Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
ค้นหานิยาย
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
Sign in Sign up

ยอดอาจารย์ผู้มองเห็นอัจฉริยะ - ตอนที่ 46

  1. Home
  2. ยอดอาจารย์ผู้มองเห็นอัจฉริยะ
  3. ตอนที่ 46
Prev
Next

ไม่เห็นนิยายอัปเดตใช่ไหม?
>>จิ้มที่นี่ได้เลย<<

บทที่ 46 บทสรุป

ภาพบันทึกบนศิลาคริสตัลดับลง ทั่วทั้งลานกว้างตกอยู่ในความเงียบงันวังเวงดุจป่าช้าอีกครั้ง

“ผู้อาวุโสสามสำนักหนานซาน… ท่านยังคิดว่าข้าโกงอยู่อีกหรือไม่?”

เสียงราบเรียบแต่กังวานของจางอวิ๋นดังทำลายความเงียบขึ้น

ขวับ!

ทุกสายตาในลานหันขวับไปจับจ้องที่ผู้อาวุโสสามแห่งสำนักหนานซานเป็นตาเดียว

มุมปากของผู้อาวุโสสามกระตุกยิกๆ ใบหน้าที่เคยเย่อหยิ่งบัดนี้แดงก่ำลามไปถึงใบหู รู้สึกอับอายขายขี้หน้าจนแทบอยากจะขุดรูแทรกแผ่นดินหนี

แม้แต่ราชันย์หมีน้ำตาลวิญญาณระดับจินตานยังฆ่าได้… ถ้าแบบนี้เรียกว่าโกง ก็คงไม่มีคะแนนของผู้อาวุโสคนไหนในงานประลองครั้งนี้ที่เป็นของจริงแล้ว!

“ท่านเจ้าสำนักหนานซาน ข้าคิดว่าการเดิมพันของเรา… น่าจะถึงเวลาชำระบัญชีกันแล้วกระมัง?”

จางอวิ๋นหันเป้าหมายไปที่เจ้าสำนักหนานซาน พร้อมเอ่ยทวงถามด้วยรอยยิ้มบางๆ ที่ดูสุภาพแต่บาดลึก

สิ้นเสียงนี้ ผู้คนถึงได้สติและหวนนึกขึ้นได้

มัวแต่ตกตะลึงกับความโหดเหี้ยมในวีรกรรมล่าสังหารจนลืมเรื่องนี้ไปเสียสนิท

จางอวิ๋นคว้าอันดับหนึ่งด้วยคะแนน 3,305 ส่วนชิวเลวี่ย ตั้งแต่เริ่มยันจบงาน ก็ยังคงรักษาคะแนน 0 แต้มไว้อย่างเหนียวแน่น ครองตำแหน่ง ‘ที่หนึ่ง’ (จากท้ายตาราง) ไปครองอย่างสมศักดิ์ศรี

ใครแพ้ใครชนะ… เห็นกันอยู่ชัดๆ เต็มสองตา!

เจ้าสำนักหนานซานมุมปากกระตุกริกๆ เส้นเลือดข้างขมับปูดโปน ภายใต้สายตาจับจ้องของฝูงชนนับพัน เขาไม่สามารถบิดพริ้วเสียสัตย์ได้ จึงทำได้เพียงแค่นเสียงฮึดฮัดในลำคอ แล้วสะบัดมือโยนแหวนมิติวงหนึ่งพุ่งใส่จางอวิ๋น

หมับ!

จางอวิ๋นยื่นมือรับมาอย่างแม่นยำ ส่งจิตเข้าไปตรวจสอบภายใน… หินวิญญาณหนึ่งแสนหนึ่งหมื่นก้อนวางเรียงรายเป็นภูเขาขนาดย่อม อีกฝ่ายรวมส่วนของชิวเลวี่ยหนึ่งหมื่นก้อนมาให้ด้วย เห็นได้ชัดว่าคาดเดาสถานการณ์อันน่าสมเพชของชิวเลวี่ยได้อยู่แล้ว

เขาจึงยิ้มกว้างกว่าเดิม ประสานมือคารวะอย่างนอบน้อมที่แฝงความกวนประสาท “ขอบพระคุณท่านเจ้าสำนักหนานซานที่เมตตามอบทานให้ศิษย์ผู้น้อย วันหน้าหากมีโอกาส… เรามาเดิมพันกันใหม่นะขอรับ!”

“ฮึ่ม!”

เจ้าสำนักหนานซานสะบัดหน้าหนีด้วยความเดือดดาล ไม่อยากจะเสวนากับตัวหายนะผู้นี้อีกแม้แต่ครึ่งคำ

จางอวิ๋นยักไหล่อย่างไม่ยี่หระ เดินกลับมายังฝั่งสำนักหลิงเซียนอย่างผู้ชนะ

เหล่าผู้อาวุโสสำนักหลิงเซียนมองดูเขา แววตาเต็มไปด้วยความรู้สึกซับซ้อนที่บรรยายไม่ถูก

ตอนแรกนึกว่าจางอวิ๋นบ้าจี้เอาไม้ซีกไปงัดไม้ซุง ท้าพนันกับเจ้าสำนักหนานซาน ผลสุดท้ายกลับกลายเป็นว่า… ไม้ซีกฟาดไม้ซุงจนหักสะบั้น!

หนึ่งแสนหนึ่งหมื่นหินวิญญาณเชียวนะ!

เห็นแล้วพวกเขาก็อิจฉาตาร้อนผ่าวจนแทบกระอัก

แต่สิ่งที่ทำให้พวกเขาตกตะลึงยิ่งกว่าเม็ดเงิน คือความแข็งแกร่งอันลึกลับของจางอวิ๋น

จินตานแตกสลาย ระดับพลังตกลงไปเหลือระดับสร้างรากฐาน นี่คือผลการตรวจที่ท่านเจ้าสำนักยืนยันด้วยตัวเองในที่ประชุมวันนั้น แล้วทำไมเวลาผ่านไปไม่ถึงครึ่งเดือน ฝีมือของจางอวิ๋นไม่เพียงแต่ไม่ถดถอย กลับดูเหมือนจะแข็งแกร่งและอันตรายยิ่งกว่าตอนเป็นจินตานเสียอีก?

พวกเขาไม่เข้าใจเลยจริงๆ!

ผู้อาวุโสใหญ่สำนักหลิงเซียนประเมินสถานการณ์ในใจ ในฐานะระดับจินตานขั้นสูงสุด เขาเชื่อว่าถ้าตนเองต้องเผชิญหน้ากับราชันย์หมีน้ำตาลวิญญาณตัวนั้นลำพัง ก็คงยากที่จะสังหารมันลงได้โดยไม่บาดเจ็บสาหัส

แน่นอนว่าในภาพบันทึก จางอวิ๋นเห็นจุดอ่อนที่ดวงตาของมันชัดเจน หากเขามองเห็นจุดอ่อนนั้น เขาก็อาจจะฆ่ามันได้เช่นกัน

แต่ประเด็นสำคัญคือ… การมองเห็น เขาไม่มั่นใจว่าจะมองเห็นได้ทันท่วงทีแบบนั้น!

ต้องตระหนักก่อนว่าจุดอ่อนของสัตว์วิญญาณ ไม่ใช่ว่าทุกตัวจะเหมือนกัน ต่อให้เป็นหมีน้ำตาลวิญญาณสายพันธุ์เดียวกัน บางตัวจุดอ่อนอาจจะอยู่ที่ดวงตา บางตัวอาจจะอยู่ที่ใต้รักแร้ หรือบางตัวอาจจะอยู่ที่จุดอับอื่นๆ…

เมื่อต้องเผชิญหน้ากับสัตว์วิญญาณที่พลังป้องกันมหาศาลและพลังทำลายล้างสูงอย่างราชันย์หมีน้ำตาลวิญญาณ แม้แต่ผู้ฝึกตนระดับจินตานขั้นสูงสุดก็ไม่มีโอกาสได้ลองผิดลองถูกหาจุดอ่อน เพราะแค่พลาดเพียงเสี้ยววินาที… กรงเล็บมรณะนั่นก็เพียงพอที่จะตบเจ้าจนปลิวกลายเป็นเศษเนื้อ!

จางอวิ๋นแทงกระบี่เข้าจุดตายในครั้งเดียว อาจจะมีส่วนของโชคช่วย แต่การสังหารได้นั้นคือความจริงที่ปฏิเสธไม่ได้

ผู้อาวุโสใหญ่สำนักหลิงเซียนทอดสายตามองจางอวิ๋น และยกให้อีกฝ่ายเป็นผู้ฝึกตนในระดับเดียวกันกับตนไปเป็นที่เรียบร้อย

จางอวิ๋นไม่ได้สนใจสายตาประเมินค่าของใคร เมื่อกลับมาถึงข้างกายลูกศิษย์ เขาก็ยื่นมือไปลูบหัวเจ้าหมีน้อยสองตัวที่โผล่หน้ามึนงงออกมาจากอกเสื้อของสวีหมิงและอู๋เสี่ยวพั่ง

“นี่คือ?”

เหล่าผู้อาวุโสสำนักหลิงเซียนสังเกตเห็นลูกหมี สีหน้าฉายแววสงสัยใคร่รู้

ผู้อาวุโสใหญ่อดไม่ได้ที่จะเอ่ยถาม “ผู้อาวุโสเก้า นี่คือลูกของราชันย์หมีน้ำตาลวิญญาณตัวที่ท่านฆ่าไปงั้นรึ?”

“อืม”

จางอวิ๋นปรายตามองเขา แล้วพยักหน้าเบาๆ ราวกับเป็นเรื่องปกติธรรมดา

ผู้อาวุโสสำนักหลิงเซียนต่างหายใจติดขัด

นี่มันลูกสัตว์วิญญาณสายเลือดระดับจินตานเชียวนะ!

อนาคตหากเติบโตขึ้น มีโอกาสสูงมากที่จะกลายเป็นราชันย์หมีน้ำตาลวิญญาณผู้ทรงพลังแบบในภาพ แล้วนี่ได้มาตั้งสองตัว…

พวกเขาอดไม่ได้ที่จะมองด้วยความอิจฉาจนน้ำลายแทบหก

บรรดาลูกศิษย์ข้างกายพวกเขายิ่งอาการหนักกว่า

ดูออกได้ไม่ยากว่า จางอวิ๋นมอบลูกหมีสองตัวนี้ให้สวีหมิงและอู๋เสี่ยวพั่งเลี้ยง นี่มันสัตว์เลี้ยงระดับจินตานในอนาคตเชียวนะ ในฐานะศิษย์… ชั่วชีวิตนี้พวกเขาอาจจะไม่มีปัญญาหามาครอบครองได้เลยด้วยซ้ำ!

พอนึกย้อนไปว่าก่อนหน้านี้พวกเขาเคยคิดว่าสวีหมิง ‘คิดสั้น’ และ ‘น่าเสียดาย’ ที่ไปกราบจางอวิ๋นเป็นอาจารย์ ตอนนี้ก็ได้แต่ยิ้มขื่นกลืนเลือดลงคอ

คิดสั้นกับผีน่ะสิ!

ถ้าให้เลือกย้อนเวลากลับไปได้ ตอนนี้พวกเขาแทบอยากจะพุ่งเข้าไปกอดขาจางอวิ๋นร้องไห้ขอกราบเป็นอาจารย์แทนเสียด้วยซ้ำ

ภาพที่ฆ่าราชันย์หมีน้ำตาลวิญญาณนั่น มันช่างองอาจและน่าเกรงขามสุดขั้วหัวใจ!

หันกลับมามองอาจารย์ของตัวเอง… เฮ้อ…

เอาเถอะ บางทีอาจารย์กับอาจารย์… ความห่างชั้นมันก็มีอยู่จริงๆ!

……

งานประลองจบลงแล้ว แต่ผู้คนยังไม่ได้แยกย้าย เพราะตามกฎยังมีเวลาให้รอผู้ตกค้างอีกหนึ่งชั่วยาม

ตอนนี้ยังมีผู้อาวุโสบางส่วนยังไม่ออกมา หากหมดเวลาแล้วยังไม่ออกมา อันดับ 10 คนสุดท้ายก็ยังสรุปผลไม่ได้

“จางอวิ๋น… เจ้าแน่ใจนะว่าฆ่าสามผู้อาวุโสของสำนักหนานซานไปแล้ว?”

จู่ๆ เจ้าสำนักหลิงเซียนก็ส่งกระแสจิตถามจางอวิ๋นด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียดปนตื่นเต้น

“ขอรับ ท่านเจ้าสำนัก”

จางอวิ๋นส่งกระแสจิตตอบกลับสั้นๆ แต่หนักแน่น

“ทำได้ดีมาก!”

เจ้าสำนักหลิงเซียนมองเขาด้วยสายตาชื่นชมจนปิดไม่มิด

จางอวิ๋นยักไหล่ เข้าใจความหมายของอีกฝ่ายดี

ในบรรดา 10 อันดับแรกตอนนี้ มีผู้อาวุโสสำนักหนานซานติดอยู่ 7 คน แต่ออกมาแค่ 4 คน อีก 3 คนที่เหลือ ก็คือผู้อาวุโสห้า หก และเจ็ด ที่ถูกเขาเชือดทิ้งไปเป็นผีเฝ้าป่านั่นเอง

ผ่านไปหนึ่งชั่วยาม ถ้าสามคนนี้ไม่ออกมา คะแนนจะถือเป็นโมฆะ ถึงตอนนั้น อันดับที่ 11 ถึง 13 จะขยับขึ้นมาแทนที่ ซึ่งในสามอันดับนี้ อันดับที่ 12 และ 13 คือผู้อาวุโสสี่และหกของสำนักหลิงเซียน

เมื่อสองคนนี้ขยับขึ้นมา ก็เท่ากับว่าใน 10 อันดับแรก จะมีคนของสำนักหลิงเซียนถึง 5 คน บวกกับที่หนึ่งที่เป็นของจางอวิ๋น… ผลลัพธ์นี้เท่ากับว่าพวกเขาพลิกกระดานชนะสำนักหนานซานอย่างขาดลอย!

เจ้าสำนักหลิงเซียนแค่คิด มุมปากก็อดไม่ได้ที่จะยกขึ้นเป็นรอยยิ้ม

มองจางอวิ๋นแล้วยิ่งดูยิ่งพอใจ กลับสำนักคราวนี้ ต้องจดบันทึกความดีความชอบครั้งใหญ่ให้เจ้าเด็กนี่เสียแล้ว!

หนึ่งชั่วยามผ่านไปอย่างรวดเร็ว… ภายในป่าหนานเฟิงยังคงเงียบสงัด ไร้ซึ่งวี่แววของผู้อาวุโสที่เหลือ

สีหน้าของเจ้าสำนักหนานซานย่ำแย่ถึงขีดสุด เขาอดไม่ได้ที่จะเหลือบมองจางอวิ๋นด้วยสายตาอาฆาต

เขาพอจะเดาชะตากรรมของผู้อาวุโสห้า หก และเจ็ด ได้แล้ว

พอนึกถึงตอนที่จางอวิ๋นเพิ่งออกมาแล้วตะโกนร้องให้ช่วย เขาก็โมโหจนแทบกระอักเลือด ไอ้ผู้อาวุโสตัวตลกบ้านี่!! มันหลอกด่าข้าชัดๆ!

จางอวิ๋นสังเกตเห็นสายตาของเขา ก็ส่งยิ้มสุภาพแสนดีตอบกลับไปให้ทันที

“ไอ้สารเลว!”

เจ้าสำนักหนานซานเห็นแล้วยิ่งเดือดดาลจนตัวสั่น

ฆ่า!

ไอ้ตัวตลกนี่… ต้องหาทางฆ่าทิ้งให้ได้!!

“หมดเวลาแล้ว อันดับถูกกำหนดแล้ว รางวัลควรจะแจกได้แล้วกระมัง?”

เวลานี้ เจ้าสำนักหลิงเซียนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงรื่นเริงผิดหู

ผู้คนในลานถึงได้สติ สายตามองไปยังศิลาควบคุมคริสตัล… 10 อันดับแรกมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่!

สำนักหลิงเซียนครองอันดับที่ 1, 4, 7, 9 และ 10!

ส่วนผู้อาวุโสสามท่านของสำนักหนานซานที่หลุดออกไป เดิมทีอยู่อันดับ 4, 5, 6 เมื่อหายสาบสูญ อันดับ 11 ถึง 13 จึงขยับขึ้นมาแทนที่ ส่งผลให้ผู้อาวุโสใหญ่และผู้อาวุโสสองของสำนักหลิงเซียนที่เดิมอยู่อันดับ 7 และ 10 ก็ขยับขึ้นมาเป็นอันดับ 4 และ 7 ตามลำดับ

“งานประลองแลกเปลี่ยนสิ้นสุดลงอย่างเป็นทางการ ขอแสดงความยินดีกับผู้อาวุโสทุกท่านที่ติด 10 อันดับแรก!”

มู่เหวินเซวียนลุกขึ้นยืน ประกาศด้วยรอยยิ้มการค้า “ตอนนี้ ขอเชิญผู้อาวุโสใน 10 อันดับแรกมารับรางวัล!”

ได้ยินดังนั้น จางอวิ๋นและคนอื่นๆ ก็เดินขึ้นไปทันที

“ยินดีด้วย ผู้อาวุโสเก้าแห่งสำนักหลิงเซียน ท่านได้รับ ‘โอสถสร้างทารกวิญญาณ’ หนึ่งเม็ด!”

มู่เหวินเซวียนยิ้มพร้อมหยิบกล่องไม้ประณีตลวดลายโบราณออกมา เปิดแง้มเพียงเล็กน้อย กลิ่นหอมของตัวยาอันเข้มข้นบริสุทธิ์ก็พวยพุ่งออกมาทันที ราวกับมีพลังชีวิตอัดแน่นอยู่ภายใน

ผู้ที่ได้กลิ่นต่างรู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปร่า รูขุมขนเปิดกว้าง มองกล่องไม้ด้วยสายตาเร่าร้อนดั่งไฟเผา

มู่เหวินเซวียนยิ้มแล้วยื่นให้ “ผู้อาวุโสเก้า เก็บรักษาให้ดีล่ะ!”

จางอวิ๋นรับมาแล้วรีบปิดกล่องลงทันที ก่อนจะเก็บเข้าแหวนมิติท่ามกลางสายตาอันร้อนแรงของฝูงชน

ของของข้า… พวกเจ้าอย่าได้คิดจะหมายปองเชียว!

เขากวาดตามองทุกคนด้วยสายตาเย็นเยียบ

สายตาอันแหลมคมดุจเหยี่ยวทำให้หลายคนที่จ้องมองอยู่ใจสั่นสะท้าน พอนึกถึงฉากที่จางอวิ๋นสังหารราชันย์หมีน้ำตาลในภาพบันทึก ก็ไม่มีใครกล้าสบตาด้วยอีก รีบก้มหน้าหลบตากันเป็นแถว

จางอวิ๋นเห็นดังนั้นจึงหันมาพยักหน้าให้มู่เหวินเซวียนเล็กน้อย แล้วเดินกลับไปฝั่งสำนักหลิงเซียน

กับมู่เหวินเซวียน เขาไม่ได้แสดงท่าทีอะไรมาก

แม้จะรู้ว่าเจ้านี่ร่วมมือกับตระกูลหลินและสำนักหนานซานเล่นงานเขา แต่อย่างน้อยในตอนนี้ ยังไม่ควรฉีกหน้ากันตรงๆ

เพราะเบื้องหลังของอีกฝ่ายคือ ‘หอสมบัติหนานจาง’ ซึ่งเป็นขุมกำลังยักษ์ใหญ่ที่ทรงอิทธิพล จางอวิ๋นรู้ดีว่าตอนนี้เขายังต่อกรด้วยไม่ได้

สู้ไม่ได้ ก็ต้องรู้จักซ่อนคมไว้ก่อน รอวันหน้าปีกกล้าขาแข็งค่อยว่ากัน

ลูกผู้ชายแก้แค้น สิบปีก็ยังไม่สาย!

อีกเก้าคนที่เหลือรับรางวัลจนเสร็จสิ้น งานประลองแลกเปลี่ยนระหว่างสองสำนักในครั้งนี้ก็ถือว่าปิดฉากลงอย่างสมบูรณ์แบบ (สำหรับสำนักหลิงเซียน)

“ผู้อาวุโสหลี่ ทางเมืองหนานเฟิงคงต้องฝากท่านดูแลต่อไปแล้ว!”

เจ้าสำนักหลิงเซียนหันไปกล่าวกับชายชราในชุดหรูหราที่ยืนอยู่ข้างๆ

“ขอท่านเจ้าสำนักโปรดวางใจ!”

ชายชราพยักหน้ารับคำ

เจ้าสำนักหลิงเซียนจึงหันไปสั่งเหล่าผู้อาวุโสด้วยน้ำเสียงทรงพลัง “ไป! กลับสำนักกับข้า!”

“ขอรับ!”

เหล่าผู้อาวุโสสำนักหลิงเซียนรับคำอย่างพร้อมเพรียง แล้วพาลูกศิษย์ของตนเหยียบกระบี่บินทะยานขึ้นฟ้า ติดตามเจ้าสำนักมุ่งหน้ากลับสู่สำนักหลิงเซียนด้วยความเบิกบานใจ

ครั้งนี้สำนักหลิงเซียนมากัน 15 คน ตอนนี้ออกมาครบ 15 คน ไม่มีใครขาดหาย จึงไม่มีความจำเป็นต้องอยู่ต่อให้เสียเวลา

ส่วนเจ้าสำนักหนานซานและคนอื่นๆ ยังไม่กลับ เพราะยังมีผู้อาวุโสอีกหลายคนของพวกเขายังไม่ออกมา

แม้เจ้าสำนักหนานซานจะพอเดาได้บ้างแล้ว แต่ใจลึกๆ ก็ยังไม่อยากจะยอมรับความจริง

ผู้อาวุโสใหญ่, ห้า, หก, เจ็ด, แปด รวมทั้งหมด 5 คนที่ยังไม่ออกมา หากทั้งหมดนี้เป็นอะไรไป…

เจ้าสำนักหนานซานไม่กล้าคิดต่อ โดยเฉพาะ ‘ผู้อาวุโสใหญ่’ ของพวกเขา

นี่คือสิ่งที่เขาแปลกใจที่สุด

ด้วยฝีมือของผู้อาวุโสใหญ่สำนักหนานซาน ไม่มีเหตุผลที่จะออกมาไม่ได้ ต่อให้จางอวิ๋นจะโชว์เหนือฆ่าราชันย์หมีได้ แต่เขาก็ไม่เชื่อว่าจางอวิ๋นจะมีปัญญาฆ่าผู้อาวุโสใหญ่ของเขาได้ ยิ่งไปกว่านั้น เขาไม่ได้สั่งให้ผู้อาวุโสใหญ่ไปยุ่งกับจางอวิ๋น ทั้งสองคนจะได้เจอกันหรือเปล่ายังไม่รู้เลยด้วยซ้ำ

ดังนั้นจึงมีความเป็นไปได้เพียงอย่างเดียว… คือผู้อาวุโสใหญ่ถูกขังหรือติดกับดักอยู่ที่ไหนสักแห่งในป่าหนานเฟิง

และยังมีอีกเรื่องที่สำคัญมาก… ตระกูลหลิน

คิดถึงตรงนี้ เจ้าสำนักหนานซานก็อดไม่ได้ที่จะสบตากับมู่เหวินเซวียน

โดยไม่ต้องพูดอะไร ทั้งสองฝ่ายพากันมุ่งหน้าเข้าสู่ป่าหนานเฟิงทันที

ผู้ฝึกตนที่มุงดูอยู่บางคนอยากจะตามเข้าไปดูด้วยความอยากรู้อยากเห็น แต่ก็ถูกผู้ฝึกตนของสำนักหนานซานขวางทางไว้

“ก่อนที่จะพบตัวผู้อาวุโสของสำนักเรา ทางเข้าที่นี่ไม่อนุญาตให้ผู้ใดล่วงล้ำ!”

เจ้าสำนักหนานซานปลดปล่อยพลังระดับหยวนอิงอันเกรี้ยวกราด พร้อมประกาศเสียงก้องกังวานไปทั่วสารทิศ “ผู้ใดฝ่าฝืน… จะถือว่าเป็นศัตรูคู่แค้นกับสำนักหนานซาน!”

ผู้ฝึกตนมากมายในลานต่างขมวดคิ้วด้วยความไม่พอใจ แต่ด้วยความเกรงกลัวต่อพลังระดับหยวนอิง จึงไม่มีใครกล้าเอาชีวิตไปทิ้ง ตามเข้าไปแม้แต่คนเดียว

>กลับหน้าหลักHOMEจิ้ม<

Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 46"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Aileen Novel
  • หน้าหลัก HOME
  • COOKIE POLICY

© 2020 - 2023 ไอรีนโนเวล นิยายอ่านฟรีทุกวัน เว็บอ่านนิยาย pdf ไอรีนโนเวล “aileen-novel.online” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน นิยายชื่อดัง ตอนล่าสุด "ฮณ๊ฯดฯฌซ, อ่านฟรี อ่านเพลินอ่านทั้งวันกับไอรีนโนเวลออนไลน์

Sign in

Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Sign Up

Register For This Site.

Log in | Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Lost your password?

Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย