ระบบเช็กอินรับศิษย์ ปลดล็อกสกิลเทพ - บทที่ 147 มุ่งหน้าสู่สำนักเหมียวอิน
เห็นอาจารย์ของตนจับตัวไว้แน่นหนาขนาดนี้ ชางเนี่ยนก็ได้แต่ส่ายหน้าอย่างอับจนปัญญา
ไม่แคล้วจะลากข้าไปโดนยำด้วยกันสินะชางเนี่ยนบ่นอุบอิบในใจ
แต่ทำอย่างไรได้ ในเมื่อลงเรือลำเดียวกันแล้ว ก็ต้องกัดฟันเดินหน้าต่อไปให้สุดทาง
สำหรับผู้ฝึกตนระดับเทพปฐพีระยะทางพันลี้ใช้เวลาเพียงไม่กี่ชั่วยามก็ถึงที่หมาย
แต่สำหรับคณะเดินทางของเย่หนานที่นั่งรถม้านั้น ยังคงโยกเยกโคลงเคลงไปตามทางอย่างเชื่องช้า
เฮ้อ! ช้าขนาดนี้ เมื่อไหร่จะถึงกันเนี่ยเย่หนานมองออกไปนอกหน้าต่างเห็นแต่ป่าเขาลำเนาไพร เริ่มรู้สึกเบื่อหน่ายขึ้นมาตะหงิด ๆ
ได้ยินเสียงบ่นของเย่หนาน เหมียวชิงอีก็แอบหลบตาด้วยความรู้สึกผิดเล็ก ๆ แต่ก็ไม่ได้เอ่ยปากบอกความจริง
นางไม่กล้าบอกเย่หนานว่า หลายชั่วยามก่อน นางได้ลอบส่งข่าวกลับไปที่สำนักแล้ว และตอนนี้คนของสำนักกำลังเดินทางมารับ
เรื่องนี้นางปิดบังแม้กระทั่งเหมียวอิน
พวกเจ้าหิวกันหรือยัง ให้ข้าจับปลามาย่างกินกันไหมเย่หนานมองเห็นแม่น้ำสายหนึ่งข้างทางก็นึกเปรี้ยวปาก
ดีเลยเจ้าค่ะ! ข้ากำลังหิวอยู่พอดีเหมียวอินตาเป็นประกายทันทีที่ได้ยิน
หลังจากได้ร่วมเดินทางกันมาระยะหนึ่ง พวกนางเริ่มคุ้นเคยกับนิสัยของเย่หนานมากขึ้น ความเกร็งจึงลดน้อยลง กลายเป็นความสนิทสนมเป็นกันเอง
เหมียวชิงอีแอบส่ายหน้าในใจ
พวกนางบรรลุขอบเขตการบำเพ็ญเพียรระดับสูงกันแล้ว ความหิวโหยแบบปุถุชนแทบจะไม่เกิดขึ้น
แต่ฝีมือการทำอาหารของเย่หนานนั้นเป็นข้อยกเว้น รสชาติอันเลิศรสช่วยเติมเต็มความสุขทางใจได้ไม่น้อย
งั้นตกลงตามนี้ ข้าขอเวลาจับปลาแป๊บเดียวทันทีที่รถม้าจอดสนิท เย่หนานก็กระโดดลงไปอย่างรวดเร็ว
เขาเดินตรงไปที่ริมแม่น้ำ ถลกแขนเสื้อและขากางเกงขึ้น แล้วลุยน้ำลงไปจับปลาด้วยมือเปล่า
โชคดีที่น้ำไม่ลึก เย่หนานมองเห็นฝูงปลาว่ายวนเวียนอยู่มากมาย ก็อดทึ่งไม่ได้สมกับเป็นโลกผู้บำเพ็ญเพียร ปลาเยอะขนาดนี้กลับไม่มีใครจับไปกิน
เห็นเย่หนานทำตัวเหมือนชาวบ้านธรรมดา ไล่ตะครุบปลาในน้ำอย่างทุลักทุเล เหมียวอินและเหมียวชิงอีต่างมองหน้ากันด้วยความงุนงง
ท่านผู้อาวุโส ให้ข้าช่วยไหมเจ้าคะเหมียวอินเสนอตัว นางขยับนิ้วเตรียมจะใช้วิชาอาคมดึงปลาขึ้นจากน้ำ
หยุด ๆ ๆ อย่าเชียวนะเย่หนานรีบห้ามการจับปลา มันต้องลงมือจับด้วยตัวเองสิถึงจะอร่อย ถ้าใช้วิชาจับขึ้นมา มันจะไปสนุกอะไร รสชาติก็สู้ไม่ได้หรอก
ได้ยินเช่นนั้น สองสาวถึงกับบางอ้อ
สมกับเป็นท่านผู้อาวุโส ไม่ว่าจะทำสิ่งใดล้วนแฝงปรัชญาแห่งการคืนสู่สามัญ หรือนี่จะเป็นวิถีแห่งยอดคนเหมียวอินอดไม่ได้ที่จะรู้สึกเลื่อมใสศรัทธา
เหมียวชิงอีเองก็นัยน์ตาเป็นประกาย ราวกับกำลังตกตะกอนความคิดจากคำพูดของเย่หนาน
เมื่อเย่หนานยืนกรานเช่นนั้น เหมียวอินจึงตัดสินใจทำตามอย่างว่าง่าย นางถลกแขนเสื้อขึ้นแล้วลุยน้ำลงไปช่วยจับปลาด้วยอีกแรง
เห็นทั้งสองคนสนุกสนานกันใหญ่ เหมียวชิงอีลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจถอดมาดผู้อาวุโส ลงน้ำไปร่วมวงด้วย
ปลาพวกนี้ลื่นชะมัด จับยากจังเลยเจ้าค่ะเหมียวอินบ่นอุบ แต่ใบหน้ากลับเปื้อนไปด้วยรอยยิ้มสดใส
ตั้งแต่เกิดมา นางไม่เคยสัมผัสชีวิตแบบนี้มาก่อน ชีวิตคุณหนูตระกูลใหญ่มีแต่คนคอยปรนนิบัติพัดวี
เหมียวชิงอีเองก็รู้สึกสนุกไม่แพ้กัน ปกตินางเอาแต่หมกมุ่นอยู่กับการบำเพ็ญเพียร ไม่เคยปล่อยตัวตามสบายเช่นนี้
ความรู้สึกผ่อนคลายในวันนี้ ช่างแปลกใหม่และน่าประทับใจยิ่งนัก
ในขณะที่ทั้งสามกำลังเพลิดเพลินกับการจับปลา
เสียงร้องก้องกังวานของวิหคยักษ์ก็ดังสะท้านฟ้าสะเทือนดิน
กร๊าซซซ!
เพียงพริบตา วิหคยักษ์ตัวมหึมาก็โฉบลงมาหยุดนิ่งอยู่เหนือแม่น้ำ
แรงลมจากการกระพือปีกอันทรงพลัง ก่อให้เกิดพายุขนาดย่อมพัดพากิ่งไม้ใบหญ้าปลิวว่อน
เปรี๊ยะ!
ต้นไม้ใหญ่บางต้นทนแรงลมไม่ไหวถึงกับหักโค่นลงมา
เย่หนานและสองสาวเงยหน้าขึ้นมองผู้มาเยือน
เมื่อเห็นร่างที่ยืนอยู่บนหลังวิหคยักษ์ สีหน้าของเหมียวอินก็เปลี่ยนไปทันที
ผู้อาวุโสชิงอี… ท่านเป็นคนแจ้งทางสำนักใช่ไหมเหมียวอินฉลาดพอที่จะปะติดปะต่อเรื่องราวได้ทันที นางหันไปถามเหมียวชิงอีด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ
คุณหนู… ข้า…เหมียวชิงอีก้มหน้างุด พูดไม่ออก
เห็นท่าทีอึกอักของอีกฝ่าย เหมียวอินก็ได้แต่ถอนหายใจ
นางอุตส่าห์วางแผนจะค่อย ๆ อธิบายเรื่องราวให้ทางสำนักเข้าใจเมื่อไปถึง
แต่เหมียวชิงอีกลับชิงตัดหน้าส่งข่าวไปก่อนเสียแล้ว
ฝ่ายผู้อาวุโสใหญ่แห่งสำนักเหมียวอินเหมียวฉานมองลงมาเห็นสภาพเปียกปอนมอมแมมของเหมียวอินและพรรคพวกที่กำลังจับปลาอยู่ในแม่น้ำ ก็ถึงกับผงะไป
เหมียวอิน… เจ้ากำลังทำบ้าอะไรอยู่เหมียวฉานถามเสียงเขียว
ท่านผู้อาวุโสใหญ่เหมียวฉาน… ท่านมาทำอะไรที่นี่หรือเจ้าคะเหมียวอินแสร้งทำเป็นไม่รู้เรื่อง
เฮ้อ! ถ้าข้าไม่มา ก็คงไม่รู้ว่าเจ้าเหลวไหลได้ถึงเพียงนี้ การบำเพ็ญเพียรทิ้งขว้างไปหมดแล้วหรือไรน้ำเสียงของเหมียวฉานแม้จะดุ แต่แววตาก็แฝงความเอ็นดู
โธ่… ข้าก็แค่กลับมาเยี่ยมบ้าน แล้วก็แวะเที่ยวเล่นนิดหน่อยเองเหมียวอินแก้ตัวน้ำขุ่นๆ
เหมียวฉานคร้านจะต่อล้อต่อเถียง นางเบนสายตาไปที่เย่หนานซึ่งกำลังยืนจ้องหน้านางอยู่เช่นกัน
เจ้าหรือคือเย่หนานที่ชิงอีพูดถึงเหมียวฉานขมวดคิ้วมุ่นถามเย่หนาน
ยิ่งพินิจพิเคราะห์ คิ้วของนางก็ยิ่งขมวดแน่นขึ้น
เพราะไม่ว่าจะดูอย่างไร เย่หนานก็เป็นเพียงผู้ฝึกตนขอบเขตกลั่นลมปราณชัด ๆ จะไปมีปัญญาฆ่าผู้ฝึกตนระดับเทพปฐพีได้อย่างไร
หรือว่าชิงอีจะโกหกนาง แต่คนอย่างชิงอีไม่น่าจะกล้าทำเช่นนั้น
ข้าเอง มีอะไรหรือเปล่าเย่หนานตอบกลับอย่างไม่ยี่หระ
เห็นเหมียวฉานขมวดคิ้ว เหมียวอินใจหายวาบ ลางสังหรณ์ร้ายเริ่มทำงาน
ได้ยินว่าเจ้าสังหารผู้ฝึกตนระดับเทพปฐพีได้ เป็นความจริงรึเหมียวฉานถามลองเชิง มุมปากยกยิ้มหยัน
จริง แล้วจะทำไมเย่หนานตอบสั้น ๆ ห้วน ๆ
ดี! งั้นลองรับมือข้าสักกระบวนท่าเป็นไร ข้าไม่ขอให้เจ้าเอาชนะข้าได้หรอกนะ แค่ทนแรงกดดันของข้าให้ได้ก็พอ ตกลงไหมเหมียวฉานยังคงรักษารอยยิ้มเย็น
ทำไมข้าต้องรับมือเจ้าด้วย แล้วทำไมข้าต้องทนแรงกดดันบ้าบออะไรนั่นของเจ้า ประสาท!เย่หนานทำหน้าเบื่อหน่าย ก่อนจะก้มหน้าก้มตาจับปลาต่ออย่างไม่สนใจไยดี สำหรับเขาแล้ว การกินสำคัญกว่าการมาเสวนากับคนพาล
ท่าทีเมินเฉยของเย่หนานทำให้เหมียวอินและเหมียวชิงอีหน้าซีดเผือด
ส่วนเหมียวฉานนั้น รอยยิ้มบนใบหน้าจางหายไปทันที แทนที่ด้วยความเย็นชา
เหมียวอิน เจ้าไปรู้จักมักจี่กับคนพรรค์นี้ได้อย่างไร โชคดีนะที่เป็นข้ามา หากเป็นคนอื่น เจ้าหมอนี่คงหัวหลุดจากบ่าไปนานแล้วเหมียวฉานหันไปตำหนิเหมียวอิน
ในสายตาของเหมียวฉาน เย่หนานไม่เพียงแต่มีระดับพลังต่ำเตี้ยเรี่ยดิน แต่ยังไร้มารยาทสิ้นดี
ที่น่าโมโหที่สุด คือมันกล้าหลอกลวงคุณหนูแห่งสำนักเหมียวอินให้หลงเชื่อหัวปักหัวปำ
เหมียวอินหน้าเสีย นางรู้ดีว่าสิ่งที่เหมียวฉานพูดนั้นมีส่วนจริง
หากเป็นผู้อาวุโสคนอื่น โดยเฉพาะผู้อาวุโสรองที่เกลียดผู้ชายเข้าไส้ เย่หนานคงถูกสังหารทิ้งทันทีที่พบหน้า
ในบรรดาผู้อาวุโสทั้งหมด มีเพียงผู้อาวุโสใหญ่เหมียวฉานเท่านั้นที่พอจะคุยด้วยเหตุผลได้บ้าง
ท่านผู้อาวุโสใหญ่ ท่านผู้อาวุโสเย่ไม่ได้มีเจตนาลบหลู่ท่านนะเจ้าคะ โปรดอย่าได้ถือสาหาความเลยเจ้าค่ะเหมียวอินรีบแก้ต่าง
เฮ้อ! ช่างเถอะ เห็นแก่หน้าเจ้า ข้าจะไม่ถือสาหาความมัน… พวกเจ้าสองคน รีบตามข้ากลับสำนักเดี๋ยวนี้!เหมียวฉานถอนหายใจ สั่งเสียงเฉียบขาด
ข้าขอพาท่านผู้อาวุโสเย่กลับไปด้วยได้ไหมเจ้าคะเหมียวอินยังคงไม่ยอมแพ้
เหลวไหล! สำนักเหมียวอินเป็นสถานที่เช่นไร เจ้าลืมไปแล้วหรือ ต่อให้ข้าไม่ลงมือกับมัน แต่พามันกลับไปแล้วจะเกิดอะไรขึ้น เจ้าไม่รู้หรือไงเหมียวฉานตวาดลั่น
ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ ข้าจะไปอธิบายกับท่านเจ้าสำนักเอง เรื่องอื่นเดี๋ยวข้าจัดการเองเจ้าค่ะเหมียวอินยืนยันเสียงแข็ง
นางรับปากเย่หนานไว้แล้ว จะให้ผิดคำพูดได้อย่างไร
เย่หนานแม้จะง่วนอยู่กับการจับปลา แต่หูก็ผึ่งรับฟังทุกถ้อยคำ
แม่หนูนี่ใจเด็ดใช้ได้แฮะเย่หนานนึกชมในใจ
เฮ้อ! เอาเถอะ ข้าเถียงสู้เจ้าไม่ได้ กลับไปถึงสำนักแล้วเจ้าก็ไปแก้ต่างเอาเองแล้วกัน ข้าไม่ช่วยเจ้าหรอกนะเหมียวฉานยอมแพ้ในความดื้อรั้นของเหมียวอิน
ขอบพระคุณท่านผู้อาวุโสใหญ่เจ้าค่ะ!เหมียวอินยิ้มกว้างด้วยความดีใจ
ท่านผู้อาวุโสเย่ ไปกันเถอะเจ้าค่ะ กลับไปถึงสำนักแล้ว ข้าจะพาไปกินของอร่อยในเมืองข้าง ๆ มีปลาหลากหลายชนิดให้ท่านเลือกเลยเจ้าค่ะเหมียวอินรีบวิ่งไปชวนเย่หนาน
ตกลง! ไหน ๆ ก็จับได้หลายตัวแล้ว ไปกันเลยก็ดีเย่หนานตอบรับอย่างง่ายดาย
ว่าแล้วเขาก็ดึงหญ้าแถวนั้นมาร้อยปลาที่จับได้เป็นพวง ห้อยต่องแต่งไว้ที่เอวอย่างสบายอารมณ์