ตำนานจอมยุทธ์ภูตถังซาน ภาคการกลับมาของถังซาน - บทที่ 153
บทที่ 153 โชคดีมาเยือน!
การฝึกฝนเช่นนี้ สำหรับตู๋ไป๋แล้วมีแต่ประโยชน์ สำหรับตัวถังซานเองก็เช่นกัน เมื่อผู้ครอบครองเนตรจิ้งจอกสวรรค์สองคนฝึกฝนร่วมกัน พลังโชคชะตาที่เกื้อหนุนกัน นั้นย่อมดีกว่าการฝึกฝนเพียงลำพังมากนัก ถังซานเพียงแค่รักษาให้เนตรจิ้งจอกสวรรค์ของตนอ่อนกว่าตู๋ไป๋เล็กน้อย เขาก็สามารถหลอมรวมเข้ากับเนตรจิ้งจอกสวรรค์ของตู๋ไป๋ได้เอง
ดูเหมือนว่าต่อไปนี้จะต้องเพิ่มรายการฝึกฝนอีกหนึ่งอย่างในแต่ละวัน หากตู๋ไป๋ทำได้เช่นนี้ ทางศิษย์พี่กู้หลี่ก็ย่อมทำได้เช่นกัน เมื่อเทียบกับเนตรจิ้งจอกสวรรค์แล้ว การยกระดับกาลเวลาสถิตร่างนั้นง่ายกว่า เพียงแค่ดูดซับพลังสายเลือดจากร่างของกู้หลี่ก็พอแล้ว
ยามเช้า
เมื่อถังซานรับประทานอาหารเช้าเสร็จ ท้องฟ้าภายนอกก็เริ่มสว่างราง ๆ เขาและตู๋ไป๋ยืนอยู่บนเนินเขานอกโรงเรียนไถ่ถอน จ้องมองไปยังทิศตะวันออกในระยะไกล ฝึกฝนเนตรปีศาจสีม่วงร่วมกัน
หลังจากพักผ่อนหนึ่งคืน ตู๋ไป๋ก็ฟื้นฟูจิตใจได้เกือบสมบูรณ์แล้ว ในระหว่างการฝึกปราณม่วงบูรพา ดวงตาของเขาก็ค่อย ๆ มีประกายสีม่วงปรากฏขึ้น นี่เป็นสัญญาณว่าเนตรปีศาจสีม่วงของเขาได้เข้าสู่ขั้นเริ่มต้นแล้ว ด้วยอิทธิพลของเนตรจิ้งจอกสวรรค์การฝึกฝนเนตรปีศาจสีม่วงของเขาจึงได้ผลเป็นสองเท่า ชัดเจนว่าเร็วกว่าคนทั่วไปที่ฝึกฝนเนตรปีศาจสีม่วงมากนัก
จนกระทั่งดวงอาทิตย์ขึ้น ทั้งสองคนจึงจบการฝึกฝน
ตู๋ไป๋หันหน้ามามองถังซาน แล้วกล่าวว่า “แตกต่างจริง ๆ ข้ารู้สึกได้ เนตรจิ้งจอกสวรรค์ของข้าดูเหมือนจะก้าวหน้าไปอีกเล็กน้อย แม้จะไม่ชัดเจนเท่าการพัฒนาครั้งก่อน แต่แน่นอนว่ามีความก้าวหน้า ต้องรู้ไว้ว่าแต่ก่อนไม่ว่าข้าจะฝึกฝนอย่างไร พลังของจิ้งจอกสวรรค์สถิตร่างก็เพียงแค่สะสมไปเรื่อย ๆ พัฒนาช้ามาก ตัวข้าเองไม่เคยมีความรู้สึกเช่นนี้มาก่อน เสี่ยวถัง… ขอบคุณเจ้ามาก”
ถังซานยิ้มเล็กน้อย “ดีแล้วที่มันช่วยท่านได้ ฝึกฝนเนตรปีศาจสีม่วงให้ดี นี่จะเป็นความสามารถสำคัญที่ช่วยรักษาชีวิตท่านในอนาคต ข้าต้องไปทำงานที่สถาบันเจียหลี่แล้ว”
หลังจากบอกลาตู๋ไป๋ ถังซานก็ลงจากเขาไปเพียงลำพัง เมื่อวานเขาได้รับป้ายประจำตัวคนงานมาแล้ว หลังจากผ่านการตรวจสอบจากยามที่ประตูหลัง เขาก็เข้าไปในสถาบันเจียหลี่อีกครั้ง
อาจเป็นเพราะการนำทางของโชคชะตาเมื่อคืนนี้ วันนี้เขารู้สึกชัดเจนว่าแม้แต่แสงตะวันก็ดูเหมือนจะสดใสขึ้นมาก
โชคดี! โชคดี! ช่วยข้าเถิด!
เมื่อมาถึงบ้านททรงเตี้ย ดูเหมือนว่าผู้เฒ่าเหมาเพิ่งรับประทานอาหารเช้าเสร็จ เมื่อเห็นเขา บนใบหน้ากลับมีรอยยิ้มปรากฏขึ้น
“เสี่ยวถัง เมื่อวานเจ้าทำได้ดี ต้องพยายามต่อไปนะ เมื่อคืนหัวหน้าฝ่ายแนะแนวของสถาบันมาหาข้า ชมการทำความสะอาดของเจ้า”
“ขอบคุณท่านผู้เฒ่าเหมา ทั้งหมดเป็นเพราะท่านสั่งสอนดี” ถังซานกล่าวอย่างนอบน้อม
ผู้เฒ่าเหมาตบไหล่เขา “ทุกอาชีพล้วนมีอัจฉริยะ จงทำให้ดีเถิด”
กวาดพื้นจะเกิดอัจฉริยะอะไรได้? มุมปากของถังซานกระตุกเล็กน้อย แต่ไม่ได้ให้ผู้เฒ่าเหมาเห็น ปากก็รับคำออกไป
หลังจากรับอุปกรณ์ เขาก็มุ่งหน้าไปทำความสะอาดที่อาคารเรียนหลักอีกครั้ง คราวนี้ผู้เฒ่าเหมาไม่ได้ไปกับเขาด้วย
วันนี้มาถึงก็ได้รับคำชม ชัดเจนว่าโชคดีแล้ว!
เมื่อวานทำความสะอาดอย่างละเอียดมาก วันนี้จึงทำความสะอาดได้ง่ายขึ้นมาก ปกติแล้วถังซานควรจะทำงานหนึ่งวันแล้วพักหนึ่งวัน แต่ในสัปดาห์แรกนี้เขาอยู่ในช่วงทดลองงาน สัปดาห์แรกต้องมาทุกวัน ส่วนใหญ่เพื่อให้ผู้เฒ่าเหมาดูว่าเขาเหมาะกับงานนี้หรือไม่ หากผ่านไปได้ด้วยดี ก็จะได้เป็นลูกจ้างประจำ สัปดาห์หน้าก็จะเริ่มทำงานหนึ่งวันพักหนึ่งวัน สัปดาห์ละสามวัน
เหม่ยกงจื่อ! เหม่ยกงจื่อ! เหม่ยกงจื่อ! ถังซานภาวนาในใจขณะกวาดพื้น
ไม่มี หลังจากงานทำความสะอาดช่วงเช้าเสร็จสิ้น ก็ยังไม่เห็นเงาของเหม่ยกงจื่อ
ดูเหมือนโชคก็ไม่ค่อยดีเท่าใด!
แต่เรื่องนี้ก็ไม่ใช่สิ่งที่จะบังคับได้ ถังซานก็รู้สึกจนปัญญาเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม เขาพบว่าการฝึกฝนภายในสถาบันเจียหลี่นั้นดีจริง ๆ ที่นี่มีปราณวิญญาณฟ้าดินที่เข้มข้นที่สุดเท่าที่เขาเคยเห็นมา แม้แต่การกวาดพื้นไปพร้อมกับดูดซับพลังไปด้วย ก็ให้ผลดีต่อการบำรุงร่างกายของเขาอย่างมาก พลังเสวียนเทียนของเขานั้นเข้ากันได้ดีกับปราณวิญญาณฟ้าดิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับพลังชีวิต
หลังจากเถาหยกได้ผสานกับพลังชีวิตของพืชเป็นเวลาหนึ่งวันครึ่ง ตราประทับก็ดูมีชีวิตชีวามากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เถาหยกที่แต่เดิมก็เป็นพืชระดับต่ำอยู่แล้ว ถึงกับมีความรู้สึกกระสับกระส่ายอยู่บ้าง
ตอนเที่ยงเขากลับมาที่บ้านทรงเตี้ยเพื่อกินข้าวและพักผ่อน
ขณะที่ถังซานกำลังนั่งสมาธิพักฟื้น จู่ ๆ ก็มีเสียงเรียกอย่างเร่งร้อนดังมาจากด้านนอก “ผู้เฒ่าเหมา! ผู้เฒ่าเหมา!”
“มาแล้ว” ผู้เฒ่าเหมาที่กำลังนอนกลางวันอยู่บนโต๊ะรีบลุกขึ้นยืน อาจเพราะลุกเร็วเกินไปทำให้เวียนศีรษะ ร่างกายจึงโงนเงนไปมา
ถังซานได้ยินเสียงเรียกก็ลุกขึ้นเช่นกัน รีบเข้าไปประคองเขาไว้
ผู้เฒ่าเหมามองเขาแวบหนึ่ง พยักหน้าให้เขาเล็กน้อย แล้วจึงเดินออกจากบ้านไป
นอกบ้าน ชายร่างกำยำคนหนึ่งกำลังรออย่างกระวนกระวาย เมื่อเห็นผู้เฒ่าเหมาออกมา เขาก็โบกมือเรียกแล้วพูดว่า “เร็วเข้า! วันนี้อธิการบดีจะมาตรวจพื้นที่ฝึกฝนทุกส่วน ท่านพาคนของท่านไปทำความสะอาดให้เรียบร้อยทันที ท่านมีเวลาแค่ชั่วโมงกว่า ๆ เท่านั้น ทันที ตอนนี้เลย”
“อืม ๆ พวกข้าจะไปเดี๋ยวนี้ เสี่ยวถังหยิบของแล้วไปกัน ข้าจะไปรวบรวมคนอื่น ๆ”
ที่บ้านทรงเตี้ยแห่งนี้ไม่ได้มีแค่ผู้เฒ่าเหมาและถังซานเท่านั้น แต่ละห้องมีคนสองคน ใช้สำหรับพักผ่อนและเก็บอุปกรณ์ทำความสะอาด
ผู้เฒ่าเหมารวบรวมคนสิบกว่าคน แล้วรีบหยิบอุปกรณ์ทำความสะอาดต่าง ๆ เดินไปยังพื้นที่ฝึกฝนด้านหลังของสถาบัน
ผู้เฒ่าเหมาคุ้นเคยกับสถาบันเจียหลี่เป็นอย่างดี จึงมอบหมายงานอย่างรวดเร็ว แบ่งงานทำความสะอาดแต่ละที่ให้กับคนอื่น ๆ
“เสี่ยวถัง เจ้าเพิ่งมาใหม่ ยังไม่คุ้นเคยกับที่นี่ ตามข้ามาเถอะ พวกเราจะไปทำความสะอาดเขตสัประยุทธ์ปีศาจกัน”
ถังซานได้ศึกษาแผนที่ภายในของสถาบันเจียหลี่มาแล้ว เขตสัประยุทธ์ปีศาจน่าจะเป็นสถานที่ที่ศิษย์ของสถาบันเจียหลี่ใช้สำหรับการต่อสู้ และประลองฝีมือโดยเฉพาะ มีพื้นที่ค่อนข้างกว้าง แบ่งเป็นสองชั้นบนล่าง
เขาตามผู้เฒ่าเหมาไป และมาถึงสถานที่แห่งนี้อย่างรวดเร็ว
เขตสัประยุทธ์ปีศาจเป็นอาคารทรงกลม หรือพูดอีกอย่างคือเป็นวงแหวน แบ่งเป็นชั้นพื้นดินและชั้นใต้ดิน
เพียงแค่ก้าวเข้าสู่เขตสัประยุทธ์ปีศาจ ถังซานก็รู้สึกได้ถึงกลไกพลังงานที่ทรงพลังมากในสถานที่แห่งนี้ แม้แต่บนกำแพงโดยรอบก็มีคลื่นพลังงานที่เห็นได้ไม่ชัดเจนนัก
สถานที่ที่ใช้สำหรับการประลองกันของศิษย์เผ่าปีศาจนั้น เห็นได้ชัดว่าต้องมีการป้องกันที่ดี ไม่เช่นนั้นที่นี่คงถูกทำลายไปนานแล้ว
“เขตสัประยุทธ์ปีศาจมีพื้นที่กว้าง ปกติคนของพวกเราก็มาทำความสะอาดที่นี่ ดังนั้นงานทำความสะอาดทั่วไปคงไม่จำเป็น พวกเราจะแก้ไขจุดที่อาจมองข้ามไปในการทำความสะอาดปกติ เช่น ขอบประตูด้านบน มุมหน้าต่าง เจ้าถือถังน้ำหนึ่งใบ ข้าจะพาเจ้าไป พวกเราต้องเร่งมือ เวลาเร่งด่วน ถ้าทำความสะอาดไม่เรียบร้อย พวกเราจะมีปัญหา” น้ำเสียงของผู้เฒ่าเหมาเร็วกว่าเมื่อวานอย่างเห็นได้ชัด แสดงให้เห็นถึงความเร่งรีบในใจ
ถังซานไม่มีความเห็นอะไร ตักน้ำหนึ่งถังแล้วตามผู้เฒ่าเหมาไป ผู้เฒ่าเหมาให้เขาทำความสะอาดที่ไหน เขาก็ทำความสะอาดที่นั่น เขาทำความสะอาดได้เร็วและทั่วถึงมาก
ผู้เฒ่าเหมามองดูถังซานที่คล่องแคล่วว่องไว ก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก ดูเหมือนว่าจะทันเวลา เขารู้สึกพอใจกับเด็กหนุ่มที่ยังเป็นเพียงเด็กคนนี้มากขึ้น สายตาของเจ้าเมืองนั้นดีจริง ๆ
อาคารวงแหวนนี้ พวกเขาทำความสะอาดบริเวณวงแหวนก่อน ซึ่งก็เหมือนกับทางเดินวงกลม วงในมีประตู เมื่อเข้าไปในประตูจึงจะเป็นเขตสัประยุทธ์ปีศาจที่แท้จริง
ผู้เฒ่าเหมาพาถังซานทำความสะอาดไปพร้อมกับเล่าสถานการณ์โดยรวมของที่นี่ให้เขาฟัง
สนามประลองกลางแจ้งชั้นบนของเขตสัประยุทธ์ปีศาจเป็นแบบเปิด อย่างหนึ่งคือกลางแจ้ง อีกอย่างคือเป็นสนามรบที่สมบูรณ์ มีพื้นที่กว้างมาก ถึงหนึ่งหมื่นหลี่*[1] เพียงพอที่จะรองรับการต่อสู้ของหลายคนพร้อมกัน
ชั้นใต้ดินชั้นแรกเป็นพื้นที่แยกย่อยที่มีขนาดเล็กกว่า ส่วนใหญ่ใช้สำหรับการซ้อมและฝึกฝนการต่อสู้จริงของคนจำนวนน้อย แต่ละส่วนมีประโยชน์ใช้สอยต่างกัน
ใช้เวลาเพียงหนึ่งเค่อกว่า ๆ ภายใต้การทำความสะอาดอย่างคล่องแคล่วของถังซาน บริเวณรอบนอกที่ต้องทำความสะอาดก็เสร็จเรียบร้อยแล้ว
ที่นี่คงมีข้อกำหนดด้านสุขอนามัยที่ค่อนข้างสูงในชีวิตประจำวัน จึงไม่ค่อยมีมุมอับมากนัก
“ไปข้างใน” ผู้เฒ่าเหมาพาถังซานเข้าไปทางประตูด้านข้าง ตรงนี้ไม่มียามเฝ้าเลย พวกเขาผลักประตูใหญ่ที่หนักอึ้งเข้าไปด้านใน ทันทีที่ก้าวเข้าไปก็สัมผัสได้ถึงคลื่นพลังงานภายใน
ภายในเขตสัประยุทธ์ปีศาจที่ใหญ่ที่สุดของสถาบันเจียหลี่แห่งนี้ กำลังมีศิษย์เผ่าปีศาจสองกลุ่มต่อสู้กันอยู่
เมื่อถังซานก้าวข้ามประตูใหญ่เข้าไปในเขตสัประยุทธ์ปีศาจ เขาก็พบว่าโชคดีของตนมาถึงแล้ว
[1] 10,000 ประมาณ 15,000 ตารางเมตร