ระบบเช็กอินรับศิษย์ ปลดล็อกสกิลเทพ - บทที่ 135 ฮ่า ๆ ๆ ที่แท้เจ้าก็เหาะไม่ได้นี่เอง
ย้าก!
อาศัยจังหวะที่เย่หนานเผลอ บรรพชนตระกูลเซวียรีบเค้นพลังเฮือกสุดท้ายดิ้นหลุดจากเงื้อมมือมาร แล้วถอยกรูดไปตั้งหลักทันที
เมื่อเห็นว่าการโจมตีอันรุนแรงเมื่อครู่ไม่อาจสร้างริ้วรอยให้เย่หนานได้ บรรพชนตระกูลหงและตระกูลต่งก็รีบถอยฉากออกมาเช่นกัน
การต่อสู้หยุดชะงักลงชั่วคราว ฝุ่นควันที่ตลบอบอวลเริ่มจางหาย เผยให้เห็นสภาพสนามรบชัดเจนแก่สายตาของทุกคน
ภาพที่ปรากฏทำเอาทุกคนสูดหายใจเข้าลึกด้วยความหนาวเหน็บ โดยเฉพาะอาวุธวิเศษที่บิดเบี้ยวผิดรูปและสภาพอันน่าเวทนาของบรรพชนตระกูลเซวีย
ผิดกับเย่หนานที่ยืนนิ่งราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ชายหนุ่มเพียงยกมือขึ้นคลำศีรษะด้านหลังป้อย ๆ
โอ๊ย! หัวแตกหรือเปล่าเนี่ยเย่หนานลูบหัวตัวเองไปมา พลางพยายามเอี้ยวตัวไปสำรวจแผ่นหลังที่เพิ่งโดนทวนแทงใส่
เห็นท่าทางเช่นนั้นของเย่หนาน ทุกคนต่างพากันพูดไม่ออก
โดยเฉพาะสามบรรพชนผู้เฒ่าที่จิตใจกำลังสั่นไหวอย่างรุนแรง
อาวุธที่พวกเขาใช้ล้วนเป็นสมบัติวิเศษระดับสูงเกือบถึงขั้นระดับนภาทั้งสิ้น แต่กลับไม่อาจระคายผิวหนัง หรือแม้แต่กะโหลกศีรษะของคนผู้นี้ได้เลย
หัวของมันทำด้วยอะไรกันแน่ นี่ใช่หัวคนจริง ๆ หรือ
หลังสำรวจตัวเองจนแน่ใจว่าปลอดภัยไร้รอยขีดข่วน เย่หนานถึงถอนหายใจด้วยความโล่งอก เขาเองก็แอบกลัวอยู่เหมือนกันว่าจะบาดเจ็บ
พวกเจ้ายังกล้าลอบกัดอีกรึเย่หนานหันขวับไปจ้องสามผู้เฒ่าด้วยสีหน้าโกรธเกรี้ยว
ฮึ่ม! ลุยพร้อมกัน!ทั้งสามไม่ตอบคำ แต่กลับพุ่งเข้าใส่พร้อมกันอีกครั้ง
คราวนี้ไม่มีใครออมมือ ต่างงัดพลังไม้ตายก้นหีบออกมาหมายสังหารเย่หนานในคราเดียว
หึ!เย่หนานแค่นเสียงเย้ยหยัน
เขากวาดมือไปด้านหลัง กระชากเสาหินขนาดมหึมาออกมาจากซากปรักหักพังของตำหนัก แล้วเหวี่ยงฟาดใส่ทั้งสามคนอย่างบ้าคลั่ง
ปัง!
สี่ขุมพลังปะทะกันสนั่นหวั่นไหว เสาหินในมือเย่หนานแหลกละเอียดเป็นผุยผง
ฮ่า! ไม้ผุ ๆ หรือจะมาเทียบชั้นกับสมบัติวิเศษของพวกข้าได้บรรพชนตระกูลต่งเยาะเย้ย
ตูม! เสาหินยักษ์ระเบิดกระจายกลายเป็นฝุ่น
เห็นศัตรูทั้งสามพุ่งฝ่าม่านฝุ่นเข้ามาด้วยความเร็วไม่ตก เย่หนานไม่ได้แสดงท่าทีตื่นตระหนก เพียงแค่ถลกแขนเสื้อข้างซ้ายขึ้นสูงกว่าเดิม
เห็นท่าทางแปลกประหลาดของเย่หนาน ทั้งสามชะงักไปเล็กน้อย
แต่ก็ไม่ได้ใส่ใจมากนัก การโจมตีประสานของยอดฝีมือขอบเขตเทพปฐพีสามคน ใครหน้าไหนจะต้านทานได้
ต่อให้หัวแข็งแค่ไหน ก็อย่าหวังว่าจะรอดไปได้โดยไม่เจ็บตัว
หัตถ์เทวะทองคำ ไป!เย่หนานตะโกนก้อง แขนขวาพลันเปล่งแสงสีทองอร่าม
จากนั้นเขาก็ตบออกไปเต็มแรง
เพล้ง!
ฝ่ามือทองคำปะทะเข้ากับอาวุธวิเศษของทั้งสาม
ไม่มีการหยุดชะงักแม้แต่น้อย อาวุธวิเศษทั้งสามชิ้นระเบิดแตกกระจายไปตาม ๆ กัน
ยังไม่ทันที่พวกมันจะทันได้ตกตะลึง
ฝ่ามือทองคำของเย่หนานก็ฟาดเข้าใส่ใบหน้าของพวกมันเต็มเปา
เพียะ! เพียะ! เพียะ!
เสียงตบฉาดใหญ่ดังสนั่นติดต่อกันสามครั้ง ร่างของสามบรรพชนผู้ยิ่งใหญ่ปลิวละลิ่วกระเด็นไปคนละทิศละทาง
ท่ามกลางอากาศธาตุ ยังพอจะมองเห็นเศษฟันที่ร่วงกราวลงมา
ภาพเหตุการณ์นี้ทำเอาผู้ชมนับร้อยตกตะลึงจนตาค้าง
โดยเฉพาะแขนขวาที่ส่องแสงสีทองนั้น ทุกคนต่างใบ้กิน พูดไม่ออก
เย่หนานผู้นี้ช่างประหลาดเหลือเกิน ระดับพลังแค่กลั่นลมปราณแต่ร่างกายกลับแข็งแกร่งยิ่งกว่าสมบัติวิเศษ แถมยังมีแขนทองคำที่เปล่งรัศมีน่าเกรงขาม
ทุกอย่างในตัวเขาดูขัดแย้งและลึกลับจนน่าขนลุก
บัดซบ! เจ้านี่มันตัวอะไรกันแน่สามบรรพชนผู้เฒ่าค่อย ๆ พยุงร่างลุกขึ้นมาด้วยความยากลำบาก
ใบหน้าของแต่ละคนบวมปูดจนผิดรูป
เอาล่ะ ข้าขี้เกียจเล่นกับพวกเจ้าแล้ว ถ้าพวกเจ้ารับกระบวนท่านี้ของข้าได้ ข้าจะปล่อยพวกเจ้าไป ตกลงไหมเย่หนานประกาศก้อง
ได้ยินเช่นนั้น ลางสังหรณ์ร้ายก็ผุดขึ้นในใจของทุกคน
เอ่อ… แม่นางเหมียวอิน พวกเจ้าช่วยถอยไปไกล ๆ หน่อยได้ไหม ข้าเพิ่งเคยลองใช้วิชานี้ครั้งแรก กลัวจะคุมไม่อยู่ เดี๋ยวพวกเจ้าจะโดนลูกหลงไปด้วยเย่หนานหันไปบอกเหมียวอิน
ทราบแล้วเจ้าค่ะ ท่านผู้อาวุโส พวกเราจะรีบถอยเดี๋ยวนี้เหมียวอินและเหมียวชิงอีที่เคยเห็นอานุภาพของเย่หนานมาแล้ว ไม่รอช้า รีบสั่งการทันที
ทุกคน! ถอยห่างจากที่นี่เดี๋ยวนี้!
ความจริงไม่ต้องรอให้สั่ง ทันทีที่การต่อสู้เริ่มขึ้น ทุกคนก็หนีไปไกลลิบแล้ว
ท่านผู้นำ เราควรถอยด้วยไหมต่งหวายถามต่งหวาง
ถอย! รีบถอยเร็ว!ต่งหวางพยักหน้าเห็นด้วย
ตระกูลอื่น ๆ ก็รีบขับเคลื่อนเรือเหาะถอยห่างออกไปเช่นกัน
เย่หนานไม่สนใจเรือเหาะของศัตรู แต่กวาดตามองคนตระกูลเหมียวเพื่อให้แน่ใจว่าทุกคนอยู่ในระยะปลอดภัย
พวกเราก็ไปเถอะ ข้ารู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดีกับเจ้านี่บรรพชนตระกูลต่งเอ่ยกับสหายทั้งสอง
ตกลง!อีกสองคนพยักหน้าเห็นพ้อง
ฟึ่บ ฟึ่บ ฟึ่บ!
ทั้งสามเหาะเหินขึ้นสู่ท้องฟ้า เตรียมจะหนีเอาตัวรอด
เห็นศัตรูบินหนีขึ้นฟ้าไปต่อหน้าต่อตา
เย่หนานถึงกับยืนงง เขายังไม่ทันได้เอาจริงเลยนะ จะหนีกันดื้อ ๆ แบบนี้เลยเหรอ
พวกเจ้าลงมาเดี๋ยวนี้เลยนะเว้ย!เย่หนานเท้าเอวชี้นิ้วด่ากราดขึ้นไปบนฟ้า
ทั้งสามที่กำลังจะหนีชะงักกึก หันกลับมามองเย่หนานด้วยความงุนงง
ไม่ใช่แค่พวกเขา คนบนเรือเหาะที่ถอยไปไกลแล้วก็ยังหยุดดูด้วยความสงสัย
มันหมายความว่าไง หรือว่ามันบินไม่ได้บรรพชนตระกูลต่งหันไปถามเพื่อน
ไม่รู้สิ ไม่น่าจะเป็นไปได้นะ… ลองทดสอบดูสิบรรพชนตระกูลหงยุยง
ทดสอบยังไงบรรพชนตระกูลต่งยังงง
ฮึ่ย! ชักช้าเสียเวลา ดูข้าเอง!บรรพชนตระกูลเซวียที่อัดอั้นตันใจมานานทนไม่ไหวอีกต่อไป
ไอ้หนู! ไอ้ลูกหมา… ไอ้ชาติชั่ว… บิดาเอ็ง…บรรพชนตระกูลเซวียเปิดฉากด่าทอเย่หนานชุดใหญ่ไฟกระพริบ
หลังจากระบายความแค้นออกมาเป็นคำด่า เขาก็รู้สึกโล่งใจขึ้นเป็นกอง
ได้ยินคำผรุสวาทหยาบคายจากปากผู้เฒ่า ทุกคนถึงกับอึ้งกิมกี่
ไม่น่าเชื่อว่ายอดฝีมือระดับเทพปฐพีผู้ทรงเกียรติ จะถูกเย่หนานบีบคั้นจนสติแตก ด่ากราดเหมือนแม่ค้าปากตลาดเช่นนี้
มีเพียงเย่หนานที่ยืนหน้าเขียวคล้ำอยู่เบื้องล่าง กัดฟันกรอดจนแทบแหลกละเอียด
ข้าถามอีกครั้ง พวกเจ้าจะลงมาดี ๆ หรือไม่เย่หนานจ้องเขม็งไปที่สามผู้เฒ่าบนฟ้า
ฮ่า ๆ ๆ… ที่แท้เจ้าก็เหาะไม่ได้จริง ๆ ด้วย มิน่าเล่า! มิน่าตอนสู้กันเจ้าถึงยืนปักหลักอยู่แต่บนพื้นไม่ขยับไปไหน ฮ่า ๆ ๆ…บรรพชนตระกูลเซวียหัวเราะร่าราวกับค้นพบความลับสุดยอด
แม้แต่เรือเหาะของสามตระกูลใหญ่ที่เตรียมจะหนีก็หยุดชะงัก เปลี่ยนใจไม่หนีแล้ว
ในเมื่อพวกเขาอยู่บนฟ้า ต่อให้เย่หนานเก่งกาจแค่ไหน แต่ถ้าเหาะไม่ได้ แล้วจะทำอะไรพวกเขาได้
แม้จะดูเหลือเชื่อที่ยอดคนผู้ตบเทพปฐพีคว่ำได้กลับบินไม่ได้ ใครเล่าจะเชื่อ
แต่ความจริงก็คือความจริง
เมื่อเป็นเช่นนี้ สถานการณ์ก็เปลี่ยนไป พวกเขาสามารถโจมตีระยะไกลจากบนฟ้า ค่อย ๆ นวดให้เย่หนานตายอย่างช้า ๆ ได้สบาย
สมบัติวิเศษต้องตกเป็นของพวกเขาแน่นอน
ลูกพ่อ… ท่านผู้อาวุโสบินไม่ได้จริง ๆ รึเหมียวสยงถามบุตรสาวด้วยความกังวล
ด… ดูเหมือนจะเป็นเช่นนั้นเจ้าค่ะ ข้าเคยได้ยินท่านเปรย ๆ บนเรือตอนเดินทางมาเหมียวอินเริ่มใจคอไม่ดี
ต่อให้เย่หนานแข็งแกร่งแค่ไหน แต่ถ้าต้องสู้กับศัตรูที่บินได้โดยที่ตนเองอยู่บนพื้น ย่อมเสียเปรียบอย่างมหาศาล
ฮ่า ๆ ๆ… ขำจนท้องแข็งแล้วโว้ย…บรรพชนตระกูลเซวียยังคงหัวเราะเยาะเย้ยไม่หยุด ยั่วยุประสาทเย่หนานอย่างต่อเนื่อง
ชอบหัวเราะนักใช่ไหม ได้… งั้นหัวเราะให้พอก็แล้วกันจู่ ๆ เย่หนานก็สงบนิ่งลง
ท่ามกลางสายตางุนงงของทุกคน เย่หนานค่อย ๆ กางแขนทั้งสองข้างออก
ทันใดนั้น กระแสลมรอบด้านพลันหมุนวนรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ขยายวงกว้างออกไปไม่หยุด
เสื้อคลุมสีขาวของเย่หนานสะบัดพริ้วไหว พลังปราณมหาศาลเริ่มรั่วไหลออกมาจากร่าง
แม้กลิ่นอายที่แผ่ออกมาจะยังคงเป็นเพียงระดับกลั่นลมปราณแต่ปริมาณของมันกลับมหาศาลและบ้าคลั่งจนน่าสะพรึง
แย่แล้ว! รีบหนี!บรรพชนตระกูลต่งสัมผัสได้ถึงอันตราย รีบหันหลังเตรียมบินหนีสุดชีวิต
เย่หนานผู้นี้ลึกลับเกินไป เขาไม่กล้าเสี่ยงอีกแล้ว