Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
ค้นหานิยาย
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
Sign in Sign up

พฤกษาวิญญาณกับสงครามมนุษย์พิฆาตเทพมังกร - ตอนที่ 46 เดินทางสู่มหาวิทยาลัยเทพอสูร

  1. Home
  2. พฤกษาวิญญาณกับสงครามมนุษย์พิฆาตเทพมังกร
  3. ตอนที่ 46 เดินทางสู่มหาวิทยาลัยเทพอสูร
Prev
Next

ไม่เห็นนิยายอัปเดตใช่ไหม?
>>จิ้มที่นี่ได้เลย<<

ตอนที่ 46 เดินทางสู่มหาวิทยาลัยเทพอสูร

มหาวิทยาลัยเทพอสูร หนึ่งในห้าสถาบันนักล่ามังกรที่ยิ่งใหญ่มากที่สุดของทวีปทางเหนือ

สถานที่ซึ่งเป็นดั่งสัญลักษณ์แห่งพลัง อำนาจ และศักดิ์ศรีของนักล่ามังกรระดับสูง

พวกเขาตั้งอยู่ในอาณาเขตทางตอนใต้ของทวีปทางเหนือ พื้นที่ซึ่งสภาพภูมิประเทศผสานระหว่างเทือกเขาสูงตระหง่านกับที่ราบกว้างใหญ่ สร้างบรรยากาศอันสง่างามและเปี่ยมด้วยกลิ่นอายโบราณที่ไม่อาจหาได้จากสถานที่ทั่วไป

การเดินทางด้วยพาหนะหรือรถโดยสารปกติย่อมต้องใช้เวลานาน

ยิ่งกับเมือง A ที่ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของทวีปด้วยแล้ว การจะเดินทางข้ามผ่านไปยังสถานที่ดังกล่าวย่อมต้องใช้เวลานานนับครึ่งวัน

หรืออาจช้าสุดก็อาจต้องใช้เวลาเกือบหนึ่งวันเต็มๆ

ระยะทางที่ทอดยาวราวเส้นขอบฟ้า ทำให้การเคลื่อนย้ายร่างกายจากปลายหนึ่งของดินแดนไปยังอีกปลายหนึ่งไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยสำหรับผู้คนธรรมดา เพราะงั้นเมื่อหวงเยี่ยได้จัดเตรียมสัมภาระที่จำเป็นทั้งหมดเข้าสู่กระเป๋าลากใบใหญ่แล้ว เขาก็ออกเดินทางในทันที

การเคลื่อนไหวเป็นระเบียบเรียบร้อย ทุกสิ่งถูกจัดเก็บอย่างเป็นสัดส่วนราวกับผ่านการวางแผนล่วงหน้า

กระเป๋าถูกปิดสนิท มือเรียวยาวจับคันลากด้วยท่าทีมั่นคง ก่อนที่จะก้าวออกจากที่พักอย่างไม่ลังเล

ในทวีปทางเหนือนี้ การเดินทางที่ผู้คนนิยมกันและสามารถไปยังจุดหมายปลายทางได้เร็ว

หนึ่งก็คือเครื่องบินโดยสาร สองคือรถไฟความเร็วสูงที่สามารถขับเคลื่อนความเร็วเหนือเสียงได้ไปไม่รู้กี่เท่า

ด้วยเทคโนโลยีจากอารยธรรมโบราณที่ทางเผ่าพันธุ์มนุษย์ได้ค้นพบ

สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ รวมถึงการเดินทางไปมาระหว่างกัน มันก็ย่อมทำได้อย่างง่ายดายเพียงแค่ฝ่ามือเดียว

โครงสร้างเหล็กกล้า ผสมผสานกับพลังงานที่สกัดจากแก่นผลึกโบราณ ทำให้การเคลื่อนที่ข้ามทวีป คือเรื่องของการควบคุมพลังระดับสูงที่ถูกผสานเข้ากับวิทยาการยุคใหม่ เส้นทางรถไฟที่ทอดยาวราวเส้นสายแห่งชะตากรรม เชื่อมเมืองเหนือจรดใต้เข้าด้วยกันอย่างไร้รอยต่อ

แน่นอนว่าในตอนนี้รถไฟความเร็วสูงคือทางเลือกของหวงเยี่ยอย่างชัดเจน

“……………..”

ชายหนุ่มยืนรอบนชานชาลาที่มีผู้คนกำลังรอคอยเช่นเดียวกัน บริเวณโดยรอบเต็มไปด้วยเสียงพูดคุย เสียงประกาศจากระบบอัตโนมัติ

ท่ามกลางความเคลื่อนไหวอันคึกคัก ตัวของกลับยืนอย่างนิ่งสงบ กลายเป็นจุดศูนย์กลางที่ไม่ถูกรบกวนจากกระแสผู้คน

ใบหน้าหล่อเหลาสง่าและเรียวเล็ก เส้นผมสีฟ้าสว่างที่ปลิวสยายไปตามสายลมอันพัดผ่าน ชุดโค้ทหนังสีดำที่ทอดยาวรับกับสัดส่วนของเรือนร่างอย่างเหมาะสม ยิ่งขับเน้นให้ภาพลักษณ์ของเขาดูโดดเด่นเหนือฝูงชน จึงทำให้หวงเยี่ยตกเป็นเป้าสายตาอยู่ไม่น้อย

ไม่ว่าจะเป็นสายตาชื่นชม สงสัย หรือกระทั่งอิจฉาต่อความสง่างามที่ชายหนุ่มคนนี้มี

ขณะที่กำลังทอดมองเส้นรางเหล็กที่พาดยาวออกไปไกลสุดสายตา กลุ่มชายหนุ่มอีกหลายสิบคนที่อยู่ไม่ไกลก็สังเกตเห็นร่างอันคุ้นตา

ทันทีที่พวกเขามั่นใจว่าเป็นบุคคลที่ตนรู้จัก ก็รีบวิ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว พร้อมเสียงตะโกนที่ดังชัดเจนท่ามกลางความพลุกพล่าน

“เจ้าชายน้อย! ไม่เจอกันเกือบหนึ่งอาทิตย์เลยนะ!”

“เจ้าชายน้อยกำลังจะไปที่ไหนกันน่ะ!”

“พวกเราจะไปยังสถาบันมังกรผู้ถูกเลือก! ส่วนไอ้พวกนี้จะไปยังสถาบันมังกรศักดิ์สิทธิ์!”

“เพราะมีคะแนนตามกำหนดจึงสามารถเข้าไปฝึกฝนยังสถาบันนักล่ามังกรเหล่านี้ได้!”

คำอธิบายถูกกล่าวออกมาอย่างต่อเนื่อง บางคนหัวเราะอย่างภาคภูมิใจ บางคนแสดงท่าทีโอ้อวดเล็กน้อย

หวงเยี่ยมองใบหน้าคุ้นเคยเหล่านั้นทีละคน ความทรงจำในช่วงเวลาที่ผ่านมาแล่นผ่านในชั่วอึดใจ เขาพยักหน้ารับพร้อมรอยยิ้ม

“มหาวิทยาลัยเทพอสูรน่ะ”

ประโยคสั้นๆถูกเอ่ยออกมาอย่างเรียบง่าย แต่มันกลับทำให้สีหน้าและแววตาของแต่ละคนแปรเปลี่ยนไปในทันที

พวกเขาต่างเต็มไปด้วยความรู้สึกหลากหลาย

เพราะยังไงมหาวิทยาลัยเทพอสูรก็ถือเป็นหนึ่งในห้าสถาบันนักล่ามังกรชั้นนำของทวีป แตกต่างไปจากสถาบันนักล่ามังกรที่พวกมันกำลังไป ความแตกต่างระหว่างชื่อเสียง ทรัพยากร และศักยภาพในการบ่มเพาะนั้น ไม่ใช่สิ่งที่ใครจะมองข้ามได้ง่ายๆ

“งั้นเหรอ? เจ้าชายน้อยช่างโชคดีจริงๆ”

“เหอะๆ มันไม่ใช่โชคหรอก นี่คือโชคชะตาของคนที่มีเจตจำนงระดับราชาต่างหาก!”

“พวกเรากับเจ้าชายน้อยต่างอยู่กันคนละระดับนับตั้งแต่ที่ปลุกเจตจำนงขึ้นมาแล้ว!”

และเมื่อได้สนทนากันอีกเล็กน้อย บรรยากาศที่เคยคึกคักก็เริ่มแผ่วเบาลงอย่างช้าๆ หวงเยี่ยยืนอยู่ท่ามกลางกลุ่มคนที่เคยเดินเคียงข้างกันมา แม้จะเป็นเพียงระยะเวลาสั้นๆ ทว่าความทรงจำเหล่านั้นกลับฝังแน่นอยู่ในส่วนลึกของจิตใจโดยไม่อาจลบเลือน

ท้ายที่สุด หวงเยี่ยก็เอ่ยคำล่ำลาออกมาอย่างเรียบง่าย มีเพียงความสงบซึ่งสะท้อนถึงการยอมรับในสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น

เส้นทางในฐานะนักล่ามังกรของแต่ละคนต่างก็ไม่เหมือนกัน

ประโยคนี้ไม่ได้ถูกกล่าวออกมาเป็นคำพูด หากกลับสะท้อนอยู่ภายในความคิดของทุกผู้คนที่ยืนอยู่ ณ ที่แห่งนี้

ในบรรดาพวกเขาเหล่านี้ อาจมีเพียงไม่ถึงครึ่งที่ประสบผลสำเร็จ กลายมาเป็นนักล่ามังกรที่แข็งแกร่งได้ หรืออาจมีบางคนที่ตกตายลงเพราะถูกเผ่าพันธุ์มังกรสังหาร ความจริงอันโหดร้ายที่ไม่มีผู้ใดสามารถหลีกเลี่ยงได้ แม้จะพยายามหลบหนีเพียงใดก็ตาม

แต่ไม่ว่าจะเป็นยังไงก็ตาม

นี่ก็คือสัจธรรมของห้วงชีวิต

และยังเป็นเส้นทางที่เหล่านักล่ามังกรมากมายต่างก็ต้องไปให้ถึง

ทุกคนต่างก็พยักหน้ารับโดยไม่ได้นัดหมาย เข้าใจสิ่งเดียวกันโดยไม่จำเป็นต้องอธิบายให้มากความ

“โชคดีนะเจ้าชายน้อย นายจะต้องเป็นนักล่ามังกรที่แข็งแกร่งให้ได้ละ”

“ไว้เจอกันนะหวงเยี่ย ไม่ใช่สิ พวกเราอาจไม่ได้พบเจอกันอีกแล้วก็ได้ เพราะงั้นขอให้โชคดี!”

“เหอะๆ พวกเราคงจะคิดถึงนายชะมัด! คงไม่ได้เห็นเส้นผมสีฟ้าสว่างที่เปล่งประกายนั่นแล้วละ ไว้เจอกันใหม่”

บางคนหัวเราะเพื่อกลบความรู้สึก บางคนยิ้มอย่างพยายามรักษาความมั่นคงของตนเอง ขณะที่บางคนเพียงพยักหน้าโดยไม่กล่าวสิ่งใด

จากนั้นแต่ละคนก็เริ่มแยกย้ายไปยังขบวนรถไฟของตนเอง

เสียงประกาศดังขึ้นเป็นระยะ บอกเวลาการออกเดินทางของแต่ละสาย ขบวนรถไฟค่อยๆเปิดประตูรับผู้โดยสารทีละกลุ่ม ฝีเท้าของผู้คนเคลื่อนผ่านไปอย่างต่อเนื่อง เสียงล้อกระเป๋าลากครูดไปกับพื้นชานชาลา เสียงสนทนาที่เคยดังกลับค่อยๆห่างไกลออกไปทุกขณะ

จนกระทั่งเหลือเพียงเงาร่างของหวงเยี่ยที่ยังคงยืนอยู่ ณ จุดเดิม

ไม่นานนัก ขบวนรถไฟของเขาก็มาถึง เสียงลมที่เกิดจากการหยุดของตัวขบวนพัดผ่านเสื้อโค้ทสีดำให้ไหวเล็กน้อย

หวงเยี่ยสูดลมหายใจเข้าลึก

ลมหายใจนั้นยาวนานกว่าปกติเล็กน้อย เหมือนต้องการจดจำทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่เบื้องหลังเอาไว้ในห้วงความคิด

จากนั้นเขาก็ก้าวเท้าออกไปข้างหน้า ไม่มีการหันกลับไปมอง ไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย

เพียงก้าวเดียว

ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป

ประตูรถไฟเปิดออก เขาก้าวขึ้นไปภายในขบวนอย่างมั่นคง ก่อนที่ประตูจะปิดลงอย่างเงียบงัน

ตัดขาดโลกภายนอกออกจากพื้นที่เล็กๆแห่งนี้โดยสิ้นเชิง

ภายในขบวนรถไฟ บรรยากาศแตกต่างจากภายนอกอย่างชัดเจน เสียงรบกวนลดลง เหลือเพียงเสียงเครื่องยนต์ที่ทำงานอย่างราบรื่น เบาะนั่งเรียงรายอย่างเป็นระเบียบ พื้นที่ภายในสะอาดและถูกออกแบบมาเพื่อรองรับการเดินทางระยะไกล

หวงเยี่ยเลือกที่นั่งของตนอย่างไม่ลังเล เขาวางกระเป๋าไว้ด้านบนเหนือหัว ก่อนจะเอนกายพิงพนักเบาะที่นุ่มนิ่ม

เปลือกตาปิดลงอย่างช้าๆ

ในขณะที่ร่างกายเข้าสู่สภาวะสงบนิ่ง จิตสำนึกของเขากลับเริ่มเคลื่อนไหว สัมผัสไปยังวิชาขับเคลื่อนพลังระดับต่ำของตนเอง พลังวิญญาณที่ไหลเวียนอยู่รอบตัวเริ่มถูกรับรู้ทีละน้อย เส้นสายที่มองไม่เห็นเหล่านั้นเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว เหมือนสายลมที่พัดผ่านโดยไร้เสียง

หวงเยี่ยกระตุ้นร่างกายให้ตอบสนองต่อพลังเหล่านั้น

การไหลเวียนภายในเริ่มสอดคล้องกับจังหวะของพลังวิญญาณภายนอก การเคลื่อนไหวของลมหายใจช้าลง สม่ำเสมอ และมั่นคง

จากนั้นเขาก็เริ่มกลืนกินพลังเหล่านั้นอย่างช้าๆ ทุกอย่างดำเนินไปอย่างเป็นธรรมชาติ

แม้พลังที่ได้รับจะน้อยนิดอย่างมาก แต่มันก็ยังคงเป็นพลัง

พลังที่สะสมทีละเล็กทีละน้อย พลังที่เมื่อรวมกันแล้ว ย่อมก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในสักวันหนึ่ง

>กลับหน้าหลักHOMEจิ้ม<

Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 46 เดินทางสู่มหาวิทยาลัยเทพอสูร"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Aileen Novel
  • หน้าหลัก HOME
  • COOKIE POLICY

© 2020 - 2023 ไอรีนโนเวล นิยายอ่านฟรีทุกวัน เว็บอ่านนิยาย pdf ไอรีนโนเวล “aileen-novel.online” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน นิยายชื่อดัง ตอนล่าสุด "ฮณ๊ฯดฯฌซ, อ่านฟรี อ่านเพลินอ่านทั้งวันกับไอรีนโนเวลออนไลน์

Sign in

Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Sign Up

Register For This Site.

Log in | Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Lost your password?

Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย