ผมนี่แหละศิลปินพาร์ตไทม์ - ตอนที่ 455 หลินจือไป๋: ผมถูกสูบจนแห้งเหือดแล้ว! (1)
หลินจือไป๋ไม่รู้ว่าทำไมท่านเก้าถึงปล่อยเพลงออกมาแค่เพลงเดียว
อย่าว่าแต่หลินจือไป๋เลย แม้กระทั่งท่านเจ็ดและท่านแปดก็ไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงปล่อยออกมาแค่เพลงเดียว ทั้งสองคนร้อนใจจนส่งเสียงโวยวายกันลั่นในกลุ่ม
‘สถานการณ์เป็นยังไง?’
‘ทำไมมีแค่เพลงเดียวล่ะ?’
‘ท่านเก้า นายไม่ใช่คนที่มีผลงานเยอะมากหรอกเหรอ?’
‘นี่คือที่นายบอกว่าพยายามช่วยขวางไว้หน่อยงั้นเหรอ?’
‘ไม่ต้องพูดถึงสามหรือห้าเพลงหรอก อย่างน้อยก็ปล่อยสักสองเพลงให้เป็นพิธีเหมือนพวกเราหน่อยสิ!’
ท่านเก้าไม่สะทกสะท้าน ให้ฉันปล่อยสามเพลงหรือห้าเพลงเพื่อสกัดหลินจือไป๋งั้นเหรอ
ฉันมีปัญหาทางสมองหรือไง นั่นมันเป็นการล่วงเกินหลินจือไป๋จนถึงที่สุดไม่ใช่เหรอ?
ในช่วงสองวันนี้หลังจากฟังเพลงทั้งหมดของหลินจือไป๋ รวมถึงผลงานที่เขาเคยปล่อยในฉินโจวก่อนหน้านี้จนหมด ท่านเก้าก็ตระหนักได้ว่าระดับของอีกฝ่ายนั้นสูงส่งเพียงใด ความเป็นไปได้สูงว่าจะอยู่เหนือฉายา ‘อันดับหนึ่งแห่งวงการดนตรีฉีโจว’ ของตัวเขาเองเสียอีก แม้ว่าเขาจะไม่ค่อยอยากยอมรับว่าตัวเองสู้คนหนุ่มคนหนึ่งไม่ได้ แต่ความจริงที่ว่าอีกฝ่ายแข็งแกร่งกว่าเขาก็คือความจริง ไม่ว่าจะในวงการไหน ความจริงแล้วต่างก็เล่นตามกฎ ‘ผู้แข็งแกร่งคือผู้ที่ได้รับการยกย่อง’ ทั้งนั้น ในเมื่อระดับของหลินจือไป๋แข็งแกร่งกว่าตัวเอง ยืนหนึ่งอย่างหยิ่งผยองบนชาร์ตเพลงของฉีโจวแล้ว มันจะทำไมล่ะ?
ด้วยความสามารถของอีกฝ่าย ต่อให้ยึดครองไปเก้าเพลงในสิบอันดับแรกของชาร์ตและมีฐานะเสมอกับตัวเอง มันก็ไม่ใช่ว่าจะยอมรับไม่ได้นี่นา เพราะยังไงเขาก็เป็นมังกรข้ามถิ่นมาจากฉินโจว การให้ความเคารพที่ควรให้ก็ยังต้องให้อยู่ นี่คือเหตุผลที่ท่านเก้าปล่อยเพลงออกมาเพียงเพลงเดียว
อาจจะมีคนพูดว่า ในเมื่อท่านเก้ามีทัศนคติแบบนกกระจอกเทศที่ชอบมุดหัวหนีปัญหาแบบนี้ งั้นไม่ปล่อยเพลงเลยไม่ดีกว่าเหรอ?
คำพูดนี้ผิดแล้ว เพลงนี้ของท่านเก้าจำเป็นต้องปล่อย และคุณภาพก็จะแย่เกินไปไม่ได้ด้วย ไม่เช่นนั้นจะอธิบายกับวงการดนตรีฉีโจวได้ยาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเจ้าเจ็ดและเจ้าแปดต่างก็จับตาดูตัวเองอยู่ หรือว่าท่านเก้าจะต้องบอกกับพี่น้องทั้งสองคนว่า ฉันอาจจะสู้หลินจือไป๋คนนี้ไม่ได้ พวกเราก็ยอมจำนนกันเถอะ คำพูดนี้พูดไม่ได้เด็ดขาด มันส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์อันรุ่งโรจน์ของตัวเองมากเกินไป ดังนั้นเพลงจึงยังต้องปล่อย เพื่อที่จะได้แสดงถึงจุดยืนของตัวเองในฐานะพ่อเพลงของฉีโจว และแสดงให้เห็นว่าตัวเองมีความตั้งใจลงมือทำจริงๆ ส่วนคำอธิบายที่มีต่อพี่น้องทั้งสองคนล่ะ?
ท่านเก้าคิดไว้ตั้งนานแล้ว ช่วงนี้ฉันยุ่งอยู่กับเรื่องอื่นเลยไม่ได้ค่อยได้แต่งเพลง เพลงนี้ก็เป็นผลงานเดียวที่มีคุณภาพดีที่สุดในมือตอนนี้แล้ว อย่างไรตัวเองก็ไม่ได้โกหก
เพลงที่มีคุณภาพสูงที่สุดในมือของท่านเก้าช่วงนี้ก็คือเพลงนี้จริงๆ
ให้อันเป็นแบบนี้แหละ ไม่ว่าคนอื่นจะคิดยังไง อย่างไรท่านเก้าก็ไม่คิดจะมีเรื่องกับหลินจือไป๋ ในมุมมองของท่านเก้า หลินจือไป๋คนนี้ต่อให้แข็งแกร่งและเป็นปีศาจแค่ไหน ก็คงไม่อยู่ที่ฉีโจวนานเกินไปหรอก อีกฝ่ายเป็นถึงรัชทายาทแห่งวงการบันเทิงฉินโจว มีบริษัทบันเทิงขนาดยักษ์รอให้สืบทอด จะรั้งอยู่ฉีโจวตลอดไปได้ยังไง?
ขอแค่รอให้หลินจือไป๋ย้ายออกจากฉีโจว วงการดนตรีฉีโจวก็ยังคงอยู่ใต้กำมือของตัวเองไม่ใช่เหรอ?
แล้วตัวเองจำเป็นจะต้องไปพัวพันไม่จบไม่สิ้นกับมังกรข้ามถิ่นตัวหนึ่งทำไม?
ส่วนชาร์ตเพลงใหม่ อีกฝ่ายอยากจะปั่นป่วนยังไงก็ปั่นป่วนไปเถอะ อย่างไรเจ้าเจ็ด เจ้าแปด และตนต่างก็ลงมือขวางแล้ว และยังตอกตะปูฝังเอาไว้ในสิบอันดับแรกได้สำเร็จ!
‘ขิงยิ่งแก่อยู่ยิ่งเผ็ด’
ท่านเก้าพอใจในสติปัญญาของตัวเองมาก เขารู้สึกว่าตัวเองได้คำนวณสถานการณ์ทั้งหมดไว้จนจบสิ้นแล้ว เขาปล่อยเพลงออกมาแค่เพลงเดียวแบบนี้ ไม่เพียงแต่รับประกันได้ว่าคราวนี้ตัวเองไม่ได้ล่วงเกินหลินจือไป๋ แต่ยังสร้างความลำบากให้อีกฝ่ายได้สำเร็จ ทำให้มังกรข้ามถิ่นตัวนี้ไม่สามารถสร้างสถิติที่สูงเกินไปบนชาร์ตเพลงใหม่ของฉีโจวได้ เพราะยังไงในสิบอันดับแรกตอนนี้ก็มีตะปูสามตัวอย่างตน เจ้าเจ็ด และเจ้าแปดตอกอยู่แหล่ะ!
โลกภายนอกย่อมไม่มีทางตีความการลงมือของท่านเก้าได้ว่า ‘เขากลัวแล้ว’
เนื้อเรื่องที่ทุกคนจินตนาการขึ้นมาผ่านเรื่องราวนี้ก็คือ ท่านเก้ากำลังควบคุมคะแนนอย่างมีสติ!
ตอนนี้คือท่านเจ็ด ท่านแปด และท่านเก้า ทั้งสามคนต่างยึดครองไปคนละหนึ่งที่นั่งในสิบอันดับแรก ด้วยวิธีนี้หลินจือไป๋จึงทำได้เพียงคว้าเกียรติยศ ‘เจ็ดดาวเหนือ’ ไปครอง และแทบจะไม่สามารถคว้าผลงานที่สูงกว่านี้ได้แล้ว กระทั่ง…
แม้แต่ ‘แปดเซียนข้ามทะเล’ หลินจือไป๋ก็ยังทำไม่ได้ เพราะสามยักษ์ใหญ่แห่งวงการดนตรีฉีโจวต่างก็ลงมือแล้ว ยึดครองไปสามโควตาและล็อกตัวเลขไว้ทันที
และเมื่อท่านเก้าลงมือ ชาร์ตเพลงในช่วงไม่กี่วันนี้ก็ต้อนรับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหม่
อันดับหนึ่ง ‘ความผิดฐานไม่โรแมนติก’
อันดับสอง ‘เลิกราด้วยความหวังดี’
อันดับสาม ‘ชอบเธอ’
อันดับสี่ ‘บทเพลงยามค่ำคืนในคืนเดือนเสี้ยว’
อันดับห้า ‘MARIN’
อันดับหก ‘ดวงตะวัน’
อันดับเจ็ด ‘เรื่องราวความรักกับท่อน้ำ’
อันดับแปด ‘ตีนเขาฟูจิ’
อันดับเก้า ‘ชอบเธอ’ (เวอร์ชันท่านเจ็ด)
อันดับสิบ ‘ดาวจรัสฟ้าแห่งยุคจลาจล’
จากการเปลี่ยนแปลงของชาร์ตจะเห็นได้ว่า เพลง ‘รองเท้าส้นสูงสีแดง’ ที่หลินจือไป๋แต่งให้ฉีเจียนเจียได้ถูกท่านเก้าเบียดตกจากรายชื่อสิบอันดับแรกไปแล้ว ในเวลานี้ในสิบอันดับแรกของชาร์ตทั้งหมดที่เหลืออยู่ล้วนกลายเป็นเพลงภาษาฉีหมดแล้ว มีเพียง ‘เลิกราด้วยความหวังดี’ เท่านั้นที่เป็นเพลงรักร้องคู่ภาษากลางและภาษาฉี
และในฤดูกาลนี้เป็นเพราะการปรากฏตัวอย่างกะทันหันของหลินจือไป๋ที่แสดงผลงานออกมาได้เหมือนปีศาจเกินไป ประกอบกับสามยักษ์ใหญ่แห่งฉีโจวต่างก็เลือกที่จะลงมือทั้งหมดเพื่อขวางมังกรข้ามถิ่นตัวนี้!
บนแพลตฟอร์มเวยป๋อ
ช่วงนี้มีหัวข้อฮอตเสิร์ชที่เกี่ยวข้องแทบจะทุกวัน ชาวเน็ตฉีโจวทั้งหมดต่างก็ถกเถียงสถานการณ์ของชาร์ตเพลงใหม่นี้อย่างคลั่งไคล์ที่สุด
‘คราวนี้รับมือยากแล้ว’
‘ผลสุดท้ายแล้วหลินจือไป๋จะคว้าได้แค่เจ็ดดาวเหนือจริงๆ เหรอ?’
‘ยกเว้นแต่ว่าหลินจือไป๋จะแต่งเพลงใหม่ที่มีคุณภาพสูงมากต่อได้ และเชิญสักท่านออกไปจากสิบอันดับแรก ถึงจะบรรลุแปดเซียนข้ามทะเลที่แท้จริงได้’
‘เป้าหมายนี้ไม่มีทางบรรลุได้แล้ว!’
‘เพราะว่าอันดับสิบของชาร์ตในตอนนี้คือเพลง ‘ดาวจรัสฟ้าแห่งยุคจลาจล’ ของหลินจือไป๋เอง ซึ่งหมายความว่าเขาจะต้องเคลียร์เพลงของตัวเองออกไปก่อนหนึ่งเพลง ถึงจะลงมือกับท่านเจ็ดที่อยู่อันดับเก้าได้ ซึ่งในขณะเดียวกันนี้ก็หมายความว่าท่านมหาเศรษฐีจำเป็นต้องออกเพลงดีๆ ที่มีคุณภาพสองเพลงเพื่อเข้าสู่สิบอันดับแรก แต่การแข่งขันในสิบอันดับแรกมาถึงขั้นนี้แล้ว ในมือเขายังมีเพลงดีๆ อะไรอยู่อีกจริงๆ เหรอ?’
‘น่าจะถึงขีดจำกัดแล้วมั้ง!’
‘น่าเสียดายไปหน่อย แต่คราวนี้หลินจือไป๋ได้พิสูจน์ความสามารถของตัวเองแล้ว เพราะยังไงซะทั้งสามท่านนั้นต่างก็ถูกเขาบีบจนต้องลงมือแล้ว’
‘ใช่แล้ว!’
‘ต่อให้เป็นท่านเก้าลงมือก็ส่งเพลงมาได้แค่ขยับมาอยู่อันดับหกเท่านั้น ไม่ได้พุ่งเข้าสู่ห้าอันดับแรก เห็นได้เลยว่าเพลงในห้าอันดับแรกของหลินจือไป๋ในเดือนนี้มันโหดขนาดไหน!’
ชาร์ตเพลงใหม่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา บางเพลงสามารถรักษาความเป็นผู้นำเอาไว้ได้ตลอด บางเพลงก็จะค่อยๆ ถูกเพลงอื่นแซงหน้าไป!
ยกตัวอย่างเช่นเพลง ‘เรื่องราวความรักกับท่อน้ำ’ เพลงนี้ครั้งหนึ่งเคยยึดครองตำแหน่งอันดับสองของชาร์ตเพลงใหม่ แต่ผ่านไปหนึ่งเดือนกว่าก็ตกลงมาเรื่อยๆ จนอยู่ที่อันดับเจ็ด ซึ่งแน่นอนว่าเป็นเพราะมีแรงปะทะจากคู่ต่อสู้ แต่แรงปลายของตัวเองไม่พอก็เป็นสาเหตุเช่นกัน
เมื่อเทียบกันแล้วอย่างเพลง ‘บทเพลงยามค่ำคืนในคืนเดือนเสี้ยว’ เพลงนี้แรงพุ่งกลับดีมาก ทั้งๆ ที่ปล่อยออกมาช้ามากแต่ตอนนี้กลับอยู่อันดับสี่
แน่นอนว่าถึงแม้บางเพลงอันดับกำลังตกลงมา แต่เพลงทั้งหมดในสิบอันดับแรกความจริงแล้วข้อมูลรวมต่างก็พุ่งทะยานขึ้นตลอดทาง ต่างแค่ขนาดการเติบโตเท่านั้นเอง หลินจือไป๋มีการศึกษาข้อมูลอยู่ เพลงของท่านเจ็ดและท่านแปดดูจากอัตราการเติบโตน่าจะไม่มีโอกาสพุ่งเข้าห้าอันดับแรกแล้ว
เพลงนี้ของท่านเก้าดูจากท่าทีแล้ว สามารถสู้กับ ‘ตีนเขาฟูจิ’ ที่ตอนนี้อยู่อันดับแปดได้อยู่ แต่ว่าใครจะแพ้ใครจะชนะยังไม่อาจรู้ได้ หลินจือไป๋ตั้งใจจะเติมพลังให้ ‘ตีนเขาฟูจิ’ สักหน่อย วันนี้เป็นวันที่ 7 เดือนพฤศจิกายนแล้ว ในห้องไลฟ์สดของหลินจือไป๋ความนิยมยังคงเพิ่มขึ้นในทุกๆ วัน ตอนนี้ค่าความนิยมสูงถึง 72.45 ล้านแล้ว เพราะอะไรนะเหรอ?
เพราะว่าการไลฟ์สดของหลินจือไป๋มันสนุกมากจริงๆ และน่าสนใจยิ่งกว่าแขกรับเชิญทุกคนใน ‘เยือนเขาลีซาน’ ซะอีก!
ตัวอย่างเช่นวันนี้
หลินจือไป๋ทำเหมือนปกติทั่วไป หลังจากจัดการเรื่องราวของบริษัทเสร็จสิ้นแล้วก็เริ่มมีปฏิสัมพันธ์กับผู้ชมอีกครั้ง เริ่มจากการอ่านคอมเมนต์ที่สนใจขึ้นมาคอมเมนต์หนึ่ง ‘คุณที่เป็นคนฉินโจว ทำไมถึงเข้าใจดนตรีฉีโจวขนาดนี้…’
หลังจากอ่านจบ
หลินจือไป๋ยิ้มแล้วกล่าวว่า “ความจริงเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับว่าผมเป็นคนของทวีปไหนหรอกครับ เพราะว่าดนตรีในเรื่องของท่วงทำนองมันเชื่อมถึงกัน ความแตกต่างระหว่างเพลงของฉินโจวและฉีโจวอยู่แค่ที่ตัวภาษาเอง เหมือนอย่างที่ทุกคนรู้สึกว่า ‘ตีนเขาฟูจิ’ เป็นเพลงสไตล์ฉีโจว งั้นผมขอแค่ร้องด้วยภาษากลางก็สามารถเปลี่ยนมันให้กลายเป็นเพลงที่เรียกกันว่าสไตล์ฉินโจวได้แล้วครับ”
‘จริงป่ะเนี่ย?’
‘เพลงนี้ยังใช้ภาษากลางร้องได้อีกเหรอ?’
‘อย่าโม้หน่า!’
‘ร้องให้ฟังหน่อยซิ?’
‘ฮ่าๆ คงไม่ใช่การใช้ภาษากลางฝืนร้องเสียงภาษาฉีหรอกนะ?’
‘นี่มันเพลงภาษาฉีไม่ใช่เหรอ คุณจะเปลี่ยนมันเป็นสไตล์ฉินโจวได้ยังไง เปลี่ยนเป็นภาษากลางก็พอแล้วเหรอ?’
คอมเมนต์หลั่งไหลมาไม่ขาดสาย
หลินจือไป๋เปิดปากกล่าวว่า “พอดีเลยครับ ผมได้ทำคำร้องอีกเวอร์ชันหนึ่งให้กับ ‘ตีนเขาฟูจิ’ ไว้ ในเมื่อทุกคนไม่เชื่อ งั้นผมก็จะแสดงให้ทุกคนดูแบบสมบูรณ์เลยแล้วกันครับ” พูดพลางหลินจือไป๋ก็เดินเข้าห้องบรรเลงดนตรีของบริษัท ทางด้านนี้มีเครื่องดนตรีครบครัน สะดวกต่อการแสดงของเขา “เพลงนี้ในเวอร์ชันภาษากลาง ผมตั้งใจจะตั้งชื่อว่า ‘ส่งต่อความรัก’ ครับ”
=================