ระบบเช็กอินรับศิษย์ ปลดล็อกสกิลเทพ - บทที่ 178 พบพานคนคุ้นเคย
บทที่ 178 พบพานคนคุ้นเคย
เมื่อเห็นร่างของเย่หนานถูกดูดกลืนหายเข้าไปในผนังภูเขาไฟเพียงชั่วพริบตา เมี่ยวฉางอันและพรรคพวกต่างตกตะลึง แต่ในใจลึกๆ พวกเขายังคงเชื่อมั่นในพลังฝีมือของผู้อาวุโสผู้นี้
ไม่ใช่เพียงแค่กลุ่มของนางเท่านั้น บรรดาผู้ฝึกตนอิสระและขุมกำลังจากสำนักต่างๆ โดยรอบ ต่างพากันจ้องมองไปยังผนังผาเบื้องหน้าด้วยความเงียบงัน บรรยากาศรอบด้านตกอยู่ในความสงัดวังเวง
ทว่าหลังจากเย่หนานเข้าไปได้เพียงไม่นาน แผ่นหยกสื่อสารในอกเสื้อของเมี่ยวฉางอันก็สว่างวาบขึ้น
นางรีบหยิบหยกขึ้นมาตรวจสอบทันที ท่ามกลางสายตาของทุกคนที่จับจ้องมาเป็นจุดเดียว โดยเฉพาะหยกสื่อสารในมือของนาง
เมื่อรับรู้ข้อความที่ส่งมา สีหน้าของเมี่ยวฉางอันก็แปรเปลี่ยนเป็นความยินดีปรีดา
ไปกันเถอะ พวกเราก็เข้าไปบ้าง
โดยไม่รีรอ เมี่ยวฉางอันก้าวเท้าเดินนำเข้าไปเป็นคนแรก ชางหยวนและอวี๋ชิงรีบติดตามไปติดๆ
เมื่อเห็นทั้งสามคนหายวับเข้าไปในผนังผา เหล่ายอดฝีมือจากสำนักต่างๆ ก็ตาเป็นประกาย
พวกเขารู้ดีว่า การที่เมี่ยวฉางอันกล้าตัดสินใจเข้าไปอย่างเด็ดเดี่ยวเช่นนี้ ย่อมหมายความว่าคนที่เข้าไปก่อนหน้าอย่างเย่หนานยังปลอดภัยดี
วูบ! วูบ! วูบ!
วินาทีถัดมา ฝูงชนต่างพากันกรูเข้าไปเบียดเสียดแย่งชิงกันเข้าสู่ภายในตัวภูเขาราวกับเกลียวคลื่น
เขามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร?
ห่างออกไปไม่ไกล หญิงสาวในชุดสีฟ้าครามจ้องมองผู้คนที่กำลังเบียดเสียดกันเข้าไปด้วยแววตาฉงน
มีอันใดน่าแปลกใจรึ? ก่อนหน้านี้เจ้าก็เห็นแล้วนี่ ในเมื่อพวกเรามาได้ คนของสำนักเมี่ยวอินจะมาบ้างก็ไม่เห็นแปลก เฟิงซวินที่ยืนอยู่ข้างกายกล่าวด้วยน้ำเสียงเหี้ยมเกรียม เขาเข้าใจผิดคิดว่าหลานหลิงหมายถึงเมี่ยวฉางอัน
หลานหลิงไม่ได้เอ่ยตอบวาจา เพราะคนที่นางกล่าวถึงหาใช่เมี่ยวฉางอันไม่ แต่เป็นเย่หนานที่เดินหายเข้าไปเป็นคนแรกต่างหาก
นางและคนของตระกูลเฟิงมาถึงที่นี่สักพักใหญ่แล้ว ทันเวลาเห็นจังหวะที่เย่หนานเดินเข้าไปในผนังผาพอดี
พอได้แล้ว เลิกพล่ามไร้สาระแล้วรีบเข้าไปเสียที ชายวัยกลางคนผู้เป็นหัวหน้าขบวนกล่าวตัดบทด้วยความรำคาญใจ
หลานหลิงหันไปมองชายวัยกลางคนผู้นั้นด้วยความไม่เข้าใจ
ระดับพลังของนางอยู่เพียงขั้นปฐพีเร้นลับ นางจึงไม่เข้าใจว่าเหตุใดชายผู้นี้ที่มีพลังแข็งแกร่งมหาศาล ถึงต้องลงทุนลงแรงพาตัวนางเข้ามาในที่แห่งนี้ด้วย ทั้งที่ดูเหมือนจะเป็นภาระเสียมากกว่า
แม้ในใจจะเต็มไปด้วยความสงสัย แต่นางก็ไม่ได้เอ่ยปากถาม ทำได้เพียงเพิ่มความระมัดระวังตัวต่อคนตระกูลเฟิงและชายลึกลับผู้นี้ให้มากยิ่งขึ้น
หากมีสิ่งใดไม่ชอบมาพากล นางพร้อมจะปลีกตัวหนีทันที หรืออันที่จริง ตอนนี้นางก็เริ่มมองหาลู่ทางหลบหนีอยู่ตลอดเวลา
ภายในตัวภูเขาไฟ
เมื่อเวลาผ่านไป จำนวนผู้คนที่หลั่งไหลเข้ามาก็เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ
สภาพภายในนั้นร้อนระอุอย่างเหลือเชื่อ นอกจากแท่นหินกว้างใหญ่ตรงทางเข้าแล้ว เบื้องหน้าคือทะเลลาวาเดือดพล่านสุดลูกหูลูกตา
อุณหภูมิภายในนี้สูงจนน่าหวาดหวั่น มิหนำซ้ำยังสูบกลืนพลังปราณของผู้ฝึกตนรวดเร็วยิ่งกว่าภายนอกเสียอีก
ข้าไม่ไหวแล้ว… ร้อนจะตายอยู่แล้ว!
ผู้ฝึกตนที่มีระดับพลังไม่สูงนักต่างเหงื่อท่วมกาย ใบหน้าซีดเผือด ยืนหยัดอยู่ได้ไม่นานพลังก็เหือดแห้งจนหมดแรง
แม้แต่คนของสำนักใหญ่ๆ ก็ยังมีสีหน้าเคร่งเครียด ต้องคอยหยิบโอสถขึ้นมากลืนกินเป็นระยะเพื่อฟื้นฟูพลัง
ส่วนพวกผู้ฝึกตนอิสระที่ไร้ทรัพยากรหนุนหลัง คนที่มีฝีมือพอตัวก็ทำได้เพียงกัดฟันอดทน
ทุกคนต่างรู้ดีว่า สถานที่อันตรายเช่นนี้ย่อมซุกซ่อนวาสนาและโอกาสอันยิ่งใหญ่ไว้ ไม่มีใครยอมตัดใจถอยกลับไปง่ายๆ
โชคดีที่มีโอสถของผู้อาวุโส ไม่อย่างนั้นคงได้กลายเป็นศพแห้งตายกันหมดแน่ ชางหยวนบ่นกระปอดกระแปดพลางหยิบโอสถขึ้นมากลืนอย่างระมัดระวัง
ผู้อาวุโส ท่านไม่ร้อนเลยหรือขอรับ? อวี๋ชิงถามด้วยความประหลาดใจ เมื่อเห็นเย่หนานยืนนิ่งราวกับทองไม่รู้ร้อน ไม่มีเหงื่อสักหยด และไม่ได้โคจรพลังปราณคุ้มกันกายเลยแม้แต่น้อย
ก็งั้นๆ แหละ ไม่เห็นจะร้อนเท่าไหร่ เย่หนานตอบอย่างสบายอารมณ์
คำตอบของเย่หนานทำเอาเมี่ยวฉางอันถึงกับลอบเดาะลิ้นด้วยความนับถือ ปนอิจฉาในความแข็งแกร่งของเขา
อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางฝูงชนที่กำลังดิ้นรนเอาตัวรอดจากความร้อน ไม่มีใครมีเวลามาสนใจสังเกตความผิดปกติของเย่หนาน
แม่นางหลาน ถึงตาเจ้าแล้ว
ทางฝั่งตระกูลเฟิง ไม่มีใครใช้โอสถช่วย ชายวัยกลางคนหันมาส่งสายตาที่มีความนัยลึกซึ้งให้กับหลานหลิง
หลานหลิงหรี่ตาลงเล็กน้อย
นางย่อมรู้ความหมายของชายผู้นี้ดี และคาดไม่ถึงว่าความลับเรื่องกายาพิเศษของนาง จะถูกชายลึกลับผู้นี้ล่วงรู้เข้าจนได้
ตกลง หลานหลิงไม่คิดจะปิดบังอีกต่อไป
ซูม…
ทันใดนั้น ไอเย็นยะเยือกจำนวนมหาศาลก็แผ่พุ่งออกมาจากร่างของหลานหลิง
ไอหนาวเหน็บแผ่กระจายครอบคลุมพื้นที่โดยรอบ พื้นหินที่ร้อนระอุถูกเคลือบด้วยชั้นน้ำแข็งบางๆ ในพริบตา
แม้ความร้อนของลาวาจะมหาศาล แต่ดูเหมือนจะไม่อาจเอาชนะไอเย็นจากกายของหลานหลิงได้โดยสมบูรณ์ น้ำแข็งบนพื้นละลายลงอย่างช้าๆ แต่ก็ถูกไอเย็นระลอกใหม่เข้าแทนที่
วินาทีนี้ คนของตระกูลเฟิงต่างรู้สึกสบายตัวขึ้นทันตา ความร้อนรุ่มที่เคยกดดันมลายหายไปสิ้น
ผู้ฝึกตนและสำนักอื่นๆ ที่อยู่ใกล้เคียง เมื่อเห็นความมหัศจรรย์ทางฝั่งตระกูลเฟิง ต่างก็ตกตะลึง
โดยไม่รอช้า พวกเขาพยายามขยับตัวเข้ามาใกล้เพื่อขอลี้ภัยความร้อน
ฮึ! ใครกล้าเข้ามาใกล้ ตาย! เฟิงซวินปลดปล่อยกลิ่นอายสังหารออกมา ข่มขวัญจนผู้คนที่กำลังก้าวเท้าเข้ามาต้องชะงักกึก
เมื่อเห็นความเห็นแก่ตัวและความแข็งกร้าวของตระกูลเฟิง แม้ในใจทุกคนจะขุ่นเคือง แต่ก็จำต้องข่มกลั้นไว้ ชีวิตย่อมสำคัญกว่าศักดิ์ศรี
หลังจากปลดปล่อยไอเย็น หลานหลิงก็กวาดสายตามองหาเย่หนาน
เมื่อพบนางก็ต้องรูม่านตาหดเกร็ง
เย่หนานยังคงยืนสงบนิ่งอยู่ท่ามกลางคลื่นความร้อนมหาศาลโดยไม่มีปฏิกิริยาใดๆ ไร้ซึ่งเกราะพลังปราณป้องกันกาย ราวกับความร้อนนี้เป็นเพียงสายลมอุ่นๆ
หรือว่า… ข้าจะมองพลาดไปจริงๆ? จิตใจของหลานหลิงเริ่มสั่นคลอน ก่อนหน้านี้นางปักใจเชื่อว่าเย่หนานเป็นเพียงผู้ฝึกตนขอบเขตกลั่นลมปราณ
แม้เย่หนานจะมีศิษย์อัจฉริยะอย่างกู้เฉิน นางก็ไม่ได้ใส่ใจมากนัก
แต่การที่เขาสามารถเข้ามาในนี้ได้ และภาพที่เห็นอยู่ตรงหน้า ทำให้เป็นครั้งแรกที่นางเริ่มสงสัยในวิจารณญาณของตนเอง
ช่างเถอะ ถึงข้าจะมองพลาดแล้วอย่างไร? คนผู้นี้จะมาเทียบชั้นกับจักรพรรดินีเช่นข้าได้อย่างไรกัน? หลานหลิงส่ายหน้า สลัดความคิดฟุ้งซ่านทิ้งไป
ไม่เห็นมีอะไรเลย นอกจากลาวาก็มีแต่ลาวา เย่หนานบ่นอุบขณะมองไปที่ทะเลเพลิงเบื้องหน้า
คนอื่นๆ ก็เริ่มสงสัยเช่นกัน ภูเขาไฟที่ดูพิศวงเช่นนี้ เป็นไปไม่ได้ที่จะมีเพียงแค่บ่อลาวาธรรมดา
แต่ในขณะที่ทุกคนกำลังงุนงง ผิวน้ำของทะเลลาวาเบื้องหน้าก็เริ่มเดือดพล่าน ปุดๆ ขึ้นมาอย่างรุนแรง
สัญญาณเตือนภัยดังลั่นในหัวของทุกคน ต่างพากันเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ฉุกเฉิน
วินาทีต่อมา ศาสตราวุธและของวิเศษหลากรูปแบบก็ลอยตัวขึ้นมาจากบ่อลาวา
ของวิเศษเหล่านี้ล้วนมีระดับที่ไม่ธรรมดา แม้แต่ระดับนภาก็ยังมีปะปนอยู่หลายชิ้น
ภาพที่เห็นทำให้ลมหายใจของทุกคนถี่กระชั้นขึ้นด้วยความโลภ
เมี่ยวฉางอันและพรรคพวกเองก็ตกตะลึงเล็กน้อย แต่ก็เพียงครู่เดียวเท่านั้น
เพราะในมือพวกเขามีศาสตราวุธระดับนภาอยู่แล้ว โดยเฉพาะเมี่ยวฉางอันที่ครอบครองศาสตราวุธระดับราชัน ของระดับนภาเหล่านี้จึงไม่มีประโยชน์กับนางมากนัก
แต่หากนำไปแลกเปลี่ยนเป็นทรัพยากร ก็ถือว่ามีมูลค่ามหาศาล
ความคิดของเย่หนานก็ไม่ต่างกัน เอาไปขายแลกเงินก็ไม่เลว
ทว่าใจจริงแล้ว เขาอยากจะรีบตามหาหลิงหลงให้เจอมากกว่า จะบอกว่าไม่เป็นห่วงเลยก็คงเป็นการโกหก
รออะไรกันอยู่เล่า? แย่งสิเว้ย!
จู่ๆ ผู้ฝึกตนอิสระคนหนึ่งก็ตะโกนลั่น พุ่งทะยานเข้าไปหาของวิเศษที่ลอยอยู่เหนือลาวา
เสียงนั้นเปรียบเสมือนเชื้อไฟที่จุดชนวนระเบิด
พริบตาเดียว ภายในภูเขาไฟก็กลายเป็นสมรภูมิแย่งชิงสมบัติอันดุเดือดเลือดพล่าน
เมื่อเห็นท่าทีลังเลของเมี่ยวฉางอันและชางหยวน เย่หนานก็หัวเราะออกมาเบาๆ ไปเถอะ ข้าจะรออยู่ตรงนี้ ได้ของมาแล้วแบ่งกันคนละครึ่ง
ได้ยินคำอนุญาตของเย่หนาน เมี่ยวฉางอันและชางหยวนก็ยิ้มกว้าง พวกเขาไม่ติดขัดเลยสักนิดกับข้อเสนอแบ่งครึ่งต่อครึ่ง
ขอเพียงมีเย่หนานคอยหนุนหลัง พวกเขาก็กล้าบุกไปแย่งชิงโดยไม่ต้องเกรงกลัวหน้าอินทร์หน้าพรหม ต่อให้ต้องแบ่งเก้าส่วนเหลือส่วนเดียว พวกเขาก็ยินดี
มีเพียงอวี๋ชิงที่ยืนยิ้มเจื่อนๆ เบื้องหน้าคือทะเลลาวา เขาเหาะไม่ได้ ขืนตกลงไปก็มีแต่ตายกับตาย
ส่วนเย่หนานนั้น แม้จะไม่กลัวความร้อนของลาวา แต่เขาก็เหาะไม่ได้เช่นกัน และหากเสื้อผ้าไหม้จนหมดคงเป็นภาพที่น่าอับอายพิลึก เขาจึงเลือกที่จะยืนดูอยู่เฉยๆ ดีกว่า