ผมนี่แหละศิลปินพาร์ตไทม์ - ตอนที่ 422 บทกวีสมัยใหม่! (1)
141!
หลินจือไป๋ 140!
นี่คือผลการแข่งขัน
หลินจือไป๋ชนะไปได้อย่างเฉียดฉิว
แต่ในตอนนี้ไม่มีใครสนใจผลการแข่งขันอีกแล้ว
เมื่อเห็นเยอิงพุ่งเข้าสู่อ้อมกอดของหลินจือไป๋ แขกรับเชิญก็ต่างอึ้งตะลึง
ส่วนคอมเมนต์สดของผู้ชมยิ่งบ้าคลั่งไปแล้ว!
‘อ๊ากกกก!’
‘เธอบ้าไปแล้วเหรอ!’
‘นี่ทำอะไรอยู่เนี่ย!’
‘กอดสุดท้ายนั้นท่านมหาเศรษฐีหวั่นไหวจริงแน่!’
‘นี่เธอไม่สนความรู้สึกของแฟนคลับเลยเหรอ?’
‘ฉันเป็นแฟนคลับเยอิงนะ… นี่ฉันอนุญาต!!!’
‘ฉันไม่ยอมรับ!!!’
‘เธอไม่ยอมรับก็เรื่องของเธอ พวกเราจะพายเรือของเรา!’
‘ฉันจะยกที่ว่าการอำเภอมาให้พวกเธอสองคนจดทะเบียนกันตรงงานนี้เลย!’
‘ฉันบอกแล้วไงว่ารายการนี้มันกลายเป็นรายการออกเดทไปแล้ว!’
‘การเต้นของหัวใจนี่มัน!’
เยอิงที่เป็นหนึ่งในสองราชินีเพลงที่โด่งดังที่สุดของฉีโจว ตั้งแต่เธอเข้าวงการมา อย่าว่าแต่ใกล้ชิดกับศิลปินชายขนาดนี้เลย แม้แต่เสื้อผ้าที่เปิดเผยเนื้อหนังเด็กสาวคนนี้ก็ไม่เคยใส่มาก่อน ชุดคอเว้าลึกอะไรพวกนั้น ดาราหญิงคนอื่นใส่กันมาแปดร้อยรอบแล้ว ถึงแม้บางครั้งจะเอามือบังหน้าอกเพราะกลัวคนจนจะเห็น กลัวคนรวยไม่เห็นก็ตาม
แต่เยอิงกลับมักจะแต่งตัวมิดชิดมาตลอด เน้นสไตล์เรียบร้อยอนุรักษนิยม
แต่แล้ววินาทีนี้ เยอิงกลับทำลายจินตนาการของทุกคนไม่เหลือซาก เธอถึงขั้นเป็นฝ่ายพุ่งเข้าหาผู้ชายเองเลย!
นี่คือรายการวาไรตี้ นี่คือเกม แต่ตอนที่เยอิงเล่นเกมกับแขกรับเชิญชายคนอื่นก่อนหน้านี้ ไม่มีท่าทางใกล้ชิดแม้แต่นิดเดียวเลยนะ!
ทำไมตอนที่เล่นเกมกับหลินจือไป๋ ถึงได้ทั้งกระซิบข้างหูกัน แถมตอนจบยังโผเข้ากอดอีก?
คนซื่อบื้อก็ยังมองออกเลยว่ามี ‘เงื่อนงำ’
เพียงเพื่อชัยชนะ เยอิงไม่จำเป็นต้องทำถึงขนาดนี้เลย!
หลินจือไป๋เบิกตากว้าง
จนกระทั่งแขกรับเชิญส่งเสียงกรีดร้องกังวานอยู่หลายวินาที เยอิงถึงได้สติ สองมือกดลงบนหน้าอกของหลินจือไป๋แล้วเงยหน้าขึ้นอย่างเหม่อลอย
สวรรค์! ฉันทำอะไรลงไปเนี่ย?
ดวงตากลมโตของเยอิงกะพริบปริบๆ เริ่มจากมึนงงและสับสน ตามด้วยความลนลานและเขินอาย
พอได้สติกลับมาก็แทบอยากจะแทรกแผ่นดินหนีไปให้พ้นๆ นี่ตนพุ่งเข้าไปในอ้อมกอดของหลินจือไป๋เลยเนี่ยนะ!
ต้องโทษคำแนะนำติดเรทพวกนั้นของชาวเน็ตเลย!
เมื่อคืนนี้เยอิงค้นหาวิธีทำให้ผู้ชายใจสั่น คำตอบแรกที่ปรากฏขึ้นมาก็คือให้ฝ่ายหญิงทำตัวเซ็กซี่หน่อย ตอนนั้นเยอิงไม่ได้เก็บมาใส่ใจ แต่วันนี้เมื่อเห็นว่าเกมกำลังจะแพ้ หลินจือไป๋ยังแสร้งทำเป็นสารภาพรักปั่นหัวเธออีก เยอิงพลันเกิดอายจนโมโหชั่ววูบนั้น เลยลองทำตัวเซ็กซี่จริงๆ กะว่าจะทำให้หัวใจของหลินจือไป๋เต้นแรงให้ได้!
แม้เธอจะเข้าใจเกี่ยวกับความเซ็กซี่อย่างจำกัด เพียงแค่พุ่งเข้าสู่อ้อมกอดของหลินจือไป๋แล้วถูไถอย่างแรง แต่การทำพฤติกรรมที่ใกล้ชิดหรือกระทั่งเกินงามต่อหน้าผู้คนมากมายขนาดนี้ ก็เพียงพอจะทำให้เยอิงรู้สึกอายจนแทบแทรกแผ่นดินหนีแล้ว!
“ผมประมาทเองไม่ได้หลบ”
หลินจือไป๋เหมือนจะรับรู้ถึงความอับอายของเยอิง จึงกล่าวด้วยรอยยิ้มช่วยคลายบรรยากาศ
“เยอิงไม่เล่นตามกติกาเลย ลอบโจมตีผมตอนสุดท้ายซะได้ คุณเกือบทำสำเร็จแล้วเชียว ยังดีที่ผมมีประสบการณ์โชกโชน เหรียญดอกท้อห้าเหรียญเป็นของผมแล้ว”
ความหมายคือผมตกใจนะ ส่วนเยอิงก็แค่ทำเกินไปนิดหน่อยเพื่อจะชนะเกม ทุกคนอย่าคิดมากไปเลย
“เข้าใจๆ!”
เสียงของโจวหานจินแฝงความหมายลึกซึ้ง “ไม่ต้องอธิบายหรอก!”
หลี่เซียวก็เอ่ยด้วยน้ำเสียงประหลาดเช่นกัน “ก็แค่เกมเอง จะจริงจังทำไมใช่ไหมเยอิง?”
“แต่เอาจริง”
ฉีเจียนเจียเอ่ยด้วยน้ำเสียงแสร้งทำเป็นหยอกเย้า “เธอคงไม่ได้ชอบอาจารย์ไป๋เข้าแล้วหรอกใช่ไหม?”
“เป็นไปได้ยังไง?”
เยอิงกระแอมทีหนึ่งแล้วพูดว่า “ใครใช้ให้หมอนี่แสร้งทำเป็นสารภาพรักกะทันหันล่ะ เขากล้าเล่นใหญ่ขนาดนี้ ฉันก็กล้าเหมือนกันนั่นแหละ”
ฉีเจียนเจียยิ้มกริ่ม “งั้นเธอก็สารภาพรักกลับสิ”
เยอิงแทบกลอกตา “ทำไมเธอไม่สารภาพเองล่ะ?”
“ฉันทำได้อยู่แล้ว” ฉีเจียนเจียเอ่ยอย่างจงใจสุดๆ “พี่จือไป๋ขา เค้าชอบพี่จังเลยค่ะ”
“ผมก็เหมือนกัน”
หลินจือไป๋ยิ้มกล่าว “ชอบตัวเองสุดๆ เลย”
พรืด!
ทุกคนพากันหัวเราะ
หลังจากที่หลินจือไป๋พูดขัดจังหวะ เรื่องนี้ก็นับว่าถูกปัดผ่านไปได้ในที่สุด
หลักๆ แล้วถ้าระหว่างหลินจือไป๋กับเยอิงจะมีอะไรจริงๆ ก็ไม่ควรเปิดเผยในสถานการณ์แบบนี้ นั่นจะทำให้วงการบันเทิงฉีโจววุ่นวายกันไปหมด!
ชาติก่อนตอนที่ลู่หานประกาศเรื่องความรัก ตำแหน่งซูเปอร์สตาร์ระดับท็อปก็สั่นคลอนทันที ในโลกนี้ถ้าเยอิงประกาศเรื่องความรักกับใคร จะส่งผลกระทบอย่างไรนั้นก็ไม่มีใครคาดเดาได้ เพราะกลุ่มแฟนคลับของเธอซับซ้อนเกินไป
เมื่อทุกคนเริ่มหัวเราะเฮฮากันอีกครั้ง เยอิงอาศัยจังหวะที่ยกน้ำขึ้นดื่ม พยายามอย่างถึงที่สุดในการปกปิดพิรุธความผิดปกติของตัวเอง
ในเกมเมื่อกี้ ตอนที่หลินจือไป๋สารภาพรักกับเธอ แม้จะรู้อยู่เต็มอกว่านั่นอาจจะเป็นเรื่องโกหก แต่เยอิงก็ยังตื่นเต้นจนทนไม่ไหว
มันเป็นความรู้สึกที่ยากจะบรรยาย มีความสุขและหอมหวานนิดๆ มีความคาดหวังอย่างบอกไม่ถูกหน่อยๆ ขณะเดียวกันก็กลัว ประหม่า และลนลานอยู่บ้าง ควรตอบสนองยังไงดี?
ตอนนั้นเธอสับสนจน CPU แทบจะไหม้แล้วจริงๆ
และถ้าไม่ใช่เพราะในวินาทีนั้นความรู้สึกมันซับซ้อนขนาดนี้ ตอนที่หลินจือไป๋กลั้นไม่อยู่เผยรอยยิ้ม ‘ความสำเร็จ’ ออกมา เธอคงไม่ถูกกระตุ้นให้อับอายจนโมโหในทันทีขนาดนั้น
แต่ทำไมถึงเป็นแบบนี้ล่ะ?
เยอิงรู้สึกว่าตัวเองเริ่มไม่เป็นตัวของตัวเองแล้ว เป็นครั้งแรกในชีวิตที่เธอได้สัมผัสกับความรู้สึกพะว้าพะวัง แปรปรวนเหมือนกับนั่งรถไฟเหาะ
ทั้งที่แค่คิดว่าหลินจือไป๋เป็นเพื่อนที่น่าสนใจแท้ๆ… หรือว่าฉันจะชอบเขาแล้ว?
ตั้งแต่ตอนไหนกัน?
ความสัมพันธ์นี้มันเริ่มเปลี่ยนไปแล้วเหรอ?
เยอิงแยกไม่ออกได้ชัดเจน เธอรู้แค่ว่าตอนนี้ดูเหมือนเธอจะใส่ใจทุกการกระทำของหลินจือไป๋เป็นพิเศษ เฝ้าสังเกตอีกฝ่ายอยู่อย่างลับๆ ท่ามกลางเสียงหยอกล้อของทุกคน
จู่ๆ หนิงหลิงก็ยิ้มแล้วพูดว่า “เจียนเจีย ทำไมเธอไม่ท้าหลินจือไป๋แข่งสักรอบล่ะ? ทั้งที่ก่อนหน้านี้เยอิงแข่งกับใครเธอก็จะขอแข่งต่อตลอดเลยนี่นา”
“ฉันยังไงก็ได้นะ”
ปากบอกว่ายังไงก็ได้ แต่ในใจกลับเริ่มมีความรู้สึกบางอย่างพลุ่งพล่านขึ้นมา
ฉีเจียนเจียยิ้มบางๆ แล้วเอ่ยว่า “อาจารย์ไป๋อยากแข่งไหมคะ?”
“ได้สิ!”
หลินจือไป๋เอ่ย “แต่เรายังเดิมพันห้าเหรียญดอกท้อนะ เพราะยังไงคุณกับเยอิงก็เป็นราชินีเพลงเหมือนกัน”
“ไม่มีปัญหาค่ะ”
ก่อนหน้านี้ฉีเจียนเจียก็เหมือนกับเยอิง เธอชนะได้เหรียญดอกท้อมาไม่น้อย ตอนนี้เดิมพันห้าเหรียญก็ยังพอจ่ายไหว
“เจียนเจียคงจะไม่พลาดท่าไปด้วยอีกคนหรอกนะ?”
เฉวียนยิ้มกล่าว “ท่านมหาเศรษฐีของเรานะอ่อยเก่งมากนะ”
ยังไงก็ต้องลองดู
ฉีเจียนเจียนั่งลงบนที่ที่เยอิงเพิ่งลุกไป
สายตาของเธอและหลินจือไป๋สบประสานกัน
เยอิงยังคงลอบสังเกตการณ์อยู่ นิ้วมือเริ่มบิดไปมาด้วยความกังวล ถ้าฉีเจียนเจียชนะ เธอต้องถูกอีกฝ่ายหัวเราะเยาะแน่!
“อาจารย์ไป๋ เสื้อผ้าคุณยับนะ”
ฉีเจียนเจียจัดปกเสื้อให้หลินจือไป๋อย่างแผ่วเบา
เจียนเจีย!
เยเจินเหมือนได้ยินเสียงหัวใจตัวเองแตกสลาย เยอิงไม่ใกล้ชิดศิลปินชาย แล้วฉีเจียนเจียจะไม่เป็นอย่างนั้นได้เหรอ?
วงการนี้แม้จะวุ่นวาย แต่เยอิงและฉีเจียนเจียต่างก็เป็นทายาทรุ่นที่สองระดับแนวหน้าของบลูสตาร์ เจ้าหญิงตัวจริงทั้งสองไม่จำเป็นต้องเหมือนดาราหญิงส่วนใหญ่ที่หากอยากก้าวหน้าก็ต้องใช้ความงามเข้าแลก ยอมรับกฎลับต่างๆ
แต่แล้ววินาทีนี้ ฉีเจียนเจียกลับจัดปกเสื้อให้หลินจือไป๋อย่างอ่อนโยน นิ้วมือเรียวงามนั้นลากผ่านลำคอของหลินจือไป๋อย่างจงใจแต่มันเหมือนไม่ตั้งใจ
นิสัยของฉีเจียนเจียเลย ต่อให้เป็นการเล่นเกม เธอก็จะรักษาระดับและระยะห่างเอาไว้เสมอ เพราะยังไงในวงการนี้ก็ไม่มีใครบังคับให้เธอทำอะไรได้อยู่แล้ว แต่ทำไมตอนนี้เธอถึงทำแบบนี้ล่ะ?
เยเจินรู้สึกปวดใจ แต่จากนั้นเยเจินก็ปลอบใจตัวเองว่าไม่เป็นไรหรอก เจียนเจียก็แค่ทำเพื่อเอาชนะเยอิงที่เป็นคู่ปรับ ถึงได้ยอมก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเอง วางตัวตนลงแล้วมาเล่นละครกับหลินจือไป๋ ก็แค่เล่นสนุกเท่านั้นเอง!
ความจริงการปลอบใจตัวเองของเยเจินก็ไม่อาจกล่าวได้ว่าผิด ฉีเจียนเจียทำเพื่อพิสูจน์ว่าตัวเองมีเสน่ห์มากกว่าเยอิงจริงๆ อย่างน้อยนั่นก็เป็นหนึ่งในเหตุผล
ส่วนเหตุผลอื่นๆ ก็คงเป็นเพราะเมื่อคืนนี้หลินจือไป๋ทำท่าทีเย็นชาใส่เธอจนดูเหมือนไม่แยแสละมั้ง เลยไปกระตุ้นสัญชาตญาณการเอาชนะของฉีเจียนเจียเข้า หรืออาจจะมีเหตุผลอื่นอีก? ฉีเจียนเจียเองก็บอกไม่ถูกเหมือนกัน เธอแค่มีเหตุผลเพียงพอที่จะ ‘ยั่วยวน’ หลินจือไป๋
“โอ้โห อัตราการเต้นของหัวใจหลินจือไป๋ไม่เปลี่ยนแปลงเลยค่ะ!”
เฉวียนยังคงทำหน้าที่พากย์ต่อไป
หลินจือไป๋ยังคงนิ่งสงบเหมือนเช่นเคย ไม่ได้ผลเหรอ?
ฉีเจียนเจียไม่ได้รู้สึกพ่ายแพ้ กลับยิ่งอยากเอาชนะมากกว่าเดิม ก่อนหน้านี้แค่สัมผัสกระดูกไหปลาร้าของหลินจือไป๋แบบทีเล่นทีจริง แต่ตอนนี้เธอลูบใบหน้าเขาโดยตรง เป็นการลูบไล้แบบนั้น
แล้วฉีเจียนเจียก็เผลอดัดเสียงอ่อนแบบพี่สาว มันทรงเสน่ห์ออกมาโดยไม่รู้ตัว
“ผิวคุณดีจังเลยนะคะ ขนาดเข้าหน้ากล้องยังไม่แต่งหน้าเลย”
หลินจือไป๋ก็ยื่นมือออกมาเชยคางของฉีเจียนเจียขึ้น มองอย่างละเอียดพลางเอ่ยอย่างใจเย็นว่า “คุณเองก็ไม่เลวเหมือนกัน”
ในวินาทีที่หลินจือไป๋เชยคางฉีเจียนเจียขึ้นมา เยเจินแทบทนไม่ไหว อยากจะตะโกนออกไปว่า ‘เอามือสกปรกของแกออกไปนะ!’
แต่สุดท้ายเขาก็ยังคงอดทนเอาไว้ได้
แขกรับเชิญคนอื่นๆ ต่างพากันส่งเสียง “โอ้ๆๆๆ” อย่างประหลาด ทุกคนต่างพากันตกตะลึง นึกไม่ถึงว่าหลินจือไป๋จะกล้าตอบโต้กลับแบบนี้!
ตามหลักการทั่วไป… ถ้าแขกรับเชิญหญิงถูกตัวแขกรับเชิญชาย ผู้ชมจะรู้สึกว่าเป็นการคืนกำไรให้ แต่ถ้าแขกรับเชิญชายไปถูกตัวแขกรับเชิญหญิง ผู้ชมจะรู้สึกว่าเป็นการฉวยโอกาสล่วงเกิน
ไม่ต้องโกรธจนตัวสั่นและไม่ต้องถามว่าเพราะอะไร ยิ่งไม่ต้องถามว่าเมื่อไหร่ผู้ชายจะยืนหยัดขึ้นมาได้สักที เพราะยังไงความจริงมันก็เป็นแบบนี้แหละ ด้วยเหตุนี้ตอนที่หลินจือไป๋ลงมือ ทุกคนถึงได้ตกใจกันขนาดนี้!
ฝั่งผู้ชมเองก็ตกใจเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะเหล่าแฟนคลับของฉีเจียนเจีย!
‘หัวใจฉันจะรับไม่ไหวแล้ว!’
‘อย่าทำแบบนี้สิ เจียนเจียถูกผู้ชายเชยคางเนี่ยนะ!?’
‘ทำไมเจียนเจียถึงไม่ขัดขืนล่ะ!’
‘หลินจือไป๋อย่าฉวยโอกาสแต๊ะอั๋งนะ!’
‘แต๊ะอั๋งอะไรกัน เห็นๆ อยู่ว่าฉีเจียนเจียเป็นฝ่ายเริ่มเข้าหาท่านมหาเศรษฐีก่อน!’
‘ท่านมหาเศรษฐีเป็นของเยอิงนะ!’
‘ฉีเจียนเจียไร้ยางอาย จะเป็นมือที่สาม!’
‘อะไรกันเนี่ย ท่านมหาเศรษฐีเป็นของเยอิงได้ไง!’
คอมเมนต์สดที่วุ่นวายเหล่านี้ หลินจือไป๋มองไม่เห็น ฉีเจียนเจียเองก็มองไม่เห็น แม้เธอจะเดาได้ว่าแฟนคลับจะพูดอะไรกันบ้าง แต่ตอนนี้เธอไม่มีเวลาไปสนใจเรื่องพวกนั้นแล้ว
ใครก็ได้ช่วยอธิบายทีว่านี่มันอะไรกัน?
ถูกหลินจือไป๋เชยคางเอาไว้ ถูกหลินจือไป๋จ้องมองอย่างเรียบเฉย ฉีเจียนเจียรู้สึกไม่เป็นตัวของตัวเองเล็กน้อย กระทั่งรู้สึกเหมือนถูกดูหมิ่นอยู่นิดๆ สายตาของอีกฝ่ายคล้ายกำลังมองเครื่องเคลือบที่งามประณีตชิ้นหนึ่ง
ขณะเดียวกันฉีเจียนเจียก็รู้สึกชาซ่าน ร่างกายเริ่มอ่อนแรงอย่างบอกไม่ถูก ถึงขั้นลืมตัวที่จะหลบเลี่ยงในทันที กระทั่งไม่รู้ว่าควรจะดึงคางกลับ ส่งสัญญาณว่าอย่าให้มันเกินไปดีหรือเปล่า
ไม่ได้การ! จะยอมแพ้แบบนี้ไม่ได้!
ฉีเจียนเจียฝืนทนต่อความรู้สึกแปลกประหลาดในใจ จ้องมองหลินจือไป๋อย่างเรียบเฉย แล้วเอ่ยด้วยสายตาเย็นชาราวกับจะกรีดใจคน
“สวยไหมคะ?”
นี่คือไม้ตายของฉีเจียนเจีย การทำตัวเย็นชาสูงส่ง! ท่าไม้ตายนี้มักได้ผลเสมอ ผู้ชายที่ได้เห็นต่างก็ต้องล่าถอยไป แต่ดูเหมือนวันนี้จะใช้ไม่ได้ผลกับหลินจือไป๋ เขาถึงขั้นพยักหน้าอย่างจริงจังแล้วพูดว่า
“แน่นอน คุณต้องมั่นใจในตัวเองสิ ถ้าคุณไม่สวยขนาดนี้ ผมก็คงไม่รักคุณเข้าโดยไม่รู้ตัวหรอก”
หือ?
รักฉันแล้วเหรอ?
คุณคิดว่าฉันคือเยอิงหรือไง?