ระบบเช็กอินรับศิษย์ ปลดล็อกสกิลเทพ - บทที่ 132 วิกฤตการณ์ตระกูลเหมียว
เมื่อเห็นท่าทีของต่งหวายเช่นนั้น คนตระกูลต่งต่างก็รู้แจ้งถึงเจตนาของผู้อาวุโสใหญ่ในทันที
ปากบอกว่าจะไปทวงคน แต่เนื้อแท้แล้วคือการฉกชิงสมบัติวิเศษ และที่สำคัญคือต้องลงมือตัดหน้าตระกูลอื่นและราชวงศ์ให้จงได้
ท่านผู้นำตระกูล เวลาไม่คอยท่า เราควรเร่งออกเดินทางเดี๋ยวนี้ต่งหวายเห็นทุกคนยังลังเลจึงรีบเอ่ยกระตุ้น
ข้าเกรงว่าตระกูลอื่นคงไม่ยอมปล่อยโอกาสงามนี้หลุดมือไปเช่นกันต่งหวางเอ่ยด้วยสีหน้ากังวล
ข้าถึงได้บอกให้เร่งมืออย่างไรเล่า หากขุมกำลังอื่นคิดอ่านเช่นเดียวกับเราจริง ถึงเวลานั้นค่อยดูสถานการณ์แล้วแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเอาน้ำเสียงของต่งหวายยังคงเจือความร้อนรน
ตกลง ในเมื่อเป็นเช่นนั้น พวกเราออกเดินทาง มุ่งหน้าสู่ตระกูลเหมียว!ต่งหวางเลิกลังเล สั่งการเสียงดังก่อนจะนำขบวนออกไปทันที
ขบวนของตระกูลต่งยกโขยงเหล่าระดับสูงขึ้นเรือเหาะลำยักษ์ มุ่งหน้าสู่เป้าหมายด้วยความฮึกเหิม
ทว่าระยะทางไปยังตระกูลเหมียวนั้นไกลกว่าตระกูลอื่นอยู่พอสมควร
ในขณะเดียวกัน ณ น่านฟ้าเหนือตระกูลเหมียว เย่หนานและคณะก็เดินทางมาถึงอย่างเนิบช้า
โอ้โห คนเยอะขนาดนี้เชียวหรือเย่หนานมองลงไปเห็นลานกว้างเบื้องล่างที่คลาคล่ำไปด้วยผู้คน ก็อดอุทานออกมาไม่ได้
วูบ!
เรือเหาะค่อย ๆ ลดระดับลงจอดเทียบท่า ณ ลานกว้างอย่างนิ่มนวล
พวกข้าขอน้อมรับท่านผู้อาวุโส
ทันทีที่เย่หนานก้าวเท้าลงจากเรือเหาะ ภาพที่ปรากฏแก่สายตาคือคนตระกูลเหมียวที่ยืนเรียงรายประสานมือก้มศีรษะทำความเคารพอย่างพร้อมเพรียง นำโดยชายวัยกลางคนในชุดผ้าไหมหรูหรา รายล้อมด้วยเหล่าระดับสูงของตระกูล ส่วนรอบนอกนั้นเต็มไปด้วยสมาชิกตระกูลเหมียวที่มามุงดูด้วยความอยากรู้อยากเห็น
เจอการต้อนรับที่ยิ่งใหญ่ขนาดนี้ เย่หนานถึงกับชะงักไปครู่หนึ่ง
แต่ไม่นานเขาก็เข้าใจได้ทันทีว่า ก่อนจะมาถึงที่นี่ เหมียวอินคงส่งข่าวเรื่องราวของเขากลับมารายงานตระกูลล่วงหน้าแล้ว จึงได้มีการจัดเตรียมพิธีต้อนรับเช่นนี้
ไม่เป็นไร ๆ พวกเจ้าทำตัวตามสบายเถอะ ข้าไม่ค่อยชอบพิธีรีตองวุ่นวายพวกนี้สักเท่าไหร่เย่หนานกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง ซึ่งนับว่าเป็นเรื่องหาได้ยากยิ่ง
เหมียวอินที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ใจเต้นตุ้ม ๆ ต่อม ๆ ตลอดเวลา นางกลัวเหลือเกินว่าการที่ตนส่งข่าวมาก่อนจะทำให้เย่หนานไม่พอใจ
แต่นึกไม่ถึงว่าเย่หนานจะใจกว้างถึงเพียงนี้ โดยเฉพาะยามที่เขาวางมาดเคร่งขรึม บุคลิกช่างสง่างามราวกับเซียนที่จุติลงมาจากฟากฟ้า มิใช่ปุถุชนเดินดิน
ทว่าประโยคถัดมาของเย่หนาน กลับกระชากทุกคนให้ร่วงหล่นสู่ความเป็นจริง
เอ่อ… ว่าแต่เริ่มกินข้าวได้หรือยังเย่หนานหันไปถามชายวัยกลางคนที่เป็นผู้นำกลุ่ม
ชายผู้นี้คือบิดาของเหมียวอินและเป็นผู้นำตระกูลเหมียว นามว่าเหมียวสยง
เมื่อได้ยินคำถามของเย่หนาน เหมียวสยงรีบตอบรับด้วยความนอบน้อมท่านผู้อาวุโส งานเลี้ยงเตรียมพร้อมเสร็จสรรพแล้วขอรับ รอเพียงท่านมาถึงเท่านั้น
แหม เกรงใจแย่เลยปากบอกเกรงใจ แต่เย่หนานกลับทำตัวสนิทสนม เดินเข้าไปกอดคอเหมียวสยงแล้วพากันเดินเข้าไปยังเรือนรับรองด้านในหน้าตาเฉย
ตระกูลเหมียว… แซ่ของพวกเจ้านี่หาได้ยากนะ ฟังดูเหมือนชื่อที่อิสตรีใช้กันมากกว่าเย่หนานบ่นพึมพำขณะเดิน
ฮะ ๆ… ท่านผู้อาวุโส ชื่อแซ่ก็เป็นเพียงนามสมมติ ในโลกบำเพ็ญเพียรนี้มีแซ่แปลกประหลาดมากมาย แซ่เหมียวของพวกเรานับว่าปกติแล้วขอรับ เพียงแต่บรรพชนใช้แซ่นี้สืบต่อกันมา พวกเราลูกหลานก็ไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้เหมียวสยงอธิบายแก้เก้อ
อืม ก็จริงของเจ้าเย่หนานพยักหน้าเห็นด้วย
ไม่นานนัก เหล่าระดับสูงก็นำพาเย่หนานมาถึงโถงจัดเลี้ยงอันโอ่อ่า
เชิญท่านผู้อาวุโสนั่งที่ประธานขอรับเหมียวสยงผายมือเชื้อเชิญ
ดี ๆ ๆ นั่งด้วยกันสิเย่หนานว่าจบก็ทิ้งตัวลงนั่งดังตุ้บ
เมื่อเห็นเย่หนานนั่งลงแล้ว เหล่าระดับสูงคนอื่น ๆ จึงกล้าขยับตัวนั่งลงตาม โดยมีเหมียวอินนั่งขนาบข้างเย่หนาน
อื้ม อร่อย! ข้าหิวจนไส้จะขาดอยู่แล้วเย่หนานถลกแขนเสื้อขึ้น สวาปามอาหารเข้าปากพลางเอ่ยชมไม่ขาดปาก
เห็นภาพนี้เข้า เหมียวสยงและเหล่าระดับสูงถึงกับมุมปากกระตุก
สายตาของพวกเขาเต็มไปด้วยความเคลือบแคลงสงสัย พลางหันไปมองเหมียวอินเป็นตาเดียว
เมื่อเห็นสายตาจับผิดของบิดาและเหล่าอาวุโส เหมียวอินจึงพยักหน้ายืนยันด้วยสีหน้าจริงจังแต่แฝงความนัย
เมื่อได้รับการยืนยันอีกครั้ง เหมียวสยงและคนอื่น ๆ จึงค่อยวางใจลง
จะโทษว่าพวกเขาสงสัยก็คงไม่ได้ แรกเริ่มเดิมทีเย่หนานก็ดูน่าเกรงขามอยู่หรอก แม้ระดับพลังจะดูแปลก ๆ ไปบ้าง แต่พอนั่งลงที่โต๊ะอาหารเท่านั้นแหละ ภาพลักษณ์ทั้งหมดก็พังทลาย กลายเป็นเหมือนผีอดโซกลับชาติมาเกิดเสียอย่างนั้น
ทว่าในขณะที่เหมียวอินกำลังจะเอ่ยปากอธิบายความในใจ เสียงอันทรงพลังสายหนึ่งก็ดังกึกก้องเข้ามาในโสตประสาทของทุกคน
ตระกูลต่งมาขอเยือน ขอเชิญสหายเหมียวออกมาพบปะสักครา
เหนือคฤหาสน์ตระกูลเหมียว เรือเหาะลำหนึ่งจอดลอยลำอยู่อย่างเงียบเชียบ
เจ้าของเสียงนั้นคือ ต่งหวาง
ตระกูลต่ง พวกมันมาทำไมกัน หรือว่า…เหมียวสยงและคนอื่น ๆ ต่างลอบชำเลืองมองเย่หนานที่กำลังก้มหน้าก้มตากินอย่างไม่แยแส
สำหรับเสียงตะโกนเรียกโหวกเหวกด้านนอกนั้น เย่หนานหาได้ใส่ใจไม่ ในความคิดของเขา ตราบใดที่ไม่ได้เอ่ยชื่อเขา ก็ถือว่าไม่ใช่ธุระกงการอะไรของตน
ท่านผู้อาวุโส เชิญท่านสำราญต่อเถิด ข้าขอตัวออกไปดูสักครู่ แล้วจะรีบกลับมาเหมียวสยงหันมากล่าวกับเย่หนาน
ไม่เป็นไร ๆ เชิญตามสบายเย่หนานโบกมือไล่โดยไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมอง
ด้วยเหตุนี้ นอกจากเหมียวอินที่นั่งปรนนิบัติเย่หนานแล้ว เหล่าระดับสูงของตระกูลเหมียวต่างพากันเดินออกไปจนหมด
เมื่อออกมาถึงด้านนอกและเห็นขบวนทัพของตระกูลต่ง เหมียวสยงก็หรี่ตาลงเล็กน้อย
สหายต่ง ท่านยกโขยงกันมาอย่างเอิกเกริกถึงตระกูลข้าเช่นนี้ มีธุระอันใดหรือเหมียวสยงเอ่ยถามด้วยรอยยิ้มการค้า
ฮ่า ๆ ๆ… ความจริงก็มิใช่เรื่องใหญ่อันใด ข้าเพียงตามล่าตัวคนร้ายที่บังอาจสังหารบุตรชายข้าและขโมยสมบัติประจำตระกูลไป ได้ยินข่าวว่าคนผู้นั้นถูกคุณหนูเหมียวเข้าใจผิดพาตัวกลับมายังตระกูลเหมียว ข้าจึงอยากมาตรวจสอบดู หวังว่าสหายเหมียวคงจะไว้หน้าข้าบ้างต่งหวางประสานมือคารวะเหมียวสยงด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
สาเหตุที่ต้องพูดจาอ้อมค้อมเช่นนี้ เพราะตระกูลเหมียวมีขุมกำลังลึกลับหนุนหลังอยู่ แม้ตระกูลต่งจะแข็งแกร่งกว่า แต่ก็ไม่กล้าหักหาญน้ำใจหรือบุกเข้ามาทวงคนตรง ๆ จึงต้องหาข้ออ้างที่ฟังดูดี
ได้ยินวาจาของต่งหวาง เหมียวสยงแค่นหัวเราะในลำคอ
เขามีหรือจะไม่รู้ทันเล่ห์เหลี่ยมของต่งหวาง อีกฝ่ายย่อมมุ่งเป้ามาที่สมบัติในตัวเย่หนาน ถึงได้ปั้นน้ำเป็นตัวเช่นนี้ ส่วนเรื่องบุตรชายที่ตายไป ป่านนี้คงลืมไปหมดสิ้นแล้วกระมัง
ผู้บำเพ็ญเพียรมีอายุขัยยืนยาว จะเสียเวลาปั้นลูกใหม่สักคนก็แค่ชั่วพริบตาเดียว
เชิญสหายต่งกลับไปเถิด ที่นี่ไม่มีคนที่ท่านตามหาเหมียวสยงปฏิเสธเสียงแข็ง
ล้อเล่นหรือไง จะให้ส่งตัวเย่หนานออกไปเนี่ยนะ
ไม่ต้องพูดถึงความแข็งแกร่งระดับปีศาจของเย่หนาน ต่อให้ไม่มีเย่หนาน เหมียวสยงก็ไม่คิดจะเห็นตระกูลต่งอยู่ในสายตาอยู่แล้ว
สหายเหมียว ท่านทำเช่นนี้เห็นจะไม่เหมาะกระมัง พวกเราเพียงต้องการทวงคืนสมบัติของตระกูลต่งที่สูญหายไป มีอันใดผิดหรือเมื่อได้ยินคำปฏิเสธ สีหน้าของต่งหวางพลันเคร่งขรึมลง
ติดตรงที่เขาไม่กล้าบุกเข้าไปโจมตีตรง ๆ แม้พลังของตระกูลต่งจะเหนือกว่าตระกูลเหมียวมาก แต่เบื้องหลังของอีกฝ่ายนั้นน่าหวาดหวั่นยิ่งนัก
ข้าบอกไปแล้วว่าที่นี่ไม่มีคนที่ท่านต้องการ เชิญกลับไปได้แล้วเมื่อเห็นความหน้าด้านไร้ยางอายของคนตระกูลต่ง เหมียวสยงก็เริ่มหมดความเกรงใจ
ได้ยินคำขับไล่ไสส่ง ต่งหวางกำหมัดแน่นจนกระดูกลั่นกรอบแกรบ
ฮ่า ๆ ๆ… สหายเหมียว ไยต้องเกรี้ยวกราดถึงเพียงนั้นทันใดนั้น เรือเหาะอีกหนึ่งลำก็พุ่งทะยานเข้ามาด้วยความเร็วสูง
วูบ!
สิ้นเสียงพูด เรือเหาะอีกลำก็ปรากฏขึ้นจากอีกฟากหนึ่ง
เมื่อเห็นภาพนี้ ทั้งเหมียวสยงและต่งหวางต่างหน้าถอดสี
สุดท้ายก็แห่กันมาจนได้ แต่ก็ดีเหมือนกัน แม้ตระกูลเหมียวจะมีคนหนุนหลัง แต่ถ้าเรายังไม่ลงมือโจมตี เพียงแค่ร่วมมือกันกดดัน บางทีอาจยังมีโอกาสต่งหวายที่ยืนอยู่ข้างต่งหวางขมวดคิ้ววิเคราะห์สถานการณ์
ฮึ่ม! ถ้ามันถึงที่สุดจริง ๆ ก็คงต้องแย่งชิงกันซึ่งหน้า หากได้สมบัติวิเศษชิ้นนั้นมา เราก็แค่อพยพทั้งตระกูล เปลี่ยนชื่อแซ่แล้วไปตั้งรกรากใหม่ โลกหล้ากว้างใหญ่ไพศาล ข้าไม่เชื่อหรอกว่าผู้อยู่เบื้องหลังตระกูลเหมียวจะตามหาพวกเราเจอต่งหวางกัดฟันตัดสินใจเด็ดขาด
เหล่ายอดฝีมือข้างกายต่งหวางไม่มีใครคัดค้าน สมบัติที่สามารถเปลี่ยนรูปร่างได้ตามใจนึกนั้นเป็นของวิเศษที่ไม่มีใครเคยได้ยินมาก่อน หากได้ครอบครอง ตระกูลต่งย่อมรุ่งโรจน์อย่างไม่ต้องสงสัย
และหากสถานการณ์เลวร้ายถึงขีดสุด ก็แค่ถวายสมบัตินั้นให้แก่ขุมกำลังที่แข็งแกร่งกว่าผู้หนุนหลังตระกูลเหมียว เพื่อแลกกับความคุ้มครอง ดีไม่ดีอาจได้รับความดีความชอบจนได้ดิบได้ดีเสียอีก