ผมนี่แหละศิลปินพาร์ตไทม์ - ตอนที่ 437 ก้าวขึ้นสู่ระดับแถวหน้าของฉีโจว! (1)
เนื่องจากเพลงเก่าของหลินจือไป๋เคยถูกปล่อยในฉินโจวมาแล้ว จึงไม่ถูกนับรวมในหมวดหมู่เพลงใหม่ของชาร์ตเพลงฉีโจว แม้ว่าสำหรับผู้ฟังส่วนใหญ่ในฉีโจวเพลงเหล่านี้จะถือเป็นเพลงใหม่ก็ตาม
แต่เป็นที่รู้กันดีว่า ชาร์ตเพลงในแอปฟังเพลงไม่ได้มีแค่ชาร์ตเดียว ชาร์ตที่มีมูลค่าสูงที่สุดนอกจากชาร์ตเพลงใหม่แล้ว จริงๆ ยังมีอีกชาร์ตหนึ่งที่ไม่อาจมองข้ามได้:
ชาร์ตเพลงฮิต!
ชาร์ตเพลงใหม่เป็นชาร์ตสำหรับเพลงที่เพิ่งออกใหม่เท่านั้น แต่ชาร์ตเพลงฮิตเป็นชาร์ตที่เพลงไหนก็ขึ้นได้ไม่มีข้อจำกัดใดๆ
ทว่าความมหัศจรรย์ที่สุดของชาร์ตนี้คือ เพลงเก่าคร่ำครึหลายเพลง จู่ๆ วันดีคืนดีอาจจะพุ่งขึ้นมาอยู่อันดับหนึ่งได้ เหมือนกับประเทศจีนของโลกเดิม เมื่อเร็วๆ นี้เพลง ‘Bad Girl’ ของสวี่เหลียงกลับมาดังอีกครั้ง
หรือตัวอย่างที่ชัดเจนกว่านั้นคืออัลบั้ม ‘The Most Dazzling Folk Style’ ของวง Phoenix Legend ที่ปล่อยในปี 2009
ตอนนั้นในอัลบั้มมีเพลงชื่อ ‘ท่านหญิงเซอเชียง’ ซึ่งตอนปล่อยออกมาใหม่ๆ ก็ไม่ได้ดังหวือหวาอะไร แต่กลับมาพุ่งแรงในชาร์ตเพลงต่างๆ ในสิบกว่าปีให้หลัง…
พุ่งแรงจนหยุดไม่อยู่!
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ Phoenix Legend สร้างตำนาน พวกเขาเคยมีเหตุการณ์เพลงกลับมาดังคล้ายๆ กันนี้ เช่นเพลง ‘เต็มไปด้วยความรัก’ และเพลงอื่นๆ แก่นหลักคือการเป็น ‘เพชรในตม’
อาจเป็นเพราะวงการเพลงจีนในปีนั้นมีการแข่งขันที่ดุเดือดมากเหมือนเทพเซียนต่อสู้กัน และ Phoenix Legend ในตอนนั้นก็มีเพลงอื่นที่ดังกวาด่วยมั้ง?
และในขณะนี้ บนชาร์ตเพลงฮิตของฉีโจวมีเพลงของหลินจือไป๋ปรากฏขึ้นแล้วนับสิบกว่าเพลง โดยเฉพาะเพลงที่หลินจือไป๋แต่งคำร้อง ทำนอง และขับร้องเอง
เช่นเพลง ‘รักแม่จริงๆ’ ‘คุณพ่อ’ ‘เจ้าปลาใหญ่’ ‘โอเปรา 2’ และเพลงอื่นๆ ถึงกับพุ่งเข้าสู่สิบอันดับแรกของชาร์ตเพลงฮิตทันที!
เมื่อเห็นสถานการณ์เช่นนี้ อู๋อูจะไม่หวั่นไหวได้อย่างไร
เธอหยิบมือถือขึ้นมาส่งข้อความหาหลินจือไป๋ทันที ประโยคเปิดคือ
‘ยินดีด้วยนะคะพี่ไป๋ที่ผลงานถูกนำเข้ามาในฉีโจวแล้ว (อิโมจิยิ้มเห็นฟัน)’
ห้านาทีต่อมา
หลินจือไป๋ตอบ ‘ขอบคุณ และก็ขอบคุณที่ช่วยแนะนำด้วยนะ’
อู๋อูรู้สึกยินดีในใจ เรื่องที่เธอช่วยโปรโมตพี่ไป๋ก็รู้นี่นา งั้นในใจเขาก็คงจะจดจำความหวังดีของเธอได้บ้างสินะ?
เธอถูมือไปมา อู๋อูพิมพ์ๆ ลบๆ อย่างลังเลว่า
‘ปีหน้าฉันวางแผนจะออกเพลงใหม่ห้าเพลง ตอนนี้ยังขาดอยู่อีกเพลง ไว้จะขอรบกวนพี่ไป๋ให้ช่วยหน่อยได้ไหมคะ (เขิน)’
หลินจือไป๋ไม่ตอบกลับ อู๋อูรู้สึกขัดเขินจนเม้มปาก คิดในใจว่าเจอกันคราวหน้าคงต้องทำเหมือนเรื่องนี้ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วละ
เพราะเธอก็ไม่ได้ดังเท่ากับอิงอิงหรือฉีเจี้ยนเจีย ถ้าได้ร่วมงานกับพี่ไป๋จริงๆ ก็คงให้ผลตอบแทนเขาได้ไม่มากนัก…
ทว่าในตอนนั้นเอง
มือถือก็พลันดังขึ้น
จอมองดูปรากฏว่าเป็นหลินจือไป๋โทรมา เธอตื่นเต้นจนทำตัวไม่ถูก สูดลมหายใจลึกๆ ก่อนจะตั้งสติได้
“พี่ไป๋คะ?”
“เมื่อกี้ผมติดธุระนะ คุณอยากขอเพลงใช่ไหม มีข้อกำหนดอะไรพิเศษไหมครับ?”
“คะ?”
“ยังไม่ได้คิดเหรอ งั้นคุณลองไปพิจารณาดูก่อน คิดออกแล้วบอกผมได้เลย”
“เปล่าค่ะ!”
อู๋อูรีบเลิกคิ้วขึ้น ดวงตาเต็มไปด้วยความดีใจ
“ฉันแค่ไม่นึกว่าพี่ไป๋จะรับคำง่ายๆ ขนาดนี้ เพราะฉันไม่ใช่ราชินีเพลงแบบอิงอิงหรือฉีเจี้ยนเจียนี่นา…”
“เห็นผมเป็นคนยังไงเนี่ย?”
หลินจือไป๋หลุดขำ “ใครดังผมถึงจะไปเล่นด้วยอย่างนั้นเหรอ?”
อู๋อูเอ่ยอย่างรู้สึกผิด “ฉันไม่ได้หมายความแบบนั้นค่ะ เพียงแต่คุณเพิ่งมาเริ่มงานที่ฉีโจว การร่วมงานกับราชินีเพลงก่อนมันก็เป็นเรื่องปกติ”
“ทำไมไม่ทำตัวใสซื่อขึ้นมาล่ะ?”
หลินจือไป๋เอ่ย “รีบคิดนะว่ามีข้อกำหนดแบบไหน”
อู๋อูรีบยิ้มแล้วพูดว่า
“ไม่มีๆๆ ไม่มีข้อกำหนดเลยค่ะ คุณเขียนตามที่คุณเห็นสมควรเลย ฉันได้หมด แค่ได้ร่วมงานกันก็ดีใจมากแล้ว ถ้าเพลงดังได้ก็จะยิ่งดีใจเข้าไปใหญ่เลยค่ะ!”
“งั้นเอาแบบนี้”
หลินจือไป๋กล่าว
“ผมมีเพลงร้องคู่ชายหญิงอยู่เพลงหนึ่ง เดี๋ยวส่งให้คุณดู ถ้าโอเคเรามาร่วมงานกันสักครั้งแล้วกัน”
“ตกลงค่ะ!”
แม้ว่าหลินจือไป๋จะยังเป็นดาราแถวสองในฉีโจว แต่กระแสของเขาในช่วงสองวันนี้อยู่ในระดับท็อปสตาร์ ไล่บี้ระดับราชินีเพลงอย่างเยี่ยอิงและฉีเจี้ยนเจียเลยทีเดียว!
ถ้าอู๋อูได้ร่วมงานกับหลินจือไป๋ในช่วงนี้ เธอจะได้อานิสงส์จากกระแสที่ร้อนแรงนี้ไปด้วย!
“งั้นเอาตามนี้ หลังจากคุณทำความคุ้นเคยกับเพลงแล้ว พรุ่งนี้อาจจะต้องรบกวนมาเจอที่เมืองเซิ่นหน่อย ในเมื่อเป็นการร่วมงานกันผมจะไม่คิดเงินค่าเพลงแล้วกันครับ”
“พี่ไป๋ใจป้ำมาก!”
ห้านาทีต่อมา อู๋อูได้รับโน้ตเพลงจากหลินจือไป๋ เธอค่อยๆ อ่านชื่อเพลงออกมา
“เลิกราด้วยความหวังดี?”
อู๋อูฮัมเพลงตามทำนองและเนื้อเพลงสองสามประโยค หลังจากนั้นเธอก็เริ่มเคลิบเคลิ้ม
อู๋อูเป็นเพื่อนสนิทของเยี่ยอิง
ตอนที่เพิ่งเริ่มเข้าร่วมรายการ เธอก็เป็นเพียงใบไม้สีเขียวที่ช่วยขับเน้นความเด่นให้กวานอิงอิงเท่านั้น เรื่องนี้อู๋อูรู้ตัวดี
และเธอก็รู้ว่าทีมงานรายการเชิญเธอมาเข้าร่วมรายการ ‘เยือนเขาหลีซาน’ ก็เพื่อจุดประสงค์นี้เช่นกัน
แต่ความจริงแล้ว เนื่องจากความไม่แน่นอนของรายการ บุคลิกของอู๋อูในสายตาคนดูจึงได้เปลี่ยนไปเป็น “สาวใช้ตัวน้อยประจำบ้านท่านมหาเศรษฐี” โดยไม่รู้ตัว ชาวเน็ตต่างล้อเลียนเรื่องนี้กันไม่น้อย
เพราะในรายการ เพื่อที่จะหาเหรียญดอกท้ออันน้อยนิด อู๋อูต้องช่วยซักผ้าทำกับข้าวให้หลินจือไป๋บ่อยๆ เรียกได้ว่าคอยดูแลปรนนิบัติอย่างใกล้ชิด
พอจบการไลฟ์สดในแต่ละวันมาเห็นคอมเมนต์เหล่านี้ ความรู้สึกของอู๋อูก็ค่อนข้างซับซ้อน ไม่ใช่ว่าการเป็นตัวประกอบให้หลินจือไป๋มันไม่ดี เพราะการเลือกครั้งนี้ทำใหอู๋อูได้อานิสงส์จากกระแสของหลินจือไป๋ในทางอ้อมไปไม่น้อย
เพียงแต่ทำไมพออิงอิงกับฉีเจี้ยนเจียสนิทกับหลินจือไป๋ ถึงดูเหมือนเป็นคนที่คุยๆ กันอยู่ แต่พอเธอสนิทกับเขากลับกลายเป็น ‘สาวใช้ตัวน้อย’ ไปได้ล่ะ?
อู๋อูบอกไม่ถูกว่าตัวเองกำลังอิจฉาหรือริษยา อย่าเพิ่งสงสัยว่าความสัมพันธ์ระหว่างอู๋อูกับเยี่ยอิงคือพี่น้องจอมปลอม เพียงแต่ต่อให้เป็นเพื่อนสนิทกันแค่ไหน แต่ถ้าต้องเป็นใบไม้สีเขียวให้เพื่อนสาวของตัวเองทุกวัน ในใจก็ต้องรู้สึกริษยาอยู่บ้างเป็นธรรมดาของมนุษย์
ทว่าในวันนี้
เมื่อมองดูเพลงนี้ที่ได้รับมา และย้อนนึกถึงคำพูดที่หลินจือไป๋เพิ่งบอกว่าจะร้องคู่กับเธอ ร่วมมือกันทำเพลงนี้ให้เสร็จ…
อู๋อูก็ตระหนักขึ้นมาทันทีว่า
อย่างน้อยในใจของหลินจือไป๋ ตัวเธอกับอิงอิงหรือแม้แต่ฉีเจี้ยนเจียต่างก็มีฐานะเท่าเทียมกัน
เขาไม่เหมือนคนอื่น!
เขาไม่เคยเห็นเธอเป็นเพียงใบไม้สีเขียวประดับอิงอิง และยิ่งไม่เคยคิดว่าเธอเป็นสาวใช้ตัวน้อยจริงๆ!
แม้ในรายการหลินจือไป๋จะสั่งให้เธอทำงานนั่นนี่สารพัด แต่อู๋อูก็เข้าใจว่านั่นเป็นเพียงรูปแบบการอยู่ร่วมกันแบบยินยอมทั้งสองฝ่าย จะว่าไปแล้วถ้าการเป็นสาวใช้ให้หลินจือไป๋แล้วได้ร่วมงานกับเขาในเพลง ‘เลิกราด้วยความหวังดี’ นี้ ความจริงมันก็ไม่มีอะไรที่ยอมรับไม่ได้นี่นา!
เฮ้อ เธอเองต่างหากที่คิดเล็กคิดน้อยเกินไป ถึงกับสงสัยว่าพี่ไป๋จะเป็นคนธรรมดาทั่วไปที่มองคนตามระดับความดัง
และก็คงมีแต่คนอย่างพี่ไป๋เท่านั้นแหละที่สามารถทำให้ราชินีเพลงทั้งสองคนแห่งวงการบันเทิงฉีโจวอย่างเยี่ยอิงและฉีเจี้ยนเจียมอบหัวใจให้พร้อมๆ กันได้
ทุกคนอยู่ในรายการเดียวกัน อู๋อูกับเยี่ยอิงก็เป็นเพื่อนสนิทกัน เธอย่อมมองออกว่าราชินีเพลงสองคนนี้ได้ตกหลุมพรางเสน่ห์ของพี่ไป๋ตั้งนานแล้ว
ที่จริงหลินจือไป๋มองคนได้เก่งมาก
และอู๋อูเป็นคนหน้าตาสะสวย ความสวยของเธอไม่ด้อยไปกว่าเยี่ยอิงและฉีเจี้ยนเจียเลย แต่ผู้หญิงคนนี้ฉลาดมาก รู้จักที่จะซ่อนตัวเองในรายการ ‘เยือนเขาหลีซาน’ การแต่งหน้าและการแต่งตัวของเธอตามปกติจะดูเรียบๆ เพื่อกดรัศมีตัวเองไว้ ทำไมล่ะ?
เพราะในรายการวาไรตี้สักรายการ มีราชินีเพลงที่เจิดจรัสสองคนก็พอแล้ว ถ้าเธออยากจะแย่งชิงความเด่นจากราชินีเพลงทั้งสองคน ต่อให้เยี่ยอิงและฉีเจี้ยนเจียจะเป็นคนใจกว้างไม่ว่าอะไร แต่ทีมงานเบื้องหลังของพวกเธอต้องลงมือแน่นอน!
มันก็เหมือนกับในละครทีวี โดยปกติพระเอกต้องหล่อระเบิดระเบ้อ ส่วนพระรองก็ต้องหล่อระดับกลางๆ หรือหล่อนิดหน่อยเท่านั้น
ต่อให้ตัวจริงพระรองจะหล่อกว่าพระเอก แต่ในละครบทบาทและด้านต่างๆ ก็ต้องถูกกดเอาไว้ ถ้าอยู่ในสถานการณ์แบบนั้นแล้วพระเอกยังถูกตัวประกอบกลบรัศมีอีกขะ?
นั่นไม่ต้องสงสัยเลยว่าตัวประกอบคนนั้นคงแข็งแกร่งเกินไป หรือไม่พระเอกก็ต้องมีบางอย่างที่ควรปรับปรุง
สิ่งที่หลินจือไป๋ชื่นชมในตัวอู๋อูคือ อีกฝ่ายไม่แก่งแย่งชิงดี พยายามทำหน้าที่ของตัวเองในรายการอย่างซื่อสัตย์และติดดิน ยินยอมเป็นตัวประกอบแต่ไม่เคยดับแสงในดวงตาของตัวเอง สำหรับอู๋อูที่เป็นแบบนี้หลินจือไป๋ก็ยินดีจะให้โอกาส
แถมอีกฝ่ายก็ช่วยเขาในรายการไปเยอะจริงๆ ถือว่าได้เป็นเพื่อนกับเขาแล้ว
หลินจือไป๋ไม่ใช่คนที่จะแสร้งทำเป็นเพื่อนกับแขกรับเชิญแค่หน้ากล้อง พอปิดกล้องปุ๊บก็สะบัดหน้าเย็นชาใส่ทันที
ส่วนเรื่องที่เพลงของเขาถูกนำเข้ามาในฉีโจวแล้วกระแสพุ่งสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัดนั้น หลินจือไป๋ย่อมรู้อยู่แล้ว ผลลัพธ์นี้ไม่ได้เกินความคาดหมายของเขาเท่าไหร่ ยิ่งไปกว่านั้น
หลินจือไป๋เห็นว่าในชาร์ตเพลงใหม่ เพลง ‘ความผิดฐานไม่โรแมนติก’ ของเขา ความนิยมกำลังไล่บี้อันดับสามที่เป็นของระดับเหนือแถวหน้าเข้าไปทุกที
สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นเครื่องหมายสื่อว่าความนิยมของหลินจือไป๋กำลังพุ่งระเบิด
แต่สิ่งที่แสดงให้เห็นว่าตอนนี้อิทธิพลของหลินจือไป๋ในฉีโจวพุ่งสูงขึ้นแค่ไหนจริงๆ ต้องไปดูที่การจัดอันดับคนดัง!
วันรุ่งขึ้นตอนเช้า
หลินจือไป๋เพิ่งจะตื่นนอน เวลาเจ็ดโมงสิบห้านาที เขาหยิบมือถือขึ้นมาดูด้วยความงัวเงีย โอโห!
[หลินจือไป๋ก้าวขึ้นสู่ระดับแถวหน้าของฉีโจว!]
[หลินจือไป๋ แขกรับเชิญเยือนเขาหลีซานโด่งดังเป็นพลุแตก การไต่เต้าจากแถวสามขึ้นสู่แถวหน้านั้นเหมือนนั่งจรวด!]
[ความเร็วในการเลื่อนระดับที่ไม่เคยมีมาก่อน: หลินจือไป๋ขึ้นสู่ระดับแถวหน้าแล้ว!]
[หลังจากผลงานเพลงของหลินจือไป๋ถูกนำเข้ามาในฉีโจวทั้งหมด เขาก็เลื่อนขั้นสู่ระดับแถวหน้าในชั่วข้ามคืน!]
[พุ่งแรงเหมือนดาวหาง: ฉีโจวจะส่งให้หลินจือไป๋ก้าวสู่ตำแหน่งซูเปอร์สตาร์ข้ามทวีปได้หรือไม่!?]
ล้วนเป็นข่าวที่ถูกดันขึ้นมาให้เห็นในมือถือ!
แค่เห็นพาดหัวข่าวหลินจือไป๋ก็หายง่วงทันที แม้แต่เขาเองก็ไม่นึกว่าจะขึ้นมาระดับแถวหน้าได้ในทันที ความเร็วนี้มันเกินจริงไปมาก!
ที่ฉินโจวเขาก็ยังเป็นแค่ระดับแถวหน้าเองนะ!
ก็เหมือนกับการเล่นเกม ไอดีหลักเล่นมาหลายปีกว่าจะได้เลเวลเก้าสิบ พอเปิดไอดีรองเล่นได้ไม่นานดันพุ่งขึ้นมาเลเวลเก้าสิบเฉย ถึงจะมีไอดีหลักคอยช่วยแต่มันก็ยังดูประหลาดอยู่ดี
“คงไม่ใช่ว่าฉันจะขึ้นไปเหนือแถวหน้าในฉีโจวได้ก่อน แล้วที่ฉินโจวยังเป็นแค่ระดับแถวหน้าหรอกนะ”
เอาเถอะ แน่นอนว่าคงไม่เป็นแบบนั้น
เพราะหลินจือไป๋รู้ดีว่าที่ฉินโจวเขาอยู่ห่างจากระดับเหนือแถวหน้าเพียงแค่กระดาษกั้นบางๆ เท่านั้น อย่างไรเขาก็อยู่ในสถานะคนดังระดับแถวหน้าอยู่แล้ว
ตอนนี้พูดได้แค่ว่า การเริ่มต้นทำงานที่ฉีโจวของเขานั้นราบรื่นมากจริงๆ และก็เป็นเพราะไอดีหลักหรือผลงานเดิมของเขามันแข็งแกร่งมากจริงๆ
ทำให้ไอดีรองสามารถเลี่ยงทางโค้งที่ไอดีหลักเคยเดินผ่านได้ทั้งหมด เพราะตัวหลักของหลินจือไป๋ที่ฉินโจวนั้นเริ่มต้นแบบหลบๆ ซ่อนๆ ตัวตนของปู่เยี่ยโหวก็ถูกปิดบังไว้หลายปีกว่าจะเปิดเผย ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเรื่องที่ตัวเขาแทบไม่เคยปรากฏตัวต่อหน้าสาธารณชนเลย
ไม่เหมือนตอนมาที่ฉีโจว ไลฟ์สดทุกวัน แทบจะไลฟ์ตอนนอนด้วยซ้ำ การเปิดเผยตัวตนอย่างต่อเนื่องแบบนี้ บวกกับการที่ชื่อติดอยู่ในฮอตเสิร์ชตลอดเวลา เดี๋ยวก็มีข่าวลือกับราชินีเพลงสองคน เดี๋ยวก็มีหัวข้อน่าสนใจระดับสุดยอดโผล่ขึ้นมา
การเลื่อนระดับจะไม่เร็วก็แปลกแล้ว
================