Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
ค้นหานิยาย
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
Sign in Sign up

ยอดอาจารย์ผู้มองเห็นอัจฉริยะ - ตอนที่ 129

  1. Home
  2. ยอดอาจารย์ผู้มองเห็นอัจฉริยะ
  3. ตอนที่ 129
Prev
Next

ไม่เห็นนิยายอัปเดตใช่ไหม?
>>จิ้มที่นี่ได้เลย<<

บทที่ 129 เจ้าสำนักผู้อ่อนหัด, มหาปุโรหิต และปุโรหิตสาม

“ท่านเจ้าสำนักช่างไร้น้ำยาเสียจริง ถึงกับพลาดท่าถูกมหาปุโรหิตดูดเข้ามาได้!”

ขณะที่ดำดิ่งลึกลงไปในห้วงทะเลพลังอู จางอวิ๋นอดไม่ได้ที่จะบ่นกระปอดกระแปดในใจ

ที่บอกว่าพบมิตินี้มีสมบัติ เลยอาสาเข้ามาค้นหาด้วยตัวเองงั้นรึ?

เพ้อเจ้อสิ้นดี!

ถึงตัวเขาเองจะเชี่ยวชาญเรื่องการปั้นน้ำเป็นตัว แต่คำโกหกของเขาก็ยังมีเค้าโครงความสมเหตุสมผลมากกว่านี้โข

แถมท่านเจ้าสำนักยังเป็นถึงผู้ถือครองป้ายคำสั่งหมายเลข 2 อีกต่างหาก…

พอนึกถึงตรงนี้ จางอวิ๋นก็อดส่ายหน้าด้วยความเวทนาไม่ได้

นึกว่าท่านเจ้าสำนักระดับแปลงเทพผู้ยิ่งใหญ่จะเก่งกาจสักแค่ไหน ที่แท้ก็มีดีแค่ราคาคุย!

ในเมื่อความจริงเป็นเช่นนี้ เขาจึงไม่คิดจะทำตามคำสั่งของท่านเจ้าสำนักที่ให้ทุ่มเทแรงกายหาทางออกอย่างถวายหัว แต่เลือกที่จะดำดิ่งลึกลงไปเรื่อยๆ พร้อมกับเปิดใช้งานเคล็ดวิชาดูดกลืนอย่างเต็มกำลัง

เทียบกับการงมเข็มในมหาสมุทรเพื่อหาทางออก สู้เอาเวลาอันมีค่ามาเร่งระดับพลังอูให้สูงขึ้นก่อนย่อมดีกว่าเป็นไหนๆ

ตูม!

ผ่านไปประมาณหนึ่งก้านธูป ท่ามกลางกระแสพลังที่หมุนวนบ้าคลั่งจนทะเลพลังอูสั่นสะเทือน กลิ่นอายรอบกายของจางอวิ๋นก็พุ่งพรวดทะลุขีดจำกัดขึ้นมาอีกระดับ

เมื่อสำรวจดูพลังอูในร่างที่แปรเปลี่ยนจากสีฟ้าจางๆ กลายเป็นสีฟ้าเข้มสดใส มุมปากของเขาก็ยกยิ้มขึ้นด้วยความพึงพอใจ

พลังอูเลื่อนระดับเป็นขั้นสามแล้ว!

ในยามนี้ ความเข้มข้นของพลังอูในกายเขาได้หลุดพ้นจากขอบเขตของผู้ฝึกหัด ก้าวเข้าสู่ทำเนียบ “เสี่ยวอู” อย่างเต็มภาคภูมิ

“เอาล่ะ ต่อเลย!”

จางอวิ๋นพ่นลมหายใจออกเบาๆ เร่งเร้าพลังดูดกลืนทะเลพลังอูรอบด้านให้หนักหน่วงรุนแรงยิ่งขึ้น

ปากก็ดูดกลืน มือก็แหวกว่าย แถมยังแบ่งแยกสัมผัสวิญญาณกวาดสแกนไปรอบทิศทางอย่างไม่ลดละ

ถึงจะไม่คาดหวังในตัวเจ้าสำนักผู้อ่อนหัดสักเท่าไหร่ แต่ทางออกก็ยังเป็นสิ่งที่จำเป็นต้องหาให้เจออยู่ดี

“เจ้าหนู ยังไม่เจออีกรึ?”

จังหวะนั้นเอง สุ้มเสียงอันทรงพลังที่แฝงด้วยลมปราณทะลุทะลวงของเจ้าสำนักหลิงเซียนก็ดังก้องมาจากเบื้องบน

ทั้งอ่อนหัด ทั้งใจร้อน!

จางอวิ๋นส่ายหน้าเบาๆ ทว่าริมฝีปากกลับตะโกนตอบกลับไปอย่างนอบน้อม “เรียนท่านเจ้าสำนัก ข้างล่างนี้กว้างใหญ่ไพศาลยิ่งนัก จะให้หาเจอปุ๊บปั๊บดั่งใจนึกคงมิได้ขอรับ!”

“เจ้าเร่งมือหน่อยเถิด…”

เจ้าสำนักหลิงเซียนเอ่ยเร่งเร้าด้วยความกังวล “หากยืดเยื้อนานเกินไป คนบงการเบื้องหลังเตรียมการเสร็จสรรพ ประเดี๋ยวออกไปได้แล้วจะรับมือยาก!”

“รับทราบขอรับ ท่านเจ้าสำนัก!”

จางอวิ๋นขานรับเสียงใส แล้วก็เร่งความเร็ว… ในการดูดซับพลังอูให้รวดเร็วยิ่งขึ้น!

มันต้องรีบยกระดับจริงๆ นั่นแหละ!

ในยามนี้ ความสนใจของมหาปุโรหิตน่าจะพุ่งเป้าไปที่กลุ่มของกู่หงเหวินกับเจ้าหอสามแห่งหอจี๋กวง เพราะดูจากความวุ่นวายโกลาหลก่อนหน้านี้ พวกนั้นคงบุกฝ่าวงล้อมมาถึงรอบเมืองเซียนอูแล้วเป็นแน่

มหาปุโรหิตตอนนี้อาจจะยังติดพัน แต่หากจัดการพวกนั้นเสร็จสิ้นแล้วว่างมือขึ้นมาเมื่อไหร่ เดี๋ยวได้หันกลับมาเล่นงานเขากับเจ้าสำนักผู้อ่อนหัดเป็นรายต่อไปแน่ ถึงตอนนั้นสถานการณ์คงยุ่งยากลำบากใจน่าดู!

…

บนผิวน้ำ

เจ้าสำนักหลิงเซียนหารู้ไม่ว่าตนเองได้ถูกลดทอนคุณค่ากลายเป็น “คนอ่อนหัด” ในสายตาของศิษย์ไปเสียแล้ว เขาจ้องมองลงไปใต้ผืนน้ำสีครามพลางขมวดคิ้วมุ่น

“ไอ้เด็กนี่คงมิได้กำลังแอบดูดซับพลังอูอยู่หรอกกระมัง?”

หากเป็นผู้อาวุโสคนอื่นในสำนัก เขาเชื่อใจได้ร้อยส่วนว่าไม่มีทางกล้าขัดคำสั่ง แต่กับเจ้าจางอวิ๋น…

คิดแล้วเขาก็อดส่ายหน้าไม่ได้

แต่ถึงกระนั้นก็จนปัญญา ในทะเลพลังอูแห่งนี้ ต่อให้เขามีวรยุทธ์ล้ำเลิศเพียงใดก็ไร้ประโยชน์

ทำได้เพียงรอคอยเท่านั้น!

“จริงสิ เจ้าเด็กนั่นดูดซับความทรงจำมรดกได้ แล้วไฉนตัวข้าจะทำบ้างมิได้?”

ทันใดนั้นเขาก็ฉุกคิดขึ้นมาได้ มือคว้าหยิบขวดหยกที่บรรจุแก่นโลหิตออกมา

“ไหนขอลองดูหน่อยเถิด ว่าไอ้พลังอูนี่มันจะแน่สักแค่ไหน!”

เจ้าสำนักหลิงเซียนสูดหายใจเข้าลึก เปิดจุกขวดแล้วกรอกแก่นโลหิตเข้าปากรวดเดียว ก่อนจะเริ่มนั่งขัดสมาธิโคจรลมปราณหลอมรวมมันตรงนั้นทันที

ใต้ท้องทะเลลึก

“ขั้นสี่แล้ว!”

จางอวิ๋นสัมผัสได้ถึงขุมพลังอูในกายที่พุ่งทะยานขึ้นดุจมังกรเหิน ใบหน้าฉายแววปิติยินดีอย่างปิดไม่มิด

นอกจากจะเลื่อนระดับจากการเป็นผู้ฝึกหัดแล้ว เขาพบว่าเมื่อโคจรเคล็ดวิชาจอมเวทย์อูเพื่อดูดซับพลังจากทะเล ความเร็วในการดูดซับก็ทวีคูณขึ้นอย่างน่าตื่นตะลึง

หากยังคงความเร็วระดับนี้ต่อไป อีกไม่นานคงพุ่งทะลุเข้าสู่ระดับ “ต้าอู” ได้เป็นแน่

เขากวาดสายตามองดูทะเลพลังอูที่ดูเหมือนจะไม่พร่องลงไปเลยแม้แต่น้อย แล้วก็อดเกิดความสงสัยขึ้นมาไม่ได้

ถ้าดูดไอ้นี่จนเกลี้ยง พลังอูของข้าจะพุ่งไปแตะขอบเขตระดับ “เซียนอู” เลยหรือไม่นะ?

จะว่าไป ทะเลพลังอูแห่งนี้น่าจะเป็นมรดกตกทอดที่เซียนอูทิ้งไว้จริงๆ หรือเปล่า?

พอลองตรึกตรองดู จางอวิ๋นก็รู้สึกว่ามีความเป็นไปได้สูงยิ่งนัก

ทะเลพลังอูที่กว้างใหญ่ไพศาลถึงเพียงนี้ ต่อให้ระดมจอมเวทย์อูระดับแปลงเทพสักร้อยแปดสิบคนมารวมพลังกัน ก็ยังไม่แน่ว่าจะรังสรรค์ขึ้นมาได้

นี่อาจจะเป็นมรดกที่แท้จริงของเซียนอู!

คิดได้ดังนั้น ทางออกเทิงออกอะไรไม่สนใจมันแล้ว จางอวิ๋นนั่งขัดสมาธิลงที่ก้นทะเล แล้วเปิดโหมดดูดกลืนขั้นสุดยอดทันที ราวกับหลุมดำที่หิวกระหาย

สิ่งที่เขาไม่ทันสังเกตคือ ขณะที่เขาเร่งความเร็วในการดูดซับ ระดับน้ำของทะเลพลังอูอันกว้างใหญ่ไพศาลนั้น กำลังค่อยๆ ลดระดับลงทีละน้อย… ทีละน้อย…

โลกภายนอก ณ โถงกลางของเมืองเซียนอู

มหาปุโรหิตยืนสงบนิ่ง สายตาจับจ้องภาพฉายสองจอที่แสดงภาพกู่หงเหวินและชายสวมหน้ากากน้ำเงิน กำลังถูกฝูงเงามายาพลังอูไล่ต้อนจนหนีหัวซุกหัวซุน รอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏขึ้นบนใบหน้าชรา

ระดับหยวนอิงขั้นสูงสองตัว บังอาจย่างกรายเข้ามาในเมืองเซียนอูของข้า จุดจบคือต้องกลายเป็นทาสรับใช้ข้าทั้งสิ้น!

“หือ?”

ขณะที่กำลังกระหยิ่มยิ้มย่อง จู่ๆ สัมผัสวิญญาณก็จับความเคลื่อนไหวบางอย่างได้จนต้องชะงัก สายตาตวัดขวับไปมองที่ภาพฉายตรงกลาง

ภาพในจอนั้นคือบริเวณด้านหน้ามหาตำหนักที่เขาพำนักอยู่

และสิ่งที่ทำให้ขนลุกชันคือ ณ เวลานี้ ที่หน้าประตูตำหนัก กลับปรากฏร่างชายชุดคลุมดำหลังค่อม ผู้มีคางคกเกาะอยู่บนไหล่ ยืนตระหง่านท้าทายสายตา

“นี่มัน…”

มหาปุโรหิตเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง

ใครก็ตามที่ย่างกรายเข้ามาในเขตเมืองเซียนอู สมควรต้องถูกคทาในมือขวาของเขาจับตาดูได้ทุกฝีก้าว แต่คนผู้นี้…

เหตุใดเขาถึงตรวจจับร่องรอยไม่เจอเลยแม้แต่น้อย?

“เคี้ยกๆ… ในที่สุดข้าก็หาเจ้าเจอเสียทีนะ มหาปุโรหิต!”

เสียงหัวเราะแหบพร่าประหลาดดังขึ้นที่ข้างใบหู มหาปุโรหิตสะดุ้งสุดตัว หันขวับไปมองกลางโถงใหญ่ด้วยความไม่อยากจะเชื่อสายตา

เห็นเพียงชายชุดดำร่างค่อมที่เมื่อวินาทีก่อนยังยืนอยู่หน้าตำหนัก บัดนี้กลับมายืนแสยะยิ้มอยู่ตรงหน้าเขาภายในโถงใหญ่เสียแล้ว!

“เจ้าเป็นใครกัน??”

มหาปุโรหิตตวาดลั่น

“ไม่เจอกันเนิ่นนาน จนจำสหายเก่าผู้นี้ไม่ได้แล้วรึ?”

ชายชุดดำร่างค่อมหัวเราะ หึหึ ในลำคอ ก่อนจะเอื้อมมือเหี่ยวย่นไปปลดฮู้ดคลุมศีรษะออกช้าๆ

เผยให้เห็นใบหน้าชราภาพที่เต็มไปด้วยรอยเหี่ยวย่นลึก และมีแผลเป็นรูปตะขาบน่าเกลียดน่ากลัวพาดผ่านใบหน้า ดูน่าสยดสยองยิ่งนัก

“ปุโรหิตสาม!!”

ทันทีที่เห็นใบหน้านั้น มหาปุโรหิตก็ดีดตัวลุกขึ้นยืน พรึ่บ ใบหน้าชราบนประตูเหล็กด้านหลังพลันฉายแววแตกตื่น “เจ้ายังไม่ตายอีกรึ??”

“ขนาดมหาปุโรหิตยังหนังเหนียวไม่ยอมตาย แล้วข้าจะรีบชิงด่วนจากไปก่อนได้เยี่ยงไร?”

ชายชราร่างค่อม หรือก็คือปุโรหิตสามแห่งอาณาจักรเซียนไห่อู แสยะยิ้มเย็นยะเยือก

ในอดีตกาล อาณาจักรเซียนไห่อูมีจอมเวทย์อูระดับปุโรหิตผู้ยิ่งใหญ่อยู่สามคน ถูกขนานนามว่า มหาปุโรหิต, ปุโรหิตสอง และปุโรหิตสาม ชายชราร่างค่อมผู้นี้ ก็คือหนึ่งในตำนานเหล่านั้น!

ทันใดนั้น ปุโรหิตสามก็สะบัดมือเบาๆ

อ๊บ! อ๊บ!

เจ้าคางคกบนไหล่ของเขาส่งเสียงร้องออกมาสองครั้ง

วิ้ง! วิ้ง!

พลันภาพของกู่หงเหวินและชายหน้ากากน้ำเงินที่กำลังถูกไล่ล่าอย่างหนักหน่วงในจอภาพตรงหน้ามหาปุโรหิต ก็เลือนหายวับไปดื้อๆ

พริบตาถัดมา ร่างของทั้งสองคนก็ถูกเคลื่อนย้ายมิติ มาปรากฏตัวอยู่กลางโถงใหญ่เบื้องหน้าเช่นกัน!

“เป็นไปได้เยี่ยงไร?”

มหาปุโรหิตตกตะลึงจนหน้าถอดสี แต่ไม่นานก็นึกบางอย่างขึ้นได้ ดวงตาเบิกโพลงจ้องเขม็งไปที่ปุโรหิตสาม “คทาด้ามที่สามที่หายสาบสูญไปเมื่อปีนั้น… เป็นเจ้าที่ขโมยไปงั้นรึ??”

“ขโมย?”

ปุโรหิตสามเค่นเสียงเย็น “เจ้าคนทรยศ! เจ้าต่างหากที่เป็นตัวการขโมยคทาแห่งอาณาจักรเราไป ส่งคทาสองด้ามในมือเจ้าคืนมาซะ!”

“ข้าคือผู้สืบทอดที่ถูกต้องตามจารีต พวกเจ้านั่นแหละที่เป็นกบฏคิดคด!!”

มหาปุโรหิตตวาดกลับด้วยโทสะ พร้อมโบกคทาในมือขวาทันที

วิ้ง! วิ้ง! วิ้ง!

ผนังทั้งสี่ด้านของโถงใหญ่พลันปรากฏวงเวทสังหารขนาดเล็กขึ้นถี่ยิบ คลื่นพลังอูเข้มข้นถูกรวบรวมเตรียมจะยิงถล่มใส่ผู้บุกรุกให้แหลกเป็นจุณ

อ๊บ!

เสียงร้องของคางคกดังขึ้นขัดจังหวะอีกครั้ง คลื่นพลังอูจากวงเวทเหล่านั้นพลันหยุดชะงัก เหมือนกลไกภายในพังพินาศ แสงสว่างดับวูบลงทันตาเห็น

“นี่มัน… อำนาจของคทาที่สาม?”

สายตาของมหาปุโรหิตจับจ้องไปที่คางคกบนไหล่ของปุโรหิตสามเขม็ง แววตาเต็มไปด้วยความหวาดระแวง

ปุโรหิตสามหาได้ใส่ใจไม่ เพียงแค่หันไปสั่งกู่หงเหวินและชายหน้ากากน้ำเงินข้างกายด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด

“ฆ่ามันซะ! แล้วมรดกระดับแปลงเทพทั้งหมดในที่นี้ จะตกเป็นของพวกเจ้า!”

“น่าสนใจ!”

ชายหน้ากากน้ำเงินมุมปากยกยิ้มเหี้ยมเกรียม มีดสั้นจำนวนมากบินว่อนขึ้นมารอบกาย ส่งเสียงกรีดอากาศหวีดหวิว

กู่หงเหวินมองสถานการณ์ตรงหน้าแล้วขมวดคิ้วเล็กน้อย แต่ฝ่ามือก็เริ่มรวบรวมกระแสลมหมุนวนรุนแรง สายตาจับจ้องไปที่ประตูเหล็กที่มีใบหน้ามนุษย์และแขนขาอันน่าสยดสยอง

ประตูเหล็กบานนี้ เขาจำได้แม่นว่าเป็นบานเดียวกับที่พวกเขาเดินผ่านตอนเข้ามาในแดนลับ

นั่นทำให้เขามั่นใจได้ว่า มหาปุโรหิตผู้นี้คือจอมบงการผู้อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์วิปโยคทั้งหมดในแดนลับ รวมถึงเรื่องการยึดร่างของพวกวิญญาณด้วย

ส่วนปุโรหิตสามที่อยู่ข้างๆ นี้…

เขายังไม่ค่อยเข้าใจสถานะของอีกฝ่ายนัก

เพียงแต่เมื่อครู่ตอนเข้ามาในเมืองโบราณ เขาได้รับกระแสเสียงลึกลับจากคนผู้นี้

อีกฝ่ายอ้างตัวว่าเป็นผู้เข้ามาหมายเลข 66 ที่กวาดเอามรดกไปอย่างรวดเร็วในช่วงท้าย และล่วงรู้ที่ซ่อนของบอสใหญ่ผู้อยู่เบื้องหลัง

ข้อเสนอคือให้เขากับเจ้าหอสามแห่งหอจี๋กวง ร่วมมือกันกำจัดบอสใหญ่

ค่าตอบแทนคือ หลังจบงานจะแบ่งมรดกระดับแปลงเทพให้พวกเขาอย่างน้อยคนละห้าชุด!

นี่คือมรดกระดับแปลงเทพ ไม่ใช่ผักกาดขาวตามท้องตลาด!

ห้าชุด… ข้อเสนอนี้ทำให้กู่หงเหวินและเจ้าหอสามใจเต้นระรัวด้วยความโลภ บวกกับความรู้เกี่ยวกับสถานที่นี้น้อยนิด พวกเขาจึงตอบตกลงโดยไม่ลังเล

ผลคือจู่ๆ ก็ถูกวาร์ปข้ามมิติมาโผล่ที่นี่

แต่สิ่งที่ทำให้กู่หงเหวินสงสัยยิ่งกว่าคือ…

จางอวิ๋นกับเจ้าสำนักหลิงเซียนหายหัวไปไหน?

จางอวิ๋นไม่ต้องพูดถึง ก่อนหน้านี้ยังขูดรีดเขาอยู่หยกๆ

ส่วนเจ้าสำนักหลิงเซียน ผู้บำเพ็ญเพียรระดับหยวนอิงขั้นสูงสุด (ในสายตาเขา) เขาไม่เชื่อว่าคนระดับนั้นจะถูกวิญญาณยึดร่างได้ง่ายๆ

การที่สองคนนี้ไม่ปรากฏตัว ทำให้เขาเริ่มเกิดความระแวง

ในเมื่อปุโรหิตสามเลือกจะร่วมมือกับเขากับเจ้าหอสาม ก็ไม่มีเหตุผลที่จะไม่ดึงจางอวิ๋นกับเจ้าสำนักหลิงเซียนมาร่วมวงด้วย เว้นแต่ว่า… สองคนนั้นหายตัวไป!

ซ่อนตัวอยู่? หรือว่า…

พอนึกถึงร่องรอยการต่อสู้ที่พบนอกเมืองเซียนอูก่อนหน้านี้ แล้วหันกลับมามองมหาปุโรหิต เขาก็ชักไม่แน่ใจ

แต่ก็สะบัดหน้าไล่ความคิดฟุ้งซ่านทิ้งไป

ภารกิจด่วนตอนนี้ คือเชือดไอ้มหาปุโรหิตตรงหน้านี่ก่อน!

กู่หงเหวินและเจ้าหอสามแห่งหอจี๋กวงก้าวออกมาพร้อมกัน รังสีฆ่าฟันแผ่ซ่าน

“ปุโรหิตสาม เจ้าคิดว่าแค่มีคทาที่สาม ก็จะต่อกรกับข้าได้งั้นรึ?”

มหาปุโรหิตเห็นดังนั้นกลับสงบลงอย่างประหลาด มองปุโรหิตสามด้วยสายตาเรียบเฉยเย็นชา แล้วชูคทาในมือซ้ายขึ้น

ปุโรหิตสามหรี่ตาลง สัมผัสได้ถึงอันตราย

วินาทีต่อมา คลื่นพลังอูมหาศาลดุจกระแสน้ำหลากก็พวยพุ่งออกจากคทาซ้ายของมหาปุโรหิต หมายจะกวาดล้างสรรพสิ่งทั่วทั้งโถงใหญ่ให้ราบเป็นหน้ากลอง

กู่หงเหวินและเจ้าหอสามสีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย

เสียงคางคกร้องดังขึ้นอีกครา

ทันใดนั้น ทะเลพลังอูที่ถาโถมออกมาก็เหมือนถูกอำนาจลึกลับครอบงำ ถูกบังคับให้หยุดนิ่งค้างอยู่กลางอากาศราวกับเวลาถูกหยุดไว้

“ลงมือ!”

ปุโรหิตสามตะโกนลั่น “โจมตีที่หน้าของมัน!!”

กู่หงเหวินและเจ้าหอสามเข้าใจทันที ทั้งคู่พุ่งตัวเข้าขนาบข้างมหาปุโรหิต ซ้ายขวาพร้อมใจกันระเบิดพลังโจมตีใส่ใบหน้าชราบนประตูเหล็กอย่างสุดกำลัง

ทว่าบนใบหน้าชรานั้น… กลับปรากฏรอยยิ้มเย็นเยียบ

ตูม! ตูม!

แสงสว่างเจิดจ้าปะทุขึ้นจากคทาในมือซ้าย ลำแสงพลังอูที่มีความหนาแน่นสูงสองสายพุ่งระเบิดออกมาด้วยความเร็วดุจสายฟ้าแลบ

“แย่แล้ว!”

กู่หงเหวินและเจ้าหอสามที่เข้าประชิดตัวหน้าถอดสี รีบเร่งพลังปราณขึ้นมาป้องกันตามสัญชาตญาณ

แต่เพียงแค่ปะทะกัน ลำแสงพลังอูอันทรงพลังก็เจาะทะลุเกราะป้องกันราวกับกระดาษ ทั้งสองคน คนหนึ่งโดนที่ไหล่ อีกคนโดนที่ต้นขา แม้จะเบี่ยงหลบจุดตายได้ทันในเสี้ยววินาที…

แต่การโดนยิงจังๆ แบบนี้…

พรวด! พรวด!

แรงปะทะส่งผลให้ทั้งคู่กระอักเลือดออกมาพร้อมกัน ร่างปลิวละลิ่วไปกระแทกกับผนังโถงทั้งสองด้านเสียงดังสนั่น

“ปุโรหิตสาม ในเมื่อเจ้ายังไม่ตาย งั้นวันนี้ข้าจะส่งเจ้าไปลงนรกด้วยมือข้าเอง จะได้เอาคทาที่หายไปกลับคืนมาเสียที!!”

มหาปุโรหิตคำรามเสียงเย็น คทาในมือซ้ายส่องแสงเจิดจ้าอำมหิตขึ้นมาทันที

ในขณะเดียวกัน ณ ทะเลพลังอู

ครืนนนน!!

เสียงคำรามกึกก้องกัมปนาทดั่งฟ้าร้อง

ทะเลพลังอูอันกว้างใหญ่เบื้องหน้า จู่ๆ ก็เกิดพายุคลั่ง คลื่นยักษ์โหมกระหน่ำ พลังงานพลังอูมหาศาลจากใต้ทะเลถูกสูบม้วนขึ้นไปบนฟ้าเป็นเกลียวคลื่นยักษ์ แล้วหายลับไปในความว่างเปล่า

“มหาปุโรหิตกำลังดึงพลังจากที่นี่ไปใช้?”

เจ้าสำนักหลิงเซียนตอบสนองทันที

เขาขมวดคิ้วเล็กน้อย สมองกำลังย่อยข้อมูลความทรงจำที่ได้รับมา เมื่อเห็นเหตุการณ์นี้เขาจึงครุ่นคิดครู่หนึ่ง ก่อนจะผนึกแก่นโลหิตเก็บไว้ในร่าง แล้วรีบพุ่งทะยานไปยังทิศทางที่พลังงานถูกดูดหายไป

เขาอยากจะไปพิสูจน์ดูว่าตรงจุดกำเนิดพายุนั่นมีทางออกซ่อนอยู่หรือไม่

ใต้ทะเลลึก

จางอวิ๋นเดิมทีก็กะจะขยับตัวไปดูเหตุการณ์เช่นกัน

แง้!

ทันใดนั้น ข้างหูก็แว่วเสียงร้องไห้โหยหวนเหมือนเด็กทารก

จางอวิ๋นชะงักกึก หันขวับไปมองเห็นน้ำทะเลพลังอูในทิศทางหนึ่งใต้ทะเลกำลังหมุนวนอย่างผิดธรรมชาติ

ด้วยความสงสัยใคร่รู้ จางอวิ๋นลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจว่ายเข้าไปดูใกล้ๆ…

>กลับหน้าหลักHOMEจิ้ม<

Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 129"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Aileen Novel
  • หน้าหลัก HOME
  • COOKIE POLICY

© 2020 - 2023 ไอรีนโนเวล นิยายอ่านฟรีทุกวัน เว็บอ่านนิยาย pdf ไอรีนโนเวล “aileen-novel.online” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน นิยายชื่อดัง ตอนล่าสุด "ฮณ๊ฯดฯฌซ, อ่านฟรี อ่านเพลินอ่านทั้งวันกับไอรีนโนเวลออนไลน์

Sign in

Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Sign Up

Register For This Site.

Log in | Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Lost your password?

Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย