ตำนานจอมยุทธ์ภูตถังซาน ภาคการกลับมาของถังซาน - บทที่ 145
บทที่ 145 ตามหานางท่ามกลางฝูงชนนับหมื่นแสน
ก่อนหน้านี้ตอนที่พวกเขากำลังต่อสู้กับพยัคฆ์เหิน สาเหตุที่ตู๋ไป๋สามารถทะลวงขีดจำกัดได้ ก็เพราะเขาแตะก้าวสุดท้ายถูกจุด จากการสังเกตการณ์ก้าวเข้าสู่ขอบเขตของการควบคุม จึงทำให้เขาบรรลุขั้นที่สี่ได้
โชคชะตาแน่นอนว่าแบ่งเป็นโชคดีและโชคร้าย เมื่อเคราะห์ร้ายมาเยือน ในฐานะผู้ครอบครองเนตรจิ้งจอกสวรรค์ย่อมรับรู้ได้โดยธรรมชาติ และทำสิ่งต่าง ๆ เพื่อหลีกเลี่ยงเคราะห์ร้ายโดยอัตโนมัติ แต่เมื่อโชคดีมาเยือนจะรู้สึกอย่างไร ถังซานไม่เคยมีประสบการณ์มากนัก เพราะเขาครอบครองเนตรจิ้งจอกสวรรค์มาไม่นาน และไม่เคยตั้งใจสำรวจมันมาก่อน เขาตั้งใจว่าหลังจากบรรลุขั้นที่สี่แล้ว จึงจะสัมผัสและสำรวจอย่างละเอียด พร้อมกับหาวิธีนำมาใช้เสริมพลังของตน
แล้วความรู้สึกในตอนนี้คืออะไร? ดวงตาทั้งสองร้อนผ่าว ตื่นเต้นโดยไม่ทราบสาเหตุ นี่หมายความว่า… โชคดีหรือ?
ขณะนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนัก ๆ ก็ดังมาจากบนเขา โดยไม่ต้องมอง ถังซานก็รู้ได้ทันทีว่าเป็นปีศาจที่กำลังมาเยือน
เขารีบหลบไปข้างทาง การเจอกับเผ่าปีศาจบนเส้นทางขึ้นเขาไม่ใช่เรื่องแปลก ไม่ว่าจะเป็นอาจารย์หรือศิษย์ของสถาบันเจียหลี่ต่างก็ต้องใช้เส้นทางนี้ เขาจะเดินแยกไปทางเล็ก ๆ ไปยังเมืองสถาบันเจียหลี่ก็ต่อเมื่อใกล้ถึงสถาบันเจียหลี่แล้วเท่านั้น
เผ่าปีศาจของสถาบันเจียหลี่ส่วนใหญ่เป็นชนชั้นสูง ศิษย์ชนชั้นสูงเหล่านี้มักถือตัวในสถานะของตน ไม่สนใจที่จะรังแกบริวารอะไรทั้งนั้น ยิ่งไปกว่านั้น เหตุผลที่มีเมืองสถาบันเจียหลี่อยู่ ก็เพื่อรับใช้สถาบันเจียหลี่ ดังนั้นศิษย์ของสถาบันเจียหลี่เมื่อพบกับบริวารในเมืองของสถาบัน โดยทั่วไปก็จะปฏิบัติต่อกันด้วยดี บางคนถึงกับสุภาพ ผู้ที่มีอัธยาศัยดีก็จะทักทายก่อน
ถังซานเพิ่งหลบเข้าไปข้างทางได้ไม่นาน ศิษย์เผ่าปีศาจก็เดินลงมาจากบนเขา
คนที่เดินนำหน้ามีรูปร่างสูงใหญ่ สูงประมาณหกฉื่อ*[1] ผมสีทองยาวหนาปล่อยสยายอยู่ด้านหลัง ในดวงตาทั้งสองเปล่งแสงสีทอง แต่รูปลักษณ์ภายนอกของเขากลับดูเหมือนมนุษย์ไม่มีผิดเพี้ยน ซึ่งเป็นสิ่งที่แปลกมาก หากไม่ใช่เพราะรูม่านตาของเขาเป็นแนวตั้ง ก็แทบจะแยกไม่ออกเลยว่าเขาเป็นปีศาจ
นี่คือ…
ก่อนมาถึงโรงเรียนไถ่ถอน ถังซานอาจจะยังวินิจฉัยสถานการณ์เช่นนี้ไม่ได้ แต่ตอนนี้เขารู้ได้ในทันที นี่คือปีศาจชั้นสูง ปีศาจชั้นสูงที่มีสายเลือดอันทรงพลัง
ปีศาจเช่นนี้สามารถแปลงกายเป็นมนุษย์ได้ สำหรับเผ่าปีศาจ ร่างมนุษย์นั้นคล่องตัวกว่าร่างดั้งเดิมของพวกเขา และสะดวกกว่าในชีวิตประจำวัน จนกลายเป็นประเพณีไปแล้ว
เหตุผลหนึ่งที่มนุษย์สามารถเป็นบริวารของเผ่าภูตปีศาจ และเผ่าปีศาจต้องตาสตรีเผ่ามนุษย์ก็เพราะเรื่องนี้
เผ่าปีศาจถึงกับมีคำกล่าวที่ว่า มนุษย์แท้จริงแล้วคือลูกหลานสายเลือดที่ไม่สมบูรณ์ของเผ่าปีศาจ สืบทอดเพียงการกลายร่างเป็นมนุษย์เช่นปัจจุบัน แต่ไม่ได้สืบทอดพลังอันแข็งแกร่งของเผ่าปีศาจ ยิ่งเผ่าปีศาจมีระดับสูงมากเท่าใด ก็ยิ่งเห็นด้วยกับวาทะนี้มากเท่านั้น
ชายหนุ่มเผ่าปีศาจผู้นี้สะดุดตามาก ปีศาจหลายตนที่ติดตามเขามาด้านหลังล้วนถือเขาเป็นผู้นำอย่างชัดเจน
แต่ในขณะนี้ สายตาของถังซานกลับไม่ได้สนใจว่าปีศาจที่มีสายเลือดทองคำอย่างชัดเจนนี้เป็นใคร
ในสายตาของเขา เขาเห็นเพียงคนที่อยู่ข้างปีศาจผมทองผู้นั้นเท่านั้น
ขณะนี้ ถังซานอดนึกถึงประโยคหนึ่งไม่ได้
ตามหานางท่ามกลางฝูงชนนับหมื่นแสน แต่เมื่อหันกลับมา นางกลับอยู่ที่นั่น… ที่ที่แสงไฟสลัว
หญิงสาวผู้งดงามที่เดินอยู่ข้างปีศาจผมทอง สวมชุดศิษย์ของสถาบันเจียหลี่ ผมยาวปลิวไสวด้านหลังแต่ไร้อารมณ์
นี่ไม่ใช่เหม่ยกงจื่อที่เขาตามหามาหลายวันหรอกหรือ?
ในชั่วลมหายใจที่เห็นเหม่ยกงจื่อ ถังซานรู้สึกเหมือนสมองของเขาระเบิดออกมา ทุกอย่างกระจ่างแจ้งในชั่วพริบตา
แม่ของเหม่ยกงจื่อไม่ได้โกหกเขา เหม่ยกงจื่อไปเรียนจริง ๆ แต่ไม่ใช่โรงเรียนระดับกลาง ยิ่งไม่ใช่โรงเรียนระดับต่ำ แต่เป็นโรงเรียนระดับสูงอันดับหนึ่งในนครเจียหลี่…สถาบันเจียหลี่
ในชั่วขณะนี้ ความคิดของถังซานชัดเจนแล้ว เหม่ยกงจื่อเป็นบริวารมนุษย์ จุดนี้ไม่มีข้อสงสัย เขาผู้มีจิตเทพมองไม่ผิดแน่ แต่เขาไม่รู้ว่าเทพอสูรสถิตร่างในตัวเหม่ยกงจื่อเป็นแบบไหน และดูเหมือนว่าตอนนี้ ในฐานะบริวารมนุษย์นางสามารถเดินเคียงข้างศิษย์ปีศาจหนุ่มที่มีสายเลือดทองคำ และดูเหมือนว่าสถานะของนางจะไม่ได้ต่ำต้อย บวกกับร้านชานมของครอบครัวนางสามารถเปิดในสถานที่อย่างจัตุรัสเจียหลี่ได้ ดังนั้น ชาติกำเนิดของเหม่ยกงจื่อจึงชัดเจนแล้ว
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าบิดาของนางน่าจะเป็นปีศาจที่แข็งแกร่งมาก และระดับชั้นของสายเลือดก็ต้องสูงส่งด้วย มีเพียงเช่นนี้เท่านั้น นางจึงจะมีสถานะเช่นนี้ และสามารถมาเรียนที่สถาบันเจียหลี่ได้
ในขณะที่ถังซานกำลังวิเคราะห์ และสุดท้ายก็เข้าใจความจริงทั้งหมด จู่ ๆ ทุกอย่างตรงหน้าก็มืดลง มือใหญ่ข้างหนึ่งคว้ามาที่ใบหน้าของเขา
“มองอะไร! องค์ชายไม่ใช่ผู้ที่เจ้าจะมองได้” ร่างกำยำขวางอยู่ตรงหน้าถังซาน มือใหญ่คว้าตรงไปที่ศีรษะของเขา
ถังซานกระโดดถอยหลังโดยสัญชาตญาณ มือทั้งสองกดไปข้างหน้า ธาตุวายุพัดกระหน่ำ ผลักดันให้เขาถอย หลบเลี่ยงการจับของอีกฝ่าย
“ยังกล้าหลบอีก?” ศิษย์เผ่าปีศาจร่างกำยำผู้นั้น ชัดเจนว่าไม่มีความตั้งใจจะปล่อยเขาไป ตะโกนด้วยความโกรธแล้วก้าวเข้ามา
“พอได้แล้ว!” เสียงที่เต็มไปด้วยอำนาจดังขึ้น ศิษย์เผ่าปีศาจร่างกำยำจึงหยุดมือ
กลุ่มศิษย์สถาบันเจียหลี่ที่เดินลงมาจากภูเขาทั้งหมดหยุดฝีเท้า
สำหรับคนอื่น ๆ ถังซานไม่สนใจ สายตาของเขายังคงจับจ้องอยู่ที่เหม่ยกงจื่อ
เขาเห็นเหม่ยกงจื่อขมวดคิ้วอย่างชัดเจน และศิษย์ชายเผ่าปีศาจผมทองที่อยู่ข้างนางก็ยิ้มพลางกล่าวว่า “อย่าโกรธเลยเสี่ยวสยง ไปกันเถอะ”
ตั้งแต่ต้นจนจบ เขาไม่เคยมองมาที่ถังซานแม้แต่ครั้งเดียว เห็นได้ชัดว่าเพราะเหม่ยกงจื่อเป็นมนุษย์เหมือนกัน จึงปล่อยบริวารตัวเล็ก ๆ ผู้นี้ไป
เหม่ยกงจื่อมองมาทางถังซานโดยสัญชาตญาณ สายตาทั้งสองประสานกัน หัวใจของถังซานสั่นสะท้านอย่างรุนแรง ในดวงตาลึก ๆ ของเหม่ยกงจื่อแสดงความประหลาดใจเล็กน้อย ราวกับรู้สึกคุ้นเคย แต่สำหรับถังซานที่เปลี่ยนแปลงไปมากในสองเดือนนี้ นางก็คงไม่สามารถจำเขาได้ในทันที
ด้วยจิตใจที่ผ่านโลกมาสามชาติของถังซาน เขาควรจะสงบนิ่งอย่างยิ่ง แต่ในขณะนี้ เขากลับมีแรงกระตุ้นอย่างรุนแรงที่จะวิ่งเข้าไปเอาชนะทุกคนรอบตัวเหม่ยกงจื่อ แล้วดึงนางเข้าสู่อ้อมกอดของตน เพื่อบรรเทาความคิดถึง
เขากำหมัดแน่นโดยไม่รู้ตัว ปีศาจร่างกำยำที่ถูกเรียกว่าเสี่ยวสยงแค่นเสียงเย็นชา “ระวังตัวหน่อยไอ้หนู ก้มหัวลงซะ!”
ถังซานสูดลมหายใจลึก บังคับควบคุมความรู้สึกในใจ แล้วค่อย ๆ ก้มศีรษะลง
ความมีเหตุผลชนะความหุนหันในที่สุด เขาไม่สามารถลงมือได้ เว้นแต่จะใช้จิตเทพ มิฉะนั้น เขาอาจจะสู้พวกที่ชัดเจนว่าเป็นศิษย์ระดับสูงของสถาบันเจียหลี่เหล่านี้ไม่ได้ ยิ่งไปกว่านั้น แม้ว่าเขาจะชนะแล้วอย่างไร? เหม่ยกงจื่อในตอนนี้จะสนใจเขาหรือ?
และแล้วเขาก็ตระหนักได้ถึงสถานการณ์หนึ่ง
เจ้าหัวเหลืองนั่นคือศัตรูหัวใจของข้าหรือ?
เหม่ยกงจื่อดูเหมือนอายุเพียงสิบสามสิบสี่เท่านั้น ศิษย์พวกนี้ก็ไม่ได้โตมาก พวกเขาจะรักกันแต่เด็กได้อย่างไร? สถาบันเจียหลี่ไม่ดูแลเรื่องนี้หรือ?
แต่ว่า… เหม่ยกงจื่อดูเหมือนไม่ได้ให้ความสนใจเขา และไม่มีการแสดงความสนิทสนมใด ๆ สหายธรรมดา ต้องเป็นสหานธรรมดาแน่ ๆ!
แม้ว่าจะยังรู้สึกกระวนกระวายใจ แต่เมื่อคิดถึงตรงนี้ ถังซานก็รู้สึกดีขึ้นมาก และสิ่งที่ทำให้เขาปลื้มใจที่สุดคือ เหม่ยกงจื่ออยู่ใกล้แค่เอื้อม อยู่ที่สถาบันเจียหลี่นี่เอง! เช่นนี้ก็สะดวกขึ้นเยอะเลย
[1] 6 ฉื่อ ประมาณ 2 เมตร