ตำนานจอมยุทธ์ภูตถังซาน ภาคการกลับมาของถังซาน - บทที่ 37
บทที่ 37 ทักษะยุทธ์เกราะหนัก
ถังซานสูดหายใจลึก รู้สึกถึงเลือดลมที่พลุ่งพล่านและพลังเสวียนเทียนที่หมุนเวียนในร่างกาย
ขณะนี่ คู่ต่อสู้คนต่อไปของเขาก็ได้เดินเข้ามาในสนามแล้ว
ปีศาจแรด! ใช่แล้ว มันคือปีศาจแรดที่เมื่อครู่มองไม่เห็นถังซานและคิดว่าตัวเองจะได้ออกไปประลอง
ตอนนี้เสียงอึกทึกในสนามเงียบลงมากแล้ว ภายใต้การกดดันของหมีคลั่งระดับเจ็ด เสือดาววัชระที่ถูกตบกระเด็นก็ลุกขึ้นมา จ้องมองถังซานในสนามด้วยสายตาเร่าร้อน
การประลองท้าชนวันนี้ เสือดาววัชระระดับสี่ที่เพิ่งตายไปนั่นเป็นตัวแรกที่ตายในหมู่เผ่าปีศาจ ส่วนการตายของบริวารนั้น พวกมันไม่เคยจดจำอยู่ในใจเลย
บริวารของตระกูลหมาป่าวายุฆ่าเสือดาววัชระระดับสี่ตายหนึ่งตัว นี่เป็นความอัปยศอดสูอย่างยิ่งสำหรับตระกูลเสือดาววัชระ เสือดาววัชระระดับต่ำได้กลับไปส่งข่าวแล้ว
ขณะนี้ถังซานไม่มีเวลาสนใจว่าตระกูลเสือดาววัชระจะคิดอย่างไร แต่ตอนนี้หวังเหยียนเฟิงและกุ๋ยกุ้ยเริ่มเข้าใจความหมายของการที่เขาปิดหน้าแล้ว
ปีศาจแรดส่งเสียงคำรามต่ำ ร่างส่วนบนทิ้งตัวลงบนพื้น ขาหน้าค้ำพื้น ขาหลังขวาเขี่ยพื้น พลังในร่างเริ่มหนาแน่นขึ้นเรื่อย ๆ
แสงสีเหลืองทึมสว่างขึ้นจากร่างของมัน นั่นคือทักษะเกราะหนักที่ปีศาจแรดถนัดที่สุด พูดถึงการป้องกัน เผ่าแรดถือเป็นหนึ่งในเผ่าที่แข็งแกร่งที่สุดในเผ่าปีศาจ
เผ่าที่สามารถปะทะกับปีศาจแรดได้โดยตรงมีน้อยมาก ปีศาจแรดระดับสี่ตนนี้เป็นตัวเต็งของการประลองของระดับสี่วันนี้
“โฮกกกก!” ปีศาจแรดส่งเสียงคำรามก้องฟ้าอย่างกะทันหัน สี่ขากระทืบพื้น พุ่งเข้าหาถังซานอย่างบ้าคลั่ง นอที่จมูกเปล่งแสงจ้า พร้อมพลังการพุ่งชนอันทรงพลัง ตรงเข้าใส่ถังซาน
ถังซานก็เริ่มพุ่งเข้าปะทะเช่นกัน ความเร็วของเขาดูไม่ต่างจากตอนที่พุ่งเข้าหาเสือดาววัชระ รอบตัวยังคงมีแสงสีฟ้าล้อมรอบ แสดงถึงพลังเฉพาะตัวของตระกูลหมาป่าวายุ
ระยะห่างระหว่างทั้งสองลดลงอย่างรวดเร็ว ทันใดนั้น ถังซานก็ยกมือขึ้น คมมีดวายุสีฟ้าสองสายพุ่งตรงไปที่ปีศาจแรด คมมีดวายุทั้งสองสายวาดเส้นโค้งงดงามในอากาศหลังจากถูกปล่อยออกไป ปีศาจแรดเห็นเพียงแสงสีฟ้าวาบในมือเขา จากนั้นคมมีดวายุก็เหมือนพลาดเป้าลอยไปด้านข้าง แต่ขณะที่มันกำลังสงสัย ทันใดนั้นแสงสีฟ้าก็สว่างจ้าในดวงตาทั้งสองของมัน
คมมีดวายุสองสายที่วาดเส้นโค้งได้พุ่งเข้าหาดวงตาทั้งสองข้างของมันพอดี ถังซานคำนวณความเร็วและตำแหน่งร่างกายของมันได้อย่างแม่นยำ
ตอนนี้ทั้งสองฝ่ายกำลังจะเข้าสู่วงปะทะแล้ว ปีศาจแรดแค่นเสียงหึ ยั้งขาทั้งสี่ข้างอย่างแรง มุ่งหน้าเข้าสู่วงปะทะ พร้อมกับรีบหลับตาลง
มันไม่เชื่อหรอกว่าคมมีดวายุของถังซานจะทะลวงเกราะหนักของมันได้ แม้ว่าผิวหนังที่ดวงตาจะเป็นจุดอ่อนที่สุดส่วนหนึ่งของร่างกาย แต่ก็น่าจะทะลวงไม่ได้เช่นกัน
แต่สิ่งที่มันไม่รู้คือ ถังซานต้องการให้มันหลับตาพอดี
คมมีดวายุสองสายฟันลงบนเปลือกตาของมัน แม้ว่าทักษะเกราะหนักจะป้องกันได้จริง แต่ปีศาจแรดก็ยังอดไม่ได้ที่จะรู้สึกเจ็บปวดที่ดวงตาทั้งสอง มันส่งเสียงคำรามด้วยความโกรธอีกครั้ง
ขณะนี้ถังซานได้กระโดดขึ้นไปแล้ว ปีศาจที่กำลังชมการต่อสู้เห็นคมมีดวายุปรากฏในมือเขา คมมีดวายุนี้ตอนแรกเป็นสีฟ้าอ่อน แต่ในมือเขามันกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง แม้แต่กระแสลมในอากาศก็รู้สึกได้ชัดเจนว่ากำลังรวมตัวเข้าหาฝ่ามือเขา เห็นได้ชัดว่าคมมีดวายุสีฟ้าอ่อนนั้นเปลี่ยนเป็นสีฟ้าเข้มอย่างรวดเร็ว
ปีศาจแรดเงยหน้าขึ้นแล้ว แต่ก็ยังต้องใช้เวลาในการฟื้นฟูการมองเห็น มันทำได้เพียงอาศัยความทรงจำในการเคลื่อนที่เข้าสู่วงปะทะ
ร่างเล็กของถังซานลอยลงมาจากอากาศ ร่อนลงอย่างเบา ๆ บนศีรษะที่เงยขึ้นของปีศาจแรด คมมีดวายุสีฟ้าเข้มในมือแทงลงอย่างรุนแรง เป้าหมายยังคงเป็นดวงตาของปีศาจแรดเช่นเดิม
ในเวลาเดียวกัน มืออีกข้างของเขาก็ตบลงบนศีรษะของปีศาจแรดด้วย
ฉึก!
หากมองอย่างละเอียดจะเห็นว่า เมื่อคมมีดวายุสีฟ้าเข้มแทงลง เปลือกตาของปีศาจแรดที่โดนโจมตีก็ยุบลงอย่างรวดเร็ว
ทักษะเกราะหนักของมันแข็งแกร่งจริง ๆ แต่มันก็เป็นแค่ระดับสี่ ในเผ่าปีศาจแรดแล้วยังถือว่าอ่อนแอมาก พลังป้องกันแค่พอครอบคลุมทั่วร่างและหลอมรวมกับเกราะหนังที่แข็งแกร่งของตัวเอง ไม่สามารถปล่อยพลังออกมาได้
ส่วนถังซานใช้คมมีดวายุที่บีบอัดธาตุวายุ แล้วแทงจุดที่แหลมคมที่สุดลงไป โดยเล็งไปที่ดวงตาซึ่งเป็นจุดอ่อนที่สุดของมัน
คมมีดวายุแตกกระจายในชั่วพริบตา กลายเป็นประกายแสงสีฟ้าจางหายไป แต่ปีศาจแรดกลับส่งเสียงร้องด้วยความเจ็บปวด ลำตัวช่วงบนเสยขึ้น ไม่สนใจการประลองท้าชนอีกต่อไป สี่ขากระสับกระส่าย ศีรษะส่ายไปมาอย่างคลุ้มคลั่ง เมื่อดวงตาได้รับบาดเจ็บสาหัส จึงต้องการใช้พลังโจมตีที่แข็งแกร่งที่สุดเพื่อกำจัดคู่ต่อสู้
ทว่าบัดนี้ถังซานได้กระโดดลอยตัวขึ้นไปแล้ว และลงจอดอย่างมั่นคงที่จุดศูนย์กลางของวงปะทะ
ไม่มีใครสังเกตเห็นว่าที่ฝ่ามือของเขาที่แตะบนหัวปีศาจแรดมีแสงสีเหลืองวาบขึ้นแล้วหายไป
วิชาเสวียนเทียนในร่างกายพลุ่งพล่านขึ้น พลังที่ใช้ไปกับคมมีดวายุฟื้นคืนอย่างรวดเร็ว
อย่างไรก็ตาม ตอนนี้เขาก็แอบตื่นตะลึงในใจ การโจมตีด้วยคมมีดวายุเมื่อครู่ เขาไม่ได้ยั้งมือเลย แม้จะยังไม่ใช่วิธีที่แข็งแกร่งที่สุดของเขา แต่เขาก็มั่นใจว่าพลังทะลุทะลวงของการโจมตีครั้งนั้นแข็งแกร่งมาก
แม้ดวงตาของปีศาจแรดระดับสี่จะได้รับบาดเจ็บสาหัส แต่ก็ยังไม่ถึงขั้นบอด แสดงให้เห็นว่าทักษะเกราะหนักของเผ่าปีศาจแรดแข็งแกร่งเพียงไหน
ปีศาจหมีระดับเจ็ดยื่นมือใหญ่ออกมาคว้านอของปีศาจแรดที่กำลังวิ่งคลุ้มคลั่งเข้าหาฝูงชนไว้ได้ ปีศาจหมีตนนั้นตะโกนคำราม ใช้มือเดียวที่จับนอของปีศาจแรดไว้ ยกร่างใหญ่โตของมันขึ้นเหนือศีรษะ แล้วทุ่มลงพื้นอย่างแรง จนปีศาจแรดสลบไป
“ขยะ! ลากมันออกไป! พวกเจ้าแพ้แม้แต่บริวารกระนั้นหรือหรือ?” หมีระดับเจ็ดพูดอย่างดูแคลนพร้อมความโกรธ
ชนะสองครั้งติด!
ถังซานเอาชนะเสือดาววัชระระดับสี่และปีศาจแรดระดับสี่ต่อเนื่องกัน แม้จะใช้กลยุทธ์เป็นหลัก แต่เผ่าปีศาจที่แข็งแกร่งกว่าต่างมองออกว่านี่ไม่ใช่แค่กลยุทธ์เท่านั้น การตัดสินใจ จังหวะเวลา และความนิ่งของตัวเองล้วนเป็นกุญแจสำคัญสู่ชัยชนะ
ยามนี้กุ๋ยกุ่ยมีสายตาประหลาดมาก ในการต่อสู้ครั้งแรก นางยังกังวลถึงความปลอดภัยของถังซาน แต่ตอนนี้นางอยากถามหวังเหยียนเฟิงที่อยู่ข้าง ๆ ว่าไปหาปีศาจน้อยนี่มาจากที่ใด
คมมีดวายุของตระกูลหมาป่าวายุ? แค่คมมีดวายุธรรมดาหรือ? อีกทั้งนี่มันระดับสี่เชียวนะ!
ระดับสี่ด้วยวัยเพียงเก้าขวบ นี่เป็นพรสวรรค์ระดับใดกัน อย่างน้อยในเผ่ามนุษย์ ข้าก็แทบไม่เคยได้ยินว่ามีคนแบบนี้อยู่
หวังเหยียนเฟิงดวงตาเปล่งประกายด้วยความตื่นเต้น เขารู้มาตลอดว่าถังซานแข็งแกร่ง เมื่อปีที่แล้วตอนที่ถังซานยังอยู่ระดับสาม เขาก็เคยพ่ายแพ้ให้ถังซานมาแล้ว
แต่เขาก็ไม่คิดว่าถังซานจะแข็งแกร่งถึงเพียงนี้ นี่เป็นสถานการณ์ที่เกินความคาดหมายของเขาโดยสิ้นเชิง
“โฮกกก!” พร้อมเสียงคำราม คู่ต่อสู้ตนที่สามของถังซานก็เข้าสู่สังเวียน
เมื่อเทียบกับปีศาจแรดก่อนหน้า คู่ต่อสู้ตนนี้มีร่างกายเล็กกว่ามาก รูปร่างผอมบาง สูงเพียงแค่สี่ฉื่อห้าชุ่น แต่ด้านหลังมีปีกสองข้าง กว้างเกินหกฉื่อ ดวงตายาวเรียวเปล่งประกายคมกริบ
หากถังซานจำไม่ผิด นี่ไม่ใช่ผู้เข้าแข่งขันที่อยู่หลังเขาเมื่อครู่ น่าจะเป็นผู้เข้าแข่งขันที่ถูกเลื่อนลำดับขึ้นมาก่อน
ส่งมาจัดการข้าโดยเฉพาะ? นี่น่าจะเป็นเผ่าปีศาจจำพวกเหยี่ยว
ไม่ต้องสงสัยเลยว่า จากการต่อสู้สองครั้งที่ผ่านมา พวกปีศาจคงคิดว่าเขาคล่องแคล่วและมีทักษะการต่อสู้สูง ปีศาจที่เคลื่อนไหวเชื่องช้าเสียเปรียบเมื่อต้องต่อสู้กับเขา จึงส่งปีศาจประเภทเหยี่ยวที่มีความสามารถในการบินและมีความเร็วและความคล่องตัวสูงมาเผชิญหน้ากับเขาก่อนกำหนด
การที่บริวารชนะติดต่อกัน สำหรับพวกปีศาจที่เข้าร่วมการประลองท้าชนแล้ว นี่เป็นความอัปยศอย่างชัดเจน
ถังซานไม่จำเป็นต้องคิดมาก เขาก็เข้าใจการเปลี่ยนแปลงในใจของพวกเผ่าปีศาจเหล่านี้ได้
เหยี่ยวงั้นรึ? ฮึฮึ!!