ผมเป็นเจ้าของโรงพยาบาลจิตเวชพิศวง - บทที่ 1588 ระหว่างนรก
บทที่ 1588 ระหว่างนรก
“ตัวอ่อนหงเหมิง?”
หลิงเป่าเทียนจุนขมวดคิ้ว มองไปยังนักพรตที่อยู่ไม่ไกลด้วยความสงสัย “เจ้าต้องการสิ่งนั้นไปทำอะไร?”
“หลินชีเยี่ยต้องการร่างกายใหม่”
หลิงเป่าเทียนจุนชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าทันที “ได้ ตามข้ามา”
“รอก่อน!” เมื่อเห็นทั้งสองคนพูดเพียงประโยคเดียว ก็จะเดินตรงไปยังส่วนลึกของสรวงสวรรค์ เต้าเต๋อเทียนจุนก็อึ้งไปนาน ก่อนจะพูดขึ้นอย่างกะทันหัน
“มีอะไรหรือ?”
“ตัวอ่อนหงเหมิงนี้เกิดจากรากเดียวกันกับรากฐานของสรวงสวรรค์ อีกทั้งยังเป็นต้นกำเนิดของพลังวิญญาณในสรวงสวรรค์… มันมีอยู่ตั้งแต่วันที่สรวงสวรรค์ถูกสร้างขึ้น พวกเจ้าจะให้สิ่งสำคัญขนาดนี้เป็นร่างกายของหลินชีเยี่ยจริง ๆ หรือ?” เต้าเต๋อเทียนจุนเอ่ยอย่างไม่เข้าใจ “แม้สิ่งที่จะใช้เป็นร่างกายได้จะมีน้อยมากนัก แต่ก็ไม่ได้มีแค่ตัวอ่อนหงเหมิงเป็นตัวเลือกเดียว อย่างเช่นกระบี่เซียนที่รองรับวิญญาณของโจวผิง และรากบัวศักดิ์สิทธิ์ของนาจา… หากข้าจำไม่ผิด ดอกชาดำที่เติบโตในหุบเหวพลังวิญญาณก็สามารถกลายเป็นร่างกายได้เช่นกันไม่ใช่หรือ?”
“ดอกชาดำใช้เป็นร่างกายได้ก็จริง แต่มันเหมือนกับรากบัวของนาจา สมบัติธรรมชาติประเภทนี้มีขีดจำกัดมาแต่กำเนิด แม้จะสามารถก้าวข้ามระดับเทพหลักได้ง่าย แต่การจะก้าวไปไกลกว่านั้นยากเย็นยิ่งนัก” หลิงเป่าเทียนจุนส่ายหน้า
“แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้น…”
“ศักยภาพของหลินชีเยี่ยไม่ได้มีแค่นี้” หยวนสื่อเทียนจุนมองไปยังเงาสีขาวบนยอดวังที่อยู่ไกลออกไป “พวกเจ้าไม่สังเกตหรือ? ในส่วนลึกของวิญญาณเขา มีบางสิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่าโรงพยาบาลนั่นอีก… เรื่องครั้งนี้เป็นทั้งวิกฤตและโอกาสของหลินชีเยี่ย หากเราให้ร่างกายที่สมบูรณ์แบบแก่เขา บางทีในอนาคต เขาอาจจะให้เราได้เห็นสิ่งที่น่าประหลาดใจยิ่งกว่านี้”
…
‘…ลองเดาสิ?’
“…”
‘…ข้าก็คือศาสดาของศาสนาตะวันตกศักดิ์สิทธิ์ ผู้เมตตากรุณาและเสียสละที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก เยลันเดไงเล่า? เจ้าจำข้าไม่ได้แล้วหรือ? ท่านผู้อำนวยการหลินชีเยี่ยที่เคารพ…’
‘…เจ้าทำได้ดีมาก บุตรของข้า’
‘…จำไว้ ผมจะยกเว้นให้แค่ครั้งนี้ครั้งเดียว ครั้งหน้าไม่ว่าคุณจะวิญญาณแตกสลายหรือร่างดับสิ้น ผมจะไม่ช่วยอีกแล้ว… อย่างมากก็แค่เริ่มต้นใหม่กันอีกครั้ง’
‘แล้วหลินชีเยี่ยล่ะ… ถ้าสุดท้ายแม้แต่นายยังทรยศเขา… เขาจะทำยังไง?’
‘นายจะไปไหน… รองหัวหน้าอัน?’
‘ไม่ต้องขอโทษหรอก… ฉันก็จะไม่ยั้งมือเช่นกัน’
“……”
ภาพและเสียงที่แตกกระจาย พุ่งเข้ามาในโสตประสาทของหลินชีเยี่ยอย่างบ้าคลั่ง
ใบหน้าบิดเบี้ยวของเยลันเด สายตาอันสงบนิ่งของเด็กชาย ควันสีดำที่พวยพุ่งท่วมท้น มือของอันชิงอวี๋ที่ทะลวงร่างของเฉาเยวียน… หลินชีเยี่ยรู้สึกว่าสมองของตนกำลังจะระเบิด ความรู้สึกฉีกขาดที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนราวกับจะผ่าร่างเขาออกเป็นสองส่วน!
“หลินชีเยี่ย…”
“หลินชีเยี่ย? ได้ยินที่ฉันพูดไหม?”
“ตื่นสิ!”
เสียงรอบข้างดังขึ้นอย่างรวดเร็ว ความเจ็บปวดในสมองก็ยิ่งรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ แสงสีขาวสว่างวาบขึ้นตรงหน้าเขา!
บนแผ่นหินที่มีพลังวิญญาณล้อมรอบ ดวงตาทั้งสองข้างของหลินชีเยี่ยเบิกกว้างขึ้นทันที!
เขาเหมือนคนที่กำลังจะขาดใจตาย ลุกพรวดขึ้นนั่ง หอบหายใจเฮือกใหญ่
“ผ่อนคลายสิ หลินชีเยี่ย” มือข้างหนึ่งตบหลังเขาเบา ๆ เสียงอ่อนโยนของจั่วชิงดังขึ้น
หลินชีเยี่ยนั่งเหม่ออยู่บนแผ่นหิน สีหน้าดูสับสนและเจ็บปวด เขาเอามือทั้งสองกุมศีรษะ เหงื่อเม็ดโตไหลลงมาจากขมับ ใบหน้าซีดเผือดไร้เลือดฝาด
“หลินชีเยี่ย นายได้ยินที่ฉันพูดไหม?”
“หลินชีเยี่ย?”
เมื่อเห็นหลินชีเยี่ยนิ่งเงียบไม่ขยับ ดวงตาของจั่วชิงฉายแววจนใจ
“ดูเหมือนจะเป็นจริงตามที่เทียนจุนพูดไว้ จมดิ่งอยู่ในด่านจิตใจแล้ว…” อาจารย์เฉินที่อยู่ข้าง ๆ ถอนหายใจ “จะทำยังไงต่อ?”
จั่วชิงจ้องหลินชีเยี่ยอยู่นาน ถอนหายใจยาว
“เรื่องที่ต้องใช้ความเชี่ยวชาญ ก็ควรให้ผู้เชี่ยวชาญจัดการ… ผมจะพาเขาไปศูนย์ไจเจี้ยเอง”
……
หมอก
คลื่นสีขาวซัดกระแทกหน้าผาสูงชัน ส่งเสียงคำรามต่ำ ร่างที่เละเทะครึ่งท่อนถูกคลื่นซัดกระแทกเข้าไปในซอกหินสีดำสนิท
ดวงตาเปื้อนเลือดข้างหนึ่งค่อย ๆ เปิดขึ้นจากมุมของก้อนเนื้อ จ้องมองท้องฟ้าสีเทาทะมึน ในดวงตาฉายแววโกรธแค้นและเจ็บปวด ปีกสีดำครึ่งคู่เหลือแต่กระดูกแห้ง สั่นไหวตามเสียงไอแหบแห้ง
“บ้าชิบ… บ้าชิบ… ถ้าคราวนี้ข้ารอดตาย ต้องฆ่าพวกเทพต้าเซี่ยให้แหลกเป็นชิ้น ๆ ให้หมด!!”
เสียงคำรามด้วยความโกรธแค้นดังออกมาจากร่างที่บาดเจ็บ แต่ถูกเสียงคลื่นกลบหายไปลูซิเฟอร์คลานอยู่บนโขดหิน ค่อย ๆ เคลื่อนร่างเหมือนหนอน พลางสบถด่า
การล้อมโจมตีของเหล่าเทพต้าเซี่ยทำให้เขาเกือบตายหลายครั้ง หากไม่ใช่เพราะตอนสุดท้ายที่แยกร่างออกเป็นสองส่วน กลายเป็นปีศาจที่เหมือนกันไปอีกตน เขาคงตายอยู่ในทะเลนั้นไปแล้ว
แม้ว่าเขาจะใช้วิธีนี้เพื่อเอาชีวิตรอด แต่ชีวิตก็กำลังเสื่อมถอยอย่างรวดเร็ว เขาอาศัยกระแสน้ำในทะเลลึกลอยมาถึงน่านน้ำแห่งนี้ ลมหายใจอ่อนแรงถึงขีดสุด หากไม่รักษาบาดแผลในเร็ววัน ตัวเขาเองก็จะตายเพราะทนพิษบาดแผลไม่ไหว
“ประตูนรก… น่าจะอยู่แถวนี้…” ลูซิเฟอร์พยายามขยับร่างกายอย่างยากลำบาก ทิ้งรอยเลือดสีแดงฉานไว้บนโขดหิน
สายตากวาดมองหาบางสิ่งรอบ ๆ อย่างร้อนรน มีเพียงการกลับไปยังนรกและอาศัยพลังของรากฐานนรกเท่านั้น ถึงจะมีโอกาสช่วยชีวิตเขาจากภาวะใกล้ตายได้
ในที่สุด สายตาของเขาก็หยุดนิ่งอยู่ที่ความว่างเปล่าจุดหนึ่ง ในดวงตาสีหม่นนั้นปรากฏประกายแสงวูบหนึ่ง
นั่นคือความหวังในการมีชีวิตรอดของเขา!
“เจอแล้ว…” เขาพยายามขยับร่างกายสุดกำลัง แขนขาวซีดที่เหลือเพียงกระดูกแทงทะลุออกมาจากเนื้อ ชี้นิ้วไปยังความว่างเปล่าเบื้องหน้า
ระลอกคลื่นปรากฏขึ้นกลางอากาศ เผยให้เห็นโลกมืดมนที่ซ้อนทับกันเป็นชั้น ๆ อยู่เบื้องหลัง กลิ่นอายแห่งนรกที่เย็นเยียบและน่าขนลุกพวยพุ่งออกมา ปกคลุมหาดโขดหินทั้งหมดในพริบตา
เมื่อได้สัมผัสกลิ่นอายคุ้นเคยนั้น ลูซิเฟอร์รู้สึกดีใจอย่างบ้าคลั่ง
“อยากฆ่าข้า… ไม่ง่ายขนาดนั้นหรอก… ต้าเซี่ย… ข้าจะทำให้พวกแกต้องชดใช้…”
ปีกที่หักครึ่งกระแทกลงบนโขดหินอย่างแรง ก้อนเนื้อที่มีเลือดไหลโชกพุ่งเข้าไปในนรก พร้อมกับที่ประตูนรกค่อย ๆ ปิดลง หาดโขดหินทั้งหมดก็กลับคืนสู่สภาพเดิม
ลูซิเฟอร์เข้าสู่นรก กลิ้งไปตามขอบหน้าผาหินมุ่งหน้าสู่ใจกลางนรกอย่างต่อเนื่อง ดวงตาฉายแววสงสัย “กลิ่นคาวเลือดรุนแรงเสียจริง…”
ลูซิเฟอร์เคลื่อนตัวไปข้างหน้าพลางมองไปรอบ ๆ ความสงสัยในดวงตายิ่งทวีคูณ
นรกแห่งนี้… ทำไมถึงเงียบจังนะ?
ภายใต้มลพิษของแพะดำ ศพปีศาจที่นี่ควรจะเปลี่ยนเป็นสิ่งมีชีวิตจากตำนานคธูลูทั้งหมด ที่นี่เป็นอาณาจักรเทพที่เขากับโอดินเตรียมไว้สำหรับเทพคธูลูโดยเฉพาะ แต่ทำไมตอนนี้ถึงไม่ได้กลิ่นอายของคธูลูเลยสักนิด?
ลูซิเฟอร์เงยหน้ามองด้วยความสงสัย ท้องฟ้าสีเลือดทอดยาวไปจนสุดขอบโลกมืดมิด ภายใต้ท้องฟ้าสีเลือดนั้น มีภูเขาสูงตระหง่านลูกหนึ่งตั้งตระหง่านอยู่กลางนรก
“ภูเขา?” ลูซิเฟอร์ชะงัก “ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่ใจกลางนรกมีภูเขาสูงขนาดนี้?”
เมื่อเขาเข้าใกล้ใจกลางนรกมากขึ้น ภาพของภูเขาลูกนั้นก็ชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ… มันคือภูเขาศพ
ซากศพของทูตสวรรค์และปีศาจถูกกองซ้อนทับกันเป็นชั้น ๆ ราวกับขยะ เลือดที่แข็งตัวและเถ้าถ่านที่เปื้อนมลทินปลิวว่อนรอบภูเขา บนยอดเขานั้น ร่างทูตสวรรค์สีเทาหกปีกค่อย ๆ ลุกขึ้นยืนท่ามกลางสีเลือด…