ข้าฝึกลิงหินจนเป็นราชาวานร - บทที่ 43 พลังทำลายล้างที่แท้จริง วานรสงครามปรากฏกาย
ต่างจากความสิ้นหวังของสวีหงหยางและคนอื่นๆ
โม่หยิงเฉินไม่ได้สนเลยว่าใครจะระเบิดตัวเอง หรือใครจะบ้าคลั่งแค่ไหน
ในหัวเขามีเพียงเรื่องเดียว…
จะใช้ความรุนแรงแบบไร้เหตุผลที่สุดยังไง เพื่อกระชากอันดับ 1 มาครอง!
ด้วยพลังของต้าเซิ่งในตอนนี้ การฆ่ามอนสเตอร์แบบ One-Hit Kill เป็นเรื่องแน่นอนอยู่แล้ว
ทั้งดันเจี้ยน ตั้งแต่หน้าประตูยันห้องเครื่องจักร... ไม่มีตัวไหนรับกระบองต้าเซิ่งได้เกินหนึ่งที
รวมถึงบอสก็อบลินนักตัดไม้นั่นด้วย
ในเมื่อเวลาฆ่ามอนสเตอร์แทบจะเป็นศูนย์… สิ่งเดียวที่ต้องคำนวณคือเส้นทางเดิน’
แผนที่มิติลับ โรงงานไม้ก็อบลิน กางออกอย่างชัดเจนในสมองของเขา
ตลอดครึ่งเดือนที่ผ่านมา เขาเข้าออกที่นี่จนปรุโปร่ง
ทุกทางแยก ทุกจุดเกิดมอนสเตอร์ ถูกบันทึกไว้ใน DNA แล้ว
ทีมลีแจซินใช้สัตว์อสูรระเบิดพลีชีพ 5 ตัว เพื่อลดเวลาสู้บอสไป 10 นาที
แต่เวลาเคลียร์มอนสเตอร์รายทาง… พวกมันลดไม่ได้แม้แต่วินาทีเดียว
สิ่งที่ฉันต้องทำคือ… บีบอัดเวลาเคลียร์ลูกกระจ๊อกให้เหลือศูนย์
เดินหน้าฆ่ามันให้เหี้ยน สร้างสถิติที่ต่อให้ใครหน้าไหนก็ต้องแหงนหน้ามองจนคอหัก!
เสียดายที่ภูมิประเทศดันเจี้ยนนี้ซับซ้อน ไม่สามารถลากมารวมกันแล้วทุบตูมเดียวเหมือนรังโคโบลด์ได้
แต่นั่นไม่ใช่ปัญหา…
ใน สถาบันวิจัยหมื่นภพ เขาเคยฝึกการวางแผนเส้นทางระดับวินาทีเพื่อหนีตายและขโมยของมาจนชินแล้ว!
เมื่อเห็นสวีหงหยางทำท่าจะถอดใจพาทีมกลับ
ไหล่ที่เคยผายผึ่งของรุ่นพี่ ตกลู่ลงราวกับคนถูกกระชากกระดูกสันหลังออกไป
เฮ้…
โม่หยิงเฉินตะโกนเรียก
สวีหงหยางชะงักฝีเท้า หันกลับมามองด้วยสายตาว่างเปล่า
รุ่นพี่… จะไปแล้วเหรอ?
โม่หยิงเฉินยิ้มบางๆ
เกมยังไม่จบ… จะรีบยอมแพ้ไปทำไม?
ยอมแพ้?
ฮวงเหมิงหันขวับ ดวงตาแดงก่ำด้วยความโกรธ
ไอ้พวกเวรนั่นมันระเบิดสัตว์อสูร 5 ตัวนะโว้ย! เราจะเอาอะไรไปไล่ทันมัน!
ฝูงชนรอบข้างต่างมองมาด้วยสายตาเห็นใจและสมเพช
ใช่… อีกฝ่ายเล่นเดิมพันด้วยชีวิตสัตว์อสูร ใครจะไปสู้ไหว
โม่หยิงเฉินเมินเสียงคำรามของฮวงเหมิง เขาจ้องตาสวีหงหยางแล้วพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่ทรงพลัง
รอดูก่อนเถอะครับ… บางทีปาฏิหาริย์อาจจะเกิดขึ้นก็ได้
พูดจบ เขาก็ไม่สนใจใครอีก
มือตบหัวต้าเซิ่งเบาๆ แล้วหันหลังเดินดุ่มๆ เข้าประตูมิติไปทันที
แผ่นหลังที่สงบนิ่งของเขา ดูขัดแย้งกับบรรยากาศสิ้นหวังรอบข้างอย่างสิ้นเชิง
สวีหงหยางและลูกทีมยืนอึ้ง มองดูจุดที่โม่หยิงเฉินเพิ่งหายวับเข้าไป
ฝูงชนเริ่มส่งเสียงฮือฮา
ไอ้หนุ่มนั่นใครวะ? เข้าไปคนเดียว? ระดับนรกแตกเนี่ยนะ?
บ้าไปแล้ว! นึกว่าตัวเองเป็นใคร? เข้าไปฆ่าตัวตายชัดๆ!
เดี๋ยวนะ… ฉันคุ้นหน้าหมอนี่ เหมือนไอ้หมาป่าเดียวดายที่มาโซโล่ดันเจี้ยนทุกวัน…
ทางฝั่ง ลีแจซิน ก็สังเกตเห็นความเคลื่อนไหวนี้
พอเห็นโม่หยิงเฉินเดินเข้าดันเจี้ยนไปคนเดียว เขาก็หัวเราะจนตัวงอ
ฮ่าๆๆ! พวกคนหลงเซี่ยมันสติแตกไปแล้วหรือไง? ส่งคนเข้าไปฆ่าตัวตายแก้เขินเหรอ?
เสียงหัวเราะเยาะเย้ยบาดหู ทำให้นักศึกษาเทียนอวิ๋นหน้าดำหน้าแดง
แม่งเอ๊ย!
ฮวงเหมิงคำรามลั่น ชกกำแพงระบายอารมณ์
น้องโม่พูดถูก! จะมายอมแพ้แบบนี้ไม่ได้!
เขากระชากแขนเสื้อสวีหงหยาง เขย่าอย่างแรง
พี่หยาง! เราลองอีกสักตั้งเถอะ!
ผมไม่เชื่อหรอกว่า 10 นาทีเราจะไล่ไม่ได้จริงๆ!
พี่หยาง! ลุยต่อเถอะครับ กลับไปแบบนี้ผมนอนไม่หลับแน่!
ใช่พี่… ลองอีกสักครั้งเถอะ
อย่างน้อยก็ได้สู้จนวินาทีสุดท้าย
เสียงเชียร์ของลูกทีมดึงสติสวีหงหยางกลับมา
เขามองตาแดงๆ ของฮวงเหมิง
มองความเจ็บแค้นและไม่ยอมจำนนบนใบหน้าเพื่อนร่วมทีม
หัวใจที่เคยด้านชาเพราะความพ่ายแพ้ เริ่มกลับมาเต้นแรงอีกครั้ง
ภาพแผ่นหลังของโม่หยิงเฉิน และคำว่าปาฏิหาริย์แวบเข้ามาในหัว
ปาฏิหาริย์งั้นเหรอ?
เขายิ้มสมเพชตัวเอง
แต่พอหันไปเห็นหน้าตากวนประสาทของลีแจซิน ความโกรธก็พุ่งปรี๊ดขึ้นสมอง
ให้ยอมแพ้ตอนนี้… เขาทำไม่ได้!
แววตาที่เคยสิ้นหวังหายไป แทนที่ด้วยความเด็ดเดี่ยวแบบคนหลังชนฝา
สวีหงหยางสูดหายใจลึก เสียงแหบพร่าแต่หนักแน่น
ได้… ลุยอีกรอบ!
ไป! เข้าดันเจี้ยน!
ทุกคนมองหน้ากัน ยิ้มออกมาทั้งน้ำตา
นี่คือการดิ้นรนครั้งสุดท้าย… ของสุนัขจนตรอก!
หากโม่หยิงเฉินรู้ว่าคำพูดทิ้งท้ายของเขา จะไปจุดไฟให้นุ่นพี่ฮึกเหิมขนาดนี้
เขาคงหัวเราะไม่ออก
เขาบอกให้ รอ
ไม่ได้บอกให้ ตามเข้ามา !
แต่ตอนนี้เขาไม่มีเวลามาสนใจเรื่องพวกนั้น
นาฬิกาจับเวลาเริ่มเดินทันทีที่เท้าแตะพื้นมิติลับ
โม่หยิงเฉินสั่งการผ่านจิต
ต้าเซิ่ง… ร่างวานรสงคราม!
สิ้นคำสั่ง
เจ้าลิงน้อยขนสีเทาที่สูงแค่เอวของเขาก็ชะงักกึก
โฮก——!!!
เสียงคำรามต่ำลึกดังก้องออกมาจากลำคอเล็กๆ
ตามมาด้วยเสียงกระดูกลั่นเปรี๊ยะๆ ดังสนั่นเหมือนประทัดแตก!
ร่างกายผอมบางเริ่มขยายใหญ่ขึ้นอย่างรวดเร็ว!
กล้ามเนื้อปูดโปนขยายตัวภายใต้ขนสีเทา ร่างกายยืดขยายออกด้วยความเร็วที่มองด้วยตาเปล่าแทบไม่ทัน
ความน่าเกรงขาม กลิ่นอายดิบเถื่อนแห่งบรรพกาลระเบิดออกมา!
1 เมตร... 2 เมตร... 3 เมตร...
สุดท้าย…
อสูรกายวานรยักษ์ ความสูง 3.5 เมตร ยืนตระหง่านอยู่ตรงหน้า!
เงาทะมึนของมันปกคลุมร่างโม่หยิงเฉินจนมิด
กล้ามเนื้อทุกมัดอัดแน่นไปด้วยพลังทำลายล้าง ดวงตาสีทองฉายแววราชันย์ผู้ปกครองขุนเขา!
โม่หยิงเฉินแหงนหน้ามองคู่หูร่างยักษ์ มุมปากกระตุกยิกๆ
ก็คิดไว้นะว่าจะตัวใหญ่ขึ้น… แต่แบบนี้มันก็เกินไปหน่อยมั้งพี่ชาย
วิชวลช็อกรุนแรงมาก!
ต้าเซิ่งดูจะแปลกใจกับพละกำลังมหาศาลในร่างใหม่
มันก้มมองกำปั้นขนาดเท่าหม้อหุงข้าวของตัวเอง
แล้วลองเหวี่ยงแขนไปข้างหน้าเบาๆ… ย้ำว่าแค่ลองเหวี่ยงเล่นๆ
ไม่มีเสียงลม…
แต่อากาศตรงหน้า กลับปรากฏ รอยร้าวสีขาว เหมือนกระจกแตก ลามออกไปในอากาศ!
[พลังผลสั่นสะเทือน!]
เพล้ง!
เสียงอากาศแตกดังสนั่น
ห่างออกไปสิบกว่าเมตร ก็อบลินสเกาท์ ที่กำลังย่องเข้ามาเตรียมตุ๋ยหลัง…
ยังไม่ทันได้กรีดร้อง ร่างกายของพวกมันก็ถูกแรงสั่นสะเทือนที่มองไม่เห็น บดขยี้จนแหลกเหลวกลายเป็นละอองแสง!
Instant Kill!
ไม่ได้แตะตัว… ไม่ได้ออกท่าโจมตีด้วยซ้ำ
แค่สะบัดมือ… ก็ตายเรียบ!
นี่คือการผสานพลัง ผลสั่นสะเทือน 30% เข้ากับ ร่างวานรสงคราม
ทุกการขยับตัว คือหายนะ!
โม่หยิงเฉินยืนอึ้งไปวินาทีหนึ่ง ก่อนจะแสยะยิ้มกว้างด้วยความสะใจ
นี่มันเถื่อนกว่าที่คิดไว้เยอะ!
ไป!
เขาตะโกนสั่งแล้วออกวิ่ง
วานรยักษ์ย่อเข่าลงเล็กน้อย แล้วดีดตัวพุ่งทะยานขึ้นฟ้า!
ทุกย่างก้าวที่เท้าขนาดยักษ์กระทบพื้น… แผ่นดินทั้งมิติลับสั่นสะเทือนเลือนลั่น!
หลังวิวัฒนาการ ต้าเซิ่งผสานพลังผลสั่นสะเทือนเพิ่มขึ้นอีก 20%
เห็นได้ชัดว่ามันควบคุมพลังได้ดั่งใจนึก
เมื่อก่อนตอนเป็นลิงศิลา ต้องหวดกระบองหรือทุบถึงจะเกิดแรงสั่นสะเทือน
แต่ตอนนี้…
แค่ขยับ ก็เกิดภัยพิบัติ!