ตำนานจอมยุทธ์ภูตถังซาน ภาคการกลับมาของถังซาน - บทที่ 222
บทที่ 222 ความก้าวหน้าของเพื่อนร่วมทาง
ถังซานหัวเราะพลางกล่าวว่า “ไม่มีปัญหา แต่ในด้านพลังจิต ท่านยังต้องเสริมสร้างให้แข็งแกร่งขึ้นอีก เคล็ดที่ซับซ้อนนี้ต้องการพลังจิตที่สูงขึ้น ท่านฝึกเนตรปีศาจสีม่วงได้ถึงขั้นใดแล้ว”
ตอนนี้สมาชิกในกลุ่มทุกคนกำลังฝึกฝนเนตรปีศาจสีม่วง โดยตู๋ไป๋มีความก้าวหน้าเร็วที่สุด เพราะสายเลือดของเขาเชี่ยวชาญด้านพลังจิตมากที่สุด ส่วนอู๋ปิงจี้ก็มีพรสวรรค์ด้านพลังจิตเช่นกัน และได้เริ่มต้นฝึกมาก่อนหน้านี้แล้ว
“แต่เดิมความก้าวหน้าไม่เร็วนัก แต่ดูเหมือนว่าผลจื่อหยางจะมีประโยชน์อย่างมากต่อการฝึกเนตรปีศาจสีม่วง ช่วงนี้มีความก้าวหน้าเร็วขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ตอนนี้ข้าสามารถปล่อยพลังจิตออกไปโจมตีได้แล้ว”
“ดี เคล็ดที่ข้าจะสอนท่านนั้นค่อนข้างซับซ้อน ข้าเรียกมันว่าระเบิดลูกปรายปลิดวิญญาณ เริ่มแรกของการฝึก ท่านต้องเริ่มจากระเบิดลูกปรายปลิดวิญญาณหนึ่งลูกก่อน”
ที่จริงแล้วระเบิดลูกปรายปลิดวิญญาณเป็นอาวุธลับที่หลอมสร้างจากโลหะ มีพลังทำลายล้างมหาศาล แต่ด้วยภูตน้ำแข็งสถิตร่างของอู๋ปิงจี้ ถังซานจึงคิดวิธีที่จะให้เขาใช้ธาตุน้ำแข็งมาทำให้สำเร็จ และจะมีพลังและประสิทธิภาพที่ดีกว่าด้วย
“อันดับแรก ท่านต้องรวบรวมพลังสร้างเข็มน้ำแข็ง ภายในเข็มน้ำแข็งต้องเตรียมการเร่งความเร็วสองขั้นไว้ เริ่มแรกท่านสามารถเริ่มจากเข็มน้ำแข็งสองเล่ม แล้วเพิ่มเปลือกหุ้มอีกชั้นหนึ่งรอบเข็มน้ำแข็งทั้งสอง
เมื่อขว้างออกไป เปลือกนอกจะระเบิดเมื่อกระทบกับสิ่งใดก็ตาม หรือระเบิดตามที่เราสั่ง แต่ในกระบวนการระเบิด จะต้องไม่ทำลายเข็มน้ำแข็งภายใน และยังต้องมีแรงผลักเข็มน้ำแข็งด้วย
ดังนั้น การรวบรวมพลังสร้างเปลือกนอกจึงสำคัญมาก เข็มน้ำแข็งที่ถูกเร่งความเร็วจะพุ่งเข้าใส่ศัตรู และเร่งความเร็วอีกครั้งในอากาศ ใช้การเพิ่มความเร็วอย่างต่อเนื่องทำให้ศัตรูป้องกันไม่ทัน สุดท้ายก็แทงเข้าไปในร่างของศัตรู แล้วใช้วิชาระเบิดน้ำแข็งอีกครั้ง”
อู๋ปิงจี้ฟังคำอธิบายของเขา แล้วเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง “นี่… นี่เป็นสิ่งที่มนุษย์จะทำได้หรือ เจ้าใช้ธาตุวายุทำได้หรือ”
ถังซานยักไหล่พลางกล่าวว่า “ทำไม่ได้… ตอนนี้ข้ายังทำไม่ได้ ถ้ามีพลังระดับเทพอาจจะลองดูได้ ธาตุวายุอิสระเกินไป ไม่สามารถรักษาความเสถียรได้ แต่ธาตุน้ำแข็งง่ายกว่ามาก ข้าคิดว่าท่านทำได้”
อู๋ปิงจี้กล่าวอย่างจนปัญญา “ข้าทำได้อะไรกัน! แค่การเร่งความเร็วสองขั้นของเข็มน้ำแข็งเพียงเล่มเดียว ข้าก็ฝึกมานานแล้ว สิ่งที่เจ้าพูดถึงนี้ เป็นความสามารถที่มนุษย์จะควบคุมได้จริงหรือ”
ถังซานหัวเราะพลางกล่าวว่า “ถ้าไม่มีความยาก จะเรียกว่าเคล็ดที่ซับซ้อนได้อย่างไร ในบรรดาเคล็ดอาวุธลับที่ข้ารู้ นี่ถือเป็นหนึ่งในอันดับต้น ๆ เลยทีเดียว ดังนั้นให้ท่านค่อย ๆ ทำไปทีละขั้น เมื่อใดที่ท่านสามารถบรรจุเข็มน้ำแข็งนับร้อยเล่มไว้ในบอลน้ำแข็งเพียงลูกเดียว นั่นแหละท่านจึงจะถือว่าสำเร็จขั้นสูงสุด
ข้าจะสอนวิธีสร้างเปลือกนอกให้ท่านก่อน ท่านสามารถเริ่มจากการบรรจุเข็มน้ำแข็งจำนวนน้อยที่ไม่มีการเร่งความเร็วสองขั้นก่อน และโดยทั่วไปแล้ว ระเบิดลูกปรายปลิดวิญญาณนี้ต้องยิงออกไปพร้อมกันสองลูก เพราะถ้าศัตรูหลบหลีก หากมีเพียงลูกเดียว ไม่ได้สัมผัสกับอะไร จะระเบิดได้อย่างไร หากมีสองลูก เราก็สามารถใช้เคล็ดดาวตกโผนดวงเดือนหรือเคล็ดมังกรคู่ล้อไข่มุกให้พวกมันชนกันเองได้”
“เดี๋ยว ๆ ทำไมยังมีดาวตกโผนดวงเดือนกับมังกรคู่ล้อไข่มุกอีก หัวข้าเริ่มมึนแล้ว” อู๋ปิงจี้กล่าวอย่างจนปัญญา
“ค่อย ๆ ทำไป เราจะทำทีละขั้น ข้าจะสอนวิธีสร้างบอลน้ำแข็งให้ท่านก่อน ท่านฝึกจนชำนาญก่อนแล้วค่อยว่ากัน” จากนั้น ถังซานก็เริ่มอธิบายวิธีการสร้างบอลน้ำแข็งให้อู๋ปิงจี้ฟัง
แม้อู๋ปิงจี้จะไม่คิดว่าตนเองจะสามารถฝึกระเบิดลูกปรายปลิดวิญญาณนี้ได้จริง แต่เขาก็ตั้งใจฟังอย่างมาก
โดยไม่รู้ตัว เขาก็ค่อย ๆ เข้าสู่สภาวะของการเข้าใจ เมื่อเขาเริ่มเข้าใจหลักการของการสร้างบอลน้ำแข็งเบื้องต้น ถังซานก็ได้จากไปนานแล้ว
อย่างไรก็ตาม ถังซานไม่ได้ออกจากโรงเรียนทันที แต่ไปหาศิษย์พี่ชายและศิษย์พี่หญิงของเขา
ช่วงนี้เขาไม่ค่อยได้กลับมาจริง ๆ เมื่อเจอศิษย์พี่ใหญ่แล้ว ก็ถือโอกาสไปดูความก้าวหน้าในการฝึกฝนของคนอื่น ๆ ด้วย
“ศิษย์พี่ตู๋ไป๋” ถังซานไปที่ห้องของตู๋ไป๋ก่อน
“เอ๊ะ! เสี่ยวถัง เจ้ากลับมาแล้วหรือ วันนี้ไม่เห็นตัวเจ้าเลย” เมื่อตู๋ไป๋เปิดประตูออกมาเห็นถังซาน ก็รีบเข้าโผเข้ากอดศิษย์น้องเล็กของเขาทันที
ถังซานเดินตามเขาเข้าไปในห้องและปิดประตู
“เป็นอย่างไรบ้าง” ถังซานถามพร้อมรอยยิ้ม
ตู๋ไป๋กล่าวอย่างตื่นเต้น “ผลจื่อหยางช่างวิเศษจริง ๆ! ตอนนี้พลังจิตของข้าเปลี่ยนเป็นของเหลวทั้งหมดแล้ว และทะเลจิตทั้งหมดเหมือนถูกขยายออก ช่วงนี้พลังจิตเพิ่มขึ้นอย่างมาก ทุกวันเพิ่มขึ้นในระดับที่แม้แต่ข้าเองก็รู้สึกเหลือเชื่อ ข้ารู้สึกได้ว่าสายเลือดของข้าก็กำลังเปลี่ยนแปลงภายใต้การนำของพลังจิตที่แข็งแกร่งนี้ ราวกับว่าพลังจิตสามารถกลั่นกรองพลังสายเลือดของข้าได้ หลังจากกลั่นกรองแล้ว มันก็ยิ่งบริสุทธิ์มากขึ้น”
ถังซานพยักหน้าแล้วกล่าวว่า “นั่นคือประโยชน์ของการเพิ่มพลังจิต ท่านรู้สึกว่าจะทะลวงขั้นห้าหรือยัง”
ตู๋ไป๋กล่าวว่า “ตอนนี้ยัง ข้าเพิ่งกินผลจื่อหยางไปหนึ่งลูก รอให้ข้ากินอีกลูกหนึ่ง ข้าคิดว่าน่าจะมีโอกาสแล้ว”
ถังซานดวงตาเป็นประกาย “ดีแล้ว ข้าจะรอคอยการก้าวข้ามขีดจำกัดของท่าน! ลองปล่อยเนตรปีศาจสีม่วงให้ข้าดูพลังจิตของท่านตอนนี้หน่อย”
“ได้”
ตู๋ไป๋หันข้างให้ถังซาน ดวงตาทั้งสองเปลี่ยนเป็นสีม่วงในพริบตา แสงสีม่วงสองสายพุ่งออกมาจากดวงตาราวกับสายฟ้า
แสงสีม่วงที่ดูเป็นรูปธรรมพุ่งออกมาไกลกว่าหนึ่งฉื่อ และยังมีความรู้สึกว่าแสงนั้นเกาะตัวไม่กระจายออก คลื่นจิตวิญญาณอันรุนแรงส่งผลให้เนตรสวรรค์หยั่งรู้ของถังซานแทบจะปลดปล่อยออกมาเอง
เมื่อแสงนั้นหรี่ลง ตู๋ไป๋จึงหันไปหาถังซานด้วยความดีใจ “เป็นอย่างไรบ้าง? เป็นอย่างไรบ้าง?”
ถังซานชูนิ้วโป้งให้เขา “ดีมาก หากมองเพียงระดับพลังจิตอย่างเดียว ก็สามารถเทียบเท่ากับขั้นเจ็ดทั่วไปได้แล้ว รอให้จิ้งจอกสวรรค์สถิตร่างของท่านบรรลุขั้นห้า คาดว่าพลังจิตจะมีการยกระดับขึ้นอีก”
ช่างสมกับเป็นสายเลือดระดับสูงสุดจริง ๆ! พลังบ่มเพาะเพียงแค่ขั้นสี่ พลังจิตก็สามารถไปถึงขั้นเจ็ดได้ ต้องรู้ไว้ว่าตู๋ไป๋ไม่ได้มีจิตเทพบ่มเพาะ การที่พลังจิตสามารถพัฒนาได้ถึงระดับนี้ ย่อมเกี่ยวข้องกับสายเลือดจิ้งจอกสวรรค์สถิตร่างอย่างแน่นอน
“ตอนนี้ข้ามีความมั่นใจมากขึ้นเรื่อย ๆ และข้ารู้สึกว่าโชคที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่จิ้งจอกสวรรค์สถิตร่างมอบให้ข้า ก็คือการนำเจ้ามาอยู่เคียงข้างข้านี่แหละ! ฮ่า ๆ ๆ!” นับตั้งแต่จิ้งจอกสวรรค์สถิตร่างเริ่มมีการพัฒนา ความมืดมนในใจของตู๋ไป๋ก็ค่อย ๆ จางหายไป แม้เนตรจิ้งจอกสวรรค์จะอยู่เพียงขั้นที่สี่ ก็ยังมีประโยชน์ไม่น้อย เมื่อถึงขั้นห้า ย่อมมีประโยชน์มากขึ้นเป็นธรรมดา
ถังซานกล่าวว่า “ไม่ การได้พบพวกท่านต่างหากที่เป็นโชคของข้า”
หากฝึกฝนต่อไปในแนวทางนี้ เนตรจิ้งจอกสวรรค์ของตู๋ไป๋น่าจะมีโอกาสพัฒนาถึงขั้นหก แต่ธรณีประตูจากขั้นหกไปขั้นเจ็ดนั้น เห็นได้ชัดว่าไม่ใช่สิ่งที่พลังจิตล้วน ๆ จะผลักดันขึ้นไปได้
เมื่อเขาถึงขั้นหก พลังจิตควรจะถึงขั้นเก้าแล้ว พลังจิตเพียงอย่างเดียวไม่สามารถก้าวข้ามไปสู่ระดับจิตเทพที่สูงขึ้นได้ เมื่อถึงตอนนั้น หากพลังจิตจะประสบกับปัญหาคอขวด หากเขาต้องยกระดับพลังบ่มเพาะเนตรจิ้งจอกสวรรค์ต่อไป ก็ต้องเริ่มจากการพัฒนาสายเลือดเท่านั้น
นี่เป็นปัญหาที่ยุ่งยากมาก เว้นแต่จะสามารถล่าจิ้งจอกสวรรค์ขั้นสูงมาได้ และใช้เลือดของมันจึงจะมีความเป็นไปได้ แต่ตระกูลจิ้งจอกสวรรค์ล้วนเป็นบุตรแห่งโชคชะตา อย่าว่าแต่ขั้นสูงเลย แม้แต่ขั้นต่ำก็ยากมาก! นี่เป็นปัญหาใหญ่ ต้องดูว่าองค์กรไถ่ถอนจะหาวิธีรวบรวมสายเลือดจิ้งจอกสวรรค์ได้หรือไม่
แต่ตอนนี้เขาย่อมไม่พูดเรื่องเหล่านี้กับตู๋ไป๋ ผลจื่อหยางที่ซื้อมาครั้งนี้ให้ตู๋ไป๋ถึงห้าผล หากสองผลก็สามารถกระตุ้นให้เขาพัฒนาถึงเนตรจิ้งจอกสวรรค์ขั้นห้า อีกสามผลที่เหลือก็น่าจะช่วยให้พลังจิตของเขาก้าวขึ้นไปอีกขั้น ไปถึงระดับที่สูงขึ้น และคงไม่ไกลจากขั้นหกแล้ว
ถังซานต้องการให้เทพอสูรสถิตร่างทั้งหมดของตนบรรลุถึงขั้นหกระดับสูงสุด เมื่อเขาต้องการทะลวงขั้นเจ็ด และดีที่สุดคือทะลวงไปพร้อมกัน จากสถานการณ์ปัจจุบัน ความเป็นไปได้ในด้านเนตรสวรรค์หยั่งรู้คงไม่มากนัก แต่เทพอสูรสถิตร่างอื่น ๆ น่าจะยังมีโอกาส
เสือดาววัชระสถิตร่าง เขาเตรียมจะเปลี่ยนแล้ว จะเปลี่ยนเป็นอะไรนั้นไม่ต้องสงสัยเลย การเคลื่อนย้ายมิตินั้นเหนือกว่าดาวคะนองวูบไหวหลายเท่านัก ยิ่งไปกว่านั้น นั่นยังเป็นสายเลือดอันทรงพลังที่สามารถควบคุมพลังแห่งมิติได้อีกด้วย