ตำนานจอมยุทธ์ภูตถังซาน ภาคการกลับมาของถังซาน - บทที่ 114
บทที่ 114 จิ้งจอกสวรรค์สถิตร่าง: ข้าคือผู้นำ!
แต่ในขณะนี้ ตราประทับเนตรจิ้งจอกสวรรค์ที่เพิ่งจะเข้าที่เข้าทางกลับเคลื่อนไหวขึ้นมาเอง มันไม่สนใจสิ่งใดทั้งสิ้น เคลื่อนที่ด้วยตัวเองอย่างไม่เกรงใจ
การเคลื่อนไหวครั้งนี้ทำให้พลังเสวียนเทียนของถังซานปั่นป่วนขึ้นทันที มีการผันผวนอย่างรุนแรง จนส่งผลให้ตราประทับอีกสี่ดวงในร่างกายเกิดการเปลี่ยนแปลงตามไปด้วยราวกับถูกเนตรจิ้งจอกสวรรค์ชักนำ
พลังเสวียนเทียนของถังซานได้รับผลกระทบจากพวกมัน ทันใดนั้นลมหายใจของเขาก็ติดขัด พลังพลุ่งพล่านไปทั่วร่าง ใบหน้าของเขาซีดขาวลงในทันที การปั่นป่วนอย่างรุนแรงของพลังเสวียนเทียนและพลังสายเลือดในร่างกาย ทำให้เขาตระหนักถึงปัญหาร้ายแรงที่เกิดขึ้นทันที
ธาตุไฟเข้าแทรก!
สามชาติสามภพที่เกิดเป็นมนุษย์ ไม่ว่าจะชาติไหน การถูกธาตุไฟเข้าแทรกล้วนเป็นปัญหาที่ร้ายแรงที่สุด
การที่ถูกธาตุไฟเข้าแทรก หมายความว่าหากไม่ตายก็ต้องบาดเจ็บสาหัส ยิ่งพลังบำเพ็ญสูงส่งเท่าใด ภาวะธาตุไฟเข้าแทรกก็ยิ่งน่ากลัวเท่านั้น และในยามนี้ก็ไม่มีผู้ใดสามารถช่วยเขาได้
พลังเสวียนเทียนที่เขาฝึกฝนนั้น เป็นพลังที่มีเพียงหนึ่งเดียวในโลกนี้ อย่าว่าแต่จางเฮ่าเซวียนที่ดูอยู่ห่าง ๆ จะรับรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงของร่างกายเขาไม่ได้ ต่อให้รับรู้ได้ก็ไม่มีทางช่วยเขาได้
จะทำอย่างไรดี?
จุดเด่นที่สุดของถังซานคือ ยามเผชิญเหตุการณ์สำคัญจะมีจิตใจที่สงบนิ่ง! ยิ่งในยามเช่นนี้ยิ่งเยือกเย็น เขาไม่ได้ตื่นตระหนกเพราะภาวะธาตุไฟเข้าแทรกที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันเลยแม้แต่น้อย
สิ่งแรกที่เขาคิดถึงคือผลลัพธ์ที่แย่ที่สุด ผลลัพธ์ที่แย่ที่สุดคือพลังเสวียนเทียนปั่นป่วนอย่างสิ้นเชิง ไม่สามารถควบคุมได้เลย แต่ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง เขาก็จำเป็นต้องกระตุ้นจิตเทพที่บ่มเพาะอยู่ในทะเลจิต
ใช้พลังอันยิ่งใหญ่ของจิตเทพ บังคับขับไล่ตราประทับสายเลือดทั้งหมดในร่างกายออกไป ให้พลังเสวียนเทียนกลับคืนสู่ภาวะปกติ หากเป็นเช่นนั้น เขาก็จะกลายเป็นผู้ที่ไม่มีเทพอสูรสถิตร่างใด ๆ มีเพียงพลังเสวียนเทียนเท่านั้น
นี่คือผลลัพธ์ที่แย่ที่สุด แต่ก็ไม่ใช่ว่ายอมรับไม่ได้ เพียงแต่ต้องคิดว่าจะอธิบายการหายไปของหมาป่าวายุสถิตร่างอย่างไร
แต่นี่ชัดเจนว่าไม่ใช่วิธีที่ดีที่สุด จิตเทพนั้นมีค่ามากเกินไปสำหรับถังซาน ถ้าสามารถรักษาไว้ได้ก็ควรรักษาไว้ ยิ่งไปกว่านั้น เขาพยายามอย่างมากกว่าจะดูดซับตราประทับเทพอสูรสถิตร่างเหล่านี้ได้ อีกทั้งเขายังคุ้นเคยกับพลังเหล่านี้แล้ว การสละทิ้งไปเช่นนี้ จริง ๆ แล้วเขาก็รู้สึกเสียดาย พลังจะลดลงมหาศาล
แล้วควรทำอย่างไร?
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าต้นเหตุของการที่เขาตกอยู่ในภาวะธาตุไฟเข้าแทรกคือเนตรจิ้งจอกสวรรค์ เป็นเพราะการผสานรวมกับมัน ทำให้ตราประทับเทพอสูรสถิตร่างอื่น ๆ ถูกดึงดูด จึงเกิดปัญหาเหล่านี้ขึ้น
ความเจ็บปวดจากภาวะธาตุไฟเข้าแทรกยิ่งรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ แม้เส้นลมปราณของถังซานจะแข็งแกร่งพอสมควร แต่เขาก็เพิ่งอายุเก้าขวบเท่านั้น
บัดนี้ เขาจำเป็นต้องตัดสินใจแล้ว
ในชั่วพริบตา เขาก็ตัดสินใจอย่างเด็ดขาด บังคับรวบรวมพลังจิตเพ่งไปที่ต้นกำเนิดพลัง
ในตอนนี้ เนตรจิ้งจอกสวรรค์ได้เรียงตัวอยู่ในตำแหน่งที่หนึ่งแล้ว ตราประทับเทพอสูรสถิตร่างอื่น ๆ กำลังสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง มีท่าทีไม่ยอมจำนนเลยแม้แต่น้อย
ถังซานใช้พลังจิตบังคับนำทาง จัดเรียงพวกมันใหม่
เนตรจิ้งจอกสวรรค์อยู่ในตำแหน่งที่หนึ่งไม่เปลี่ยนแปลง ตำแหน่งที่สอง ถังซานเปลี่ยนเป็นกาลเวลาสถิตร่างที่อยู่ในระดับสาม ต่อมาคืออินทรีทองสถิตร่างที่อยู่ในขั้นสามเช่นกัน ถัดมาคือหมาป่าวายุสถิตร่างขั้นห้าระดับสูงสุด สุดท้ายคือเสือดาววัชระขั้นสี่
เขาใช้เวลาสั้นที่สุดในการจัดเรียงตราประทับทั้งห้าใหม่ จากนั้นก็บังคับควบคุมให้พวกมันมั่นคงอยู่ในตำแหน่งใหม่ ไม่ให้เคลื่อนไหว มีเพียงทำให้พวกมันมั่นคง ไม่กระทบกระแทกกันอีก พลังเสวียนเทียนถึงจะกลับคืนสู่ความสงบได้
ถังซานตัดสินใจเช่นนี้ เพราะการวิเคราะห์ของเขาเกี่ยวกับตราประทับสายเลือดเหล่านี้ การที่จิ้งจอกสวรรค์สถิตร่างบังคับตัวเองขึ้นมาอยู่อันดับหนึ่งนั้น แน่นอนว่าหมายถึงหลักการลำดับชั้นระหว่างสายเลือด ตราประทับสายเลือดของเนตรจิ้งจอกสวรรค์ไม่ยอมรับสายเลือดอื่น ๆ ดังนั้นจึงไม่ยอมอยู่ด้านหลัง จึงเกิดการเปลี่ยนแปลงเช่นนี้
ส่วนตราประทับอื่น ๆ ทั้งตราประทับกาลเวลาสถิตร่าง และตราประทับอินทรีทองสถิตร่างก็ได้รับผลกระทบจนเกิดการปั่นป่วน แม้ตราประทับหมาป่าวายุสถิตร่างจะมีระดับขั้นสูงที่สุด แต่ความจริงแล้วมันไม่ได้ปั่นป่วนรุนแรง เพียงแค่ไม่ค่อยเต็มใจเท่านั้น
ดังนั้น การจัดเรียงใหม่ของถังซานจึงเป็นการเรียงตามลำดับชั้นของสายเลือด โดยให้สายเลือดชั้นสูงกว่าอยู่ด้านหน้า แน่นอน เมื่อเขาทุ่มเทสุดกำลังเพื่อรักษาเสถียรภาพของตราประทับทั้งห้า นอกจากตราประทับหมาป่าวายุสถิตร่างที่ยังคงแปรปรวนอยู่บ้างราวกับไม่พอใจ ตราประทับอื่น ๆ ทั้งสี่ก็กลับมามีเสถียรภาพอย่างรวดเร็ว
พร้อมกับการมีเสถียรภาพของตราประทับใหญ่ทั้งสาม ได้แก่จิ้งจอกสวรรค์สถิตร่าง กาลเวลาสถิตร่าง และอินทรีทองสถิตร่าง ทั่วทั้งตันเถียนก็กลับมามีเสถียรภาพตามไปด้วย
ความปั่นป่วนของพลังเสวียนเทียนลดลงอย่างรวดเร็ว ความเจ็บปวดก็จางหายไป ถังซานรู้ว่าการเลือกของตนถูกต้อง จึงถอนหายใจอย่างโล่งอก
“ไม่เสียแรงที่เกิดมาสามชาติ!” หากเป็นคนอื่นคงจะยุ่งยากแน่ ซึ่งแน่นอนว่าคงไม่มีใครต้องเผชิญกับสถานการณ์แบบเขา
ในตอนนั้นเอง วงแสงสีขาววงหนึ่งก็ค่อย ๆ เคลื่อนเข้าด้านใน มุ่งหน้าไปรวมกับจิ้งจอกสวรรค์สถิตร่าง ดูเหมือนจิ้งจอกสวรรค์สถิตร่างจะไม่ค่อยยอมรับการหลอมรวมนี้
เมื่อวงแสงสีขาวเข้าใกล้แสงสีขาวนวลตรงกลาง มันก็ไม่สามารถผสานเข้าด้วยกันได้อย่างสมบูรณ์ เพียงแต่วนเวียนอยู่รอบนอกดั่งวงแสง รักษาระยะห่างกับแสงสีขาวนวลขั้นสองของจิ้งจอกสวรรค์สถิตร่าง แล้วก็วนเวียนอยู่เช่นนั้น จนกระทั่งมีเสถียรภาพ
แบบนี้ก็ได้หรือ?
แม้ถังซานจะมีประสบการณ์มากเพียงใด ก็ไม่เคยเจอสถานการณ์เช่นนี้มาก่อน
ทั้งสองไม่ได้รวมกันอย่างสมบูรณ์ แต่กลับรักษาสมดุลไว้ได้ นี่มันหมายความว่าอย่างไร?
เนตรจิ้งจอกสวรรค์ไม่ได้ปฏิเสธเนตรทิพย์หยั่งรู้อย่างสิ้นเชิง แต่ก็ดูแคลนเนตรทิพย์หยั่งรู้อยู่บ้าง ทั้งสองรักษาสมดุลที่ละเอียดอ่อนไว้ เนตรทิพย์หยั่งรู้อยากจะรวมเป็นหนึ่งเดียว ถังซานสัมผัสได้ถึงความรู้สึกนั้น ซึ่งดูเหมือนจะเป็นสัญชาตญาณของระดับชั้นพลังงานชนิดหนึ่ง
พูดง่าย ๆ คือ เนตรจิ้งจอกสวรรค์เปรียบเสมือนหญิงงามล่มเมือง ส่วนเนตรทิพย์หยั่งรู้ก็เป็นเหมือนสุนัขที่คอยประจบประแจง หญิงงามแม้จะไม่ค่อยสนใจสุนัขตัวนี้ แต่ก็ดูเหมือนจะรู้สึกว่ามันน่าสนใจอยู่บ้าง จึงยอมให้เป็นตัวสำรองไปก่อน
เป็นความรู้สึกแบบนั้นใช่ไหม?
ใช่ เป็นเช่นนั้น
พร้อมกับความสัมพันธ์ระหว่างเนตรทิพย์หยั่งรู้ และเนตรจิ้งจอกสวรรค์ที่มีเสถียรภาพ ตราประทับอื่น ๆ ทั้งสี่ก็กลับมามีเสถียรภาพอย่างรวดเร็ว ตันเถียนของถังซานก็ไม่วุ่นวายอีกต่อไป พลังเสวียนเทียน และพลังวิญญาณกลับคืนสู่ตำแหน่งเดิมอย่างรวดเร็ว เริ่มโคจรในร่างกายของเขา
วิกฤตใหญ่ที่สุดได้คลี่คลายในชั่วขณะนี้ ทว่าในชั่วพริบตานั้นเอง จู่ ๆ ร่างของถังซานก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง เขารู้สึกว่าทะเลจิตของตนเหมือนระเบิดในทันที จากตราประทับเนตรจิ้งจอกสวรรค์ที่เพิ่งมีเสถียรภาพ พลันแผ่แสงสีขาวจ้าออกมา แสงสีขาวนี้ไม่ได้ส่องสว่างออกนอกร่างกายของเขา แต่ส่องสว่างทะเลจิตของเขาโดยตรง กลิ่นอายของเนตรจิ้งจอกสวรรค์แฝงไปด้วยความเย่อหยิ่ง พุ่งชนไปมาในทะเลจิต ดูดซับพลังจิตของเขาอย่างรุนแรง และยังรวมตัวอยู่ในทะเลจิต มีท่าทีจะครอบครองทะเลจิต ในขณะที่ตราประทับจิ้งจอกสวรรค์สถิตร่างในตันเถียนก็ยังคงอยู่ มิได้หายไป
นี่มันเกิดอะไรขึ้น?
การเชื่อมต่อระหว่างตันเถียนกับทะเลจิต นี่จะครอบครองร่างกายของข้าหรือ?
พลังที่ไม่มีจิตวิญญาณย่อมไม่สามารถครอบครองร่างกายของเขาได้ แต่ถังซานกลับรู้สึกได้อย่างชัดเจน เมื่อพลังของเนตรจิ้งจอกสวรรค์เข้าสู่ทะเลจิตของเขา นอกจากจะกลืนกินพลังจิตของเขาแล้ว ยังผลักไสพลังงานอื่น ๆ ทั้งหมดในร่างกายของเขาด้วย
ยกเว้นตัวสำรองอย่างเนตรทิพย์หยั่งรู้ ตราประทับอีกสี่ดวงล้วนถูกผลักไสอย่างชัดเจน แม้เนตรจิ้งจอกสวรรค์จะอยู่เพียงขั้นสอง แต่กลับผลักไสทุกสิ่งด้วยความเย่อหยิ่ง แม้แต่พลังเสวียนเทียนของเขาก็ถูกผลักไสอย่างรุนแรง
ถังซานรู้สึกประหลาดใจที่จู่ ๆ ความคิดนี้ก็ผุดขึ้นมาในใจ
เจ้าช่างหยิ่งผยองเกินไปแล้ว เจ้าเพิ่งมาถึงก็ได้ตำแหน่งแรกไปแล้ว แต่ก็ยังไม่พอใจ นี่ยังคิดจะแย่งชิงรังนก*[1]ของข้าอีกหรือ?
[1] แย่งรังนก เป็นสำนวนจีน หมายถึง การเข้ามาแย่งที่อยู่ของคนอื่น