ยอดอาจารย์ผู้มองเห็นอัจฉริยะ - บทที่ 275 ซูเตี๋ยลงมือ
บทที่ 275 ซูเตี๋ยลงมือ
ตู้ม! ตู้ม! ตู้ม!…
ขุนเขาสั่นสะเทือนเลือนลั่น ประตูสำนักร้าวรานปานจะถล่ม
คลื่นสึนามิแห่งสัตว์อสูรร่างมหึมานับไม่ถ้วน บ้าคลั่งโถมกระหน่ำพุ่งเข้าชนม่านแสงคุ้มกันยอดเขาเจ้าสำนักระลอกแล้วระลอกเล่าอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย
ภายในยอดเขาเจ้าสำนัก…
เหล่าศิษย์ ผู้ดูแล หรือแม้แต่ผู้อาวุโสของสำนักหลิงเซียนในยามนี้ ต่างพากันหน้าซีดเผือด ตัวสั่นงันงกด้วยความหวาดกลัว
เดิมทีเมื่อเห็นว่าท่านเจ้าสำนักหลิงเซียนบรรลุถึงระดับแปลงเทพ พวกเขายังรู้สึกตื่นเต้นดีใจมีความหวัง แต่ในเวลานี้… ความหวังเหล่านั้นถูกบดขยี้จนไม่เหลือชิ้นดี
ตายแน่!
พวกเขากำลังจะตายกันหมด!!
เพียงแค่เงยหน้าขึ้นมอง ก็จะพบกับปากอันใหญ่โตมโหฬารที่เต็มไปด้วยเขี้ยวโง้งอาบโลหิต ปรากฏขึ้นเหนือม่านแสงของยอดเขาเจ้าสำนัก ราวกับประตูสู่นรกที่พร้อมจะกลืนกินพวกเขาลงไปได้ทุกเมื่อ
แรงสั่นสะเทือนใต้ฝ่าเท้า… เสียงคำรามกึกก้องของสัตว์ร้าย… แรงกระแทกที่โถมเข้ามาลูกแล้วลูกเล่า…
ทุกสิ่งทุกอย่างเปรียบเสมือนค้อนปอนด์ที่ทุบทำลายจิตใจของพวกเขา ยิ่งตอกย้ำความหวาดกลัวให้ลึกล้ำลงไปจนถึงก้นบึ้งหัวใจ!
พวกเขาไม่สงสัยเลยแม้แต่น้อยว่า ทันทีที่ม่านแสงคุ้มกันยอดเขาเจ้าสำนักแตกสลาย พวกเขาจะถูกฝูงสัตว์ยักษ์ที่รายล้อมอยู่รอบด้านรุมทึ้งกลืนกินจนไม่เหลือแม้แต่กระดูก
แม้แต่ผู้อาวุโสสำนักหลิงเซียนหลายคนที่มีตบะระดับ ‘จินตาน’ ก็ยังสิ้นหวัง
หากเป็นเวลาปกติ ระดับจินตานถือเป็นยอดฝีมือชั้นแนวหน้าในแคว้นหนานอวิ๋นที่ใครต่างเกรงขาม แต่ในสถานการณ์วิกฤตเช่นนี้…
ฝูงสัตว์ยักษ์ที่รายล้อมอยู่รอบด้าน ไม่มีตัวไหนต่ำกว่าระดับหยวนอิงเลยแม้แต่ตัวเดียว!
แค่สัตว์อสูรเพียงตัวเดียว ก็สามารถไล่บี้สังหารพวกเขาทั้งหมดได้อย่างง่ายดายราวกับมดปลวก!
เมื่อเห็นม่านแสงที่ปกคลุมยอดเขาเจ้าสำนักเริ่มหม่นแสงลงเรื่อยๆ ภายใต้แรงกระแทกอันบ้าคลั่ง ความหวาดกลัวของคนในสำนักหลิงเซียนก็พุ่งทะยานถึงขีดสุด
ใจอยากจะร้องขอความช่วยเหลือจากท่านเจ้าสำนัก แต่ในตอนนี้ร่างของท่านเจ้าสำนักกำลังลอยตัวอยู่บนฟากฟ้า เผชิญหน้ากับการรุมล้อมของบรรพชนพันเกาะและชายชุดดำลึกลับอีกสองคน
แม้จะมองเห็นการต่อสู้ไม่ชัดเจน แต่พวกเขาก็รับรู้ได้ว่าเจ้าสำนักระดับแปลงเทพของพวกเขา กำลังถูกกดดันอย่างหนักจนโงหัวไม่ขึ้น
ศัตรูที่บุกมา เห็นได้ชัดว่าก็มีระดับแปลงเทพ… และไม่ได้มีแค่คนเดียว!
เมื่อเห็นม่านแสงยิ่งมายิ่งเลือนราง จนเริ่มสั่นคลอนจวนเจียนจะพังทลาย
“ช่วยด้วย! ช่วยด้วย!!”
“ใครก็ได้ช่วยพวกเราที——!!”
“ไม่อยากตาย! ข้ายังไม่อยากตาย——!!”
……
จิตใจของศิษย์สำนักหลิงเซียนจำนวนมากพังทลายลงอย่างสมบูรณ์ อดไม่ได้ที่จะกรีดร้องโหยหวนออกมาอย่างน่าเวทนา
แต่สิ่งที่ตอบรับเสียงร้องขอชีวิตของพวกเขา มีเพียงแรงกระแทกอันอำมหิตจากฝูงสัตว์วิญญาณยักษ์ระลอกแล้วระลอกเล่า
บนท้องฟ้า… บนหลังเสือดาวทมิฬที่ลอยตัวดูเหตุการณ์
ดวงตาปูขนาดเท่าเมล็ดถั่วของกู้ชวน จ้องเขม็งเข้าไปภายในยอดเขาเจ้าสำนักด้วยแววตาอาฆาต
เขามั่นใจมากว่า ‘ไอ้สวะ’ ที่ทำให้เขาต้องตกอยู่ในสภาพเช่นนี้ ซ่อนหัวอยู่ในนั้น!
เพราะในเวลานี้ ทั่วทั้งสำนักหลิงเซียน สถานที่ที่ยังสมบูรณ์พอจะให้คนซ่อนตัวได้ ก็เหลือเพียงยอดเขาเจ้าสำนักแห่งนี้เท่านั้น
“ในเมื่อเจ้าไม่ยอมโผล่หัวออกมา งั้นตัวข้าก็จะบีบให้เจ้าออกมาเอง!”
กู้ชวนเห็นว่าภายในยอดเขาเจ้าสำนักยังคงไม่มีความเคลื่อนไหว มุมปากก็แสยะยิ้มเหี้ยมเกรียม หันไปเอ่ยกับผู้ถือขลุ่ยข้างกาย
“เพิ่มระดับความคลั่งขึ้นอีกหนึ่งระดับ!”
“ได้!”
ผู้ถือขลุ่ยพยักหน้า ก่อนจะยกขลุ่ยขึ้นเป่าทันที
วี๊ดดด——~~~
พร้อมกับเสียงขลุ่ยอันไพเราะแต่ชวนขนลุกที่ลอยเข้าสู่โสตประสาทของเหล่าสัตว์อสูร
โฮก——!!
ก๊าซ——!!
เหล่าสัตว์วิญญาณส่งเสียงคำรามก้องฟ้าขึ้นพร้อมกัน กลิ่นอายโลหิตระเบิดออกจากร่าง ร่างกายของพวกมันแต่ละตัวถูกย้อมไปด้วยแสงสีแดงฉานดั่งโลหิต
ชั่วขณะนั้นพวกมันราวกับบ้าคลั่งจนกู่ไม่กลับ เพิ่มแรงกระแทกเข้าใส่ม่านแสงของยอดเขาเจ้าสำนักอย่างหนักหน่วงรุนแรงยิ่งกว่าเดิม
ม่านแสงที่เดิมทีแทบจะรับมือไม่ไหวอยู่แล้ว ในตอนนี้กลับสั่นคลอนอย่างรุนแรงราวกับจะพังทลายลงได้ทุกเมื่อเชื่อวัน
กู้ชวนเอ่ยขึ้นเสียงเย็น “เตรียมตัวให้พร้อม!”
ประธานเหลียนและผู้ถือขลุ่ยข้างกายต่างพยักหน้ารับทราบ
กู้ชวนมองเข้าไปในยอดเขาเจ้าสำนัก แววตาเต็มไปด้วยความอำมหิต
ภาพเหตุการณ์ในตอนนั้นที่ถูกกลุ่มมารอสูรระดับแปลงเทพที่จางอวิ๋นอัญเชิญมารุมทึ้งจนตาย เขายังจำได้ติดตาฝังใจ
เพื่อจัดการกับจางอวิ๋น ครั้งนี้ไม่เพียงแต่จะมีบรรพชนพันเกาะ แต่เขายังพาไพ่ตายก้นหีบของหอสมบัติหนานจางผู้นี้มาด้วยโดยเฉพาะ
ขอแค่จางอวิ๋นกล้าปรากฏตัว เขาก็มั่นใจว่าจะจัดการมันได้!
หากมันกล้าอัญเชิญมารอสูรระดับแปลงเทพพวกนั้นออกมาอีกละก็… หึหึ!!
เขาแค่นหัวเราะเย็นเยียบในใจ
…
ภายนอกสำนักหลิงเซียน ณ บริเวณเทือกเขาเล็กๆ แห่งหนึ่ง
“คุณหนู จะลงมือไหมขอรับ?”
ชายชุดดำสวมหน้ากากมองไปยังยอดเขาเจ้าสำนักหลิงเซียนที่ถูกฝูงสัตว์วิญญาณยักษ์รุมล้อมและม่านแสงกำลังจะพังทลาย ก่อนจะหันไปเอ่ยถามคนข้างกายด้วยความเคารพ
ข้างกายเขา… ซูเตี๋ยในชุดสีแดงเพลิงกำลังนั่งไขว่ห้างอยู่บนหลังเต่าทะเลอย่างสบายอารมณ์
เมื่อได้ยินคำถาม คิ้วเรียวสวยของซูเตี๋ยก็ขมวดมุ่น มองไปยังสำนักหลิงเซียนด้วยสีหน้าลังเลใจเล็กน้อย
ตู้มมม——!!
ทันใดนั้น เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวปานฟ้าถล่มก็ดังออกมาจากสำนักหลิงเซียน
ม่านแสงที่ปกคลุมยอดเขาเจ้าสำนัก…
แตกแล้ว!
“ไอ้บ้าเอ๊ย เจ้านั่นหาเรื่องใส่ตัวแท้ๆ แต่ดันไม่โผล่หัวมาจัดการเนี่ยนะ!”
ซูเตี๋ยเห็นดังนั้นก็อดไม่ได้ที่จะสบถออกมาด้วยความหงุดหงิด กัดฟันกรอด “ลงมือ!”
ยอดเขาเจ้าสำนัก
“ม่ายยย——!!”
“ไม่นะ! ข้าไม่อยากตาย!!”
“หนี! หนีเร็ว——!!”
วินาทีที่ม่านแสงแตกสลาย ความหวาดกลัวของเหล่าศิษย์สำนักหลิงเซียนก็ระเบิดออกมาถึงขีดสุด ต่างพากันวิ่งหนีตายกันจ้าละหวั่นราวกับคนเสียสติ
แต่ฝูงสัตว์ยักษ์ได้ทะลวงเข้ามาถึงหน้ายอดเขาแล้ว ลิงยักษ์เขี้ยวโง้งตัวหนึ่งที่อยู่หน้าสุด อ้าปากกว้างอันน่าสยดสยอง งับลงมายังลานกว้างที่มีผู้คนรวมตัวกันอยู่หนาแน่นทันที
“ไม่——”
ศิษย์สำนักหลิงเซียนหลายคนหลบหนีไม่ทัน เห็นเพียงความตายที่กำลังจะกลืนกินพวกเขาเข้าไป
ฟุ่บ!
ในตอนนั้นเอง เสียงแหวกอากาศอันแหลมคมก็ดังขึ้น หอกยาวเล่มหนึ่งพุ่งเข้าเจาะทะลุศีรษะของลิงยักษ์จนเลือดสาดกระจาย
ลิงยักษ์คำรามด้วยความเจ็บปวดจนต้องเงยหน้าขึ้น
ศิษย์สำนักหลิงเซียนหลายคนชะงักงันด้วยความตกตะลึง
“มัวยืนบื้ออะไรอยู่ รีบหนีไป!”
เสียงตวาดดังขึ้นข้างหู ทำให้พวกเขาได้สติกลับมาทันที
พวกเขามองไปยังหมิงฝ่าที่บินเข้ามาใกล้ด้วยสายตาซาบซึ้ง กำลังจะลุกขึ้นหนีเอาชีวิตรอด
ทว่า…
ปัง!
พื้นดินเบื้องหน้าเกิดแรงสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง
หมิงฝ่าที่เพิ่งบินเข้ามา กลับถูกกรงเล็บของลิงยักษ์ตบกระแทกลงกับพื้นดินตรงหน้าพวกเขาอย่างจัง!
ศิษย์สำนักหลิงเซียนหลายคนตะลึงค้าง ทำอะไรไม่ถูก
โฮก!!
ยังไม่ทันจะได้คิดอะไร ลิงยักษ์ตัวนั้นก็อ้าปากกว้างงับลงมาอีกครั้ง หมายจะกลืนกินทั้งหมิงฝ่าและพวกเขาทั้งหมด
คราวนี้พวกเขาไม่มีโชคช่วยอีกแล้ว…
“อ๊ากกก——!!”
ท่ามกลางเสียงกรีดร้องโหยหวน ลิงยักษ์กลืนกินพวกเขาลงไปในคำเดียว
ดูเหมือนยังไม่หนำใจ มันรีบคว้าตัวหมิงฝ่าที่ร่างชุ่มโชกไปด้วยเลือดจากการถูกตบอัดพื้นขึ้นมาจ่อที่ปาก เตรียมจะกลืนกินเข้าไปอีกคน
ผัวะ——!
ในวินาทีเฉียดตายนั้นเอง ประกายแสงสีแดงก็วูบผ่าน ทัพพีเหล็กขนาดยักษ์ฟาดลงกลางกบาลของลิงยักษ์อย่างจังราวกับสายฟ้าฟาด
โพละ!
ศีรษะของลิงยักษ์ระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ สมองและเลือดสาดกระจายในทันที!
ซูเตี๋ยขี่เต่าทะเล… มาถึงแล้ว!
“หือ?”
บนหลังเสือดาวทมิฬกลางเวหา กู้ชวนและพรรคพวกที่กำลังจับตามองสถานการณ์ในยอดเขาเจ้าสำนักต่างชะงักไป
“นางนั่นเอง!!”
ประธานเหลียนมองเห็นหน้าซูเตี๋ยชัดเจนก็จำได้ทันที
กู้ชวนและผู้ถือขลุ่ยหันมองเขาเป็นตาเดียว
ประธานเหลียนรีบเอ่ยขึ้น “ท่านรองเจ้าหอ ก่อนหน้านี้ตอนที่ข้าไปแดนลับเซียนเคยเจอนางมาร้ายผู้นี้ นางเป็นระดับแปลงเทพที่มีฝีมือไม่เบาเลยขอรับ!”
กู้ชวนหรี่ตาลงเล็กน้อย แววตาฉายแววอำมหิต
ผัวะ! ผัวะ! ผัวะ!…
ยังไม่ทันจะได้คิดอะไรมาก ก็เห็นเงาสีแดงวูบไหวอยู่ด้านล่าง ซูเตี๋ยขี่เต่าทะเลไล่ทุบหัวสัตว์วิญญาณจนระเบิดไปหลายตัวในช่วงเวลาเพียงไม่กี่ลมหายใจ
ฉัวะ ฉัวะ ฉัวะ!!
ในขณะเดียวกัน ชายชุดดำสวมหน้ากากก็ปรากฏตัวขึ้นในอีกทิศทางหนึ่ง นอกจากจะช่วยชีวิตศิษย์สำนักหลิงเซียนไว้ได้จำนวนมากแล้ว ยังลงดาบสังหารสัตว์วิญญาณไปหลายตัวอย่างรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ
กำลังเสริมของสำนักหลิงเซียน!
กู้ชวนตอบสนองทันควัน เอ่ยด้วยสีหน้ามืดมน “สั่งให้สัตว์วิญญาณพวกนี้เข้าสู่สถานะคลั่งระดับสอง… ฆ่าสองคนนี้ซะ!!”
ผู้ถือขลุ่ยพยักหน้า ยกขลุ่ยยาวขึ้นจรดริมฝีปากอีกครั้ง
พร้อมกับเสียงขลุ่ยอันไพเราะที่ดังขึ้นก้องกังวาน
โฮก!
ดวงตาของเหล่าสัตว์วิญญาณจำนวนมากในที่นั้นพลันเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำจนแทบจะหยดเป็นเลือด ล็อกเป้าไปที่ซูเตี๋ยและชายชุดดำสวมหน้ากากพร้อมกัน ก่อนจะคำรามลั่นพุ่งเข้าใส่ทั้งสองคนด้วยจิตสังหารอันบ้าคลั่ง!