ราชันย์มังกรอสูรกลืนสวรรค์ - ตอนที่ 29 เสียบประจาน
ตอนที่ 29 เสียบประจาน
ตอนที่ 29: เสียบประจาน
แสงตะวันยามสายสาดส่องลงมายังเมืองหมอกเมฆา ทว่าแสงสว่างนั้นกลับไม่อาจขับไล่ความหนาวเหน็บที่เกาะกินหัวใจของชาวเมืองได้ ข่าวการล่มสลายของตระกูลจ้าวและการตายของแม่ทัพจ้าวเทียนแพร่สะพัดไปราวกระแสลมพายุ ไม่มีใครกล้าส่งเสียงดัง แม้แต่เสียงสุนัขเห่าก็ยังเงียบหายไป ทั่วทั้งเมืองตกอยู่ในความเงียบงันแห่งความหวาดกลัว
ที่ถนนสายหลักมุ่งสู่จัตุรัสกลางเมือง ร่างของชายหนุ่มในชุดสีดำขาดวิ่น เดินลากเท้าอย่างมั่นคง ทุกย่างก้าวทิ้งรอยเลือดจางๆ ไว้บนพื้นหิน
ในมือซ้ายของหลงเฉิน ลากร่างไร้วิญญาณของ “จ้าวเทียน” ยอดฝีมือระดับแก่นแท้ที่เหลือเพียงลำตัว
ในมือขวาของหลงเฉิน หิ้วเส้นผมของหัวมนุษย์สองหัวที่ชุ่มโชกไปด้วยเลือด… หัวของ “จ้าวฟาง” และ “จ้าวเทียน”
ดวงตาสีทองอำพันของหลงเฉินมองตรงไปข้างหน้า ไม่แยแสต่อสายตานับพันคู่ที่แอบมองผ่านร่องหน้าต่างหรือตรอกซอกซอย เสี่ยวเฮยเกาะอยู่บนบ่า คอยส่งเสียงขู่ฟ่อๆ ใส่ใครก็ตามที่กล้าโผล่หัวออกมา
เมื่อมาถึงจัตุรัสกลางเมือง ซึ่งเป็นที่ตั้งของเสาธงสูงตระหง่านสัญลักษณ์แห่งอำนาจของเจ้าเมือง หลงเฉินเหวี่ยงซากศพของจ้าวเทียนไปกองที่แท่นหินกลางลาน แล้วโยนหัวทั้งสองลงข้างๆ อย่างไม่ไยดี
ตุบ!
เสียงศพกระทบพื้นดังก้องกังวานในความเงียบ
“ออกมา…” หลงเฉินเอ่ยเสียงเรียบ แต่กระแสเสียงนั้นอัดแน่นด้วยพลังปราณมังกร จนกระจกหน้าต่างร้านค้าโดยรอบสั่นสะเทือน “ชาวเมืองหมอกเมฆาทุกคน… จงออกมาดูจุดจบของผู้ที่กล้าท้าทายข้า!”
สิ้นเสียงคำราม ผู้คนต่างค่อยๆ ทยอยเดินออกมาจากที่ซ่อนด้วยความกลัว ตัวสั่นงันงก พวกเขายืนล้อมรอบลานกว้าง มองดูซากศพของอดีตผู้ยิ่งใหญ่ที่บัดนี้กลายเป็นเพียงก้อนเนื้อเน่าเปื่อย
หลงเฉินก้าวเท้าเหยียบลงบนอกของศพจ้าวเทียน
“พวกเจ้าคงสงสัย… ว่าข้าชนะระดับแก่นแท้ได้อย่างไร” หลงเฉินกวาดสายตามองฝูงชน “พวกเจ้าคงคิดว่าข้าใช้เล่ห์กล หรือกับดักสกปรก…”
“แต่ข้าจะบอกให้… ในโลกที่ปลาใหญ่กินปลาเล็ก ‘พลัง’ คือความจริงเพียงหนึ่งเดียว!”
กร๊อบ!
หลงเฉินเกร็งพลังที่มือขวา เกล็ดมังกรสีแดงทับทิมเปล่งแสงวาวโรจน์ เขาพุ่งมือลงไปคว้าท่อนแขนซ้ายของศพจ้าวเทียนที่แข็งแกร่งดุจเหล็กไหลตามฉบับของผู้ฝึกยุทธ์ระดับแก่นแท้
“ดูให้เต็มตา!”
แคว่ก!!!
เสียงฉีกกระชากของกล้ามเนื้อและเส้นเอ็นดังสนั่นจนผู้คนต้องเบือนหน้าหนี หลงเฉินออกแรงกระชากเพียงครั้งเดียว แขนซ้ายของจ้าวเทียนก็หลุดออกจากลำตัว เลือดสีแดงคล้ำสาดกระจายไปทั่วแท่นหิน
“เฮือก!”
ชาวเมืองสูดหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความตื่นตะลึง ร่างกายของผู้ระดับแก่นแท้นั้นแข็งแกร่งจนอาวุธทั่วไปฟันไม่เข้า แต่หลงเฉินกลับฉีกมันออกด้วยมือเปล่าเหมือนฉีกน่องไก่! นี่คือพละกำลังที่เหนือมนุษย์ไปแล้ว!
หลงเฉินโยนแขนข้างนั้นทิ้งไป แล้วก้มลงหยิบศีรษะของสองพี่น้องตระกูลจ้าวขึ้นมา
“ตระกูลจ้าว… กดขี่ข่มเหงพวกเจ้ามานานนับสิบปี รีดนาทาเร้น ฆ่าฟันผู้คนบริสุทธิ์ วันนี้… ข้าได้คืนความยุติธรรมให้พวกเจ้าแล้ว”
หลงเฉินเดินตรงไปที่เสาธง กระโดดทะยานขึ้นไปบนยอดเสาด้วยวิชาตัวเบาที่รวดเร็วปานสายฟ้า เขาเสียบศีรษะของจ้าวฟางและจ้าวเทียนเข้ากับยอดปลายแหลมของเสาธงอย่างโหดเหี้ยม
เลือดไหลย้อยลงมาตามเสาธง ย้อมธงประจำเมืองให้กลายเป็นสีแดงฉาน
ศีรษะของอดีตผู้ยิ่งใหญ่ทั้งสอง หันหน้าออกไปทางประตูเมือง ดวงตาที่เบิกโพลงยังคงเต็มไปด้วยความหวาดกลัว เป็นเครื่องเตือนใจที่น่าสยดสยองที่สุดเท่าที่เมืองนี้เคยมีมา
หลงเฉินทิ้งตัวลงมายืนที่พื้นอย่างนิ่มนวล
“นับจากวันนี้ไป…” หลงเฉินประกาศก้อง เสียงของเขาดังกังวานไปทั่วทุกมุมเมือง “ตระกูลจ้าว ล่มสลาย!”
“และเมืองหมอกเมฆาแห่งนี้… อยู่ภายใต้การปกครองของ ‘ตระกูลหลง’!”
“ใครที่มีปัญหา… ให้เงยหน้าดูที่ยอดเสาธง แล้วถามตัวเองว่าคอของเจ้า… แข็งกว่าสองคนนั้นหรือไม่!”
ความเงียบปกคลุมอยู่ชั่วอึดใจ ก่อนที่ชายชราคนหนึ่งจะทรุดตัวลงคุกเข่า
“คารวะท่านผู้นำหลง! ขอบคุณสวรรค์ที่ส่งท่านมากำจัดคนชั่ว!”
เมื่อมีคนเริ่ม คนอื่นๆ ก็ทำตาม ราวกับโดมิโนที่ล้มลง ชาวเมืองนับพันต่างพากันคุกเข่าลงกับพื้น โขกศีรษะให้กับหลงเฉินด้วยความยำเกรงและศรัทธา
“คารวะราชันย์หลง!”
“ตระกูลหลงจงเจริญ!”
เสียงสรรเสริญดังกึกก้องไปถึงสวรรค์ หลงเฉินยืนมองภาพเบื้องหน้าด้วยสีหน้าเรียบเฉย ในใจของเขาไม่ได้ลิงโลดไปกับอำนาจจอมปลอมเหล่านี้ เขารู้ดีว่าโลกใบนี้กว้างใหญ่นัก เมืองหมอกเมฆาเป็นเพียงจุดเริ่มต้นเล็กๆ เท่านั้น
“ท่านพ่อ…” หลงเฉินหันไปพูดกับหลงจ้านที่เดินตามมาพร้อมกับกองกำลังตระกูลหลงที่เหลืออยู่
“ขอรับ… เฉินเอ๋อ” หลงจ้านตอบรับด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเคารพ บัดนี้สถานะของพ่อลูกกลับตาลปัตร ลูกชายของเขาได้กลายเป็นผู้นำจิตวิญญาณของตระกูลไปแล้ว
“ส่งคนไปยึดคลังสมบัติของตระกูลจ้าวทั้งหมด… กิจการร้านค้า ที่ดิน เหมืองแร่ โอนมาเป็นชื่อตระกูลหลงให้หมดภายในวันนี้” หลงเฉินสั่งการเด็ดขาด “และประกาศรับสมัครคนเข้าตระกูล คัดเฉพาะผู้ที่มีความซื่อสัตย์ ข้าจะถ่ายทอดวิชาให้พวกเขาส่วนหนึ่ง เพื่อสร้างกองกำลังที่แท้จริงของเรา”
“ได้! พ่อจะจัดการให้เดี๋ยวนี้!” หลงจ้านรับคำอย่างกระตือรือร้น
หลงเฉินเงยหน้ามองศีรษะบนยอดเสาธงเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะหันหลังเดินกลับคฤหาสน์
“เฮ้… แล้วเจ้าเมืองตัวจริงล่ะ?” เสี่ยวเฮยกระซิบถาม “เจ้าไม่กลัวทางการจะส่งกองทัพมาปราบรึ?”
“เจ้าเมือง?” หลงเฉินแสยะยิ้มเย็น “ไอ้หมูตอนที่วันๆ เอาแต่นอนกอดนางสนมและรับส่วยนั่นน่ะรึ? ป่านนี้มันคงเก็บข้าวของหนีไปเมืองอื่นตั้งแต่เห็นหัวของจ้าวเทียนแล้ว”
“ส่วนทางการ… กว่าพวกมันจะรู้เรื่อง ข้าก็คงแข็งแกร่งพอที่จะรับมือได้แล้ว”
หลงเฉินกำหมัดแน่น สัมผัสถึงพลังของชีพจรมังกรที่เต้นตุบๆ อยู่กลางหลัง
“ภารกิจต่อไป… ต้องหาทรัพยากรมาเติมเต็มกระเพาะที่หิวโหยของข้าและเจ้า… คลังสมบัติตระกูลจ้าว หวังว่าจะมีของดีๆ ให้ข้าตื่นตาตื่นใจบ้างนะ”
ราชันย์มังกรได้ประกาศศักดาแล้ว และบัดนี้ ถึงเวลาแห่งการกอบโกยผลประโยชน์ของผู้ชนะ!
(จบบทที่ 29)