Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
ค้นหานิยาย
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
Sign in Sign up

ยอดอาจารย์ผู้มองเห็นอัจฉริยะ - ตอนที่ 230

  1. Home
  2. ยอดอาจารย์ผู้มองเห็นอัจฉริยะ
  3. ตอนที่ 230
Prev
Next

ไม่เห็นนิยายอัปเดตใช่ไหม?
>>จิ้มที่นี่ได้เลย<<

บทที่ 230 เจ้าแกล้งทำเป็นไม่เห็น แล้วแอบไปรายงานเงียบๆ ไม่ได้รึไง?

จางอวิ๋นทอดสายตามองออกไปเบื้องหน้า

ในยามนี้ ผู้อาวุโสหกแห่งเกาะเชียนไห่กำลังยืนสงบนิ่งอยู่ที่ริมชายฝั่งแห่งหนึ่ง ไม่ไกลออกไปนัก มีสะพานหินขนาดมหึมาที่ทอดตัวยาวเหยียดหายเข้าไปในม่านหมอกหนาทึบ ตั้งตระหง่านอยู่อย่างน่าเกรงขาม

“เรียนคุณชาย ข้ามสะพานใหญ่นี้ไปก็คือเขตของเกาะที่สามแล้วขอรับ”

ผู้อาวุโสหกกล่าวแนะนำด้วยน้ำเสียงระมัดระวัง “บนสะพานแห่งนี้มีการป้องกันแน่นหนายิ่งนัก มีระดับหยวนอิงเฝ้ายามอยู่หลายคน โดยมีหัวหน้าผู้คุมคือ ‘ผู้อาวุโสคุมกฎ’ ของเกาะเชียนไห่ ระดับพลังของมันอยู่ขั้นหยวนอิงสูงสุด ถือเป็นตัวตนที่แข็งแกร่งที่สุดในระดับหยวนอิงของเกาะเราเลยก็ว่าได้ขอรับ!”

จางอวิ๋นถามสวนกลับตรงประเด็น “มีระดับแปลงเทพหรือไม่?”

“เอ่อ… เรื่องนี้ข้าน้อยไม่แน่ใจขอรับ”

ผู้อาวุโสหกส่ายหน้าเจื่อนๆ “เกาะที่สามนั้นเป็นเขตหวงห้าม ข้าไม่ค่อยได้มีโอกาสเข้าไป ยอดฝีมือที่เฝ้าอยู่หน้าฉากที่เก่งกาจที่สุด เท่าที่ข้ารู้ก็คือผู้อาวุโสคุมกฎผู้นี้แหละขอรับ!”

“ตกลง เจ้าจงไปหาที่ซ่อนตัวเสีย ข้าจะเข้าไปเอง”

จางอวิ๋นออกคำสั่งเสียงเรียบ

ผู้อาวุโสหกพยักหน้ารับคำสั่งอย่างรู้รู้งาน ก่อนจะรีบผลุบหายเข้าไปในป่าทึบข้างทางทันที

สิ้นเสียงสายลมพัดผ่าน

ร่างที่ก้าวเดินออกมาจากแนวป่าอีกครั้ง คือจางอวิ๋นที่สวมใส่ ‘เสื้อคลุมล่องหน’ เรียบร้อยแล้ว

ไร้ซึ่งการหยุดพัก ร่างของเขาพุ่งทะยานขึ้นไปบนสะพานใหญ่ดุจวิหคเหินลม

ในสถานการณ์เช่นนี้ เขาจำเป็นต้องรีบยืนยันตำแหน่งและความปลอดภัยของเผ่าเงือกให้เร็วที่สุด มิอาจเสี่ยงกระทำการบุ่มบ่ามแหวกหญ้าให้งูตื่นโดยไม่จำเป็น

เมื่อเหยียบย่างขึ้นมาบนสะพาน ก็พบว่ามีค่ายกลสังหารและข้อห้าม วางดักรออยู่เพียบ

ทว่ากับดักตื้นเขินเหล่านี้… มีหรือจะรอดพ้นสายตาของ ‘เนตรสวรรค์’ ไปได้

ร่างโปร่งแสงของจางอวิ๋นพลิ้วไหวหลบหลีกค่ายกลเหล่านั้นไปตลอดทางราวกับเดินชมสวนหลังบ้าน

ไม่นานนัก ที่บริเวณกึ่งกลางสะพาน จางอวิ๋นก็มองเห็นกลุ่มคนเฝ้ายาม

ประกอบด้วยระดับหยวนอิงหนึ่งคน กับระดับจินตานอีกกว่าสิบชีวิต ยืนเรียงหน้ากระดานถืออาวุธครบมือ สีหน้าเคร่งขรึมแววตาดุดัน แผ่รังสีสังหารห้ามคนแปลกหน้าเข้าใกล้

จางอวิ๋นเพียงปรายตามองแวบหนึ่ง แล้วเลือกที่จะอ้อมผ่านพวกเขาไปดื้อๆ

ด้วยระดับจิตวิญญาณขั้นแปลงเทพของเขา ตราบใดที่ไม่จงใจเปิดเผยตัวตน ยอดฝีมือระดับหยวนอิงเหล่านี้ไม่มีทางจับสัมผัสเขาได้แม้แต่ปลายก้อย

แต่ทว่า… เหตุบังเอิญย่อมเกิดขึ้นได้เสมอในโลกหล้า

ขณะที่เขาใกล้จะถึงปลายสุดของสะพาน ก็ได้พบกับกลุ่มคนเฝ้ายามอีกชุดหนึ่ง

หัวหน้ากลุ่มผู้คุมกฎ คือชายชราผมดำขลับในชุดคลุมสีทมิฬ ใบหน้าเย็นชาประดุจน้ำแข็งพันปี

วินาทีที่จางอวิ๋นเคลื่อนกายเข้าไปในระยะประชิด ชายชราผมดำผู้นั้นก็เงยหน้าขวับขึ้นมาทันที ราวกับสัมผัสได้ถึงสิ่งผิดปกติ

มันตวาดลั่นเสียงดังกัมปนาท “ใคร!?”

จางอวิ๋นสะดุ้งโหยงเล็กน้อย เหล่าผู้ฝึกตนเกาะเชียนไห่ที่เฝ้ายามอยู่รายรอบต่างก็สีหน้าแปรเปลี่ยนทันที ชักอาวุธออกมาเตรียมพร้อม

วูบ!

พริบตาถัดมา ประกายแสงสายหนึ่งพลันสว่างวาบขึ้นท่ามกลางความมืดมิด มันคือปราณกระบี่ที่คมกริบเสียจนอากาศยังต้องกรีดร้อง พุ่งวาบออกไปราวกับเคียวของยมทูต

เหล่าผู้ฝึกตนเกาะเชียนไห่ยังไม่ทันตั้งตัวหรือแม้แต่จะเปล่งเสียงร้อง ร่างกายท่อนบนและท่อนล่างก็แยกออกจากกัน ร่วงหล่นลงสู่พื้นพร้อมโลหิตที่สาดกระเซ็น!

มีเพียงชายชราผมดำและระดับหยวนอิงวัยกลางคนอีกผู้หนึ่งเท่านั้นที่ไหวตัวหลบได้ทันอย่างเฉียดฉิว

“สารเลว! บังอาจ…”

ระดับหยวนอิงวัยกลางคนมองซากศพเกลื่อนพื้นด้วยความโกรธแค้นจนตาแดงก่ำ กำลังจะอ้าปากคำรามลั่นเรียกพวกพ้อง แต่จู่ๆ เส้นเลือดสีแดงฉานก็ปรากฏขึ้นรอบลำคอ เห็นเพียงเงาร่างถือกระบี่สายหนึ่งพุ่งวูบผ่านข้างกายไปดุจภูตพราย

ตุบ!

ศีรษะของระดับหยวนอิงวัยกลางคนร่วงหล่นลงกระแทกพื้นกลิ้งหลุนๆ ทันที ชายชราผมดำเห็นภาพสยดสยองนั้น รูม่านตาก็หดเกร็งด้วยความหวาดกลัวสุดขีด

หนี!

สัญชาตญาณเอาตัวรอดทำงานทันที มันหันหลังกลับเตรียมโกยแน่บโดยไม่ลังเลแม้แต่วินาทีเดียว

“ข้าจะบอกอะไรให้นะ… เจ้าช่างโง่เขลานัก”

น้ำเสียงราบเรียบเย็นชาของจางอวิ๋นดังขึ้นไล่หลัง

“ข้าอุตส่าห์ลอบเข้ามาถึงที่นี่ได้ ฝีมือย่อมมิใช่คนธรรมดา… หากเจ้าแกล้งทำเป็นตาบอดมองไม่เห็น แล้วแอบไปส่งข่าวเงียบๆ ก็อาจจะมีชีวิตรอดไปได้แล้วแท้ๆ”

ชายชราผมดำตัวสั่นเทา เหงื่อกาฬไหลอาบแผ่นหลัง

“แต่ในเมื่อดันทะลึ่งตะโกนร้องหาความตายเยี่ยงนี้… ถ้างั้นข้าก็คงต้อง…”

“สงเคราะห์ให้เจ้าหุบปากตลอดไปซะ!”

ฉัวะ!

ท่ามกลางสีหน้าบิดเบี้ยวด้วยความหวาดกลัวสุดขีดของชายชราผมดำ คมกระบี่ลายทมิฬอันแหลมคมก็ปาดผ่านลำคอของมันไปอย่างไร้ปรานี

กระบวนการทั้งหมดเกิดขึ้นรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ จนมันไม่อาจตอบสนองสิ่งใดได้ทัน รู้สึกเพียงความเจ็บแปลบที่ลำคอวูบหนึ่ง แล้วโลกทั้งใบก็ดับวูบลง…

จางอวิ๋นมองร่างไร้วิญญาณด้วยสายตาเรียบเฉย

【แหวนหยกตระกูลหลิง】

ข้อมูล: แหวนตรวจสอบที่ถูกรังสรรค์ขึ้นโดยตระกูลหลิง

ผลลัพธ์: สามารถทิ้งตราประทับตรวจจับไว้ในพื้นที่รัศมีไม่เกินร้อยเมตรรอบตัวผู้สวมใส่ หากมีสิ่งมีชีวิตก้าวล่วงเข้ามา แหวนหยกจะเกิดปฏิกิริยาตอบสนองแจ้งเตือนทันที

…

เมื่อ ‘เนตรสวรรค์’ กวาดไปเจอแหวนหยกบนนิ้วของศพ ข้อมูลก็เด้งขึ้นมาให้เห็น

มิน่าล่ะถึงได้รู้ตัวว่าเขามา ที่แท้ก็เพราะของวิเศษชิ้นนี้นี่เอง!

“ต้องรีบแล้ว!”

จางอวิ๋นถอนหายใจเบาๆ สะบัดมือเก็บกวาดศพเข้าแหวนมิติ แล้วพุ่งตัวทะยานเข้าไปในเกาะที่สามอย่างรวดเร็ว

แม้จะลงมือสังหารคนกลุ่มนี้ได้ในพริบตาจนพวกมันส่งข่าวไม่ทัน แต่กลิ่นคาวเลือดนี้คงปิดบังได้ไม่นาน

อีกเดี๋ยวหากมีใครผ่านมาทางนี้ ก็ต้องล่วงรู้ความผิดปกติแน่

จางอวิ๋นเลิกซ่อนตัว ปลดปล่อยสัมผัสวิญญาณระดับแปลงเทพขั้นสูงสุดกวาดสแกนไปทั่วทิศทางครอบคลุมทั้งเกาะทันที

“หือ?”

ภายในสิ่งปลูกสร้างมากมายบนเกาะที่สาม ผู้ฝึกตนจำนวนมากต่างสัมผัสได้ถึงกระแสจิตอันน่าเกรงขามที่กดทับลงมาดุจขุนเขา สีหน้าต่างตื่นตระหนกตกใจ

ระดับแปลงเทพ!

หรือว่าบรรพชน หรือท่านเจ้าเกาะจะออกโรงมาด้วยตนเอง?

พวกเขาต่างคาดเดาในใจ หลายคนรีบวิ่งออกมาดูเหตุการณ์นอกที่พัก

แต่เมื่อแหงนมองไปบนท้องฟ้ากลับไม่เห็นผู้ใด ก็ได้แต่ยืนงุนงงสับสน

ปกติหากระดับบรรพชนหรือเจ้าเกาะเคลื่อนไหว ย่อมต้องเหาะเหินเดินอากาศสำแดงเดชให้ประจักษ์ แต่นี่กลับไร้เงา…

จางอวิ๋นไม่มีอารมณ์จะสนใจมดปลวกเหล่านี้ สัมผัสวิญญาณของเขากวาดผ่านเกาะไปอย่างรวดเร็วและละเอียดถี่ถ้วน

ใช้เวลาเพียงสองนาที ในที่สุดเขาก็ล็อคเป้าทิศทางที่น่าสงสัยได้

ไม่รอช้า ร่างของเขาพุ่งทะยานเป็นเส้นแสงมุ่งหน้าไปทันที

ในขณะเดียวกัน ผู้คนบนเกาะที่สัมผัสได้ว่าแรงกดดันจากกระแสจิตหายไปแล้ว ก็ได้แต่ยืนเกาหัวงงเป็นไก่ตาแตก

ณ ปากถ้ำลึกลับแห่งหนึ่งท่ามกลางป่าเขารกทึบบนเกาะ

มีผู้ฝึกตนสวมชุดเกราะขาวเต็มยศหลายสิบคนยืนเฝ้ายามอยู่อย่างเข้มงวด

“ตื่นตัวกันหน่อย!”

ผู้ฝึกตนร่างกำยำที่เป็นหัวหน้า รู้สึกใจคอไม่ดีเมื่อสัมผัสวิญญาณระดับแปลงเทพเมื่อครู่จางหายไป จึงตะโกนสั่งลูกน้องเสียงเข้ม

เหล่าผู้ฝึกตนเกราะขาวต่างรีบกระชับอาวุธ ตั้งท่าเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ฉุกเฉิน

“รัตติกาลมาเยือน!”

เสียงกระซิบแผ่วเบาดังขึ้น แต่ยังไม่ทันที่พวกมันจะได้ขยับตัว ทัศนวิสัยเบื้องหน้าก็ถูกความมืดมิดกลืนกินไปจนหมดสิ้น แล้วจากนั้น…

ฉัวะ! ฉัวะ! ฉัวะ!!

คมกระบี่ลายทมิฬร่ายรำดั่งเคียวมรณะในความมืด ผู้ฝึกตนเกราะขาวหลายสิบคนยังไม่ทันรู้ตัวด้วยซ้ำว่าเกิดอะไรขึ้น ศีรษะก็หลุดออกจากบ่า ขาดใจตายเรียบเป็นหน้ากลอง

“ไอ้สารเลว!!”

ได้กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้ง หัวหน้าร่างกำยำโกรธจัดจนเลือดขึ้นหน้า ขยี้หยกยันต์ในมือจนแตกละเอียดทันที

เพล้ง!

ฟุ่บ!

“อ๊าก!”

กว่าคมกระบี่ของจางอวิ๋นจะฟันมาถึง ก็สายไปเพียงก้าวเดียว

อีกฝ่ายชิงบีบหยกยันต์ส่งสัญญาณไปเสียแล้ว

คลื่นพลังงานบางอย่างที่กระจายออกมาเป็นวงกว้าง ทำให้เขาขมวดคิ้วเล็กน้อย

ไม่มีเวลาให้คิดมาก เขาจัดการเก็บกวาดศพแล้วพุ่งตัวเข้าไปในถ้ำตรงหน้าทันที

สภาพภายในถ้ำดูคล้ายคุกใต้ดินขนาดใหญ่ มีกรงเหล็กเรียงรายสุดลูกหูลูกตา ขังสิ่งมีชีวิตเผ่าพันธุ์ต่างๆ ไว้มากมาย

กวาดตามองเพียงแวบเดียว จางอวิ๋นเห็นทั้งมนุษย์เงือก, มนุษย์หัวเสือ, มนุษย์หัวหมาป่า… และยังมีมนุษย์อีกกลุ่มหนึ่ง แต่คนพวกนี้ดูแปลกประหลาดพิกล

【มนุษย์ไร้วิญญาณ】

ระดับพลัง: จินตานขั้นกลาง

ข้อมูล: มนุษย์ที่ล้มเหลวจากการทดลองผสานสายเลือดเผ่าพันธุ์พิเศษ ทำให้ดวงวิญญาณถูกกัดกินจนแตกสลาย เหลือเพียงร่างเปล่ากลวงๆ ที่ยังมีลมหายใจ

กายา: กายาสมิงปัจฉิมภูมิ

พรสวรรค์: กลายร่างสมิง – ในสถานะนี้พลังรบทุกด้านจะเพิ่มขึ้นมหาศาล และจะเข้าสู่สภาวะบ้าคลั่งกระหายเลือด

จุดอ่อน: การกลายร่างคงอยู่ได้สูงสุดเพียง 2 นาที หลังหมดฤทธิ์จะตกอยู่ในสภาวะอ่อนแออย่างรุนแรง

จางอวิ๋นหรี่ตาลงด้วยความรังเกียจ

ตอนที่รีดข้อมูลจากผู้อาวุโสสองแห่งเกาะเชียนไห่ อีกฝ่ายเคยสารภาพว่าจับเผ่าพันธุ์พิเศษมาเพื่อทำการทดลองวิปริต ผสานเลือดมนุษย์กับเผ่าอื่นเพื่อยกระดับศักยภาพ…

ดูท่าเรื่องนี้จะมีมูลความจริง

เมื่อดูข้อมูลของพวกมนุษย์ดัดแปลงที่ล้มเหลวพวกนี้ ทำให้นึกย้อนไปถึงศิษย์เกาะเชียนไห่สองคนที่เจอในเมืองหนานซาง คนหนึ่งที่มี ‘กายามนุษย์หมาป่าปัจฉิมภูมิ’ ก็น่าจะถูกดัดแปลงมาด้วยวิธีการสกปรกเช่นนี้เป็นแน่

เขากวาดสายตามองไปที่ถ้ำห้องหนึ่งซึ่งคุมขังกลุ่มเงือกเอาไว้ ผู้นำกลุ่มคือสตรีเผ่าเงือกผู้หนึ่งที่ดูเป็นผู้ใหญ่และงดงามสะดุดตากว่าใคร

【สตรีเผ่าเงือก】

กายา: กายาวิญญาณเงือก, กายารากวิญญาณวารีระดับสูง

ระดับพลัง: สร้างรากฐานขั้นสูงสุด

วิชาที่ฝึกฝน: คัมภีร์ลับมนุษย์เงือก

ทักษะต่อสู้ (พรสวรรค์): บทเพลงแห่งเงือก, กระสุนวารี

ข้อบกพร่อง: ในร่างกายถูกฝัง ‘ตราประทับทาสมาร’ ซึ่งเชื่อมโยงกับจิตวิญญาณของจอมมารระดับแปลงเทพขึ้นไป จอมมารสามารถกระตุ้นตราประทับให้ตายตกได้ทุกเมื่อ

วิธีแก้: ใช้สิ่งที่มีพลังชำระล้างเพียงพอ ชำระล้างไอเมมารที่แฝงอยู่ในตราประทับให้บริสุทธิ์

จางอวิ๋นเรียกอวี๋สุ่ยเอ๋อร์ออกมาจากหอสมบัติเซียน แล้วเอ่ยถาม “สุ่ยเอ๋อร์… พวกเขาใช่คนในเผ่าของเจ้าหรือไม่?”

>กลับหน้าหลักHOMEจิ้ม<

Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 230"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Aileen Novel
  • หน้าหลัก HOME
  • COOKIE POLICY

© 2020 - 2023 ไอรีนโนเวล นิยายอ่านฟรีทุกวัน เว็บอ่านนิยาย pdf ไอรีนโนเวล “aileen-novel.online” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน นิยายชื่อดัง ตอนล่าสุด "ฮณ๊ฯดฯฌซ, อ่านฟรี อ่านเพลินอ่านทั้งวันกับไอรีนโนเวลออนไลน์

Sign in

Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Sign Up

Register For This Site.

Log in | Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Lost your password?

Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย