ผมนี่แหละศิลปินพาร์ตไทม์ - ตอนที่ 452 ใส่เสื้อซ้ำไม่น่ากลัว ใครขี้เหร่กว่าคนนั้นเขิน !
- Home
- ผมนี่แหละศิลปินพาร์ตไทม์
- ตอนที่ 452 ใส่เสื้อซ้ำไม่น่ากลัว ใครขี้เหร่กว่าคนนั้นเขิน !
เดิมทีหานเยว่ซวงเป็นคนท้องถิ่นฉีโจวอยู่แล้ว
เพียงแต่ไปร่วมรายการ Ama 9 ที่ฉินโจว แล้วจึงอยู่พัฒนาที่นั่นต่ออีกหลายปี
เพราะฉะนั้นเธอจึงเชี่ยวชาญเพลงภาษาจีนมากทีเดียว
การกลับมาฉีโจวครั้งนี้จึงถือเป็นการกลับมาเยือนถิ่นเก่าของเธอ
ฝึกร้องอัดเสียงใช้เวลาเพียงสองสามวันก็จัดการเสร็จสิ้น
และในระหว่างเตรียมตัวปล่อยเพลง การโปรโมตที่ควรมีก็ขาดไม่ได้
เริ่มจากหานเยว่ซวงประกาศข่าวในห้องไลฟ์สดของเธอเองว่ากำลังจะปล่อยซิงเกิลใหม่…
ความนิยมของเธอในฉีโจวนั้นถือว่าไม่เลวเลย เพราะอย่างไรเธอก็เป็นคนฉีโจว แถมยังมีหน้าตาสะสวย ผู้ชมจึงยอมรับได้โดยไม่มีกำแพงกั้น
อีกทั้งในรายการ ‘เยือนเขาลี่ซาน’ เธอยังอยู่ทีมเดียวกับหลินจือไป๋อีกด้วย ผู้ชมจึงได้เห็นแอร์ไทม์ของเธอไม่น้อย
ดังนั้นเรื่องที่หานเยว่ซวงจะปล่อยซิงเกิลใหม่จึงกระตุ้นความคาดหวังได้ในระดับหนึ่ง
ต้องรู้ก่อนว่านับตั้งแต่แขกรับเชิญรายการ ‘เยือนเขาลี่ซาน’ แยกย้ายกันไปไลฟ์สดส่วนตัว หานเยว่ซวงก็มักจะไลฟ์ร้องเพลงอยู่บ่อย ๆ
พลังเสียงของเธอที่ขัดกับรูปลักษณ์ภายนอกดึงดูดแฟนคลับได้ไม่น้อย ถึงขั้นมีแฟน ๆ ชมว่าเธอเป็นราชินีเพลงน้อยปอดเหล็กเลยทีเดียว
ทว่าสิ่งที่ทำให้หัวข้อนี้กลายเป็นประเด็นร้อนขึ้นมาจริงๆ คือส่วนที่เกี่ยวข้องกับหลินจือไป๋
เพลงใหม่ที่จะปล่อยอย่างเป็นทางการในคืนพรุ่งนี้ชื่อว่า ‘ชอบเธอ’ คำร้องและทำนองโดยอาจารย์หลินจือไป๋ค่ะ…
หลินจือไป๋?
เขาคิดจะแย่งชิงอันดับเพลงใหม่ต่อเหรอ!?
นั่นคือปฏิกิริยาโดยสัญชาตญาณของผู้ชมทุกคนในห้องไลฟ์สด
เพราะตอนนี้ทั่วทั้งฉีโจวต่างรู้กันดีว่าหลินจือไป๋ยึดครองสิบอันดับแรกของชาร์ตเพลงใหม่ไปแล้วถึงหกตำแหน่ง
หากไม่ใช่เพราะท่านเจ็ดร่วมมือกับเย่เจินจนเบียดเพลงของหลินจือไป๋ตกไปหนึ่งเพลง ตอนนี้เขาคงครองไปแล้วถึงเจ็ดตำแหน่ง
และจากการเคลื่อนไหวล่าสุด ดูเหมือนว่าหลินจือไป๋จะไม่ค่อยยอมแพ้ง่าย ๆ ถึงขั้นเตรียมเพลงใหม่ไว้รอท่า
แต่ถ้าคู่หูคือหานเยว่ซวงละก็…
หานเยว่ซวงจะกลายเป็นตัวถ่วงความนิยมของหลินจือไป๋หรือเปล่านะ?
ทว่าในวินาทีต่อมาก็มีคนสังเกตเห็นปัญหาที่ใหญ่กว่านั้น
เพลงใหม่ที่หลินจือไป๋เขียนชื่อว่าอะไรนะ?
‘ชอบเธอ?’
‘บังเอิญไปไหม? ทำไมชื่อเพลงถึงไปซ้ำกับเพลงอันดับหกของท่านเจ็ดเป๊ะเลยล่ะ!’
‘ไม่น่าจะบังเอิญนะ อีกอย่างถ้าไปดูอันดับตอนนี้จะเห็นว่าเพลงของท่านเจ็ดพุ่งขึ้นไปอันดับห้าแล้วด้วย’
‘ดูเหมือนจงใจแฮะ เพราะถึงแม้หลินจือไป๋ฉากหน้าจะดูถ่อมตัว แต่เนื้อแท้เขาอวดดีมากนะ!’
‘เกาะกระแสเหรอ?’
‘ไม่ถึงขั้นเกาะกระแสหรอก พลังของท่านมหาเศรษฐีน่าจะพอ ๆ กับท่านเจ็ด มีสิทธิ์ที่จะชนกันตรง ๆ ได้’
‘ฮ่า ๆ เพลงชื่อซ้ำกันก็เหมือนคนใส่เสื้อซ้ำ ผลลัพธ์คือใครขี้เหร่กว่าคนนั้นเขิน’
‘เพลงของหลินจือไป๋เพลงนี้น่าจะสู้เพลง ‘ชอบเธอ’ ของท่านเจ็ดยากนะ เพราะฝั่งนั้นคนร้องคือเย่เจิน แถมคุณภาพเพลงยังเป็นที่ยอมรับไปแล้ว ไม่งั้นไม่พุ่งขึ้นไปถึงท็อปห้าหรอก’
เพลง ‘ชอบเธอ’ ของท่านเจ็ดแข็งแกร่งจริงๆ ตอนนี้พุ่งขึ้นมาถึงอันดับที่ห้าแล้ว
ชาร์ตเพลงนั้นเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา หากยังไม่ถึงที่สุดก็ไม่มีใครรู้ว่าจะเป็นอย่างไร โดยเฉพาะศึกประจำฤดูกาลที่ยาวนานถึงสามเดือนแบบนี้
ด้วยเหตุนี้ในห้องไลฟ์สดของหานเยว่ซวง ผู้ชมจึงไม่ค่อยเชื่อมั่นว่าเพลง ‘ชอบเธอ’ ชื่อซ้ำของหลินจือไป๋จะสามารถก้าวข้ามเพลงของท่านเจ็ดได้
แต่ถ้าไม่สามารถก้าวข้ามได้ ทำไมหลินจือไป๋ถึงยังยืนกรานจะใช้ชื่อเพลงนี้ ทั้งที่สามารถเลี่ยงไปใช้ชื่ออื่นได้แท้ ๆ
เรื่องนี้คงอธิบายได้เพียงแค่ว่าเป็น ‘ความทรนงของอัจฉริยะ’ เท่านั้น
เพราะยิ่งเป็นพ่อเพลงที่เก่งกาจเท่าไหร่ ก็ยิ่งมีความดื้อรั้นในแบบศิลปินมากเท่านั้น
ข่าวเพลงใหม่หลุดออกมาจากห้องไลฟ์ของหานเยว่ซวง แต่ที่คึกคักที่สุดกลับเป็นห้องไลฟ์ของหลินจือไป๋
ตั้งแต่เช้าตรู่มีผู้ชมส่งข้อความถามเขาถึงเรื่องนี้กันถล่มทลาย
“เพลงใหม่เหรอครับ?”
หลินจือไป๋มองดูข้อความที่เป็นประเด็นแล้วยิ้ม
“ชื่อเพลงน่ะกำหนดไว้ล่วงหน้าตั้งนานแล้วครับ ไม่ว่าในชาร์ตจะมีเพลงชื่อซ้ำกันหรือไม่ ผมก็ไม่เปลี่ยน เพลงที่ผมจะปล่อยก็ต้องชื่อ ‘ชอบเธอ’ เท่านั้น คราวนี้คงต้องบอกว่าบังเอิญจริงๆ ครับ”
จากนั้นหลินจือไป๋ก็กล่าวต่อว่า
“จริงๆ เรื่องชื่อเพลงซ้ำกันเนี่ย ในวงการเพลงมันเจอกันได้บ่อยครับ หวังว่าทุกคนจะไม่คิดลึกเกินไป ความจริงมันไม่ได้ซับซ้อนขนาดนั้น”
ตอนนี้หลินจือไป๋ดังมากเกินไป พฤติกรรมเพียงเล็กน้อยก็จะถูกผู้คนนำไปวิเคราะห์กันต่างๆ นานา
แค่คำพูดประโยคเดียวในห้องไลฟ์สดก็อาจจุดชนวนกระแสครั้งใหญ่ในวงการบันเทิงฉีโจวได้
ดังนั้นคนที่มีนิสัยไม่ชอบพูดไร้สาระอย่างหลินจือไป๋ จึงยอมเสียเวลาอธิบายเพิ่มอีกไม่กี่ประโยค
‘จ้า ๆ ๆ บังเอิญล้วน ๆ เลย!’
‘พวกเราเชื่อก็ได้ ตกลงไหม?’
‘เพิ่งโดนเพลง ‘ชอบเธอ’ ของท่านเจ็ดแย่งที่นั่งในท็อปห้าไป ก็จะปล่อยเพลงชื่อเดียวกันปั๊บ นายบอกฉันว่านี่คือเรื่องบังเอิญเหรอ?’
‘พ่อหนุ่มอย่าอวดดีนักเลย!’
‘ท่านเจ็ดเป็นรุ่นพี่ในวงการ ขอเตือนว่าอย่าเที่ยวไปเกาะกระแสคนอื่นมั่วซั่ว!’
‘ชื่อเพลงที่ท่านเจ็ดเคยใช้ ท่านมหาเศรษฐีห้ามใช้เหรอไง?’
‘สรุปใครกันแน่ที่อวดดี?’
‘เหอะ ๆ ใส่เสื้อซ้ำไม่น่ากลัว ใครขี้เหร่กว่าคนนั้นเขิน ชื่อเพลงซ้ำก็ไม่น่ากลัวหรอก ใครแป้กคนนั้นก็หน้าแตกไปเอง’
ความจริงพิสูจน์แล้วว่าสำหรับคนบางกลุ่ม หลินจือไป๋ไม่จำเป็นต้องเสียเวลาอธิบายอะไรเลย
และสำหรับคนที่ไม่คิดจะฟัง ต่อให้เขาอธิบายอย่างไรก็ไร้ผล
โดยเฉพาะแฟนคลับบางส่วนของท่านเจ็ดที่รู้สึกว่าหลินจือไป๋กำลังหาเรื่อง เพราะอย่างไรเสียที่นี่ก็คือฉีโจว…
อิทธิพลของหลินจือไป๋ยังไม่ยิ่งใหญ่ถึงขั้น ‘ไร้เทียมทาน’ เหมือนตอนอยู่ที่ฉินโจว
ถ้าเป็นที่ฉินโจวแล้วเพลงของหลินจือไป๋ไปชื่อซ้ำกับใครเขา? คนคนนั้นคงต้องรีบเสนอหน้าออกมาพูดว่า ‘ถือเป็นเกียรติของผมอย่างยิ่ง’ อะไรทำนองนั้นแน่นอน
หลินจือไป๋คาดเดาไม่ผิดเลย วงการเพลงฉีโจวมีคนกำลังเล็งเป้ามาที่เขาจริงๆ อย่างเช่นท่านเจ็ด
ทว่าการที่ท่านเจ็ดเล็งเป้ามาที่หลินจือไป๋ไม่ใช่เพราะความอิจฉาริษยาแต่อย่างใด
ในทางตรงกันข้าม ท่านเจ็ดชื่นชมในความสามารถของหลินจือไป๋มาก เขาถึงขั้นรู้สึกว่าในอนาคตอีกฝ่ายจะเป็นหน้าเป็นตาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของพ่อเพลงแห่งฉินโจว!
แล้วทำไมถึงยังต้องเล็งเป้าใส่หลินจือไป๋?
นั่นเพราะเขาเป็นคนฉีโจว เขาไม่สามารถปล่อยให้หลินจือไป๋ถล่มชาร์ตประจำฤดูกาลของวงการเพลงฉีโจวไปได้อย่างง่ายดายแบบนี้!
เหตุผลมันง่าย ๆ แค่นั้นเอง
หากมีคนจากทวีปอื่นมาถล่มชาร์ตของฉินโจว พ่อเพลงระดับท็อปของฉินโจวก็คงต้องพิจารณาออกมาสยบอีกฝ่ายเช่นกัน แม้แต่หลินจือไป๋เองก็อาจจะลงมือทำแบบนั้น
ดังนั้นการลงมือของท่านเจ็ดจึงไม่เกี่ยวกับความแค้นส่วนตัว แต่มันเกี่ยวกับจุดยืนของบ้านเกิด
ทว่าเขาก็ไม่อยากให้หลินจือไป๋รู้สึกว่าวงการเพลงฉีโจวกีดกันคนนอกเกินไป เขาจึงปล่อยออกมาแค่สองเพลง แค่สองเพลงเท่านั้น ไม่ปล่อยเพิ่มไปมากกว่านี้
ถ้าหลินจือไป๋มีปัญญาเขี่ยสองเพลงของเขาหลุดจากสิบอันดับแรกได้ นั่นก็คือความสามารถของเจ้าตัว!
หากเขายังดันทุรังเล็งเป้าต่อไป มันจะดูเสียกิริยาและไร้ศักดิ์ศรี!
เพียงแต่ท่านเจ็ดนึกไม่ถึงว่าหลินจือไป๋จะเตรียมปล่อยเพลงใหม่ที่ชื่อว่า ‘ชอบเธอ’ ออกมาเหมือนกัน
และเพราะเรื่องนี้เอง ในกลุ่มแชทลับกลุ่มหนึ่งที่มีท่านเจ็ดอยู่ มีสมาชิกคนหนึ่งที่ใช้รูปโปรไฟล์เป็นรูปหมูส่งรูป GIF หัวเราะร่าเข้ามา
‘ฮ่า ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ เจ้าเจ็ด คราวนี้ฉันว่านายมีแววจะรถคว่ำว่ะ!’
พี่ชายเจ้าของรูปหมูคนนี้ก็คือท่านแปดในตำนานนั่นเอง
ถึงแม้พวกเขาจะไม่ชอบให้คนนอกเรียกแบบนั้น แต่ในกลุ่มพวกเขาก็มักจะเรียกกันว่าเจ้าเจ็ดเจ้าแปดอย่างเป็นกันเอง
ท่านเก้าก็อยู่ในกลุ่มนี้ด้วย ในกลุ่มนี้มีสมาชิกเพียงแค่สามคนเท่านั้น
‘จะสู้ได้หรือเปล่าต้องลองชนกันดูก่อน’
ท่านเจ็ดไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองจะรถคว่ำแต่อย่างใด เขามั่นใจในคุณภาพเพลง ‘ชอบเธอ’ ของตนมาก เพลงภาษาจีนทั่วไปยากที่จะเอาชนะเพลงนี้ได้
‘ถ้าเพลงชอบเธอ มันเจ๋งขนาดนั้นจริง ตอนนี้มันควรจะพุ่งขึ้นอันดับหนึ่งไปแล้ว’
ท่านเก้าโผล่มาพิมพ์
นี่คือกลุ่มเล็ก ๆ ของสามผู้ยิ่งใหญ่แห่งวงการเพลงฉีโจว ดังนั้นการพูดคุยจึงไม่ต้องระวังมารยาท หรือจะบอกว่าพูดจาไม่ค่อยเกรงใจกันเลยก็ได้ สิ่งนี้พิสูจน์ว่าพวกเขาคือเพื่อนแท้กันจริงๆ
ทว่าครั้งนี้ท่านแปดกลับมีความเห็นต่างออกไป
‘คราวนี้ฉันต้องช่วยพูดแทนเจ้าเจ็ดหน่อย เพลงในสิบอันดับแรกเนี่ย คุณภาพของแต่ละเพลงมันไม่ได้ห่างกันมากขนาดนั้นหรงอก เพราะฉะนั้นการที่เพลงชอบเธอจะพุ่งขึ้นอันดับหนึ่งมันไม่ใช่เรื่องง่าย ยิ่งหลินจือไป๋ตอนนี้ความนิยมสูงลิ่ว แรงสนับสนุนจากแฟนคลับและคนทั่วไปแทบจะไม่ด้อยไปกว่าสี่จตุรเทพกับสองราชินีเลยนะ!’
นี่คือความจริง ไม่ว่าเวลาไหนก็ไม่อาจละเลยความสำคัญของความนิยมได้
เมื่อคุณภาพเพลงใกล้เคียงกัน ความนิยมจะเป็นตัวตัดสินผลแพ้ชนะ
เว้นเสียแต่ว่าคุณภาพเพลงจะสูงส่งจนหลุดโลก ถึงจะสามารถฝ่าด่านพลังความนิยมเพื่อสร้างปาฏิหาริย์ที่หาได้ยากได้ เหมือนตอนที่หลินโส่วจัวเพิ่งเข้าวงการแล้วได้เพลง Sunny ที่หลินจือไป๋เขียนให้ จนทำเอาราชาเพลงอย่างโจวหานจิ้นถึงกับเหงื่อตก
‘นั่นก็จริง’ ท่านเก้ากล่าว
‘เจ้าแปด นายคิดจะลงมือบ้างไหม?’ ท่านเจ็ดถาม
ท่านแปดตอบว่า
‘ขอดูสถานการณ์ก่อนแล้วกัน ช่วงนี้ในมือไม่ค่อยมีเพลงดี ๆ เท่าไหร่ ถ้าเจ้าเจ็ดรับมือไม่ไหวจริงๆ ฉันค่อยปล่อยเพลงแล้วกัน’
ทั้งสามคนคือตัวแทนเจตนารมณ์ของวงการเพลงฉีโจว เพราะนอกจากพวกเขาสามคนแล้ว เหมือนนักแต่งเพลงคนอื่นต่อให้จะเป็นระดับพ่อเพลงก็ยังยากที่จะหยุดยั้งกระแสอันเชี่ยวกรากของหลินจือไป๋ได้
และความคิดของทั้งสามคนก็เรียบง่ายมาก ในสิบอันดับแรกของเพลงใหม่ หลินจือไป๋จะคว้าไปกี่ตำแหน่งก็ได้ แต่เจ็ดเพลงคือขีดจำกัดสูงสุด!
อยากเหมาคนเดียวสิบอันดับงั้นเหรอ?
งั้นก็เตรียมตัวถูกท่านเจ็ด ท่านแปด และท่านเก้าเล็งเป้าได้เลย…
เอาเถอะ แม้ภายนอกจะดูสงบนิ่ง แต่ในใจของท่านเจ็ดกลับให้ความสนใจเพลงใหม่ชื่อซ้ำของหลินจือไป๋มากทีเดียว
เพราะเรื่องนี้กลายเป็นประเด็นใหญ่ในโลกออนไลน์ ตอนนี้ทั่วทั้งอินเทอร์เน็ตกำลังเล่นมุก ‘ใส่เสื้อซ้ำไม่น่ากลัว ใครขี้เหร่กว่าคนนั้นเขิน’ กันสนุกมือ
เรื่องนี้ทำให้ท่านเจ็ดรู้สึกกดดันในใจไม่น้อย และเขาเชื่อว่าในวินาทีนี้หลินจือไป๋ก็น่าจะแบกรับความกดดันไม่น้อยไปกว่าเขา
คนที่เครียดพอกันก็คือเย่เจิน
เพราะถึงแม้เพลงจะแต่งโดยท่านเจ็ด แต่เขาก็เป็นคนร้องเพลง ‘ชอบเธอ’ นี้ ไม่ใช่แค่เพลงของท่านเจ็ด แต่มันคือผลงานของเขาด้วย
ที่สำคัญที่สุดคือไม่ว่าจะแพ้ใคร เย่เจินก็ไม่อยากแพ้ให้กับหลินจือไป๋ เพราะในสมรภูมิความรักเขาได้พ่ายแพ้ให้กับหลินจือไป๋ไปอย่างราบคาบแล้ว!
และเมื่อกลับมาสู่สมรภูมิที่ตนเองคุ้นเคยและเชี่ยวชาญที่สุด เขาจะต้องมาถูกหมอนั่นอัดจนน่วมอีกงั้นเหรอ?
เย่เจินยอมรับไม่ได้ หมอนี่แย่งหัวใจเทพธิดาของเขาไปก็หนักแล้ว นึกไม่ถึงว่าจะยังอยากมาแย่งชื่อผลงานของเขาไปอีก?
เป็นเช่นนี้ คนแต่ละกลุ่มที่มีความคิดต่างกันต่างเฝ้ารอคอยให้วันรุ่งขึ้นมาถึง
เวลาปล่อยเพลง ‘ชอบเธอ’ ของหลินจือไป๋ถูกกำหนดไว้ที่หนึ่งทุ่มตรง ช่วงเวลานี้ปกติแล้วจะพิจารณาจากการจัดวางอันดับพื้นที่แนะนำของพวกแอปพลิเคชันฟังเพลงเจ้าใหญ่ต่างๆ
เพื่อเป็นการสร้างกระแสให้เพลงใหม่ หลินจือไป๋จึงโปรโมตเพลงนี้ในห้องไลฟ์สดไปหลายรอบ
และสิ่งที่ทำให้หลินจือไป๋แปลกใจคือเย่อิงก็ช่วยแชร์โปรโมตให้ในเวยป๋อด้วย แคปชันระบุว่า ‘รูมเมทลี่ซานของฉัน เพลงใหม่ของซวงซวง รอฟังเลย!’
อู๋ฉู่ก็รีโพสต์ข้อความของเย่อิง เธอเองก็เป็นรูมเมทของหานเยว่ซวง คราวนี้ย่อมต้องแสดงน้ำใจบ้าง
จะว่าไปแล้วตอนนี้อู๋ฉู่ก็ดังมาก!
หลังจากเธอร่วมงานกับหลินจือไป๋ในเพลง ‘เลิกราด้วยความหวังดี’ เหมือนเธอจะค้นพบทางที่ใช่จริงๆ สไตล์ของเธอก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง…
เธอกลายมาเป็นสาวสายมั่นทรงพลัง!
ไม่ว่าจะเป็นนิสัยหรือการแต่งหน้าแต่งตัวล้วนแตกต่างจากเมื่อก่อนราวฟ้ากับเหว!
จนหลายคนเห็นการเปลี่ยนแปลงของเธอแล้วถึงกับอุทานว่า ‘นี่ใช่สาวใช้ตัวน้อยของหลินจือไป๋ในความทรงจำของฉันจริงๆ เหรอ?’
เมื่อก่อนอู๋ฉู่มักจะยืนอยู่ข้างหลังเย่อิง คอยเป็นตัวประกอบที่ส่งเสริมเพื่อน
แต่ตอนนี้อู๋ฉู่เริ่มฉายเดี่ยวได้แล้ว หลังจากแยกกันไลฟ์สดเธอก็มีปฏิสัมพันธ์กับเย่อิงบ้างเป็นครั้งคราวเท่านั้น
อู๋ฉู่เปลี่ยนไปแล้ว เรื่องนี้อย่าวาแต่เพื่อนสนิทอย่างเย่อิงเลย แม้แต่หลินจือไป๋ก็ยังดูออก แต่เขาก็ไม่ได้รู้สึกว่าการเปลี่ยนแปลงนี้เป็นเรื่องไม่ดีแต่อย่างใด ถึงแม้เขาจะไม่เข้าใจว่าทำไมอู๋ฉู่ถึงเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้…
กลับมาเข้าเรื่องกันต่อ เมื่อเวลาหนึ่งทุ่มมาถึง เพลง ‘ชอบเธอ’ เวอร์ชันของหลินจือไป๋ก็ปล่อยออกมาตรงเวลาเป๊ะ!
เย่เจินสวมหูฟังรออยู่ก่อนแล้ว ทันทีที่เพลงปล่อยออกมาเย่เจินกดเล่นทันที
เสียงของหานเยว่ซวงที่ไม่ได้ดูบอบบางดังขึ้นจากหูฟัง พร้อมกับเนื้อเสียงที่มีเสน่ห์น่าหลงใหลอันเป็นเอกลักษณ์ของเธอ:
ฝันพรำคลอสายลม เปียกโชกถนนยามโพล้เพล้
เช็ดหยาดฝนพ้นตา เงยหน้ามองนภาอย่างไรสาเหตุ
จ้องมองไปยังโคมไฟยามวิกาลที่อ้างว้าง นั่นคือความทรงจำที่ชวนให้เศร้าหมอง…
สีหน้าของเย่เจินเปลี่ยนจากความกังวลกระวนกระวายกลายเป็นครุ่นคิด จากนั้นคิ้วก็เริ่มขมวดมุ่น จนสุดท้ายเขาก็ขบกรามแน่น ใบหน้าดูแย่ลงถึงขีดสุด ราวกับมีคำว่าเขินติดอยู่บนหน้า
ไม่ใช่แค่คนเดียว ในวินาทีนี้ท่านเจ็ดก็กำลังฟังเพลงอยู่เช่นกัน
ความคะนึงหานับไม่ถ้วน ผุดขึ้นในใจอีกครา
รอยยิ้มในช่วงเวลาสั้น ๆ ในอดีต ยังคงติดตรึงบนใบหน้า
หวังว่ายามนี้เธอจะได้รับรู้ คำกล่าวจากใจจริงของฉัน
ท่านเจ็ดเปิดฟังผ่านลำโพง เพราะเสียงเพลงต้องพึ่งพาสิ่งนี้ถึงจะแสดงพลังออกมาได้เต็มที่ หูฟังจะอย่างไรก็ยังขาดอรรถรสไปบ้าง
ท่านเจ็ดฟังไปพลางพึมพำคำวิจารณ์ไปพลาง
“คุณภาพดูเหมือนจะพอ ๆ กับเพลงของฉันเลยนะเนี่ย สงสัยจะได้แบ่งคะแนนกันคนละครึ่ง สมกับเป็นหลินจือไป๋ อายุแค่นี้แต่กลับ…”
ทว่าในตอนนั้นเอง ตอนที่ท่อนฮุคมาถึง เสียงของหานเยว่ซวงระเบิดพลังออกมาอย่างเต็มที่ เสน่ห์ของราชินีเพลงน้อยปอดเหล็กถูกสำแดงออกมาอย่างหมดเปลือก!
ชอบเธอ ดวงตาคู่นั้นช่างตราตรึง เสียงหัวเราะช่างชวนฝัน!
หวังจะได้ สัมผัสใบหน้าอันน่ารักนั้นอีกครั้ง กุมมือละเมอฝันไปด้วยกัน!
เหมือนดังเมื่อวาน ที่เธอกับฉัน
โอโวโวโอโอ…
หานเยว่ซวงทำให้หลินจือไป๋รู้สึกว่าคล้ายกับเติ้งจื่ออีในโลกก่อน
ดังนั้นหลินจือไป๋จึงจัดเพลง ‘ชอบเธอ’ นี้ให้เธอ โดยอิงจากความรู้สึกแบบเติ้งจื่ออี และแน่นอนผลลัพธ์ออกมาดีเยี่ยมตามที่เขาคาดไว้!
มันดีเสียจนเมื่อท่านเจ็ดฟังถึงท่อนฮุค เสียงพึมพำของเขาก็หยุดชะงักไปในทันที สีหน้าแข็งค้างไปหลายวินาทีก่อนจะเปลี่ยนเป็นความรู้สึกที่ซับซ้อนอย่างถึงที่สุด
เล่นแบบนี้ใช่ไหม?
ตั้งใจจะทำให้ฉันหน้าแตกจนลงจากเวทีไม่ได้ใช่ไหม?
ไม่ไว้หน้าผู้อาวุโสแห่งฉีโจวเลยสักนิดใช่ไหม?
นายเก่งมากเหรอ? เก่งแล้วจะมีประโยชน์อะไร! คนเราจะอยู่ในวงการได้มันต้องดูที่เส้นสายด้วย!
ท่านเจ็ดพิมพ์ข้อความด้วยมือที่สั่นเทาลงในกลุ่มเล็ก ๆ ที่ชื่อว่า ‘สามผู้ยิ่งใหญ่แห่งวงการเพลงฉีโจว’
‘เจ้าแปด ถึงคิวนายออกโรงแล้ว’
แม้จะยังมั่นใจในเพลง ‘ชอบเธอ’ ของตนเองอยู่บ้าง แต่ท่านเจ็ดก็ฟังออกได้ในทันทีว่า เวอร์ชันของหลินจือไป๋จะเข้าถึงตลาดได้ง่ายกว่า
ท่วงทำนองที่ติดหู เนื้อเพลงที่ยอดเยี่ยม และพลังเสียงของราชินีเพลงน้อยปอดเหล็ก ล้วนผสมผสานเข้ากันได้อย่างสมบูรณ์แบบ!
สองเพลงยังไม่ทันได้ประชันกันจริงๆ ท่านเจ็ดก็ใจฝ่อไปแล้วครึ่งหนึ่ง
และข้อเท็จจริงหลังจากนั้นก็พิสูจน์ให้เห็นว่า อย่างน้อยเรื่องสายตาการมองเกมของท่านเจ็ดนั้นก็แม่นยำจริงๆ
เพลง ‘ชอบเธอ’ เวอร์ชันของหลินจือไป๋ที่ร่วมงานกับหานเยว่ซวง ดังระเบิดทันที!
====================