ข้าฝึกลิงหินจนเป็นราชาวานร - บทที่ 167: กฎการเคลียร์ด่าน น่าขำสิ้นดี!
สายตาของโม่หยิงเฉินจับจ้องไปที่ค่าพลังจิต อันมหาศาลถึงสองล้านห้าแสนแต้มนั้นอยู่ครู่หนึ่ง แล้วเลิกคิ้วขึ้น
ระดับ A ขั้น 60…
เขากวาดตามองไปรอบๆ
จอมเวทแห่งห้วงลึกยืนอยู่ใจกลางวงเวทอักขระขนาดยักษ์ที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางกว่าสิบเมตร
ที่ขอบของวงเวท มีเสาโทเท็มหกต้นตั้งตระหง่าน เปลวไฟสีแดงเลือดหมูลุกโชนอยู่บนยอดเสา สอดประสานกับพลังงานในตัวจอมเวท เกิดเป็นวัฏจักรพลังงานที่สมบูรณ์แบบ
นี่คือกำแพงพลังงานที่ไม่อาจทำลายได้
สำหรับทีมใดก็ตามที่เข้ามาในพื้นที่นี้ วิธีเดียวที่จะจัดการกับบอสตัวนี้ได้ คือต้องทำลายเสาโทเท็มทั้งหกต้นทีละต้น
ทุกครั้งที่เสาต้นหนึ่งถูกทำลาย ค่าสถานะทั้งหมดของจอมเวทจะลดลง 20%
ต้องทำลายให้ครบทั้งหกต้นเท่านั้น ถึงจะเริ่มสร้างความเสียหายที่แท้จริงให้กับมันได้
นี่คือด่านทดสอบที่โหดหิน เรียกร้องการจัดทีมที่สมดุล ความสามารถในการรับความเสียหาย จังหวะการทำดาเมจ และจังหวะการรักษาที่แม่นยำอย่างที่สุด
แม้แต่ทีมบุกเบิกระดับท็อป ภายใต้การโจมตีอันบ้าคลั่งของบอสระดับ A ขั้น 60 การจะทำลายเสาสักต้นหนึ่ง ก็ต้องจ่ายค่าตอบแทนอย่างสาสม
พลาดเพียงนิดเดียว หมายถึงความพินาศย่อยยับของทั้งทีม
โม่หยิงเฉินพอนึกภาพออกเลยว่า ทีมของกู้เชี่ยนซีที่อยู่อีกเส้นทางหนึ่ง ตอนนี้คงกำลังเผชิญกับแรงกดดันมหาศาลขนาดไหน
อย่ามาเป็นตัวถ่วงแข้งถ่วงขาฉันก็แล้วกัน!
แต่ทว่า…
กลไกพวกนี้… เกี่ยวอะไรกับเขาด้วยล่ะ
สายตาของโม่หยิงเฉิน สุดท้ายไปหยุดอยู่ที่ค่าความอึด อันน้อยนิดเพียงสองแสนแต้มของมัน
และมองไปที่สกิล [โล่เพลิง] ที่ยังไม่ทำงานเพราะยังไม่เข้าสู่สถานะต่อสู้
มุมปากของเขายกขึ้นเป็นรอยยิ้มเย็นชา
วงเวท กลไก
ต่อหน้าพลังอำนาจที่แท้จริง กฎเกณฑ์สวยหรูพวกนั้น ก็เป็นแค่เรื่องตลก
ใครใช้ให้แกตัวบางขนาดนั้นล่ะ
เพียงแค่ความคิดเดียว
จอมดาบอสุราที่อยู่ด้านหลังเขา… ขยับแล้ว
ไม่มีการระเบิดพลังที่สั่นสะเทือนฟ้าดิน ไม่มีแสงสีสกิลที่ฉูดฉาดบาดตา
ร่างของมันเพียงแค่เลือนรางไปวูบหนึ่ง
วินาทีถัดมา
มันก็ไปโผล่อยู่ด้านหลังจอมเวทแห่งห้วงลึก… ใจกลางวงเวทอักขระอันทรงพลังนั้นแล้ว
ดาบ หลิวเริ่นรั่วฮั่ว ค่อยๆ ถูกชักออกจากฝัก
บนตัวดาบ ไม่มีเปลวเพลิงที่เผาผลาญทุกสรรพสิ่งลุกโชน
มีเพียงจุดแสงไฟเล็กๆ ที่ปลายดาบ... จุดแสงที่บริสุทธิ์และเข้มข้นถึงขีดสุด ราวกับจะจุดไฟเผาวิญญาณได้
จากนั้น…
โลกทั้งใบก็สูญเสียเสียงไป
ชิไค (ปลดปล่อยขั้นต้น)… นาเดกิริ (ผ่าเรียบ)!
ไม่มีเสาเพลิงพุ่งเสียดฟ้า
ไม่มีทะเลเพลิงเผาผลาญเมือง
พลังงานทั้งหมด การทำลายล้างทั้งหมด ถูกบีบอัดรวมไว้อยู่ในดาบเดียวที่ดูธรรมดาสามัญ
คมดาบวาดผ่าน
มิติราวกับผืนผ้าใบที่ถูกกรีดขาด ทิ้งรอยแยกสีดำสนิทที่ไร้ก้นบึ้งเอาไว้
ร่างมหึมาของจอมเวทแห่งห้วงลึก แข็งทื่อไปในทันที
ดวงตาที่มีไฟนรกเผาไหม้อยู่ เป็นครั้งแรกที่ฉายแววอารมณ์ที่เรียกว่า ความหวาดกลัว
มันดูเหมือนอยากจะกรีดร้อง อยากจะปลดปล่อยเวทมนตร์ทำลายล้างโลกออกมา
แต่… มันสายไปเสียแล้ว
ฉึก.
เสียงเบาหวิวแทบไม่ได้ยิน
เริ่มจากจุดที่คมดาบสัมผัสกับชุดคลุมเวท ร่างของจอมเวทแห่งห้วงลึก… รวมไปถึงวงเวทอักขระที่แข็งแกร่งดุจเหล็กกล้าใต้เท้า และเสาโทเท็มยักษ์ทั้งหกต้น
ทั้งหมด… กลายเป็นเถ้าถ่านสีขาวละเอียด ปลิวว่อนไปในอากาศพร้อมกัน
สลายหายไปจนหมดสิ้น
ไม่เหลือร่องรอยการมีอยู่แม้แต่นิดเดียว
ที่พื้นดิน เหลือเพียงหลุมลึกทรงกลมผิวเรียบเนียนดุจกระจก ที่เกิดจากการหลอมละลายด้วยความร้อนสูงจัดแล้วเย็นตัวลงในพริบตา
จอมดาบอสุราค่อยๆ เก็บดาบเข้าฝัก กลับไปยืนสงบนิ่งด้านหลังโม่หยิงเฉินด้วยสีหน้าเรียบเฉย
[ติ๊ง! ท่านสังหารจอมเวทแห่งห้วงลึก ระดับ A ขั้น 60 สำเร็จ ได้รับค่าประสบการณ์ +200,000]
โม่หยิงเฉินเดินไปที่กลางหลุมลึก ยื่นมือออกไปคว้า
[ได้รับไอเทม: สนับขาแห่งห้วงลึก · แสงอรุณรุ่ง, เถ้าถ่านจอมเวทห้วงลึก, หินห้วงลึก x50]
กลุ่มก้อนสสารที่เปล่งแสงสีทองเข้มรวมตัวกันในมือเขา
มันคือสนับขาที่มีรูปลักษณ์ดุดัน ราวกับสร้างขึ้นจากโครงกระดูกปีศาจและลาวาที่แข็งตัว
[สนับขาแห่งห้วงลึก · แสงอรุณรุ่ง]
[ส่วนที่สวมใส่: ขา]
[เงื่อนไขการสวมใส่: ระดับ B ขั้น 20]
[ระดับ: ห้วงลึก · ทอง ]
[การตีบวกห้วงลึก +0 (เมื่อตีบวกแล้วจะผูกมัดกับผู้ใช้ถาวร)]
[พละกำลัง +8,000, ความอึด +13,000, ความว่องไว +9,000]
[สกิลติดตัว: โล่เพลิง (เรียกโล่ไฟออกมาลดความเสียหาย 20%, ต้านทานไฟ +60% นาน 30 วินาที, คูลดาวน์ 5 นาที)]
[เซตเอฟเฟกต์ 1: ระเบิดพลังห้วงลึก (ครบ 3 ชิ้น): เมื่อเปิดใช้งาน ค่าสถานะทั้งหมดเพิ่มขึ้น 10% นาน 10 นาที (คูลดาวน์ 10 ชั่วโมง)]
[เซตเอฟเฟกต์ 2: พรแห่งห้วงลึก (ครบ 5 ชิ้น): เงื่อนไขการสวมใส่ลดลงเหลือ ระดับ C ขั้น 20!]
ดวงตาของโม่หยิงเฉินสว่างวาบ
ของดี!
โดยเฉพาะเซตเอฟเฟกต์ 5 ชิ้นนั่น
ระดับ C ก็ใส่ชุดระดับ Epic ของระดับ B ได้!
ถ้าหาครบชุดให้จอมดาบหรือต้าเซิ่งใส่ได้ พลังของพวกมันคงพุ่งกระฉูดน่าดู!
มิน่าล่ะ กู้เชี่ยนซีถึงบอกว่าคุณสมบัติของเซตแสงอรุณรุ่ง จะทำให้ผู้ฝึกสัตว์มากมายยอมหัวแตกเพื่อเข้ามาฟาร์ม
อุปกรณ์ทองแห่งห้วงลึกระดับ B ขอแค่ครบ 5 ชิ้น เงื่อนไขการใส่จะลดเหลือระดับ C ทันที!
ฟาร์มเอาไปให้คนในกิลด์หรือลูกหลานในตระกูลใส่ มันจะไม่หอมหวานได้ยังไง
มิน่าล่ะ ทำไมหลายกิลด์ถึงแย่งกันจะเป็นเจ้าของมิติลับนี้ให้ได้
นี่มันไก่ทองคำออกไข่เป็นทองชัดๆ!
ถึงแม้ว่าพอตีบวกแล้วจะผูกมัดกับผู้ใช้ทันที
ทำให้ผู้ฝึกสัตว์ระดับ C ที่ได้ไป ถ้าไม่เข้ามาในโลกแห่งห้วงลึกเอง ก็จะตีบวกต่อไม่ได้
แต่ระดับ C ใส่ของระดับ B ได้เนี่ยนะ…
สเตตัสก็ระเบิดเถิดเทิงแล้ว!
จะเอาตีบวกอะไรอีก!
ตั้งเป้าหมายเล็กๆ ไว้ก่อน
โม่หยิงเฉินเก็บสนับขาลงกระเป๋า มุมปากยกยิ้ม
รอบนี้… หาเซตแสงอรุณรุ่ง +15 ให้จอมดาบกับต้าเซิ่งใส่คนละชุดก่อนแล้วกัน
ในขณะเดียวกัน
อีกฟากหนึ่งของมิติลับ เส้นทางทุ่งน้ำแข็ง
ตูม——!!!
ฟีนิกซ์เพลิงผลาญฟ้าภายใต้การควบคุมของกู้เชี่ยนซี พ่นไฟเฮือกสุดท้ายออกมา
จอมเวทแห่งห้วงลึกธาตุน้ำแข็ง กรีดร้องด้วยความเจ็บแค้นก่อนจะล้มลงโครมใหญ่ แตกกระจายเป็นเกล็ดน้ำแข็งปลิวว่อน
ตุบ!
ไฉ่เตี๋ยทนไม่ไหวเป็นคนแรก ทรุดตัวลงนั่งแปะกับพื้นน้ำแข็งอันหนาวเหน็บ
หอบหายใจอย่างหนักหน่วง ใบหน้าน่ารักซีดขาวไร้สีเลือด
แฮ่ก... แฮ่ก... พระเจ้าช่วย…
พี่กู้… บอสตัวแรกของมิติลับระดับ B… มันโหดขนาดนี้เลยเหรอคะ
เธอมองซากเสาโทเท็มน้ำแข็งทั้งหกต้นที่พวกเธอช่วยกันทุบทำลายด้วยความหวาดเสียว
ไอ้ วงเวทจารึก นั่นมันโกงชัดๆ! ป้องกันการโจมตีวงกว้าง ทุกชนิด บังคับให้เราต้องไล่ตีทีละเสา เกือบโดนบอสเสกพายุหิมะถล่มตายยกทีมแล้ว!
ฮีลเลอร์ในทีมหน้าซีดเผือดไม่แพ้กัน กำลังปลอบประโลมสัตว์อสูรของตัวเอง
ท่ามกลางบรรยากาศโล่งอกที่รอดตายมาได้
จู่ๆ ไฉ่เตี๋ยเหมือนนึกอะไรขึ้นได้ หน้าที่ซีดอยู่แล้วยิ่งซีดลงไปอีกจนเหมือนกระดาษ
เธอหันขวับไปมองกู้เชี่ยนซีที่มีสีหน้าเคร่งเครียดเช่นกัน
พะ… พี่กู้คะ!
ทางฝั่งเทพโม่… เขาไปคนเดียวนะคะ!