ตำนานจอมยุทธ์ภูตถังซาน ภาคการกลับมาของถังซาน - บทที่ 106
บทที่ 106 เข้าสู่ภูเขา
เมื่อถังซานพยายามโน้มน้าวพวกเขา ไม่ว่าจะเป็นมู่เอินฉิง กวนหลงเจียง หรือจางเฮ่าเซวียน ต่างก็รู้สึกโดยไม่รู้ตัวว่าคำพูดของถังซานมีน้ำหนักน่าเชื่อถือ มิเช่นนั้นเหล่าอาจารย์คงไม่ยอมให้เขาไปเผชิญหน้ากับพยัคฆ์เหินที่แข็งแกร่งเช่นนี้
นี่คือผลของจิตเทพ ถึงแม้จิตเทพของถังซานจะเหลืออยู่เพียงน้อยนิด แต่เมื่อพลังจิตของเขาเติบโตขึ้น ทะเลจิตได้หล่อเลี้ยงจิตเทพ และจิตเทพก็ส่งผลตอบแทนกลับมายังทะเลจิตด้วยกลิ่นอายบางอย่างที่เดิมทีเคยเป็นของราชันเทพ
หลังจากที่ถังซานได้ผสานอินทรีทองสถิตร่างและกาลเวลาสถิตร่าง การเติบโตที่แท้จริงของเขาก็ได้เริ่มเร่งความเร็วขึ้นอย่างเงียบ ๆ
การออกล่าพยัคฆ์เหินครั้งนี้ สำหรับถังซานแล้วเป็นการได้ประโยชน์หลายอย่าง ทั้งได้ทรัพยากรฝึกฝน หาเงิน เพิ่มพลังให้สหาย และพัฒนาตัวเอง
เมื่อเดินทางจนถึงเที่ยงวัน ตู๋ไป๋ก็เหนื่อยจนตาลาย ทุกคนจึงตัดสินใจพักผ่อน
เทือกเขาเจียหลี่มีพื้นที่กว้างใหญ่มาก แม้แต่ผู้ที่มีเทพอสูรสถิตร่างก็ต้องใช้เวลาสิบถึงสิบห้าวันในการข้ามเทือกเขานี้
พวกเขาหาที่พักบนเนินเขาที่มองเห็นได้กว้างไกล นั่งพักและรับประทานอาหารกับน้ำที่นำมา เพื่อเติมพลังที่สูญเสียไป
ตู๋ไป๋พิงต้นไม้พลางนวดขาตัวเอง “ข้าได้ยินมาว่าเผ่าจิ้งจอกสวรรค์เวลาเดินทางจะมีขบวนใหญ่โต มีองครักษ์ที่ทรงพลังมากมาย มีปีศาจที่แข็งแกร่งลากรถ บดบังดวงตะวันและท้องฟ้า มีสายรุ้งติดตามมา พวกเจ้าว่า ข้ามีจิ้งจอกสวรรค์สถิตร่าง ขอเกี้ยวสักคันก็ไม่เกินไปใช่หรือไม่ พวกเราจะได้เดินทางเร็วขึ้นด้วย”
เฉิงจื่อเฉิงยืนบนยอดไม้มองสำรวจรอบ ๆ “เจ้าคิดเพ้อเจ้อไปได้ ยังจะขอเกี้ยวอีก ถ้าตามไม่ทัน ก็ทิ้งเจ้าไว้ให้สัตว์อสูรกินนี่แหละ คงจะเป็นอาหารบำรุงชั้นดีสำหรับพวกมันทีเดียว”
“เฉิงจื่อ เหตุใดเจ้าถึงโหดร้ายกับข้าเช่นนี้ ที่เจ้าชอบโต้เถียงและขัดใจข้าเช่นนี้ เป็นเพราะแอบชอบข้าใช่หรือไม่ ถ้าใช่ก็บอกมาตรง ๆ เถอะ ข้าอาจจะพิจารณาให้ก็ได้” ตู๋ไป๋พูดพลางยิ้มกริ่ม
กู้หลี่มุมปากกระตุก “ข้าว่าเจ้ายังไม่เหนื่อยพอ ยังมีแรงพูดเล่นอยู่ อายุยังน้อยก็คิดจะมีความรักแล้วหรือ เฉิงจื่อพูดถูก เจ้านี่ความคิดเพ้อเจ้อจริง ๆ”
“ศิษย์พี่ใหญ่ ดูพวกเขาสิ พวกเขารังแกข้า ท่านต้องจัดการให้ข้าด้วย” ตู๋ไป๋ร้องขอความเป็นธรรมกับอู๋ปิงจี้ อู๋ปิงจี้กับถังซานกำลังนั่งศึกษาแผนที่อยู่ เมื่อได้ยินก็เหลือบมองเขา
“เงียบ”
“ขอรับ” ตู๋ไป๋รีบปิดปากทันที
ถังซานอดหัวเราะไม่ได้ เจ้าหมอนี่นอกจากจะเป็นบุตรแห่งโชคชะตาแล้วยังเป็นตัวตลกอีกด้วย
“ตอนนี้พวกเราอยู่ตรงนี้ ถ้าเดินไปทางนี้ต่อ ประมาณวันครึ่งจะเข้าสู่เขตที่พวกมันอาศัยอยู่ แต่บริเวณนั้นกว้างมาก โดยทั่วไปพวกมันชอบเคลื่อนไหวรอบ ๆ หุบเขา เพื่อคุมแหล่งน้ำ” อู๋ปิงจี้ชี้ที่แผนที่อย่างง่ายในมือ
ถังซานพยักหน้า “เช่นนั้นพวกเราก็มุ่งหน้าไปทางนั้นต่อ ค่อย ๆ ดูไป”
“ตอนนี้พวกเราเข้ามาในเขตที่สัตว์อสูรชุกชุมแล้ว อาจจะเจอพวกมันได้ตลอดเวลา ต้องระวังให้ดี” อู๋ปิงจี้พูดเสียงทุ้ม
“อืม” ถังซานมองไปรอบ ๆ
ภูเขาทั้งหมดเต็มไปด้วยสีเขียวชอุ่ม แทบไม่มีที่โล่งเตียน แม้แต่หน้าผาชันก็มีพืชพรรณขึ้น
ปราณฟ้าดินในโลกนี้เข้มข้นจริง ๆ เหมาะกับการเจริญเติบโตของสิ่งมีชีวิตทุกชนิด
ทุกคนพักอีกครู่หนึ่ง ขณะที่กำลังจะออกเดินทางต่อ จู่ ๆ ตู๋ไป๋ก็ขมวดคิ้วแล้วขยี้ตาตัวเอง
ถังซานสังเกตเขาอยู่ตลอด เนตรจิ้งจอกสวรรค์ของตู๋ไป๋มีพลังแค่ระดับที่สาม ในระดับนี้เขาไม่สามารถมองเห็นการเปลี่ยนแปลงของโชคชะตาได้จริง ๆ มีเพียงความรู้สึกราง ๆ เท่านั้น
แม้แต่อาจารย์ในโรงเรียนก็ไม่รู้วิธีใช้เนตรจิ้งจอกสวรรค์ เพราะเจ้าหมอนี่คือต้นกล้าต้นเดียวในไร่พันไร่ แม้แต่องค์กรไถ่ถอนก็ไม่เคยเจอมาก่อน แต่ถังซานมีสังเกตเขาอยู่ตลอด พฤติกรรมประจำวันหลายอย่างของตู๋ไป๋มักเกิดจากสัญชาตญาณตามความรู้สึกของตัวเอง
“เกิดอะไรขึ้น?” ถังซานเดินเข้ามาข้างกายตู๋ไป๋แล้วถาม
“ข้ารู้สึกไม่ค่อยสบายตัวนัก คงเพราะเหนื่อยเกินไป” ตู๋ไป๋ขมวดคิ้ว ขณะนี้เขารู้สึกแสบตาเล็กน้อย และมีความรู้สึกกดดันในใจโดยไม่ทราบสาเหตุ
ถังซานได้ยินดังนั้นก็หรี่ตาลง เงยหน้าขึ้น มองไปที่เฉิงจื่อเฉิงบนยอดไม้ “ศิษย์พี่! ระวังด้วย!”
เฉิงจื่อเฉิงได้ยินคำเตือนให้ระวัง ก็มองสำรวจรอบด้านโดยไม่รู้ตัว
ทันใดนั้น เหตุการณ์ผิดปกติก็เกิดขึ้นโดยไร้สัญญาณเตือนใด ๆ พื้นดินใกล้ ๆ กู้หลี่ระเบิด “โพละ” หนึ่งที หนามแหลมสีน้ำตาลอ่อนพุ่งตรงเข้าหาอกของกู้หลี่
การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้เกิดขึ้นเร็วมาก หากไม่มีการเตือนอย่างทันท่วงทีของถังซาน ทุกคนคงถูกจู่โจมอย่างไม่ทันตั้งตัว แต่ด้วยความระแวดระวังที่เพิ่มขึ้นในชั่วพริบตา ถังซาน และอู๋ปิงจี้ต่างก็ตอบสนองในทันที
ลมแรงพัดปะทะด้านข้างของกู้หลี่ ทำให้ร่างของเขาเคลื่อนไปด้านข้าง พร้อมกันนั้น โล่น้ำแข็งก็ปรากฏขึ้นตรงตำแหน่งที่กู้หลี่เคยยืนอยู่
โพละ!
หนามแหลมสีน้ำตาลอ่อนแทงทะลุโล่น้ำแข็ง ก่อนจะกระเด็นออกไป จากนั้นร่างหนึ่งก็โผล่ขึ้นมาจากใต้ดินพร้อมกับหนามแหลม
มันเป็นสัตว์อสูรที่ดูประหลาด ลำตัวยาวประมาณหนึ่งจั้ง มีหางใหญ่สีน้ำตาลอ่อนอยู่ด้านหลัง ทั้งตัวปกคลุมด้วยเกล็ด เปล่งรัศมีสีน้ำตาลอ่อน สิ่งที่โจมตีกู้หลี่เมื่อครู่ก็คือหางของมันนั่นเอง
“ระวัง! เป็นกิ้งก่าแยกพิภพ อย่างน้อยก็ระดับห้า” เสียงตะโกนของอู๋ปิงจี้ ดังขึ้นทันที
ในความรู้ด้านทฤษฎี เขาเป็นผู้แข็งแกร่งที่สุดในกลุ่มอย่างแน่นอน จึงจำแนกที่มาของสัตว์อสูรได้ในทันที
ขณะนั้นเอง หางใหญ่ของกิ้งก่าแยกพิภพก็ฟาดลงบนพื้นอย่างรุนแรง แสงสีน้ำตาลอ่อนบนร่างของมันพลันเข้มขึ้น ร่างกายจมหายเข้าไปในพื้นดินในพริบตา และทั้งเชิงเขาก็เริ่มสั่นสะเทือนราวกับแผ่นดินไหว
“หยุด!” กู้หลี่ตะโกนเสียงดังก้อง ยอดเขาที่สั่นสะเทือนอย่างรุนแรงก็หยุดนิ่งชั่วขณะ เสียงตะโกนของเขาไม่ใช่เพราะต้องร้องออกเสียงเพื่อใช้พลังหยุดเวลา แต่เป็นการเตือนสหายในกลุ่ม
ทุกคนออกมาฝึกฝนด้วยกันเป็นครั้งแรก จึงยังขาดความเข้าใจในการประสานงานกันอยู่ ระหว่างทาง ถังซานจึงได้ตกลงกับทุกคนว่า เมื่อใช้พลังต่าง ๆ ให้ตะโกนบอก เพื่อให้คนอื่น ๆ รู้ว่าเรากำลังจะทำอะไร และจะได้เคลื่อนไหวได้ประสานสอดคล้องกัน
ต้องยอมรับว่าพลังหยุดเวลานั้นแข็งแกร่งจริง ๆ แม้กิ้งก่าแยกพิภพจะมีระดับพลังสูงกว่ากู้หลี่อย่างชัดเจน แต่ก็มิอาจหลีกหนีการหยุดเวลาครั้งนี้ได้
ในช่วงเวลาที่หยุดนิ่งนี้ ตู๋ไป๋ได้เคลื่อนไปอีกด้านของต้นไม้ เฉิงจื่อเฉิงบนยอดไม้ก็บินขึ้นสู้ท้องนภา ส่วนถังซานและอู๋ปิงจี้ก็พุ่งเข้าหากิ้งก่าแยกพิภพ
นี่เป็นแผนที่ถังซานวางไว้ก่อนแล้ว เมื่อเผชิญศัตรูที่แข็งแกร่ง ตู๋ไป๋ต้องอยู่ห่างจากสนามรบให้มากที่สุด ส่วนเฉิงจื่อเฉิงรับหน้าที่สังเกตการณ์สนามรบ คอยดูว่ามีศัตรูอื่นอยู่หรือไม่ กู้หลี่คอยช่วยควบคุม ถังซานและอู๋ปิงจี้จัดการศัตรู
ระหว่างทาง ถังซานได้อธิบายหลายครั้งแล้ว ดังนั้นตอนนี้ทุกคนจึงตอบสนองโดยไม่รู้ตัว อู๋ปิงจี้เป็นคนที่ไว้ใจถังซานมากที่สุด เพราะเขาได้รับการชี้แนะจากถังซานจนทะลุปรุโปร่งในธาตุน้ำแข็งอย่างแท้จริง
แท่งน้ำแข็งมากมายพุ่งเข้าใส่กิ้งก่าแยกพิภพ แต่สิ่งที่ถังซานใช้กลับไม่ใช่คมมีดวายุ ขณะที่ร่างพุ่งไปข้างหน้า มือทั้งสองของเขาก็วาดเป็นวงกลม แล้วถูไปมาอย่างแรงตรงหน้า ดวงตาเปลี่ยนเป็นสีฟ้าในพริบตา ธาตุวายุเข้มข้นภายใต้การเหนี่ยวนำของคุมกระเรียนจับมังกร ก่อให้เกิดลมพายุในทันที ลมพายุนี้ไม่ได้มีไว้เพื่อทำร้ายศัตรู
แท่งน้ำแข็งพุ่งเข้าโจมตีก่อน ระเบิดเป็นบุปผาน้ำแข็งบนร่างของกิ้งก่าแยกพิภพ
กิ้งก่าแยกพิภพมีพลังป้องกันที่แข็งแกร่งมาก สัตว์อสูรธาตุดินล้วนมีความชำนาญในด้านการป้องกันเป็นพิเศษ แม้กิ้งก่าแยกพิภพจะรู้สึกเจ็บปวด แต่ก็ไม่ได้รับบาดเจ็บจริง ๆ มีเพียงเกล็ดบางส่วนที่ถูกโจมตีเป็นรอยบุ๋มลงไป และปรากฏจุดสีขาวเท่านั้น ส่วนพื้นดินใต้ร่างของมันก็เริ่มแยกออก พื้นดินรอบ ๆ แผ่รัศมีแสงสีเหลือง ดูเหมือนมันกำลังจะดำดิน
แต่ในขณะนั้นเอง พายุหมุนพลันพัดกระหน่ำเข้ามา กิ้งก่าแยกพิภพที่เพิ่งหลุดพ้นจากการควบคุม และกำลังจะดำดินถูกพัดให้ลอยขึ้นกลางอากาศในชั่วพริบตา