Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
ค้นหานิยาย
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
Sign in Sign up

ผมนี่แหละศิลปินพาร์ตไทม์ - ตอนที่ 444-2 ออกมาเถอะ ทำนองแห่งสายน้ำ! (2)

  1. Home
  2. ผมนี่แหละศิลปินพาร์ตไทม์
  3. ตอนที่ 444-2 ออกมาเถอะ ทำนองแห่งสายน้ำ! (2)
Prev
Novel Info

ไม่เห็นนิยายอัปเดตใช่ไหม?
>>จิ้มที่นี่ได้เลย<<

ก่อนหน้านี้มีคนบอกว่าเธอเป็นคนที่เชี่ยวชาญกู่ฉินที่สุดในบรรดาปัญญาชนที่นี่

แม้เซี่ยซินอี้จะไม่พูดอะไรออกมา แต่ในใจเธอก็รู้สึกภาคภูมิใจกับเรื่องนี้มาก

ความสามารถทางวรรณศิลป์ของเธอคงเทียบกับหลินจือไป๋ไม่ได้แล้ว

อีกฝ่ายคือคนที่่มีความสามารถที่สุดเท่าที่เธอเคยพบเจอมาในชีวิตจริงๆ

แต่มีเพียงเรื่องกู่ฉินนี่แหละที่เซี่ยซินอี้มั่นใจว่าตนเองจะไม่มีทางด้อยไปกว่าหลินจือไป๋แน่นอน

แม้แต่สาเหตุที่เธอยอมบรรเลงเพลงอย่างจริงจังทั้งที่ดูเหมือนจะไม่ยากทำในตอนแรก

ก็เพื่อที่จะได้รับการยอมรับจากหลินจือไป๋

พูดไปมันก็ดูไร้เดียงสาอยู่บ้าง แต่ใครๆ ก็เป็นแบบนี้ไม่ใช่เหรอ

ในบางสถานการณ์เรามักจะอยากแสดงตัวตนออกมาโดยไม่รู้ตัว

ไม่ใช่เพื่อโชว์เหนือ แต่เพียงเพื่อดึงดูดความสนใจจากใครบางคน

ก็ไม่ได้หมายความว่าเซี่ยซินอี้จะหลงรักหลินจือไป๋เข้าแล้ว มันไม่ถึงขั้นนั้นหรอก

แค่ความรู้สึกดีๆ มันเลี่ยงไม่ได้อยู่แล้ว

ผู้ชายรุ่นเดียวกันที่เบ้าหน้าฟ้าประทาน แถมยังมีความสามารถล้นปรี่

ผู้หญิงคนไหนเห็นแล้วไม่หวั่นไหวนี่สิถึงจะแปลก

ถ้าไม่ใช่เพราะเหตุผลนี้ เซี่ยซินอี้ก็คงไม่หวังจะได้รับคำประเมินจากหลินจือไป๋หลังจากบรรเลงจบหรอก

‘อย่างน้อยในด้านกู่ฉิน คุณจะต้องชื่นชมฉันแน่นอน’

เซี่ยซินอี้ที่คิดแบบนั้นในตอนแรก พอได้ฟังหลินจือไป๋บรรเลงเพลง ‘เหมยสามครา’ จบ

เธอก็ถึงกับปิดกั้นตัวเอง รู้สึกว่าตนเหมือนตัวตลก

ทักษะกู่ฉินของเธอเมื่อเทียบกับหลินจือไป๋แล้ว ช่องว่างความต่างนั้นมันกว้างเกินไปจริงๆ!

นี่คือสาเหตุที่เซี่ยซินอี้รู้สึกขมขื่นในใจ

ตอนนี้เธอรู้สึกว่าความคิดที่ไม่อยากให้ใครรู้ของตนเองนั้นมันดูเป็นตัวตลกไปหน่อย

และเมื่อเซี่ยซินอี้พูดจบ ผู้ชมส่วนใหญ่ในห้องไลฟ์สดต่างก็อึ้งไปตามๆ กัน!

‘เช็ด!’

‘เซี่ยซินอี้พูดว่าอะไรนะ?’

‘หลินจือไป๋คือปรมาจารย์กู่ฉินเหรอ?’

‘สรุปว่าตำแหน่งปรมาจารย์นี่มันหาได้ง่ายเหมือนผักกาดขาวหรือไง!’

‘ทำไมหลินจือไป๋วาดรูปก็ระดับปรมาจารย์ กู่ฉินก็ยังระดับปรมาจารย์อีก!?’

‘คนไม่รู้นึกว่าระดับปรมาจารย์คือค่าเฉลี่ยของคนทั่วไปแล้วนะเนี่ย!’

‘คนในฉีโจวที่นับว่าเป็นปรมาจารย์ด้านการวาดภาพได้ มีรวมๆ แค่ประมาณสิบกว่าคนเองนะ’

‘งั้นปรมาจารย์กู่ฉินก็น่าจะมีจำนวนพอๆ กัน’

‘ถ้างั้นระดับของหลินจือไป๋ก็คือกลุ่มที่อยู่บนจุดสูงสุดของพีระมิดน่ะสิ!’

‘กราบท่านมหาเศรษฐีเลยครับ!’

บนบลูสตาร์แทบทุกคนต่างรู้ดีว่าคำว่า ‘ปรมาจารย์’ หมายถึงระดับไหน

นี่ไม่ใช่ในโลกเก่าที่แค่เล่นฉีดพ่นน้ำหมึกมั่วๆ ก็กล้าเรียกตัวเองว่าปรมาจารย์ลายพู่กันได้

บนบลูสตาร์คนที่จะถูกเรียกว่า ‘ปรมาจารย์’ ทุกคนล้วนต้องมีความสามารถในสาขานั้นๆ

แข็งแกร่งจนคนธรรมดาต้องแหงนมองเท่านั้น

และเซี่ยซินอี้เองก็ไม่ได้นับว่าเป็นคนธรรมดาแล้ว

ระดับกู่ฉินของเธออยู่ในเกณฑ์มืออาชีพ

ถึงขั้นสามารถไปคว้าอันดับในการแข่งขันระดับท็อปได้เลย

ขนาดเธอยังบอกว่าหลินจือไป๋คือปรมาจารย์…

ถ้าเซี่ยซินอี้ไม่ได้จงใจอวยจนเกินจริง ถ้างั้นหลินจือไป๋ก็อาจจะเป็นปรมาจารย์กู่ฉินจริงๆ เหรอ!?

นี่มันจะบ้าเกินไปแล้ว!

บางทีอาจจะบ้าบอมากเสียจนทำให้ทุกคนเริ่มสงสัยว่าเรื่องนี้มันมีลับลมคมในอะไรซ่อนอยู่หรือเปล่า

ผู้ชมจำนวนมากในห้องไลฟ์สดทนความสงสัยไม่ไหว

ต่างพากันไปตั้งกระทู้ถามในเวยป๋อหรือตามเว็บบอร์ดต่างๆ ว่า

‘มีพี่ๆ คนไหนดูงานชุมนุมกวีเทศกาลไหว้พระจันทร์อยู่ไหม’

‘ช่วยบอกทีเถอะว่าการวาดรูปของหลินจือไป๋นับเป็นระดับปรมาจารย์จริงๆ หรือเปล่า?’

‘แล้วเพลง “เหมยสามครา” ที่หลินจือไป๋บรรเลงน่ะ เป็นระดับปรมาจารย์กู่ฉินจริงๆ ใช่ไหม?’

ในโลกออนไลน์ตอนนี้ งานชุมนุมกวีเทศกาลไหว้พระจันทร์มียอดเข้าชมสูงลิบ!

เพราะงานกวีครั้งนี้มีการถ่ายทอดสดไปทั่วทั้งฉีโจว

ถือเป็นงานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของวงการวรรณกรรมในยามนี้

บวกกับงานกวีครั้งนี้มีแขกรับเชิญสุดฮอตจากรายการ ‘เยือนเขาลี่ซาน’ อย่างหลินจือไป๋เข้าร่วมด้วย

แถมยังมีภาพถ่ายทอดสดจากตากล้องของทีมงานรายการอีกต่างหาก

ดังนั้นอิทธิพลของงานชุมนุมกวีเทศกาลไหว้พระจันทร์ครั้งนี้จึงก้าวข้ามงานกวีครั้งไหนๆ ในอดีตของฉีโจวไปแล้ว

และด้วยเหตุนี้เอง จึงมีผู้อาวุโสตัวจริงปรากฏตัวออกมาอย่างรวดเร็ว

ผู้อาวุโสท่านนี้มีชื่อว่า ‘วังลี่ลี่’ ปรมาจารย์กู่ฉินแห่งฉีโจวที่มีการยืนยันตัวตนในเวยป๋อจริงๆ

เขาเริ่มด้วยการพูดว่า “เรื่องการวาดรูปผมไม่ค่อยถนัด อันนี้ประเมินยากเพราะต่างสาขากัน”

จากนั้นวังลี่ลี่ก็เริ่มประเมินทักษะกู่ฉินของหลินจือไป๋

‘การบรรเลงกู่ฉินของคุณหลินผมเพิ่งฟังจบครบทั้งเพลงครับ’

‘บอกทุกคนได้เลยว่าทันทีที่คุณหลินบรรเลงเพลง ‘เหมยสามครา’ จบในไลฟ์’

‘ในวงการกู่ฉินของพวกเราก็เริ่มพูดถึงกันทันที เพลงนี้ยอดเยี่ยมไม่ธรรมดาจริงๆ’

‘ไม่ด้อยไปกว่าบทเพลงชื่อดังต่างๆ ในสมัยโบราณเลย’

‘ส่วนเทคนิคการบรรเลงของคุณหลินนั้นเป็นระดับปรมาจารย์อย่างแท้จริง เรื่องนี้ทุกคนไม่ต้องสงสัยเลยครับ’

‘ถ้าไม่มีฝีมือระดับปรมาจารย์ไม่มีทางทำได้ถึงขนาดที่เขาแสดงออกมาในรายการหรอก’

ต่อจากนั้นในวงการวาดภาพของฉีโจวก็มีผู้อาวุโสออกมาแสดงตัวเช่นกัน

ปรมาจารย์ด้านการวาดภาพท่านนี้ชื่อหลินหยวน

ดูจากนามสกุลแล้วยังเป็นแซ่เดียวกับหลินจือไป๋เสียด้วย ตอนนี้เขาได้โพสต์ข้อความเช่นกันว่า

‘ภาพกุ้งน้ำหมึกของหลินจือไป๋เมื่อกี้ มีเพื่อนแคปรูปส่งมาให้ผมดูครับ’

‘ถึงจะดูผ่านหน้าจอไม่ได้ไปชมด้วยตัวเองในสถานที่จริง แต่ระดับถึงขั้นปรมาจารย์แน่นอน’

‘เรื่องนี้สืออวิ๋นก็อยู่ที่นั่นและยืนยันด้วยตัวเองแล้วนี่นา จะสงสัยอะไรกันอีกครับ’

‘บนโลกนี้มักจะมีอัจฉริยะที่ทำให้คนร่วมอาชีพต้องสิ้นหวังปรากฏตัวขึ้นมาเป็นระยะเสมอ’

‘และไม่ต้องสงสัยเลยว่าคุณหลินที่มาจากฉินโจวคนนี้ก็คืออัจฉริยะแบบที่ว่านั่นแหละ’

พรึบๆๆ

พร้อมกับการที่ความร้อนแรงพุ่งสูงขึ้น

คนในวงการวาดภาพรวมทั้งปัญญาชนกู่ฉินไปจนถึงผู้มีชื่อเสียงในวงการลายพู่กัน

ต่างพากันเข้าร่วมสนทนาในหัวข้อเหล่านี้และให้ความเห็นของตนเอง!

ในบรรดาคนเหล่านั้น มีปราชญ์ลายพู่กันฉีโจวคนหนึ่งชื่อว่า ‘สือมอ’ ได้โพสต์ข้อความดังนี้

‘งานเลี้ยงการกุศลบลูสตาร์ครั้งก่อนผมได้เข้าร่วมด้วย’

‘มีวาสนาได้เห็นคุณหลินจือไป๋สร้างสรรค์ผลงาน “อารัมภบทศาลากล้วยไม้” กับตาตัวเอง’

‘ตอนนั้นก็ทึ่งจนแทบหยุดหายใจแล้ว’

‘ผมกับเพื่อนหลายๆ คนต่างก็บอกว่าฝีมืออักษรหวัดแกมบรรจงของเขาคืออันดับหนึ่งในใต้หล้า’

‘แต่ที่ผมคาดไม่ถึงคืออักษรบรรจงของคุณหลินก็ดูเหมือนจะอยู่ในระดับท็อปสุดๆ เช่นกัน’

‘ถึงในรายการจะดูไม่ค่อยชัดเจนนัก’

‘แต่เชื่อว่าคงมีคุณสมบัติพอที่จะชิงตำแหน่งอันดับหนึ่งในใต้หล้าได้เหมือนกัน’

ในทุกๆ กระทู้คำถาม ท่ามกลางการแชร์นับครั้งไม่ถ้วน

เกือบทุกคนต่างให้คำตอบที่เป็นการยืนยัน

ไม่ว่าจะเป็นมืออาชีพหรือพวกที่มาเกาะกระแสต่างก็ตอบข้อสงสัยเหล่านั้นว่า

หลินจือไป๋คือปรมาจารย์กู่ฉินและปรมาจารย์ด้านการวาดภาพตัวจริงเสียงจริง!

ส่วนเรื่องลายพู่กันของหลินจือไป๋นั้น แทบไม่ต้องได้รับการรับรองอะไรเพิ่มอีกแล้ว

เพราะอย่างไรเสียชื่อเสียง ‘อันดับหนึ่งในใต้หล้าด้านอักษรหวัดแกมบรรจง’ ของเขา

ก็ได้ขจรขจายไปทั่วทุกทวีปตั้งแต่จบงานเลี้ยงการกุศลครั้งก่อนแล้ว!

ซี้ดๆๆ…

หลังจากที่ผู้มีชื่อเสียงในสาขาต่างๆ พากันออกมาแสดงความเห็น

อันดับฮอตเสิร์ชในเวยป๋อก็ถูกยึดครองโดยสมบูรณ์ โดยสามอันดับแรกถูกหลินจือไป๋เหมาเรียบคนเดียว!

หัวข้อฮอตเสิร์ชอันดับหนึ่งคือ หลินจือไป๋ปรมาจารย์ด้านการวาดภาพ

หัวข้อฮอตเสิร์ชอันดับสองคือ หลินจือไป๋ปรมาจารย์กู่ฉิน

หัวข้อฮอตเสิร์ชอันดับสามคือ หลินจือไป๋เหมยสามครา

คนที่ไม่รู้ยังนึกว่าที่นี่คือฉินโจวเสียอีก

เพราะเมื่อก่อนหลินจือไป๋จะมีอิทธิพลถึงขั้นเหมาสามอันดับแรกได้ก็แค่ในฉินโจวเท่านั้น

ไม่นึกเลยว่าเวลาผ่านไปไม่นาน หลินจือไป๋จะมีอิทธิพลในฉีโจวใกล้เคียงกันขนาดนี้แล้ว

ในขณะที่โลกอินเทอร์เน็ตกำลังปั่นป่วน ภายในเรือนธรรมชาติกลับคืนสู่ความสงบ

หลินจือไป๋เผชิญกับการตำหนิแบบเอ็นดูของหูเหวยก่อนจะยิ้มออกมา

“ผมเป็นคนพูดจาค่อนข้างระมัดระวังนะครับ”

“คุณหลินครับ” มีคนแกล้งแซวว่า

“คุณบอกว่าเป็นคนพูดจาระมัดระวัง แต่ตอนแต่งกวีกับต่อกลอนนี่ไม่มีความระมัดระวังเลยนะครับ”

“วันนี้กลอนคู่ที่คุณเขียนไว้ที่ด่านแรกพวกเราได้ยินกันหมดแล้ว”

“’แขกเยือนเรือนธรรมชาติที่แท้คือแขกจากสรวงสวรรค์’”

“ที่ว่าแขกจากสรวงสวรรค์นี่คือกำลังยกตัวเองเป็นเซียนอยู่หรือเปล่าครับ?”

“มิกล้าครับ”

หลินจือไป๋ประสานมือคารวะ ในใจคิดว่าคราวนี้โชว์เหนือไปเยอะพอแล้ว ต่อไปควรจะเริ่มถ่อมตัวจริงๆ

เมื่อตัดสินใจได้ดังนั้น หลังจากนั้นไม่ว่าคนกลุ่มนี้จะสนทนาเรื่องอะไรกัน

หลินจือไป๋ก็นั่งทานขนมไหว้พระจันทร์บนโต๊ะอย่างสบายใจ

รสชาติไส้โหงวยิ้ง [1] นับว่าไม่เลวเลยทีเดียว ถือโอกาสนี้ให้สร่างเมาด้วย

ฤทธิ์เหล้ามันแรงเกินไป หลินจือไป๋กลัวจะทำอะไรน่าขายหน้าออกมา

เจ้าระบบนี่ปกติก็พึ่งพาได้ดี แต่ดันไม่มีพวกยาแก้เมาหรือไอเทมวิเศษที่ช่วยให้คอแข็งขึ้นเลยสักอย่าง

หลินจือไป๋บ่นพึมพำในใจ

และในตอนนั้นเอง หูเหวยก็มองออกไปนอกหน้าต่าง ก่อนจะเอ่ยขึ้นประโยคหนึ่งว่า “เต็มดวงแล้ว”

สายตาของทุกคนมองออกไปนอกหน้าต่างตามทิศทางที่หูเหวยจ้องไป

หน้าต่างของเรือนธรรมชาตินั้นใหญ่มากและถูกสร้างไว้ค่อนข้างต่ำเพราะเป็นสิ่งก่อสร้างที่สืบทอดมาจากสมัยโบราณ

เมื่อหน้าต่างทุกบานถูกเปิดออก ทุกคนในห้องจึงสามารถหามุมมองชมจันทร์ในคืนเทศกาลไหว้พระจันทร์ได้พอดี

และดวงจันทร์ในยามนี้ก็กลมมนสวยงามอย่างที่หูเหวยว่าไว้จริงๆ

“ทุกท่านครับ” สืออวิ๋นยิ้ม

“ท่ามกลางมวลบุปผาและแสงจันทร์เช่นนี้ มักจะทำให้คนเรามีอารมณ์กวีพุ่งพล่านที่สุด”

“งั้นก็ทำตามธรรมเนียมของทุกปีเถอะครับ”

“ให้แต่ละท่านเขียนบทกวีหรือกลอนในหัวข้อเทศกาลไหว้พระจันทร์ดีไหมครับ?”

“เรียนตามตรงนะครับ” ปัญญาชนคนหนึ่งพูดอย่างเก้อเขิน

“ผมเตรียมเขียนไว้ล่วงหน้าแล้วครับ ก็เพื่อรอวินาทีนี้แหละ”

ปัญญาชนคนอื่นพากันหัวเราะร่า ใครบ้างล่ะที่ไม่ทำแบบนั้น?

จะมีสักกี่คนที่เกิดอารมณ์กวีพุ่งพล่านจนแต่งสด ณ ที่นี้ออกมาได้จริงๆ?

ทุกคนต่างรู้ดีว่างานกวีครั้งนี้คงเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องเขียนผลงานเกี่ยวกับเทศกาลไหว้พระจันทร์

ทุกคนย่อมต้องสร้างสรรค์ผลงานไว้ล่วงหน้า

เพราะอย่างไรงานกวีครั้งนี้ก็ถ่ายทอดสดไปทั่วทั้งฉีโจว

ถ้าผลงานที่สร้างสรรค์ออกมานั้นยอดเยี่ยมเพียงพอ ย่อมเป็นการได้หน้าต่อหน้าผู้ชมชาวฉีโจวนับไม่ถ้วน

ส่วนหลินจือไป๋นั้น แม้จะไม่รู้ว่างานกวีของฉีโจวมีลำดับขั้นตอนแบบนี้ด้วย

แต่เขาก็ไม่ได้แปลกใจเท่าไหร่นัก เพราะเป็นการรวมตัวของเหล่าปัญญาชน

แถมยังเลือกเอาวันเทศกาลไหว้พระจันทร์พอดิบพอดี

ถ้าไม่จัดให้มีการสร้างสรรค์กวีในหัวข้อเทศกาลไหว้พระจันทร์ก็คงเสียของแย่

ทั้งในแง่ของเวลา สถานที่ และตัวบุคคล

เจ้าหน้าที่ดูเหมือนจะรออยู่ก่อนแล้ว หลังจากสืออวิ๋นเสนอความเห็นก็รีบยกเอาพวกขนมไหว้พระจันทร์ออกไปทันที

พร้อมกับจัดเตรียมพู่กัน น้ำหมึก กระดาษ และแท่นฝนหมึกมาให้เหล่าปัญญาชนอย่างทะนุถนอม

ทุกคนต่างกระตือรือร้นเริ่มจุ่มน้ำหมึกและลงมือเขียนทันที

บางคนก็ทำท่าทางเหมือนกำลังใช้ความคิดชั่วคราว

ความจริงแล้วคนส่วนใหญ่ต่างก็มีร่างอยู่ในใจแล้วทั้งนั้น

แต่การแสดงท่าทางว่าเป็นการสร้างสรรค์สดๆ มันดูสง่างามกว่าไม่ใช่เหรอ?

หลินจือไป๋ไม่ได้รีบร้อนลงฝีแปรง และแน่นอนว่าไม่ได้แสร้งทำเป็นครุ่นคิด

แม้หลินจือไป๋กำลังใช้ความคิดอย่างจริงจังถึงคำถามที่เขาพิจารณามาตั้งแต่ก่อนจะมาที่นี่จริงๆ นั่นคือ…

จะเขียนบทกวีหรือกลอนบทไหนเกี่ยวกับเทศกาลไหว้พระจันทร์ดี?

ตัวเลือกมันมีเยอะเกินไป ยอดกวีในอดีตของโลกเก่านับไม่ถ้วนต่างก็เคยเขียนผลงานที่เกี่ยวข้องไว้ทั้งนั้น

ทว่า…

ถ้าจะพูดถึงตัวเลือกที่ดีที่สุด ย่อมต้องเป็นกลอน ‘ทำนองแห่งสายน้ำ’ อันลือลั่นของซูซื่อหรือซูตงพัวเท่านั้น

นี่คือท่าไม้ตายของเทศกาลไหว้พระจันทร์!

ไม่สิ นี่คือระเบิดนิวเคลียร์ของเทศกาลไหว้พระจันทร์เลยต่างหาก!

ในโอกาสแบบวันนี้ เขาควรจะเอากลอนบทนี้ออกมาไหมนะ?

หลังจากใคร่ครวญอยู่ประมาณหนึ่งนาที หลินจือไป๋ก็ได้ข้อสรุปในใจ

เขาหยิบพู่กันจุ่มน้ำหมึก ตวัดพู่กันเขียนอักษรหวัดแกมบรรจงที่สร้างชื่อให้กับตนเองออกมาอย่างคล่องแคล่ว

‘เทศกาลไหว้พระจันทร์ ดื่มกินอย่างสำราญ เมามายยิ่งนัก จึงรังสรรค์บทเพลงนี้ พร้อมคะนึงหาจินโจว ออกมาเถอะ! ทำนองแห่งสายน้ำ!’

[1] โหงวยิ้ง คือไส้ขนมไหว้พระจันทร์แบบดั้งเดิมที่ทำจากธัญพืชและเมล็ดถั่ว 5 ชนิด ผสมกับวัตถุดิบอื่นๆ

>กลับหน้าหลักHOMEจิ้ม<

Prev
Novel Info

Comments for chapter "ตอนที่ 444-2 ออกมาเถอะ ทำนองแห่งสายน้ำ! (2)"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Aileen Novel
  • หน้าหลัก HOME
  • COOKIE POLICY

© 2020 - 2023 ไอรีนโนเวล นิยายอ่านฟรีทุกวัน เว็บอ่านนิยาย pdf ไอรีนโนเวล “aileen-novel.online” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน นิยายชื่อดัง ตอนล่าสุด "ฮณ๊ฯดฯฌซ, อ่านฟรี อ่านเพลินอ่านทั้งวันกับไอรีนโนเวลออนไลน์

Sign in

Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Sign Up

Register For This Site.

Log in | Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Lost your password?

Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย