พฤกษาวิญญาณกับสงครามมนุษย์พิฆาตเทพมังกร - ตอนที่ 38 รากไม้แห่งการพิพากษา
ตอนที่ 38 รากไม้แห่งการพิพากษา
ท่ามกลางเสียงกรีดร้องแห่งความสิ้นหวังและน้ำตาที่ไหลอาบแก้มของหญิงสาววัยกลางคน
ร่างของนางกำลังถูกกดตรึงไว้กับผนังอิฐเก่า มือหยาบกร้านของชายวัยกลางคนบีบจับแน่นราวกับต้องการบดขยี้ให้แตกสลาย แววตาของมันเต็มไปด้วยความหื่นกระหายอันต่ำช้า และไม่ได้หลงเหลือเศษเสี้ยวของความละอายเลยซักนิด
“หุบปากซะนังสารเลว!”
เมื่อเสียงร้องไห้ของนางยังคงดังไม่หยุด มันเกิดความหงุดหงิดจนทนไม่ไหว จึงยกกำปั้นขึ้นแล้วต่อยเข้าใส่ท้องของนางด้วยพละกำลัง แรงกระแทกอันรุนแรงได้ทำให้ร่างของหญิงสาวต้องงอตัวโกร่งลงทันที ความเจ็บปวดแล่นพล่านไปทั่วสรรพางค์กาย
นัยน์ตาเบิกโพรง น้ำตาไหลทะลักออกมาอย่างควบคุมมิได้ ลมหายใจขาดช่วง คล้ายถูกบีบคอจนแทบสิ้นเสียง
“หะ.. หยุด.. ”
ทว่าแทนที่จะเกิดความเมตตา ชายวัยกลางคนกลับแสยะยิ้มอย่างน่าสะอิดสะเอียน
มุมปากกระตุกขึ้นเผยให้เห็นฟันเหลืองหม่น มือของมันเริ่มปลดเข็มขัดอย่างไม่รีบร้อน
“คิกคิก มาม๊ะคนสวย มาให้พี่ชายคนนี้ริมลองหน่อย แถมเจ้าก็เองก็ได้หรรษาขึ้นด้วย!”
คำพูดสกปรกหลุดออกมาอย่างไม่ละอาย มันก้มหน้าลงใกล้ใบหน้าที่ซีดเผือดของเหยื่อ ดวงตาฉายความตัฒหาโดยไร้ซึ่งมนุษยธรรม
หญิงสาวพยายามผลักไสอย่างสิ้นแรง แต่ความแตกต่างของพละกำลังทำให้นางมิอาจต้านทานได้
เสื้อผ้าที่ขาดวิ่นยิ่งเผยให้เห็นความเปราะบางของร่างกายที่กำลังถูกคุกคาม
มันไม่อาจทนต่อแรงปรารถนาที่พลุ่งพล่านอยู่ภายในได้อีกต่อไป จึงหมายจะข่มขืนนางในทันที
ทว่าในฉับพลัน คล้ายมีบางสิ่งแหวกผ่านความมืดลงมา รากไม้สีม่วงสายหนึ่งพุ่งลงมาจากฟากฟ้าดั่งแสงวาบ เสียงฉีกอากาศดังเฉียบขาด ก่อนที่มันจะทะลวงผ่านร่างของชายวัยกลางคนอย่างไร้ความปรานี
โลหิตสีแดงสาดกระเซ็นกระจายบนผนังอิฐและพื้นปูน กลิ่นคาวคละคลุ้งทันที
ร่างของมันถูกยกขึ้นลอยเหนือพื้น รากไม้นั้นแทงทะลุช่วงอกอย่างแม่นยำ เลือดไหลทะลักออกมาจากบาดแผลกว้าง
ความหวาดกลัวฉายชัดบนใบหน้าที่เคยเต็มไปด้วยความหื่นกระหาย
“นะ.. นี่มันอะไร..”
ท่าทางของมันสั่นเครืออย่างหนัก น้ำหูน้ำตาไหลอาบแก้มแทบไม่ต่างจากเหยื่อเมื่อครู่ ความเจ็บปวดและความตระหนกได้ถาโถมจนดวงตาเบิกกว้างราวกับจะหลุดออกจากเบ้า ทว่าไม่มีเสียงใดตอบรับ
มีเพียงคำตอบอย่างรากไม้สีม่วงที่พลันเหวี่ยงร่างของมันออกไปอย่างรุนแรงดั่งลูกปืนใหญ่
“ปังงงงงงงงง!”
เมื่อร่างถูกฟาดเข้ากับกำแพงหินจนแตกกระจาย กระดูกหักดังกรอบ เศษอิฐปลิวว่อน โลหิตสาดกระเซ็นย้อมพื้นปูนให้กลายเป็นสีแดงฉาน
【สังหารนักล่ามังกรระดับแรกเริ่ม ได้รับแต้มวิญญาณ 10 แต้มค่ะ】
ทุกอย่างเกิดขึ้นในพริบตา
หญิงสาววัยกลางคนที่มีความงดงามเล็กน้อยแม้ในสภาพอันยับเยิน สั่นสะท้านไปด้วยความหวาดหวั่น
นางทรุดตัวลงกับพื้น ลมหายใจสั่นไหว ดวงตาเบิกกว้างจ้องมองภาพเบื้องหน้าอย่างไม่เชื่อสายตา
ขณะที่รากไม้สีม่วงค่อยๆหดกลับขึ้นสู่ความมืดด้านบน ราวกับไม่เคยปรากฏมาก่อน
นางเงยหน้าขึ้นช้าๆ
เหนือขอบตึกเก่า มีร่างหนึ่งยืนล้วงมืออยู่ในกระเป๋าเสื้อโค้ทสีดำ ผ้าคลุมศีรษะปลิวไหวตามแรงลม หน้ากากสีขาวลวดลายแดงสะท้อนแสงจันทร์ ภายใต้หน้ากากนั้น นัยน์ตาสีม่วงเข้มเปล่งประกายเย็นเฉียบ สายตานั้นจ้องมองลงมาอย่างนิ่งสงบ
“ขะ.. ขอบคุณค่ะ”
“ขอบคุณมากเลยค่ะ!”
น้ำเสียงของหญิงสาวสั่นเครือ เต็มไปด้วยความสำนึกในบุญคุณและความโล่งอกที่ปะปนกัน
นางพยายามประคองร่างกายที่ยังเจ็บปวดให้ลุกขึ้นเล็กน้อย แม้จะสั่นไหวไม่หยุดอยู่ก็ตาม
หวงเยี่ยจ้องมองเพียงชั่วครู่ ก่อนที่ลมยามราตรีพัดผ่านตรอกแคบ เงาของร่างในชุดดำเลือนราง ก่อนจะกลืนหายไปกับความมืดอันเงียบงัน
ไม่มีเสียงฝีเท้า
ไม่มีคำกล่าวลา
เหลือไว้เพียงเศษซากศพที่แตกกระจายอยู่ริมกำแพง เลือดแดงฉานที่ยังไหลซึม และหญิงสาวผู้รอดพ้นจากหายนะโดยเส้นด้ายบางๆ
ค่ำคืนนั้นยังคงดำเนินต่อไปเช่นเดิม แสงไฟจากถนนใหญ่ส่องลอดเข้ามาเพียงริบหรี่ ราวกับโลกภายไม่ได้รับรู้ถึงเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้น
ท่ามกลางค่ำคืนที่ทอดตัวลงเหนือชานเมืองอันซับซ้อน หวงเยี่ยเคลื่อนไหวราวกับเงาที่ไร้น้ำหนัก แสงไฟจากป้ายร้านและโคมถนนสะท้อนบนหน้ากากสีขาวลวดลายแดงเป็นริ้วเรืองรอง ก่อนจะเลือนหายไปทุกครั้งที่เขาก้าวพ้นแนวสว่างเข้าสู่ความมืดลึกของตรอกคดเคี้ยว
คืนนั้น หวงเยี่ยได้ออกล่าอาชญากรและสังหารพวกมันไปมากมายหลายสิบคน
การกระทำเล็กๆน้อยๆเช่นการขโมยของตามร้านค้า หรือกระทั่งบุกรุกที่พักผู้อื่นในยามวิกาล หวงเยี่ยไม่แสดงความปราณีแม้เพียงเศษเสี้ยวเดียว เพราะในสายตาที่ถูกปรับเปลี่ยนความคิดไปแล้ว พวกมันไม่ใช่มนุษย์ผู้หลงผิด หากเป็นต้นตอแห่งความมืดที่ต้องถูกตัดทอน
รากไม้พิฆาตดาราสีม่วงทะลวงลงมาจากฟากฟ้าอย่างแม่นยำ บางร่างถูกเสียบแทงทะลุผ่านช่วงอก บางร่างถูกชอนไชจนเกิดบาดแผลนับสิบแห่ง โลหิตสาดกระเซ็นเปรอะผนังและพื้นปูน เสียงร้องขอชีวิตถูกกลืนหายไปกับความเงียบอันโหดร้าย
ความตายที่มอบให้พวกมันช่างน่าสยดสยองเกินบรรยาย
หวงเยี่ยมิได้หลบสายตาจากภาพเหล่านั้น เขายืนมองทุกฉากด้วยความนิ่งเฉย ราวกับกำลังทำภารกิจที่กำหนดไว้แล้ว
และในทุกครั้งที่รากไม้แทงทะลุเนื้อหนัง ระบบกลืนกินมังกรจะส่งเสียงสะท้อนขึ้นในห้วงจิต
แต้มวิญญาณที่สะสมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทำให้หัวใจของชายหนุ่มเต้นแรงขึ้นเล็กน้อย
ความตื่นเต้นที่เกิดจากการสังหารอาชญากรเหล่านี้ค่อยๆแทรกซึมเข้ามาอย่างเงียบงัน
“กระทั่งสังหารพวกมันก็ยังได้รับแต้มวิญญาณ!”
“เป็นแบบนี้แล้วข้าก็สามารถสะสมแต้มได้เรื่อยๆ”
เมื่อคืนคืบคลานไปถึงช่วงลึกที่สุดของราตรี เงามัจจุราชก็หายไปกับความมืด ทิ้งไว้เพียงซากศพเกลื่อนกราดในหลายพื้นที่ของชานเมือง
…
เช้าตรู่วันถัดมา แสงอาทิตย์แรกเริ่มสาดลงบนถนนที่ยังชื้นจากไอหมอก ผู้คนจำนวนมากที่ออกมาทำงานเช้าต่างหยุดชะงักเมื่อพบเห็นภาพอันน่าสะพรึง ซากศพของเหล่าอาชญากรนอนเกลื่อนกราดอยู่ตามตรอกต่างๆ
บางร่างถูกตรึงกับกำแพง บางร่างล้มพาดอยู่บนพื้นซีเมนต์ เลือดที่แห้งกรังจับตัวเป็นคราบเข้ม
เสียงร้องอุทานดังขึ้นเป็นระยะ
“เกิดอะไรขึ้นกันแน่!”
“นี่มันฝีมือใครกัน!”
ทางการเข้ามาจัดการและตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุด้วยความตื่นตระหนก
รถของหน่วยรักษาความสงบและเจ้าหน้าที่จากสมาพันธ์นักล่ามังกรจอดเรียงราย เสียงอุปกรณ์สื่อสารดังระงม
เจ้าหน้าที่ระดับสองหลายคนก้าวลงจากรถด้วยสีหน้าตึงเครียด
หนึ่งในนั้นหยุดยืนอยู่หน้าร่างที่ถูกเสียบทะลุผ่านกำแพงอิฐ มือสั่นเล็กน้อยแม้พยายามควบคุมตนเอง
“ไอ้เจ้านี่มันเป็นนักล่ามังกรระดับหนึ่งขั้นสูงเลยนะ”
“พวกเราเองก็ตามล่ามันมาหลายอาทิตย์แล้ว แต่ก็ไม่คิดเลยว่ามันจะมาตกตายลงอย่างน่าอนาถเช่นนี้”
น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อ
อีกคนหนึ่งก้มลงตรวจบาดแผล พลางขมวดคิ้วลึก
“อืมมม.. เป็นฝีมือของใครกัน หรือว่าจะเป็นนักล่ามังกรที่แข็งแกร่งกำลังออกไล่ล่าไอ้พวกอาญากรชั่ว?”
“เหอะๆ เพียงคืนเดียวก็มีอาญากรตายมากกว่าห้าสิบคน พวกชาวบ้านแจ้งกันเข้ามาให้วุ่นวายว่าพบเจอซากศพ พอตรวจสอบดูแล้วพวกมันต่างก็เป็นนักล่ามังกรที่มีประวัติอาชญากรรมและกระทำความผิดมากมายทั้งสิ้น!”
“แถมลักษณะจากบาดแผลก็เหมือนกันเกือบทั้งหมด แสดงให้เห็นเลยว่าผู้ลงมือมีเพียงคนเดียว!”
คำกล่าวนั้นทำให้บรรยากาศรอบด้านเคร่งเครียดขึ้นทันที
เจ้าหน้าที่หลายคนสบตากันอย่างหนักใจ การสังหารจำนวนมากในคืนเดียว ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยเลยซักนิด
“ไม่ว่าจะเป็นใคร เขาต้องแข็งแกร่งอย่างมาก และดูเหมือนผู้กระทำจะรู้เป้าหมายของตนอย่างแม่นยำ ไม่มีผู้บริสุทธิ์ได้รับบาดเจ็บ!”
อาณาเขตชานเมืองข่าวลือเริ่มแพร่สะพัด
ผู้คนบางส่วนรู้สึกหวาดกลัวต่อเงามืดที่ออกล่ากลางราตรี ขณะที่บางคนกลับรู้สึกโล่งใจที่อาชญากรผู้สร้างความเดือดร้อนถูกกำจัด
เจ้าหน้าที่จำนวนมากพลางปรึกษาหารือด้วยสีหน้าเคร่งเครียด เพราะพวกเขาเองก็เพิ่งเคยพบเจอกับสถานการณ์แบบนี้เช่นเดียวกัน
“ถ้าเป็นนักล่ามังกรที่แข็งแกร่งจริง ตัวของเขาอาจคิดว่ากำลังทำความยุติธรรม!”
“แต่ถ้าเกิดไม่มีการควบคุม.. สุดท้ายมันอาจกลายเป็นภัยรูปแบบใหม่ก็ได้นะ!”