Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
ค้นหานิยาย
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
Sign in Sign up

ยอดอาจารย์ผู้มองเห็นอัจฉริยะ - ตอนที่ 226

  1. Home
  2. ยอดอาจารย์ผู้มองเห็นอัจฉริยะ
  3. ตอนที่ 226
Prev
Next

ไม่เห็นนิยายอัปเดตใช่ไหม?
>>จิ้มที่นี่ได้เลย<<

บทที่ 226 เกาะเชียนไห่

อวี๋สุ่ยเอ๋อร์ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนที่ดวงตาคู่สวยจะทอประกายเจิดจ้าเมื่อเข้าใจความหมายที่แฝงอยู่

“อาจารย์… หรือว่าพวกเรา…”

จางอวิ๋นระบายยิ้มบางเบาที่มุมปาก ทว่าแววตากลับฉายแววมุ่งมั่น

“ไปกันเถอะ ตามอาจารย์ไปทวงความยุติธรรมที่… เกาะเชียนไห่!”

“เจ้าค่ะ!!”

อวี๋สุ่ยเอ๋อร์พยักหน้าหงึกหงักอย่างแรง ความตื่นเต้นดีใจเอ่อล้นจนปิดไม่มิด

จางอวิ๋นปรายตามองเจ้าพยัคฆ์วิญญาณลายพาดกลอนที่กำลังนอนหมอบอย่างเกียจคร้านอยู่ข้างๆ ก่อนจะส่งเท้าไปสะกิดมันเบาๆ

เจ้าเสือสะดุ้งโหยง รีบดีดตัวลุกขึ้นยืนตัวตรงแหน่วทันทีราวกับทหารเจอครูฝึก

จางอวิ๋น อวี๋สุ่ยเอ๋อร์ และเถากู่หลานที่อุ้มเจ้าหนูอู๋ไห่ไห่ ต่างพากันกระโดดขึ้นไปนั่งบนหลังอันกว้างขวางของมัน

ทว่า… ในจังหวะที่ฉิงเฟิงกำลังจะขยับตัว…

“ลูกพี่ อย่ามัดข้าเลยนะขอรับ! รอบนี้ข้าสาบานว่าจะตั้งใจทำงานเป็นเรดาร์ตรวจจับให้สุดความสามารถ!!”

เมื่อสัมผัสได้ถึงสายตากดดันจากจางอวิ๋น ฉิงเฟิงก็รีบออกตัวเสนอหน้า ปีนป่ายขึ้นไปหมายจะเกาะบนหัวเสือเพื่อแสดงความกระตือรือร้น

ฮึ่ม!

เจ้าพยัคฆ์วิญญาณสะบัดหัวอย่างแรง เหวี่ยงร่างของฉิงเฟิงร่วงลงไปกองกับพื้นดังตุ้บ! พร้อมกับส่งเสียงคำรามฮึดฮัดในลำคออย่างไม่พอใจ

บังอาจ! เศียรของข้าคือบัลลังก์วีไอพีสำหรับคุณชายเท่านั้น สวะอย่างแกมีสิทธิ์อะไรมาเสนอหน้า?

แต่เมื่อมันฉุกคิดได้ว่า… เจ้าหมอนี่ยังต้องทำหน้าที่เป็น ‘เครื่องตรวจจับสมบัติ’ ให้เจ้านาย…

คิดได้ดังนั้น เจ้าพยัคฆ์วิญญาณจึงกางกรงเล็บตะปบฉิงเฟิงขึ้นมาจากพื้น แล้ววางแหมะลงที่ไหล่หน้าของมันอย่างลวกๆ ก่อนจะทะยานพุ่งตัวบินออกจากถ้ำไปทันที

“ลูกพี่…”

เสียงลมหวีดหวิวกรีดผ่านข้างหู ร่างกายที่ถูกกรงเล็บพยัคฆ์ล็อกไว้แน่นจนแทบหายใจไม่ออก ให้ความรู้สึกเหมือนพร้อมจะถูกเหวี่ยงทิ้งลงทะเลได้ทุกเมื่อ ทำเอาฉิงเฟิงหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด เขาได้แต่ส่งสายตาอ้อนวอนขอความช่วยเหลือไปทางจางอวิ๋นอย่างน่าเวทนา

จางอวิ๋นเห็นสภาพทุลักทุเลนั้นแล้วจึงส่ายหน้าเบาๆ พลางสั่งเจ้าพยัคฆ์วิญญาณ

“อย่าจับเขาไว้ท่าพิสดารแบบนั้น มันบังวิสัยทัศน์ ให้เขานั่งดีๆ บนไหล่เจ้า”

เจ้าพยัคฆ์วิญญาณแม้จะขัดใจเล็กน้อย แต่คำสั่งเจ้านายถือเป็นประกาศิต มันจึงยอมคลายกรงเล็บปล่อยฉิงเฟิงให้นั่งดีๆ บนไหล่แต่โดยดี

“ขอบคุณขอรับลูกพี่! ขอบคุณสวรรค์!”

พอนั่งได้มั่นคงบนไหล่เสือ ฉิงเฟิงก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความโล่งอก ส่งสายตาซาบซึ้งปานจะกราบกรานไปให้จางอวิ๋น

จางอวิ๋นส่งพลังปราณสายหนึ่งเข้าไปในร่างของฉิงเฟิงเพื่อกระตุ้นสัมผัสพิเศษ แล้วกำชับเสียงเข้ม

“หากสัมผัสถึงลางดีหรือร้าย ให้รีบแจ้งข้าทันที ห้ามตกหล่นแม้แต่นิดเดียว!”

“รับทราบขอรับ!”

ฉิงเฟิงรีบผงกศีรษะรับคำ แล้วเริ่มสอดส่องสายตามองไปรอบทิศอย่างขะมักเขม้น ไม่กล้าอู้งานอีกต่อไป

จางอวิ๋นเลิกสนใจเขา แล้วหันไปหยิบม้วนคัมภีร์ที่ซูเตี๋ยเคยมอบให้ กางภาพวาดส่วนหนึ่งออกมา เป็นรูปชายวัยกลางคนหน้าตาเจ้าเล่ห์ แต่งกายคล้ายพ่อค้าชาวแคว้นหนานซิง

“สุ่ยเอ๋อร์ คนผู้นี้ใช่คนที่หลอกลวงเจ้าเมื่อตอนนั้นหรือไม่?”

อวี๋สุ่ยเอ๋อร์ชะงักกึก

ทันทีที่สายตาปะทะเข้ากับใบหน้าในภาพวาด ดวงตาของนางก็ลุกโชนไปด้วยเพลิงแค้น นางเม้มปากแน่นแล้วพยักหน้าให้จางอวิ๋น

“อาจารย์… เป็นมันเจ้าค่ะ! เป็นมันที่หลอกข้า!!”

นางกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ ร่างกายสั่นเทิ้มด้วยความโกรธแค้นที่อัดอั้นมานาน

ทว่า ฝ่ามือหนาที่อบอุ่นพลันวางลงบนไหล่ของนางเบาๆ ส่งผ่านพลังปราณที่อ่อนโยนช่วยปลอบประโลมจิตใจที่กำลังพลุ่งพล่านให้สงบลง

จางอวิ๋นส่งยิ้มที่อบอุ่นและมั่นคงให้นาง

“ไม่ต้องรีบร้อนนะสุ่ยเอ๋อร์ อาจารย์รับปากว่า… อาจารย์จะทำให้มันชดใช้คืนเจ้าอย่างสาสมแน่นอน!”

“เจ้าค่ะ”

อวี๋สุ่ยเอ๋อร์พยักหน้ารับ แววตาแปรเปลี่ยนจากความแค้นเป็นความเชื่อมั่น

จางอวิ๋นไม่รอช้า สะบัดมือเรียก ‘ผู้อาวุโสหกเกาะเชียนไห่’ ที่ถูกจับขังไว้ออกมาจากหอสมบัติเซียน

ร่างของชายชราปรากฏขึ้นด้วยสีหน้ามึนงง

จางอวิ๋นเอ่ยเสียงเรียบเย็นชา “ตอนนี้… ได้เวลาที่เจ้าต้องทำตัวให้เป็นประโยชน์แล้ว!”

ผู้อาวุโสหกเกาะเชียนไห่กวาดตามองไปรอบๆ อย่างสับสน ก่อนจะถามด้วยน้ำเสียงไม่แน่ใจ “คุณชาย… ตอนนี้พวกเราอยู่ที่…”

“นอกเกาะเจียวหนาน!”

“งั้น… ต้องมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ขอรับ!”

เมื่อได้ทิศทาง จางอวิ๋นก็เหลือบสายตามองลงไปที่เจ้าพยัคฆ์วิญญาณ

โฮก!

เจ้าเสือรู้หน้าที่ทันที มันคำรามก้องสะท้านฟ้า แล้วหันหัวมุ่งหน้าสู่ทิศตะวันออกเฉียงใต้ด้วยความเร็วสูงสุด

ผู้อาวุโสหกเกาะเชียนไห่รู้สึกประหม่าจนเหงื่อซึม

การนำทางคนนอกบุกรุกเข้าสู่เกาะเชียนไห่ ซึ่งเป็นบ้านเกิดเมืองนอนของตน หากเรื่องนี้รู้ไปถึงหูท่านเจ้าเกาะหรือผู้อาวุโสใหญ่ เขาคงมีจุดจบที่น่าอนาถยิ่งกว่าความตาย

แต่ความรู้สึกเจ็บแปลบที่แล่นพล่านขึ้นมาที่หัวใจ เป็นดั่งโซ่ตรวนที่เตือนให้เขารู้ว่า… ชีวิตของเขาตอนนี้ไม่ได้เป็นของตัวเองอีกต่อไปแล้ว

จางอวิ๋นนั่งขัดสมาธิหลับตาลงอย่างสงบนิ่ง

เขาไม่เคยไปเกาะเชียนไห่ จำเป็นต้องมีคนนำทางที่ชำนาญพื้นที่

…

ไม่นานหลังจากที่กลุ่มของจางอวิ๋นจากเกาะเจียวหนานไป

ณ ชายฝั่งริมทะเลที่คลื่นซัดสาด ปูสีดำทมิฬตัวขนาดเท่าลูกบาสเกตบอลตัวหนึ่งค่อยๆ คลานขึ้นมาจากน้ำอย่างทุลักทุเล

“ไอ้เด็กเวร… วันหน้าข้าจะจับแกบดกระดูกโปรยเถ้าให้สาสม!!”

ดวงตาเล็กจิ๋วคู่หนึ่งจ้องมองแผ่นหลังของพยัคฆ์วิญญาณที่เลือนหายไปในหมู่เมฆ เต็มไปด้วยความเคียดแค้นฝังลึกถึงกระดูกดำ

มันไม่ใช่ปูธรรมดา… แต่คือ ‘กู้ชวน’

ก่อนหน้านี้ในจังหวะที่วิญญาณกำลังจะแตกซ่าน มีเศษเสี้ยววิญญาณส่วนหนึ่งหลุดรอดตกลงในทะเล แล้วบังเอิญไปชนเข้ากับปูดำระดับสร้างรากฐานตัวนี้เข้าพอดี

เขาจึงจำต้องใช้วิชาลับยึดร่างมันมาใช้เป็นพาหนะชั่วคราวเพื่อรักษาชีวิต

เมื่อเห็นกลุ่มของจางอวิ๋นจากไปไกลจนลับสายตาแล้ว เขาจึงคลานต้วมเตี้ยมลากสังขารไปที่หน้าประตูทางเข้าแดนลับเซียน แล้วแอบซ่อนตัวในซอกหินใต้น้ำ รอคอยเวลาอย่างเงียบเชียบ

ผ่านไปหลายชั่วโมง

เมื่อเห็นร่างหนึ่งบินพุ่งออกมาจากประตูแดนลับ ดวงตาเล็กๆ ของปูดำก็เปล่งประกายวาวโรจน์ รีบส่งกระแสเสียงออกไปทันที

“เฒ่าเหลียน!”

“หือ?”

ชายวัยกลางคนในชุดหรูหราที่เพิ่งบินออกมาถึงกับชะงักกลางอากาศ สายตาคมกริบกวาดมองไปรอบๆ ก่อนจะมาหยุดที่ปูดำในน้ำ

“ข้าคือ… กู้ชวน!”

“ท่านรองเจ้าหอ?”

ได้ยินเสียงที่คุ้นเคย ประธานเหลียนถึงกับตะลึงงัน ดวงตาเบิกกว้าง

รองเจ้าหอผู้ยิ่งใหญ่ของพวกเขา… ไหงกลายสภาพเป็นปูไปได้? หรือนี่จะเป็นวิชาลับแขนงใหม่ที่ท่านเพิ่งค้นพบ?

กู้ชวนกล่าวเสียงเครียด ร้อนรนดั่งไฟลนก้น “เกิดเรื่องนิดหน่อย… รีบพาข้ากลับหอสำนักงานใหญ่เดี๋ยวนี้!”

เมื่อสัมผัสได้ถึงน้ำเสียงจริงจัง ประธานเหลียนไม่กล้าชักช้า รีบเหาะลงไปหิ้วปู… เอ้ย หิ้วท่านรองเจ้าหอกู้ชวนขึ้นมา แล้วเร่งความเร็วเหาะหนีออกจากน่านน้ำเกาะเจียวหนานไปทันที

เกาะเชียนไห่

ดินแดนที่ประกอบไปด้วยหมู่เกาะนับพันเรียงรายในทะเลหนานจี๋ดั่งไข่มุก

เมื่อเข้าใกล้เขตอิทธิพลของเกาะเชียนไห่ จางอวิ๋นก็สั่งให้พยัคฆ์วิญญาณบินไต่ระดับสูงขึ้นไปเสียดฟ้า ทะลุชั้นเมฆเพื่ออำพรางตัว

เกาะเชียนไห่มีอาณาเขตกว้างขวางมหาศาล แม้เกาะรอบนอกจะไม่ได้มีการป้องกันแน่นหนา แต่หากบินโทงๆ อยู่กลางอากาศด้วยพาหนะสะดุดตาเช่นนี้ ก็เสี่ยงจะถูกหน่วยลาดตระเวนพบเห็นได้ง่าย

สำหรับขุมกำลังยักษ์ใหญ่แห่งแดนใต้อย่างเกาะเชียนไห่ จางอวิ๋นไม่คิดประมาท

อย่างน้อย… ก่อนที่จะช่วยคนในเผ่าของอวี๋สุ่ยเอ๋อร์ออกมาได้สำเร็จ เขาไม่อยากให้ความแตกจนเรื่องราวบานปลาย

เป้าหมายหลักครั้งนี้คือการช่วยตัวประกัน ซึ่งเป็นความปรารถนาสูงสุดของอวี๋สุ่ยเอ๋อร์ และเป็นภารกิจที่สองของระบบที่เขาต้องทำให้สำเร็จ

หลังจากเข้าสู่เขตเกาะเชียนไห่ บินลัดเลาะหมู่เมฆมาเกือบหนึ่งวัน ในที่สุดก็เข้าใกล้เขตเกาะชั้นใน

ที่นี่มีการคุ้มกันแน่นหนา ค่ายกลป้องกันภัยครอบคลุมน่านฟ้า แม้จะบินสูงแค่ไหนก็อาจถูกตรวจจับได้

ดังนั้นก่อนจะเข้าไปลึกกว่านี้ กลุ่มของจางอวิ๋นจึงเปลี่ยนแผนจากบินบนฟ้า มาเป็นการเคลื่อนที่ภาคพื้นดิน

จางอวิ๋นพาทุกคนเข้าไปหลบซ่อนใน ‘หอสมบัติเซียน’

จากนั้นจึงสั่งให้ผู้อาวุโสหกเกาะเชียนไห่แสดงตัว นำหอสมบัติเซียนที่ย่อขนาดลงจนเล็กจิ๋ว ลอบเร้นเข้าไปในเขตเกาะหลักโดยอาศัยสถานะของเจ้าถิ่น

ด้วย ‘เคล็ดสะกดใจ’ ที่ฝังรากลึก จางอวิ๋นไม่กังวลแม้แต่น้อยว่าผู้อาวุโสหกจะกล้าตุกติก

และตัวผู้อาวุโสหกเองก็ไม่มีความคิดที่จะทรยศแม้แต่เสี้ยววินาที

หากเขาเป็นยอดฝีมือระดับแปลงเทพที่วิญญาณสามารถหลบหนีออกจากร่างได้ก็ว่าไปอย่าง แต่นี่เขาเป็นแค่ระดับหยวนอิง หากหัวใจระเบิด วิญญาณเขาก็คงดับสูญไปพร้อมกายเนื้อ

วินาทีที่ถูกฝังเคล็ดสะกดใจ เขาก็รู้ตัวดีแล้วว่า… ชีวิตนี้ไม่ได้อยู่ในกำมือตัวเองอีกต่อไป

ตอนนี้เขาหวังเพียงแค่ทำตัวให้เป็นประโยชน์ที่สุด ให้จางอวิ๋นพอใจ

สู้ตายไปเลยยังดีกว่า แต่อยู่แบบไม่ตายแต่ทรมานนั้นน่ากลัวยิ่งกว่า

เขาอุตส่าห์บำเพ็ญเพียรมาจนถึงระดับหยวนอิง ยังไม่อยากรีบตาย!

ภายในหอสมบัติเซียน

จางอวิ๋นเฝ้าสังเกตทุกการเคลื่อนไหวของผู้อาวุโสหกผ่านหน้าจอมิติ

เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายว่าง่ายปฏิบัติตามคำสั่งอย่างเคร่งครัด ก็เบาใจลง เขาแบ่งสมาธิส่วนหนึ่งมาเริ่มตรวจนับ ‘ของสงคราม’ ที่ได้มาจากรอบนี้

จวนวาสนาเซียน… หอสมบัติเซียน… ตำหนักเซียน…

สมบัติล้ำค่าจากสามแดนสมบัติในตำนาน บัดนี้มากองรวมกันอยู่ในหอสมบัติเซียนของเขาจนแทบจะล้น

แม้จะยังไม่ได้คำนวณมูลค่าอย่างละเอียด แต่กะจากสายตาคร่าวๆ ทรัพย์สินเหล่านี้คงไม่ด้อยไปกว่าคลังสมบัติของหอสมบัติหนานจางเลยทีเดียว

โดยเฉพาะศาสตราวุธระดับวิญญาณที่เคยขาดแคลน ตอนนี้มีกองเป็นภูเขาเลากา รวมๆ แล้วเกือบร้อยชิ้น!

น่าเสียดายที่ส่วนใหญ่เป็นเพียงระดับต่ำ ระดับกลางและสูงรวมกันมีไม่ถึงสิบชิ้น

ชิ้นที่ล้ำค่าและทรงพลังที่สุด แน่นอนว่าต้องเป็นกระบี่คู่กายของเขาในตอนนี้… ‘กระบี่รัตติกาลคลั่ง’

รองลงมาคือขวานเล่มหนึ่ง เป็นศาสตราวุธวิญญาณระดับสูงที่เขาค้นเจอในกองสมบัติของตำหนักเซียน

ขวานเล่มนี้มีความสามารถพิเศษคล้ายคลึงกับหอสมบัติเซียน คือสามารถย่อและขยายขนาดได้ตามใจนึก

ขยายใหญ่สุดได้กว่าร้อยเมตร พลังทำลายล้างมหาศาล ย่อเล็กสุดได้เท่าจี้ห้อยคอ พกพาสะดวก

ขวานนี้เดิมทีไม่มีชื่อสลักไว้

จางอวิ๋นพิจารณามันอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะแสยะยิ้มและตั้งชื่อให้มันตามสไตล์ของเขาว่า…

‘ขวานเทพลอบกัด’

>กลับหน้าหลักHOMEจิ้ม<

Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 226"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Aileen Novel
  • หน้าหลัก HOME
  • COOKIE POLICY

© 2020 - 2023 ไอรีนโนเวล นิยายอ่านฟรีทุกวัน เว็บอ่านนิยาย pdf ไอรีนโนเวล “aileen-novel.online” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน นิยายชื่อดัง ตอนล่าสุด "ฮณ๊ฯดฯฌซ, อ่านฟรี อ่านเพลินอ่านทั้งวันกับไอรีนโนเวลออนไลน์

Sign in

Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Sign Up

Register For This Site.

Log in | Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Lost your password?

Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย