลน​ผู้อื่น​อยู่​ในที​ เพราะ​เชื่อมั่น​ว่า​ตราบใดที่​กาลเวลา​ล่วงเลย​ไป เขา​จะกลาย​เป็นยอด​นักรบ​ผู้​ไร้​เทียมทาน​แห่ง​ยุคสมัย​อย่าง​แน่นอน​

ทว่า​ใน​วินาที​นี้​ เมิ่งฝาน​กลับ​ประจักษ์แจ้ง​ถึงความ​ไร้​พละกำลัง​ของ​ตน​อย่าง​เด่นชัด​

ความ​หยิ่งยโส​ที่​เคย​มีมา ล้วน​เป็น​เพียง​การ​วาด​วิมาน​ถึงความ​แข็งแกร่ง​ที่​ยัง​มามิถึง ทว่า​ความจริง​ที่​ปรากฏ​ตรงหน้า​คือ​เขา​ยัง​ต่ำต้อย​ยิ่งนัก​! กำลัง​ที่​มีอยู่​ใน​ปัจจุบัน​ ตบะ​ที่​บ่ม​เพาะ​ได้​ใน​ยาม​นี้​ต่างหาก​คือ​ความสามารถ​ที่​แท้จริง​

ส่วน​พลัง​ในจินตนาการ​ หรือ​อนาคต​ที่​วาดหวัง​ไว้​ ล้วน​เป็น​เพียง​เรื่องขบขัน​ประชดประชัน​ตนเอง​

ไม่ต้อง​พูดถึง​การสังหาร​ผู้อื่น​เลย​ หาก​เมื่อ​ครู่​เจียง​ผั่ว​เย​ว่​เกิด​นึก​อยาก​จะลงมือ​กับ​เขา​ขึ้น​มา

บางที​… คน​ที่​กลายเป็น​ศพ​เฝ้าสวน​ท้อ​แห่ง​นี้​ อาจจะ​เป็นตัว​เขา​เอง​เสีย​ด้วยซ้ำ​!

>กลับหน้าหลักHOMEจิ้ม<

Prev
Next

Comments for chapter "บทที่ 69 ชายใจร้าย เจียงผั่วเยว่"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Aileen Novel
  • หน้าหลัก HOME
  • COOKIE POLICY

© 2020 - 2023 ไอรีนโนเวล นิยายอ่านฟรีทุกวัน เว็บอ่านนิยาย pdf ไอรีนโนเวล “aileen-novel.online” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน นิยายชื่อดัง ตอนล่าสุด "ฮณ๊ฯดฯฌซ, อ่านฟรี อ่านเพลินอ่านทั้งวันกับไอรีนโนเวลออนไลน์

Sign in

Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Sign Up

Register For This Site.

Log in | Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Lost your password?

Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย