Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
ค้นหานิยาย
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
Sign in Sign up

มหาศึกสามภพ World of Cultivation (Rerun) - บทที่ 899 เสียงแตรศึกกังวาน! เทพยุทธ์สำแดงเดช!

  1. Home
  2. มหาศึกสามภพ World of Cultivation (Rerun)
  3. บทที่ 899 เสียงแตรศึกกังวาน! เทพยุทธ์สำแดงเดช!
Prev
Next

ไม่เห็นนิยายอัปเดตใช่ไหม?
>>จิ้มที่นี่ได้เลย<<

บทที่ 899 เสียงแตรศึกกังวาน! เทพยุทธ์สำแดงเดช!

นิ้วเรียวยาวของมันกำรอบแตรศึกราชัน

พลังเทพโคจรผ่านเข้าไป อักขระเทพสีโลหิตอันแน่นขนัดบนแตรศึก

ราชันส่องสว่างขึ้นอย่างรวดเร็ว พลังสภาวะอันไพศาลแห่งจอมราชันสยบ

หล้า โดยยึดถือจั่วม่อเป็นจุดศูนย์กลาง พลันกวาดวาบออกมาในบัดดล

สิบแม่ทัพบัญชาการศึกระดับทองที่อยู่ด้านหน้าสะท้านขึ้นทั้งร่าง สี

หน้าเกือบแข็งทื่อ นี่มัน… …

จั่วม่อยกแตรศึกแห่งราชันจรดริมฝีปาก เป่าเบา ๆ คราหนึ่ง

หวู่!

กลิ่นอายสภาวะที่ไม่อาจมองเห็นได้ห้อมล้อมอยู่รอบกายทุกคนใน

สนามรบ ปิศาจทั้งมวลที่อยู่ในสนามรบ ไม่ว่าฝ่ายใด ล้วนบังเกิดความรู้สึก

ยอมศิโรราบตามสัญชาตญาณ ร่างกายของพวกมันหลุดออกจากการ

ควบคุมของตัวเอง จิตวิญญาณตกอยู่ในความสับสนงงงวย

เสียงแตรศึกเสียงเดียวกัน แต่ผลกระทบต่อทั้งสองฝ่ายกลับผิดแผก

แตกต่างเป็นตรงกันข้าม

สำหรับฝ่ายศัตรู ขอเพียงพวกมันเกิดความคิดต่อต้านแข็งขืนแม้เพียง

น้อยนิด พลังประหลาดที่ปะทุขึ้นจากสายเลือดของพวกมันจะสะกดข่ม

วิญญาณของพวกมัน พยายามควบคุมพวกมัน เป็นความรู้สึกอึดอัด

ขัดข้องสุดบรรยาย

แต่บรรดานักรบใต้ร่มธงของจั่วม่อ กลับรู้สึกราวกับว่ามีกองไฟลุก

โชนอยู่ภายในร่างของพวกมัน เปี่ยมไปด้วยกำลังวังชาอย่างไร้ที่สิ้นสุด

พวกมันไม่กลัวเกรงการสู้รบใด ๆ ทั้งสิ้น!

ราชาจงเจริญ!

นี่เป็นครั้งแรกที่จั่วม่อเป่าแตรศึกราชันโดยไม่ออมรั้ง ถึงยามนี้ ใน

ที่สุดมันค่อยเข้าใจตำนานแห่งจอมราชันที่เล่าขานกันมา แท้จริงแล้วสิ่งที่

สลักเสลาอยู่ภายในแตรศึกราชัน ก็คือแก่นสารความรู้แจ้งทั้งมวล ในเรื่อง

พลังแห่งสายเลือดปิศาจของราชาปิศาจองค์แรกนั่นเอง

แตรศึกราชันสามารถกระตุ้นพลังต้นกำเนิดที่อยู่ในส่วนลึกที่สุดของ

สายเลือดปิศาจ

ช่างเป็นพลังที่น่ากลัวนัก!

จั่วม่อในใจเต็มไปด้วยความนับถือเลื่อมใส ในสายตาของราชาปิศาจ

องค์แรกผู้เกรียงไกร พลังแห่งสายเลือดปิศาจไม่ใช่ความลี้ลับอีกต่อไป!

จั่วม่อกลับมาสนใจสถานการณ์เบื้องหน้าอย่างรวดเร็ว มันมองเห็น

เปลวไฟลุกโชนอยู่ในดวงตานักรบของมันทุกคน!

“ฆ่า!”

คำสั่งอันเย็นยะเยือกดังกังวานไปทั่วทุกซอกมุมของสนามรบ

จั่วม่อพลันปรากฏกายขึ้นที่ด้านหน้าสุดของกระบวนทัพ

ไม่ว่ามองไปยังด้านใด เหล่านักรบใต้ร่มธงของมันล้วนอยู่ในสภาพ

เหม่อลอยงุนงง ราวกับคนไร้วิญญาณก็มิปาน

ทันใดนั้นในใจมันประหวัดนึกถึงตำนานบทหนึ่ง

แตรศึกราชัน!

นั่นก็คือแตรศึกแห่งราชัน!

มันหันขวับโดยพลัน จ้องมองไปยังกองทัพฝ่ายศัตรู

ในเวลานี้เอง มันเห็นกระบวนทัพของศัตรูพลันแยกออกจากกัน เปิด

เป็นเส้นทางสายหนึ่งตรงกลาง กองทัพที่เพิ่งบุกโจมตีพวกมันแยกออกเป็น

สองฟากข้างเหมือนสายน้าไหล เผยให้เห็นกองทัพอันเป็นระเบียบ

สิบแม่ทัพบัญชาการศึกระดับทอง ทั่วร่างเปล่งแสงที่หนาแน่นราวกับ

เปลวไฟ

แต่สิ่งที่เจิดจ้าบาดตาที่สุด ยังคงเป็นจั่วม่อที่ด้านหน้าสุด

พลังเทพสุดเกรี้ยวกราดพลุ่งพล่านอยู่ในบริเวณโดยรอบ พลังเทพซึ่ง

เปี่ยมล้นไปด้วยพลานุภาพอันน่าสะพรึงกลัวไหลเวียนช้า ๆ อยู่รอบกาย

มัน อากาศธาตุบิดเบี้ยว ผู้คนไม่อาจมองเห็นเงาร่างของมันได้ชัดตา มี

เพียงพลังเทพอันบ้าคลั่งที่ยังคงทวีพลังมากขึ้นทุกขณะ ร่างนั้นประดุจ

จอมเทพปิศาจขนานแท้!

ทันใดนั้น จุดแสงจุดหนึ่งพุ่งลิ่วออกมาจากร่างนั้น

ซือกงจื้อม่านตาเบิกกว้างโดยพลัน ผิดท่าแล้ว!

ทว่านั่นเป็นระดับความเร็วที่ผู้คนไม่อาจจินตนาการถึง จุดแสงนั้น

พลันปรากฏขึ้นตรงหน้ามันราวกับล่องหน ชั่วพริบตานี้จุดแสงระเบิดวาบ

กลายเป็นกลุ่มแสงสีขาวเจิดจรัสบาดตา ปกคลุมทุกสิ่งที่มันมองเห็น

นี่ราวกับพระอาทิตย์ดวงหนึ่งถูกซัดเข้าใส่มัน!

พวกมันกระทั่งเวลาจะต่อสู้ดิ้นรนยังไม่มี ก่อนจะถูกกลืนหายไปใน

กลุ่มแสงขาวเจิดจ้าที่ขยายใหญ่ในชั่วพริบตา

ชัยภูมิสำคัญที่สุดของแนวป้องกันอาณาจักรเทียนมู่ ในระยะสามร้อย

ลี้ ล้วนถูกกลืนกินลงไปในกลุ่มแสงสีขาวอันร้อนแรง แสงสีขาวเจิดจรัส

เขมือบกลืนทุกสิ่งทุกอย่างในรัศมีสามร้อยลี้โดยไร้เสียง

เพียงชั่วหนึ่งลมหายใจหลังจากการขยายตัวของแสงสีขาว คลื่นเสียง

ดังสนั่นลั่นโลกค่อยม้วนกวาดออกไปทุกทิศทุกทาง!

กระแสพลังบ้าคลั่งอันน่าสะพรึงกลัว แม้แต่กองทัพดินแดนแห่งความ

มืดยังรู้สึกราวกับตกอยู่ท่ามกลางพายุโหมกระหน่า

การโจมตีครั้งนี้สร้างความตื่นตะลึงให้แก่พวกมันอย่างที่สุด แม้ว่าจะ

เป็นการโจมตีที่ปลดปล่อยออกมาจากฝ่ายพวกมันเองก็ตาม

ก่อนหน้าวันนี้ ไม่เคยมีผู้ใดสามารถรวมพลังเทพของทัพแกร่งห้าหมื่น

คนมาก่อน!

ดังนั้นไม่มีผู้ใดล่วงรู้ เมื่อรวมรั้งพลังของทัพแกร่งห้าหมื่นคนไว้ในการ

โจมตีครั้งเดียว จะบังเกิดผลเช่นไร

ทั้งยอดแม่ทัพที่แข็งแกร่งที่สุดและกองทัพที่แข็งแกร่งที่สุดในสหพันธ์

จอมปิศาจ ล้วนแหลกสลายไม่หลงเหลือแม้แต่เถ้าธุลี กองกำลังที่ยังเหลือ

รอดของสหพันธ์จอมปิศาจสูญเสียความกล้าที่จะต่อสู้อีก

กระทั่งจั่วม่อเองยังนึกไม่ถึง พลังเทพของห้าหมื่นคนเมื่อผนึกรวมเข้า

ด้วยกันจะน่าสะพรึงกลัวถึงเพียงนี้ เมื่อปริมาณพลังเทพบรรลุถึงระดับ

ชั้นหนึ่ง กลับก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงคุณภาพเช่นนี้ พลังเทพของห้า

หมื่นคนที่รวมเข้าด้วยกัน เป็นคนละระดับชั้นกับพลังเทพของสองหมื่น

สามหมื่นคนอย่างสิ้นเชิง

แม้แต่มันเองยังแทบไม่อาจควบคุมได้

การโจมตีนี้สุ่มเสี่ยงอันตรายเกินไป มันแทบไม่กล้าใช้อีกเป็นหนที่

สอง

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เรียกได้ว่าน่าปลาบปลื้มประโลมใจสำหรับจั่วม่อ ก็

คือการโจมตีครั้งนี้ กลับช่วยวางรากฐานให้แก่ชัยชนะเหนือดินแดนร้อย

เถื่อนของพวกมัน!

ไม่มีผู้ใดจะหยุดยั้งฝีเท้ารุกคืบของพวกมันได้!

กวาดพิชิตไปโดยไร้ผู้ต้าน!

กองพันเสวียตงลอบปรากฏตัวอย่างเงียบเชียบที่แนวชายแดนของสี่

มหานิกายพุทธ

แต่ในไม่ช้า ร่องรอยของกองพันเสวียตงก็ถูกพบ

เสวียตงหาได้หวาดเกรงไม่ มันเร่งจู่โจมทำลายกองทัพสังกัดสี่

มหานิกายพุทธสองสามแห่งอย่างรวดเร็ว ทว่าในไม่ช้า มันพลันตระหนัก

ว่าเรื่องราวคล้ายมีปัญหาอยู่บ้าง หย่างหยวนฮ่าวกลับไม่ได้อยู่ที่สำนักใหญ่

ของสี่มหานิกายพุทธ!

เสวียตงตื่นตระหนกอยู่บ้าง

หย่างหยวนฮ่าวเมื่อไม่ได้อยู่ที่สำนักของสี่มหานิกายพุทธ เช่นนั้นมัน

ไปยังที่ใด?

ซึ่งความจริงความเร็วในการเดินทัพของเสวียตงนั้นไม่ได้ล่าช้าแม้แต่

น้อย มันเร่งเดินทางทั้งวันทั้งคืน รีบรุดมายังดินแดนสี่มหานิกายพุทธ เสวีย

ตงมาคราวนี้ คิดจู่โจมสังหารหย่างหย่วนฮ่าวชนิดที่ฟ้าร้องไม่ทันอุดหู หาก

เผชิญหน้ากันตัวต่อตัว เสวียตงมีความมั่นใจในการพิชิตชัยอย่างเปี่ยมล้น

ม่ออวิ๋นไห่มีข้อได้เปรียบในด้านจำนวนของยอดแม่ทัพ สำหรับคุน

หลุนแล้วนี่ไม่ใช่เรื่องดี แม้ว่าหลายปีมานี้ คุนหลุนได้เพาะสร้างแม่ทัพ

บัญชาการศึกรุ่นหลังที่มีฝีมือขึ้นมาจำนวนหนึ่ง แต่ชนรุ่นหลังเหล่านั้นเมื่อ

เทียบกับยอดแม่ทัพรุ่นปัจจุบัน ยังคงห่างไกลกันอีกช่วงใหญ่

แผนการครั้งนี้คือชิงจู่โจมสังหารหย่างหยวนฮ่าวและกู่เหลียงเตาเป็น

อันดับแรก เพื่อสร้างข้อได้เปรียบให้แก่คุนหลุน ในศึกสุดท้ายที่ต้องเผชิญ

กับม่ออวิ๋นไห่

เสวียตงมุ่งเป้ามาที่หย่างหยวนฮ่าว ขณะเดียวกันหลินเชียนบุกเดี่ยว

ไปเพื่อปลิดปลงศีรษะของกู่เหลียงเตา

หากเหวยเสิ้งกับพวกไม่ได้กลับมา เป้าสังหารของหลินเชียนย่อมต้อง

เป็นกงซุนชา ทว่าด้วยการกลับมาของพวกเหวยเสิ้ง หลินเชียนยังคง

ระมัดระวังเหวยเสิ้งเป็นอย่างยิ่ง

แท้จริงแล้วคุนหลุนยังเป็นฝ่ายมีเปรียบอยู่หลายขุม พวกมันไม่

จำเป็นต้องเสี่ยงอันตรายเช่นนั้น จึงเลือกกำหนดเป้าหมายรองลงมาแทน

กู่เหลียงเตามีเพียงซวงอวี่อยู่ข้างกาย ซึ่งเป็นเพียงกึ่งเทพยุทธ์เท่านั้น

อาศัยกึ่งเทพยุทธ์เพียงคนเดียว ยังไม่อาจเป็นภัยคุกคามต่อหลินเชียนได้

ก่อนอื่นให้หักเขี้ยวเล็บของพวกมันให้สิ้น จากนั้นค่อยสู้รบ นี่คือพิชัย

ยุทธ์ของคุนหลุน

อย่างไรก็ตาม เสวียตงเมื่อพบว่าหย่างหยวนฮ่าวไม่ได้อยู่ที่สำนักใหญ่

ของสี่มหานิกายพุทธ ต้องสีหน้าแปรเปลี่ยนเป็นปั้นยาก นี่หมายความว่า

หย่างหยวนฮ่าวลอบเคลื่อนกำลังออกจากสำนักใหญ่ของสี่มหานิกายพุทธ

ไปตั้งแต่แรก กระทั่งบรรดาชนชั้นผู้นำของสี่มหานิกายพุทธก็ไม่มี

หลงเหลืออยู่แม้แต่คนเดียว สัญญาณทั้งหมดล้วนชี้ชัด คุนหลุนเมื่อเปิด

ฉากโจมตีเทียนหวนเหนือ ม่ออวิ๋นไห่ก็เริ่มก็ดำเนินการตอบโต้ใส่คุนหลุน

ทันที

ยอดแม่ทัพอันดับหนึ่งแห่งคุนหลุนย่อมมิใช่ชนชั้นธรรมดา แทบจะใน

ทันทีทันใด เสวียตงพลันคาดเดาเป้าหมายของหย่างหยวนฮ่าวได้

คุนหลุน!

อย่างไรก็ตาม เมื่อคาดเดาจิตเจตนาของฝ่ายตรงข้ามออก เสวียตง

กลับไม่วิตกกังวลมากนัก

หย่างหยวนฮ่าวหากเข้าใจว่าแนวหลังของคุนหลุนกลายเป็นเปิดโล่ง

นั่นจะเป็นความผิดพลาดครั้งใหญ่ของมัน

ชนชั้นผู้นำของสี่มหานิกายพุทธเมื่อไม่อยู่ที่นี่ เสียเวลากวาดทำลายสี่

มหานิกายพุทธก็ไม่มีความหมายใด ในยามนี้ สิ่งที่มีค่ามากที่สุดก็คือเวลา!

เสวียตงผละจากสี่มหานิกายพุทธโดยไม่รีรอลังเล แต่ก่อนที่จะจากไป

มันยังสั่งการให้ห้ามหานิกายพุทธที่ยืนอยู่ฝ่ายคุนหลุนบุกโจมตีสี่มหานิกาย

พุทธ

อาหารสัตว์กระสุนปืนใหญ่ก็สมควรให้อาหารสัตว์กระสุนปืนใหญ่เป็น

ผู้ลงมือจัดการ สถานที่เช่นนี้ไม่มีคุณค่าพอให้กองทัพของมันต้องเสียเวลา

ลงมือ

ในเวลานี้เอง มันได้รับข่าวจากมู่เซวียน

กองพันมู่เซวียนประจันหน้ากับกองพันบาปเคราะห์ของเปี๋ยหาน!

เสวียตงดวงตาเป็นประกาย มันอยู่ไม่ห่างจากตำแหน่งของกองพันมู่

เซวียนมากนัก ขอเพียงมู่เซวียนลากถ่วงเปี๋ยหานสักหลายวัน มันจะเร่งรุด

ไปถึง เมื่อถึงเวลานั้น กองพันของมันจะผนึกกำลังกับมู่เซวียน สร้างวงล้อม

เปี๋ยหานอย่างสมบูรณ์ ต่อให้อีกฝ่ายติดปีกบินยังยากจะหนีรอดไปได้

ช่างนึกไม่ถึงจริง ๆ หย่างหยวนฮ่าวชิงหลบลี้หนีหน้า แต่เปี๋ยหานกลับ

เสนอตัวเข้ามาแทน

เสวียตงพลันตระหนักทันที นี่เป็นโอกาสดีที่สุดที่จะกำจัดเปี๋ยหาน

และกองพันบาปเคราะห์!

>กลับหน้าหลักHOMEจิ้ม<

Prev
Next

Comments for chapter "บทที่ 899 เสียงแตรศึกกังวาน! เทพยุทธ์สำแดงเดช!"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Aileen Novel
  • หน้าหลัก HOME
  • COOKIE POLICY

© 2020 - 2023 ไอรีนโนเวล นิยายอ่านฟรีทุกวัน เว็บอ่านนิยาย pdf ไอรีนโนเวล “aileen-novel.online” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน นิยายชื่อดัง ตอนล่าสุด "ฮณ๊ฯดฯฌซ, อ่านฟรี อ่านเพลินอ่านทั้งวันกับไอรีนโนเวลออนไลน์

Sign in

Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Sign Up

Register For This Site.

Log in | Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Lost your password?

Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย