ระบบเช็กอินรับศิษย์ ปลดล็อกสกิลเทพ - บทที่ 161 เคล็ดวิชาระดับนภา
เมื่อชายหนุ่มรู้ว่าคนบนเรือเป็นคนของสำนักเหมียวอิน เขาก็ไม่ได้คิดอะไรมาก
สำหรับเขา โอสถรักษาอาการบาดเจ็บของสำนักเหมียวอินแม้จะดี แต่ก็คงไม่ได้ล้ำค่าอะไรนัก ยิ่งเห็นท่าทีสบาย ๆ ของเย่หนาน เขาก็ยิ่งไม่ติดใจสงสัย
ผิดกับเหมียวฉางอันและคนอื่น ๆ ที่จ้องมองด้วยความอิจฉาตาร้อน
ของที่เย่หนานมอบให้ มีหรือจะเป็นของธรรมดา
และก็เป็นดังคาด เพียงไม่กี่อึดใจหลังจากชายหนุ่มกลืนโอสถลงไป ความเปลี่ยนแปลงก็บังเกิด
ฟู่
ไอสีขาวพวยพุ่งออกมาจากร่างของชายหนุ่ม
บาดแผลฉกรรจ์ตามร่างกายสมานตัวเข้าหากันด้วยความเร็วที่ตาเปล่ามองเห็น
เพียงไม่กี่ลมหายใจ ร่างกายของเขาก็กลับมาสมบูรณ์แข็งแรงดังเดิม ราวกับไม่เคยได้รับบาดเจ็บมาก่อน
นั่นมันโอสถเทวดาอะไรกันเหมียวอินหลุดปากอุทานออกมาด้วยความตกใจ
เหมียวฉางอันและเหมียวฉานเองก็อึ้งจนตาค้าง
พวกนางรู้ดีว่าเย่หนานมีของดีเยอะ แต่ไม่คิดว่าแม้แต่ยารักษาอาการบาดเจ็บจะมีสรรพคุณน่าอัศจรรย์ถึงเพียงนี้
หากพวกนางมีโอสถเช่นนี้ติดตัวสักเม็ด ก็เท่ากับมีชีวิตสำรองเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งชีวิต
นี่มัน…ชายหนุ่มลูบคลำร่างกายตนเองด้วยความไม่อยากเชื่อ
นอกจากบาดแผลจะหายสนิทแล้ว เขายังรู้สึกว่าร่างกายแข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิมเสียอีก
ขอบพระคุณท่านผู้อาวุโส!ชายหนุ่มทรุดตัวลงโขกศีรษะให้เย่หนานทันทีอย่างไม่ลังเล
เอ็งยังไม่ได้ตอบคำถามข้าเลย ว่าทำไมพวกมันถึงไล่ฆ่าเอ็งเย่หนานทวงคำตอบ
ส่วนเรื่องการโขกศีรษะขอบคุณนั้น เขาก็รับไว้ด้วยความยินดี
เรียนท่านผู้อาวุโส… พวกมันต้องการสิ่งนี้ขอรับคราวนี้ชายหนุ่มไม่ลังเลอีกต่อไป เขาล้วงม้วนคัมภีร์เก่าแก่ออกมาจากอกเสื้อ
ก่อนหน้านี้เขายังระแวงเย่หนานอยู่บ้าง แต่เมื่อเห็นเย่หนานมอบโอสถล้ำค่าให้โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน เขาก็มั่นใจแล้วว่าคนกลุ่มนี้ไม่ใช่คนเลว
ในสายตาของชายหนุ่ม โอสถที่รักษาคนใกล้ตายให้หายปลิดทิ้งได้ในพริบตา ต้องเป็นของวิเศษระดับตำนาน
เขาเชื่อว่าสิ่งนี้ต้องมีค่ามหาศาลสำหรับเย่หนาน แต่เย่หนานกลับยอมสละให้คนแปลกหน้าอย่างเขา
วินาทีนี้ เย่หนานในสายตาของเขาเปรียบเสมือนพระโพธิสัตว์ผู้เสียสละ
เมื่อเย่หนานดีกับเขาขนาดนี้ เขาก็ไม่ควรปิดบัง
อีกอย่าง ด้วยระดับพลังของเขา หากพวกเย่หนานคิดจะแย่งชิง เขาก็คงไม่มีปัญญาขัดขืนอยู่แล้ว
นี่มันอะไรเย่หนานรับม้วนคัมภีร์มาด้วยความสนใจ
ดูเหมือนจะเป็นเคล็ดวิชาบางอย่างนะเจ้าคะเหมียวอินและคนอื่น ๆ ชะโงกหน้าเข้ามาดูด้วยความอยากรู้
ถูกต้องขอรับ นี่คือเคล็ดวิชา… ระดับนภา! สามคนเมื่อครู่คือสามพี่น้องโจรป่าที่มีชื่อเสียงฉาวโฉ่ในแถบนี้ พวกมันฆ่าล้างตระกูลข้าเพื่อแย่งชิงสิ่งนี้ชายหนุ่มเล่าด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ใบหน้าฉายแววเจ็บปวด
เคล็ดวิชาระดับนภาได้ยินเช่นนั้น เหมียวฉางอันและคนอื่น ๆ ตาโตเท่าไข่ห่าน
เพื่อความปลอดภัย เหมียวฉางอันรีบสะบัดมือสร้างม่านพลังป้องกันเสียงครอบคลุมเรือเหาะทั้งลำทันที
เคล็ดวิชาระดับนภา คือสมบัติล้ำค่าที่ผู้ฝึกตนทุกคนต่างหมายปอง ถึงขั้นยอมแลกด้วยชีวิต
แม้แต่สำนักเหมียวอินเอง ก็ยังไม่มีเคล็ดวิชาระดับนภาไว้ในครอบครอง
เหมียวฉางอันเองก็ฝึกฝนเพียงเคล็ดวิชาระดับเก้า ซึ่งถือว่าเป็นระดับสูงสุดที่ต่ำกว่าระดับนภาเพียงขั้นเดียว
แต่ความห่างชั้นของหนึ่งขั้นนี้ เปรียบเสมือนหุบเหวที่กว้างใหญ่ไพศาล
สมบัติระดับนภาเพียงชิ้นเดียวที่สำนักเหมียวอินมี คือกระบี่ชิงเฟิง
ซึ่งบัดนี้ได้กลายเป็นเศษเหล็กไปแล้วด้วยน้ำมือของเย่หนาน
แม้จะเสียดาย แต่เหมียวฉางอันก็ไม่กล้าปริปากบ่น
ทว่าปฏิกิริยาของเย่หนานกลับตรงกันข้ามกับคนอื่นอย่างสิ้นเชิง
โธ่เอ๊ย… นึกว่าอะไร ที่แท้ก็แค่นี้เองรึเย่หนานทำหน้าเซ็ง ๆ โยนคัมภีร์กลับคืนให้ชายหนุ่ม แล้วเดินกลับไปนอนเอกเขนกที่เก้าอี้ตามเดิม
เคล็ดวิชา เขาไม่เคยขาดแคลนของพรรค์นี้
เห็นท่าทีไม่ยี่หระของเย่หนาน ชายหนุ่มถึงกับอึ้ง
แต่สำหรับเหมียวฉางอันและคนอื่น ๆ กลับเข้าใจได้ไม่ยาก
คนที่สามารถทำลายศาสตราวุธระดับนภาได้ด้วยมือเปล่า จะมาสนใจเคล็ดวิชาระดับนภาไปทำไม
ท่านผู้อาวุโส นี่คือเคล็ดวิชาระดับนภานะขอรับชายหนุ่มเดินตามไปย้ำกับเย่หนานอีกครั้ง ด้วยความงุนงง
เออ ข้ารู้แล้ว แล้วไงเย่หนานขมวดคิ้วถามกลับ
มันคือระดับนภา! ระดับนภาเลยนะขอรับ!ชายหนุ่มยังคงไม่ละความพยายาม ตะโกนย้ำเสียงดังกลัวเย่หนานจะได้ยินไม่ชัด
โอ๊ย! รู้แล้วน่า! แค่ระดับนภาเอง จะตะโกนหาพระแสงอะไร หนวกหูจริงเย่หนานเอานิ้วแคะหูทำหน้าเบื่อหน่าย
ได้ยินคำตอบที่ชัดเจน ชายหนุ่มยืนแข็งทื่อเป็นหิน
สมบัติที่ตระกูลของเขาต้องแลกด้วยชีวิตเพื่อปกป้อง ในสายตาของเย่หนานกลับมีค่าเท่ากับขยะ
จริงสิ… ท่านผู้อาวุโสยอมสละโอสถล้ำค่าขนาดนั้นให้คนแปลกหน้า เคล็ดวิชาระดับนภาคงไม่ได้สลักสำคัญอะไรสำหรับท่านจริง ๆชายหนุ่มพยายามทำใจยอมรับความจริง
เขาเริ่มมองเย่หนานว่าเป็นยอดคนผู้ละทางโลก มองข้ามลาภยศสรรเสริญ และไม่สนใจการแก่งแย่งชิงดี
ดูจากระดับพลังที่เป็นเพียงกลั่นลมปราณของเย่หนาน ก็ยิ่งตอกย้ำความคิดนี้
ด้วยทรัพยากรและบารมีระดับนี้ หากเย่หนานต้องการฝึกฝนจริง ๆ ป่านนี้คงไปไกลลิบแล้ว
นั่นแสดงว่าเย่หนานเลือกที่จะใช้ชีวิตเรียบง่ายเยี่ยงปุถุชน ไม่ยุ่งเกี่ยวกับความวุ่นวายในโลกผู้ฝึกตน
ความคิดนี้ทำให้ชายหนุ่มรู้สึกอิจฉาเล็ก ๆ
ถ้าข้าเกิดมาในครอบครัวธรรมดา เป็นเพียงคนธรรมดา ก็คงจะดีไม่น้อยชายหนุ่มถอนหายใจในใจ
ท่านเจ้าสำนักเหมียว ข้าขอมอบเคล็ดวิชานี้ให้ท่านขอรับ หากอยู่ที่ข้า มันก็เป็นเพียงเผือกร้อนที่รังแต่จะนำภัยมาให้ หากอยู่ในมือท่าน มันถึงจะแสดงคุณค่าที่แท้จริงได้ชายหนุ่มตัดสินใจยื่นคัมภีร์ให้เหมียวฉางอัน
เห็นคัมภีร์ล้ำค่าอยู่ตรงหน้า เหมียวฉางอันและคนอื่น ๆ หัวใจเต้นแรง
แต่ไม่มีใครกล้ายื่นมือออกไปรับ ทุกคนต่างหันไปมองเย่หนานอย่างเกรงใจ
เย่หนานไม่เอา ก็ไม่ได้หมายความว่าพวกนางจะไม่อยากได้
มองหน้าข้าทำไม อยากได้ก็เอาไปสิ อยู่กับเจ้านั่นก็มีแต่จะพาซวยเปล่า ๆเย่หนานรู้ทันความคิดของพวกนาง
ขอบพระคุณท่านผู้อาวุโสเจ้าค่ะเหมียวฉางอันยิ้มกว้างด้วยความดีใจ
นางหันกลับมาหาชายหนุ่มเจ้าปรารถนาสิ่งใดเป็นการแลกเปลี่ยน บอกมาได้เลย แต่ข้าขอบอกไว้ก่อนว่า ของที่ข้าให้ได้ อาจเทียบไม่ได้กับมูลค่าของคัมภีร์เล่มนี้
ตุ้บ!
ชายหนุ่มคุกเข่าลงกับพื้นทันที
การกระทำของเขาสร้างความแปลกใจให้ทุกคน
ยกเว้นเย่หนานที่นอนยิ้มมุมปากอย่างรู้ทัน
เจ้าทำอะไรเหมียวฉางอันถาม
ท่านเจ้าสำนัก ข้ามีคำขอสองประการ หวังว่าท่านจะเมตตาชายหนุ่มกล่าว
ได้ หากไม่เกินความสามารถ ข้ายินดีช่วยเหมียวฉางอันรับปาก
ข้อแรก ข้าขอให้ท่านช่วยล้างแค้นให้ครอบครัวข้า สังหารไอ้โจรชั่วสามคนนั้น… และข้อสอง… ข้าขอฝากตัวเป็นศิษย์สำนักเหมียวอินขอรับพูดจบเขาก็โขกศีรษะอย่างแรง
เขารู้ดีว่าข้อแรกนั้นไม่ยาก แต่ข้อสองนี่สิที่เป็นปัญหา
เพราะใคร ๆ ก็รู้ว่าสำนักเหมียวอินรับแต่ศิษย์สตรี
ข้อแรกข้ารับปาก แต่ข้อสอง…เหมียวฉางอันเริ่มลังเลตามคาด
กฎมีไว้ให้แหก... เอ้ย! กฎตายตัว แต่คนเป็นสิ่งมีชีวิต กฎระเบียบย่อมเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสมเย่หนานพูดแทรกขึ้นมาเมื่อเห็นเหมียวฉางอันทำท่าลำบากใจ