Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
ค้นหานิยาย
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
Sign in Sign up

วิถีกระบี่บรรลุเทพ ตำนานยอดเซียนแห่งหอศาสตรา - บทที่ 45 เสน่ห์มายา จิ้งจอกภูตพราย

  1. Home
  2. วิถีกระบี่บรรลุเทพ ตำนานยอดเซียนแห่งหอศาสตรา
  3. บทที่ 45 เสน่ห์มายา จิ้งจอกภูตพราย
Prev
Next

ไม่เห็นนิยายอัปเดตใช่ไหม?
>>จิ้มที่นี่ได้เลย<<

บท​ที่​ 45 เสน่ห์​มายา​ จิ้งจอก​ภูต​พราย​

หาก​ท่าน​ผู้เฒ่า​หลิน​มิยื่นมือ​เข้า​ชี้แนะ​ เมิ่งฝาน​ย่อม​มิมีทาง​ล่วงรู้​ได้​เลย​ว่า​ภายใน​ร่าง​ของ​อสรพิษ​ยักษ์​ตน​นี้​จัก​มีของล้ำค่า​ซุกซ่อน​อยู่​

เนื่องด้วย​อสรพิษ​ตน​นี้​ถูก​สังหาร​ด้วย​น้ำมือ​ของ​เมิ่งฝาน​แต่​เพียงผู้เดียว​ ถุงน้ำดี​งูจึงนับ​เป็น​สิ่งของ​ที่​ได้​จาก​ชัยชนะ​โดยชอบธรรม​ ท่าน​ผู้เฒ่า​หลิน​จึงมิคิด​จัก​แย่งชิง​หรือ​ปกปิด​ซ่อนเร้น​ไว้​แต่อย่างใด​

สิ่งของ​เล็กน้อย​เพียงเท่านี้​ หา​ได้​อยู่​ใน​สายตา​ของ​ผู้อาวุโส​เช่น​ท่าน​ผู้เฒ่า​หลิน​ไม่

เมิ่งฝาน​เริ่ม​นั่งสมาธิ​ปรับ​ลมปราณ​ไปพลาง​ พลาง​จัดเก็บ​ถุงน้ำดี​งูลง​สู่แหวน​มิติ​อย่าง​ระมัดระวัง​ สำหรับ​ของ​วิเศษ​ที่​มีมูลค่า​สูงถึงสิบ​หิน​วิญญาณ​เช่นนี้​ เมิ่งฝาน​ย่อม​ให้ความสำคัญ​อย่างยิ่งยวด​

ใน​ระหว่าง​ที่​กำลัง​ฟื้นฟู​พลัง​ เมิ่งฝาน​ได้​ตัดสินใจ​กลืน​กิน​ ‘ยา​รวม​ปราณ​’ ลง​ไปหนึ่ง​เม็ด​ ส่งผล​ให้​ปราณ​แท้​ภายใน​กาย​ที่​เหือดแห้ง​ไปเริ่ม​ฟื้น​คืน​กลับมา​อย่าง​รวดเร็ว​ปาน​น้ำหลาก​

มินาน​นัก​ ภายใต้​การ​โคจร​หมุนเวียน​ของ​คัมภีร์​ปราณ​บริสุทธิ์​แปรสภาพ​อสนี​ พลัง​ปราณ​ของ​เขา​ก็​กลับคืน​สู่สภาวะ​สมบูรณ์​เต็มเปี่ยม​ดังเดิม​

เมื่อ​เห็น​ศิษย์​รัก​ฟื้นฟู​เรี่ยวแรง​ได้​แล้ว​ ท่าน​ผู้เฒ่า​หลิน​จึงเอ่ย​ถามถึงสิ่งที่​ติดค้าง​อยู่​ใน​ใจทันที​

“ยาม​ที่​เจ้าออก​กระบี่​ปลิด​ชีพ​ศัตรู​เมื่อ​ครู่​ นอกจาก​เจตจำนง​กระบี่​สังหาร​อสูร​แล้ว​ ดูเหมือน​ข้า​จัก​สัมผัส​ได้​ถึงเจตจำนง​กระบี่​อีก​สาย​หนึ่ง​แฝงเร้น​อยู่​ด้วย​ใช่หรือไม่​?”

ตลอด​การต่อสู้​ระหว่าง​เมิ่งฝาน​กับ​พญา​งู ท่าน​ผู้เฒ่า​หลิน​หา​ได้​ละสายตา​ไปไม่ ท่าน​ลอบ​สังเกตการณ์​อยู่​ใน​เงามืด​ตลอดเวลา​

ด้วย​ดวงตา​อัน​เฉียบแหลม​ที่​ผ่าน​โลก​มาอย่าง​โชกโชน​ ท่าน​ย่อม​มองเห็น​ความลุ่มลึก​ที่​แฝงอยู่​ใน​เพลง​กระบี่​ของ​เมิ่งฝาน​ได้​อย่าง​ปรุโปร่ง​ นอกจาก​เจตจำนง​สังหาร​อสูร​และ​กระบวนท่า​อสนีบาต​แล้ว​ ท่าน​ยัง​สัมผัส​ได้​ถึงเจตจำนง​กระบี่​อีก​สำนัก​หนึ่ง​ที่​ดู​แปลกแยก​ออก​ไป!

ยิ่งไปกว่านั้น​ เจตจำนง​สาย​นี้​ท่าน​มิเคย​พานพบ​ที่ใด​มาก่อน​ และ​ดู​ประหนึ่ง​จัก​มิใช่วิชา​ที่​สืบทอด​กัน​มาใน​สำนัก​กระบี่​ซู่ซัน​เสีย​ด้วยซ้ำ​

เมิ่งฝาน​เอ่ย​ตอบ​ด้วย​ท่าที​เรียบ​เฉย​ประหนึ่ง​มิกังวล​อัน​ใด​ว่า​ “ท่าน​อาจารย์​ขอรับ​ เจตจำนง​กระบี่​สาย​นี้​ ศิษย์​ได้​ตระหนัก​รู้แจ้ง​มาจาก​หน้า​แผ่น​ศิลา​เทพ​กระบี่​ขอรับ​”

เขา​จงใจเลี่ยง​มิบอ​กว่า​ได้​รับรู้​มาจาก​จิตวิญญาณ​กระบี่​ใน​อาวุธ​ เพราะ​คำกล่าวอ้าง​เช่นนั้น​ดู​จัก​เหนือ​สามัญสำนึก​เกินไป​ ต่อให้​พูด​ไปท่าน​ผู้เฒ่า​หลิน​ก็​คง​ยาก​จัก​เชื่อถือ​

เพื่อ​หลีกเลี่ยง​ภาระ​และ​ความยุ่งยาก​อัน​มิจำเป็น​ เมิ่งฝาน​จึงโยน​เหตุผล​ทั้งหมด​ไปให้​ ‘แผ่น​ศิลา​เทพ​กระบี่​’ เป็น​ผู้รับผิดชอบ​แทน​ ซึ่งนับ​เป็น​คำอธิบาย​ที่​สมเหตุสมผล​และ​น่าเชื่อถือ​ที่สุด​เมื่อ​พิจารณา​จาก​สถานะ​ของ​เขา​ใน​ยาม​นี้​

และ​ที่​สำคัญ​ที่สุด​… การตอกย้ำ​ถึงคุณประโยชน์​ของ​แผ่น​ศิลา​เทพ​กระบี่​บ่อยครั้ง​ ย่อม​เป็นการ​ปลูกฝัง​ความคิด​ให้​ท่าน​อาจารย์​เห็นพ้อง​ว่า​ สิ่งนี้​มีความสำคัญ​ต่อ​การพัฒนา​ของ​ศิษย์​รัก​เพียงใด​ เพื่อ​ที่​ใน​ภายภาคหน้า​ ท่าน​จัก​ได้​ยินดี​สนับสนุน​ให้​เขา​ไปศึกษา​หน้า​แผ่น​ศิลา​บ่อยครั้ง​ขึ้น​

นับ​เป็นการ​ยิง​เกาทัณฑ์​เพียง​ครา​เดียว​ ทว่า​ได้ประโยชน์​ถึงหลาย​ต่อ​ทีเดียว​!

“อ้อ​… เป็น​เช่นนั้น​เอง​รึ​ มินึก​เลย​ว่า​แผ่น​ศิลา​เทพ​กระบี่​จัก​ส่งผล​ต่อ​พัฒนาการ​ของ​เจ้าได้​มหาศาล​ปานนี้​” ท่าน​ผู้เฒ่า​หลิน​เอ่ย​ขึ้น​ด้วย​ความประหลาดใจ​ระคน​อัศจรรย์​ใจ

หาก​กล่าว​ตาม​สัตย์​จริง​ ยาม​นี้​แม้แต่​ผู้อาวุโส​เช่น​ท่าน​ ก็​เริ่ม​จะรู้สึก​ริษยา​ใน​ปฏิภาณอัน​ล้ำเลิศ​ของ​เมิ่งฝาน​เสียแล้ว​

เพียงแค่​การ​หยั่งรู้​หน้า​แผ่น​ศิลา​เทพ​กระบี่​เพียง​ครา​เดียว​ กลับ​ทำให้​เด็กหนุ่ม​ผู้​นี้​ได้รับ​สิ่งที่​ผู้คน​ทั่วไป​พากเพียร​มาทั้ง​ชีวิต​ก็​มิอาจ​ครอบครอง​ได้​!

หาก​ตัว​ท่าน​เอง​มีปฏิภาณที่​วิปริต​ผิด​มนุษย์​เฉกเช่น​เจ้าหนุ่ม​เมิ่งฝาน​ผู้​นี้​

บางที​ ท่าน​ผู้เฒ่า​หลิน​ส่าย​ศีรษะ​เบา​ ๆ พลาง​ทอดถอนใจ​สลัด​เอา​ความคิด​ฟุ้งซ่าน​เหล่านั้น​ให้​มลาย​หาย​ไปจาก​มโน​สำนึก​

ครั้น​เมื่อ​เมิ่งฝาน​ปรับ​ลมปราณ​จน​ฟื้นฟู​พลัง​แท้​กลับมา​สมบูรณ์​เต็มเปี่ยม​แล้ว​ เขา​ก็​เริ่ม​ออก​ย่างกราย​เสาะหา​เพื่อ​ล่า​สังหาร​ ‘สุกร​วาตะ​ม่วง​’ ต่อไป​ในทันที​

อันที่จริง​ การ​ออ​กล่า​สุกร​วาตะ​ม่วง​สำหรับ​เมิ่งฝาน​ใน​ยาม​นี้​นับว่า​มิใช่เรื่อง​ยากเย็น​แสนเข็ญ​ประการ​ใด​ เพราะ​เขา​ได้​ประจักษ์แจ้ง​แล้ว​ว่า​ ด้วย​อานุภาพ​แห่ง​กระบี่​ของ​ตน​ใน​ยาม​นี้​ ย่อม​สามารถ​ปลิด​ชีพ​พวก​มัน​ได้​โดย​ง่ายดาย​ประหนึ่ง​พลิก​ฝ่ามือ​

ทว่า​สิ่งที่​เมิ่งฝาน​ยังคง​กังวลใจ​อยู่​บ้าง​ คือ​การ​ต้อง​เผชิญหน้า​กับ​อสูร​สายพันธุ์​อื่น​ภายใน​เทือกเขา​เทียน​ซิน​แห่ง​นี้​ต่างหาก​เล่า​

ยกตัวอย่างเช่น​พญา​งูยักษ์​ที่​เพิ่ง​พานพบ​ไปนั้น​ อานุภาพ​ของ​มัน​นับว่า​แข็งแกร่ง​กว่า​สุกร​วาตะ​ม่วง​อยู่​หลาย​ขุม​นัก​

และ​ใน​เทือกเขา​เทียน​ซิน​อัน​กว้างใหญ่​ไพศาล​แห่ง​นี้​ ย่อม​ต้อง​มีเหล่า​อสุรกาย​อีก​มากมาย​ที่​แก่กล้า​อาคม​ยิ่งกว่า​พญา​งูตัว​นั้น​ซุ่มซ่อน​อยู่​อย่าง​แน่นอน​!

…

สามราตรี​ผัน​ผ่าน​ เมิ่งฝาน​ปลิด​ชีพ​สุกร​วาตะ​ม่วง​ไปได้​ถึงสิบ​แปด​ตัว​แล้ว​

ในระหว่างนั้น​ เขา​ต้อง​เผชิญหน้า​กับ​เหล่า​อสูร​ร้าย​หลากหลาย​สายพันธุ์​ ทว่า​ส่วนใหญ่​แล้ว​ หาก​มิใช่เป้าหมาย​อย่าง​สุกร​วาตะ​ม่วง​ เมิ่งฝาน​จัก​เลือก​ใช้วิธี​เร้น​กาย​หลบเลี่ยง​ไปโดยตรง​

นั่น​เพราะ​เป้าประสงค์​หลัก​ของ​เขา​คือ​การเสาะหา​พลัง​ธาตุ​อสนี​ที่​สถิต​อยู่​ใน​กาย​สุกร​วาตะ​ม่วง​เพื่อ​เกื้อหนุน​การ​บำเพ็ญ​เพียร​เท่านั้น​ การ​จัก​ต้อง​มาเสียแรง​เสียเวลา​ฟาดฟัน​กับ​อสูร​ชนิด​อื่น​ที่​มิอาจ​มอบ​ผลประโยชน์​ให้​แก่​เขา​ได้​ จึงนับว่า​เป็นเรื่อง​ที่​มิคุ้มค่า​เอา​เสีย​เลย​!

ทว่า​หลังจาก​หลอม​รวม​ธาตุ​อสนี​ทั้ง​สิบ​แปด​สาย​เข้าสู่​ร่างกาย​ ตบะ​ปราณ​แท้​ของ​เมิ่งฝาน​ก็​รุดหน้า​จน​ทะลวง​ผ่าน​เข้าสู่​ ‘ขอบเขต​การ​ฝึก​ปราณ​ระดับ​ที่หก​’ ได้​สำเร็จ​

วันหนึ่ง​ ในขณะที่​เมิ่งฝาน​กำลัง​ออก​แกะรอย​ตามล่า​สุกร​วาตะ​ม่วง​ตาม​กิจวัตร​ปกติ​

จู่ ๆ พลัน​ปรากฏ​ร่าง​ของ​ดรุณี​นาง​หนึ่ง​ใน​อาภรณ์​สีขาว​บริสุทธิ์​ ยืน​ตระหง่าน​อยู่​เบื้องหน้า​เขา​อย่าง​ไม่มีปี่มีขลุ่ย​

“คุณชาย​เจ้าคะ​… ผู้​น้อง​หลงทาง​อยู่​ใน​พงไพร​ลึก​แห่ง​นี้​มาเนิ่นนาน​แล้ว​ คุณชาย​ผู้​ใจงามพอ​จัก​เมตตา​นำทาง​ผู้​น้อง​ออก​ไปจาก​ที่นี่​ได้​หรือไม่​เจ้าคะ​?” สาวน้อย​นาง​นั้น​เยื้องกราย​เข้า​มาหา​เมิ่งฝาน​ด้วย​ท่าที​เหนียมอาย​พลาง​เอ่ย​ถามด้วย​น้ำเสียง​ระแวดระวัง​

เมิ่งฝาน​ขมวดคิ้ว​มุ่น​ จ้องมอง​ดรุณี​ชุด​ขาว​นาง​นี้​ด้วย​ความฉงนสนเท่ห์​ยิ่งนัก​

เทือกเขา​เทียน​ซิน​อัน​รกร้าง​และ​เต็มไปด้วย​ภยันตราย​เช่นนี้​ แทบ​จัก​ไร้​ร่องรอย​ของ​มนุษย์มนา​ แล้ว​ไฉน​จึงมีแม่นาง​น้อย​หน้าตา​จิ้มลิ้ม​มาหลงทาง​อยู่​เพียงลำพัง​ได้​เล่า​?

สัญชาตญาณ​ร้อง​เตือน​เขา​ในทันที​ว่า​… เรื่อง​นี้​ช่างผิดแผก​พิสดาร​ยิ่งนัก​!

มีพิรุธ​จน​น่าสงสัย​!

หรือว่า​สาวน้อย​นาง​นี้​จัก​เป็น​อสุรกาย​แปลงกาย​มาล่อลวง​?

เมิ่งฝาน​ลอบ​ยิ้ม​ขมขื่น​ใน​ใจ พลาง​ดำริ​ว่า​ความคิด​นี้​ดู​จัก​เกิน​จริง​ไปเสียหน่อย​ เพราะ​อสูร​ที่​แก่กล้า​ตบะ​จน​สามารถ​จำแลง​กาย​เป็น​มนุษย์​ได้​นั้น​ ย่อม​ต้อง​เป็น​ตัวตน​อัน​น่าสะพรึงกลัว​ระดับ​ที่​เพียงแค่​แผด​คำราม​เพียง​ครา​เดียว​เขา​ก็​คง​ดับ​ดิ้น​สิ้น​ชีวา​ไปแล้ว​ มิต้อง​มาเสีย​เพลา​ปั้นหน้า​เจรจา​พา​ที​เช่นนี้​หรอก​

เมิ่งฝาน​ลอบ​พิจารณา​สาวน้อย​นาง​นั้น​ ทว่า​เขา​มิอาจ​หยั่งทราบ​ถึงระดับ​ตบะ​ของ​นาง​ได้​เลย​ นาง​อาจ​จัก​เป็น​เพียง​สามัญชน​ที่​ไร้​ซึ่งวรยุทธ์​ หรือ​มิเช่นนั้น​ก็​อาจ​เป็นยอด​ฝีมือ​ที่​ตบะ​สูงล้ำ​เกิน​กว่า​ที่​เขา​จัก​มองออก​ได้​

มิว่า​จัก​เป็น​กรณี​ใด​ เมิ่งฝาน​ก็​รู้สึก​จนใจ​ยิ่งนัก​

ใน​สถานที่​ทุรกันดาร​เช่นนี้​ ยาม​ได้​พานพบ​กับ​มนุษย์​ด้วยกัน​ มิว่า​ฝ่ายตรงข้าม​จัก​มาดี​หรือ​มาร้าย​ เขา​ย่อม​มิอาจ​วาด​กระบี่​ฟัน​ใส่สุ่มสี่สุ่มห้า​ได้​มิใช่หรือ​?

ทว่า​หาก​นาง​เป็น​เพียง​ดรุณี​นาง​หนึ่ง​ที่​หลงทาง​มาจริง ๆ​ เล่า​

และ​ที่​สำคัญ​ที่สุด​ เมิ่งฝาน​ย่อม​ตระหนัก​ดี​ว่า​ท่าน​ผู้เฒ่า​หลิน​ยังคง​เร้น​กาย​เฝ้าดู​เขา​อยู่​ใน​เงามืด​มิห่างหาย​

ดังนั้น​มิว่า​เขา​จัก​ตัดสินใจ​เลือก​ทาง​ใด​ ย่อม​มิอาจ​เกิด​อันตราย​ถึงแก่ชีวิต​เป็นแน่​ ต่อให้​สาวน้อย​นาง​นี้​จัก​เป็นยอด​ฝีมือ​ที่​เร้น​กาย​มา ทว่า​เมื่อ​มีท่าน​ผู้เฒ่า​หลิน​คอย​เป็น​กำแพง​เหล็ก​อยู่​เบื้องหลัง​ นาง​จัก​สำแดง​ฤทธิ์เดช​ไปได้​สัก​กี่มากน้อย​กัน​เชียว​

เมื่อ​คิดได้​ดังนั้น​ เมิ่งฝาน​จึงค่อย​สลัด​ความกังวล​ทิ้ง​ไปและ​ทำใจ​ให้​สงบ​ลง​ได้​

เมิ่งฝาน​เอ่ย​ถามนาง​ด้วย​น้ำเสียง​เคร่งขรึม​ “เจ้าเป็น​ใคร​กัน​? เหตุใด​ดรุณี​เช่น​เจ้าจึงมาปรากฏ​กาย​ใน​สถานที่​อันตราย​เยี่ยง​นี้​?”

“คุณชาย​เจ้าคะ​… ผู้​น้อง​อาศัย​อยู่​ใน​หมู่บ้าน​กลาง​หุบเขา​ที่​ห่าง​ออก​ไปมิไกล​นัก​ วันนี้​ตั้งใจ​เข้ามา​เก็บ​สมุนไพร​ทว่า​กลับ​หลง​ทิศ​หาทาง​กลับ​มิได้​ จึงได้​แต่​วนเวียน​อยู่​แถว​นี้​ด้วย​ความหวาดกลัว​เจ้าค่ะ​” สาวน้อย​ก้มหน้า​ลง​ต่ำ​ น้ำเสียง​สั่นเครือ​ฉายแวว​หวาดวิตก​อย่าง​เห็นได้ชัด​

ทว่า​ในขณะนั้น​เอง​ เสียง​ของ​ หง​ชี่ ก็​พลัน​ดังสนั่น​ขึ้น​ใน​ห้วง​สำนึก​ของ​เมิ่งฝาน​!

“นาย​ท่าน​เจ้าคะ​! อย่า​ได้​ถูก​นาง​ล่อลวง​ จงชัก​กระบี่​ฟัน​นาง​เสีย​เดี๋ยวนี้​!”

เมื่อ​ได้​สดับ​คำเตือน​ของ​หง​ชี่ เมิ่งฝาน​ก็​มิรอ​ช้าและ​มิคิด​ถามไถ่สิ่งใด​ให้​มากความ​ เขา​ตวัด​วาด​ ‘กระบี่​หง​ชี่’ ออกจาก​ฝัก​ใน​พริบตา​ ฟาดฟัน​เข้าใส่​ดรุณี​ชุด​ขาว​เบื้องหน้า​อย่าง​เด็ดเดี่ยว​และ​อำมหิต​ยิ่งนัก​!

เขา​เลือก​ที่จะ​เชื่อ​ใน​สัญชาตญาณ​ของ​หง​ชี่อย่าง​มิมีข้อสงสัย​!

ฉับ​!

คม​กระบี่​ฟาดฟัน​ลง​ไป ทว่า​กลับ​รู้สึก​ประหนึ่ง​ฟัน​ลง​บน​ความว่างเปล่า​ เงาร่าง​ของ​สาวน้อย​ชุด​ขาว​พลัน​บิดเบี้ยว​แล้ว​จางหาย​ไปใน​อากาศธาตุ​ทันที​

“เกิด​สิ่งใด​ขึ้น​กัน​แน่​?” เมิ่งฝาน​ขมวดคิ้ว​มุ่น​ด้วย​ความ​งุนงง​

เสียง​ของ​หง​ชี่ดัง​กำชับ​ขึ้น​อีก​ครา​ “นาย​ท่าน​เจ้าคะ​ นั่น​หา​ใช่คน​เป็น​ทว่า​คือ​ ‘ภาพมายา​’! ท่าน​จงมอง​ไปทาง​ทิศ​ซ้าย​เบื้องหน้า​ห่าง​ออก​ไปราว​สิบ​กว่า​เมตร​เถิด​ เจ้าจิ้งจอก​ขาว​ตัว​นั้น​ต่างหาก​ที่​เป็น​ผู้ใช้​มนต์​เสน่ห์​ล่อลวง​ท่าน​!”

การ​ล่อลวง​…

กาล​ก่อน​หง​ชี่เคย​บอกกล่าว​แก่​เมิ่งฝาน​ว่า​ กระบี่​หง​ชี่เล่ม​นี้​มีความสามารถ​ใน​การ​สร้าง​ภาพมายา​ล่อลวง​ศัตรู​ได้​เช่นกัน​ ดังนั้น​การ​ที่​นาง​จัก​มอง​ทะลุ​มายา​ภาพ​ชั้นต่ำ​นี้​และ​ช่วย​ปลุก​เมิ่งฝาน​ให้​ตื่น​จาก​ภวังค์​ จึงมิใช่เรื่อง​ที่​น่า​ประหลาดใจ​อัน​ใด​

หาก​มิมีหง​ชี่คอย​เตือนสติ​ วันนี้​เขา​คง​ต้อง​ปราชัย​ให้​แก่​กลลวง​และ​มิอาจ​หยั่งรู้​ได้​เลย​ว่า​จัก​ต้อง​ประสบ​ชะตากรรม​เลวร้าย​เพียงใด​ แม้จะมีท่าน​ผู้เฒ่า​หลิน​คอย​คุ้มกัน​จน​มิต้อง​สิ้นชีพ​ ทว่า​สำหรับ​เมิ่งฝาน​แล้ว​ การ​ถูก​อสูร​ชั้นต่ำ​ล่อลวง​เช่นนี้​นับ​เป็นเรื่อง​ที่​น่าอัปยศ​ยิ่งนัก​!

“อสุรกาย​ชั่วช้า​!” เมิ่งฝาน​ตวาด​ลั่น​ด้วย​ไอ​เย็นเยือก​ ก่อน​จัก​วาด​กระบี่​หง​ชี่ออก​ไปอีก​ครา​

เจตจำนง​กระบี่​สังหาร​อสูร​!

เพลง​กระบี่​อสนีบาต​ — ท่า​กัมปนาท​กัมปนาท​!

วิทยา​ยุทธ์​ย่างก้าว​วาตะ​สำลี​หลิว​!

จิ้งจอก​ขาว​ตัว​นั้น​อยู่​ห่าง​ออก​ไปเพียง​สิบ​กว่า​เมตร​ ด้วย​ลำตัว​ที่​เล็ก​กะทัดรัด​ทำให้​มัน​สามารถ​เคลื่อนที่​ได้​อย่าง​ว่องไว​ยิ่งนัก​ ดังนั้น​เมิ่งฝาน​จึงมิได้​มุ่งเน้น​ที่​พลัง​ทำลายล้าง​ ทว่า​กลับ​ทุ่มเท​เร่งเร้า​ความเร็ว​สูงสุด​ออกมา​แทน​

เพลง​กระบี่​อสนีบาต​ท่า​กัมปนาท​กัมปนาท​ ใน​รูปแบบ​การ​โจมตี​ด้วย​ความเร็ว​อสนีบาต​ นับ​เป็นการ​ฟัน​ที่​รวดเร็ว​ที่สุด​เท่าที่​เมิ่งฝาน​เคย​ฝึกปรือ​มาเลย​ก็​ว่า​ได้​!

เพียง​ชั่วพริบตา​ คม​กระบี่​หง​ชี่ก็​พุ่ง​เข้าใส่​ร่าง​ของ​จิ้งจอก​ขาว​ สับ​ร่าง​ของ​มัน​แยก​ออก​เป็น​สอง​ท่อน​ใน​พริบตา​ โลหิต​สาด​กระจาย​อาบ​นอง​พื้น​พสุธา​

ใบหน้า​ของ​เมิ่งฝาน​ยังคง​สงบนิ่ง​ไร้​ซึ่งร่องรอย​แห่ง​อารมณ์​ใด​ ๆ ตลอด​ระยะเวลา​ที่ผ่านมา​เขา​ได้​ปลิด​ชีพ​เหล่า​อสุรกาย​มานับ​มิถ้วน​ จน​เริ่ม​ชินชา​กับ​ภาพ​นองเลือด​เช่นนี้​เสียแล้ว​

“นาย​ท่าน​เจ้าคะ​ อสูร​ประเภท​จิ้งจอก​นี้​มัก​มีความสามารถ​ใน​การ​ลวง​จิต​และ​สร้าง​ภาพมายา​เพื่อ​ตบตา​ผู้คน​ ทว่า​ร่างกาย​ของ​พวก​มัน​กลับ​อ่อนแอ​และ​เปราะบาง​ยิ่งนัก​” เสียง​ของ​หง​ชี่ดัง​ขึ้น​ใน​ใจของ​เมิ่งฝาน​เพื่อ​บอกเล่า​คุณลักษณะ​ของ​ศัตรู​

>กลับหน้าหลักHOMEจิ้ม<

Prev
Next

Comments for chapter "บทที่ 45 เสน่ห์มายา จิ้งจอกภูตพราย"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Aileen Novel
  • หน้าหลัก HOME
  • COOKIE POLICY

© 2020 - 2023 ไอรีนโนเวล นิยายอ่านฟรีทุกวัน เว็บอ่านนิยาย pdf ไอรีนโนเวล “aileen-novel.online” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน นิยายชื่อดัง ตอนล่าสุด "ฮณ๊ฯดฯฌซ, อ่านฟรี อ่านเพลินอ่านทั้งวันกับไอรีนโนเวลออนไลน์

Sign in

Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Sign Up

Register For This Site.

Log in | Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Lost your password?

Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย