ผมนี่แหละศิลปินพาร์ตไทม์ - ตอนที่ 420-2 จอมตื๊อคือฉันเอง? (2)
เขาหลีซาน บ้านสีแดง ฉีเจียนเจียยังไม่นอน เธอกำลังเลื่อนดูคำค้นหายอดนิยมในเวยซู แล้วก็ได้เห็นเวทีเพลง ‘โอเปร่า2’ ที่หลินจือไป๋สวมบทบาทเป็น ‘เทพดาราร้อยลักษณ์’ เธอกดเข้าไปดูโดยสัญชาตญาณ
หลังจากดูจบ ฉีเจียนเจียก็อ้าปากค้างเล็กน้อย “เก่งมาก!”
การใช้เสียงโลมาบนเวทีนี้ของหลินจือไป๋เข้าขั้นเหนือชั้นไปแล้ว จะบอกว่าเขาเป็นอันดับหนึ่งด้านเสียงโลมาแห่งบลูสตาร์ก็เกรงว่าคงไม่เกินไปมั้ง!
หลังจากนั้น ฉีเจียนเจียก็เห็นข่าวหลินจือไป๋เลื่อนขั้นเป็นดาราแถวสองของฉีโจว พลันอดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา เร็วมากจริงๆ! ดาราจากทวีปอื่นที่มาพัฒนาชื่อเสียงในฉีโจว คนที่เลื่อนระดับได้เร็วก็ใช่ว่าจะไม่มี แต่คนที่เร็วขนาดหลินจือไป๋นี่ เพิ่งจะเคยเห็นเป็นครั้งแรกเลย! เขาใช้เวลาสั้นที่สุดในการคว้าหัวใจชาวฉีโจวไปได้มากที่สุด!
เพียงแต่แฟนคลับของเธอ ดูเหมือนจะมีความรู้สึกที่ค่อนข้างซับซ้อนกับหลินจือไป๋
ฉีเจียนเจียมีกลุ่มแฟนคลับจำนวนมาก และเธอยังเปิดแอคหลุมแฝงตัวอยู่ในกลุ่มแฟนคลับที่ใหญ่ที่สุดด้วย จุดประสงค์คือเพื่อเข้าใจความคิดเห็นบางอย่างที่แฟนคลับมีต่อตัวเธอ และช่วงนี้เรื่องที่ในกลุ่มแฟนคลับคุยกันมากที่สุดไม่ใช่เรื่องของเธอ แต่เป็นหลินจือไป๋
“รู้สึกท่าทางที่เจียนเจียมีต่อหลินจือไป๋ดูแปลกๆ ไปนะ!”
“นั่นสิ ปกติเจียนเจียออกจะเย็นชา แต่กับหลินจือไป๋ดูเหรอ… กระตือรือร้นเป็นพิเศษเลยนะ ก่อนหน้านี้ถึงขั้นต้มน้ำขิงให้เองเลย!”
“ยังมีก่อนหน้านั้นอีกที่อาสานวดให้หลินจือไป๋! บอกว่าเป็นสีสันรายการ แต่รู้สึกวามันไม่ใช่แค่สีสันรายการเฉยๆ มั้ง?”
“เจียนเจียคงไม่ได้ชอบหลินจือไป๋หรอกนะ?”
“อาจจะไม่ถึงกับชอบ แต่มีความรู้สึกดีๆ อยู่บ้าง”
“ชักจะยังไงๆ แล้วนะ หลินจือไป๋ดูเหมือนจะเป็นคุณชายระดับท็อปของฝั่งฉินโจวด้วย เจียนเจียคงจะไม่เผลอใจหรอกนะ?”
“ต้องยอมรับว่าหลินจือไป๋น่ะมีเสน่ห์อยู่ไม่น้อยเลยจริงๆ เยอิงก็สนใจชัดเจนขนาดนั้น เอาแต่เดินวนเวียนรอบตัวเขาในรายการตลอด”
ฉีเจียนเจียยิ้มออกมา บรรดาแฟนคลับคิดมากเกินไปแล้ว เธอจะไปชอบหลินจือไป๋ได้ยังไงกัน? แค่เห็นว่าเยอิงทำตัวพิเศษกับหลินจือไป๋มากเกินไปหน่อย เธอเลยอดไม่ได้ที่จะทดสอบปฏิกิริยาของยัยเย่อิ่งคนนั้นดูเท่านั้นเอง ผลการทดสอบนั่นก็น่าสนใจมาก เกรงว่าเยอิงคงจะเริ่มหวั่นไหวกับหลินจือไป๋เข้าให้แล้ว
และตั้งแต่ฉีเจียนเจียโตมา ก็ยังไม่เคยชอบใครเลยจริงๆ ในเมื่อเปิดแอคหลุมอยูแล้ว ฉีเจียนเจียเลยถือโอกาสพิมพ์ลงในกลุ่มว่า
“เจียนเจียไม่มีทางเผลอใจหรอก ฉันกลับคิดว่าหลินจือไป๋ต่างหากที่อาจจะเผลอใจ”
คำพูดนี้ไม่ผิดเลย! แฟนคลับของฉีเจียนเจียต่างให้กำลังใจกันและกันว่า
“พูดได้ดี! เทพธิดาเจียนเจียนะจะทำให้หลินจือไป๋เผลอใจเอง ถึงตอนนั้นเยอิงจะได้รู้ว่าเสน่ห์ของหล่อนนะไม่มีค่าอะไรเลย เมื่ออยู่ต่อหน้าเจียนเจียของเรา!”
มองดูการถกเถียงของเหล่าแฟนคลับ ฉีเจียนเจียยิ่งยิ้มกว้างขึ้นไปอีก แต่พอเปิดดูรายชื่อเพื่อนในแอปก็กลับขมวดคิ้วเล็กน้อย
ตั้งแต่เข้าร่วมรายการ ‘เยือนเขาหลีซาน’ มา แขกรับเชิญทุกคนที่ยังไม่ได้เป็นเพื่อนกัน ต่างก็เป็นฝ่ายแอดเธอมาตั้งแต่วันแรกที่ตั้งกลุ่มใหญ่แล้ว ยกเว้นแต่หลินจือไป๋! ถ่ายทำรายการมาตั้งหลายวันขนาดนี้ ยังไม่แอดเป็นเพื่อนกับเธอเลย!
“เขาไม่สนใจในตัวฉันเลยสักนิดจริงๆ เหรอ?”
ฉีเจียนเจียอดไม่ได้ที่จะเริ่มสงสัยในตัวเอง แต่พอคิดอีกทีก็รู้สึกว่า “เขาจะไม่สนใจฉันได้ยังไงกัน ต้องเป็นยัยเด็กเย่อิ่งนั่นไม่ยอมให้เขาแอดฉันแน่ๆ!”
เยอิงน่าจะชอบหลินจือไป๋ ถึงได้คอยกันเธอเอาไว้! ส่วนหลินจือไป๋ก็เห็นแก่ที่เยอิงเป็นเพื่อนร่วมทีม เลยยอมไว้หน้าอีกฝ่าย ไม่แอดเป็นเพื่อนกับเธอ! ต้องเป็นแบบนั้นแน่!
“งั้นฉันจะเป็นฝ่ายแอดนายเองแล้วกัน!”
ตั้งแต่เข้าวงการมา ฉีเจียนเจียแทบจะไม่เคยเป็นฝ่ายแอดใครก่อนเลย แต่ตอนนี้เธอกลับกดเข้าไปที่รูปโปรไฟล์ของหลินจือไป๋ในกลุ่มใหญ่ ส่งคำขอเป็นเพื่อน การเพิ่มเพื่อนสำเร็จในทันที
ฉีเจียนเจียดีใจจนกลิ้งไปมาบนเตียง จากนั้นก็นั่งรอให้หลินจือไป๋เป็นฝ่ายทักทายเธอก่อน หนึ่งนาที สองนาที ห้านาที ครึ่งชั่วโมงผ่านไป ฉีเจียนเจียมองไปที่ช่องแชทของหลินจือไป๋ อีกฝ่ายไม่มีท่าทีจะทักก่อนเลย
“หรือว่าเขาไม่อยากคุยกับฉันนะ? โลกนี้จะมีใครที่ไม่อยากคุยกับฉันด้วยเหรอ? หรือเป็นเพราะเขาไม่รู้ว่าจะพูดอะไรดีในตอนนี้สินะ?”
หลังจากคิดได้แบบนั้น ฉีเจียนเจียเลยเป็นฝ่ายพิมพ์ข้อความไปว่า “นอนหรือยัง?”
ไม่กี่วินาทีต่อมา หลินจือไป๋ตอบกลับมาว่า “อืม”
ฉีเจียนเจียเบิกตากว้าง “แค่นี้เองเหรอ?”
เธอพิมพ์ต่อว่า “รักษาสุขภาพดีจัง นอนไวขนาดนี้เลย”
ครึ่งชั่วโมงผ่านไป เมื่อมองดูข้อความสุดท้ายที่ส่งไปแต่กลับไม่มีการตอบรับเลย ฉีเจียนเจียก็เริ่มนอนไม่หลับขึ้นมา “เขาคงจะง่วงมากแล้วละมัง?”
ฉีเจียนเจียคิดว่าต้องเป็นเพราะเมื่อคืนเขาดื่มไปเยอะมาก ก็เลยง่วงไม่ไหวแล้ว… “เขาเองก็คงจะลำบากใจเหมือนกันนะ… ทั้งที่คงอยากจะคุยกับฉันต่ออีกสักหน่อยแท้ๆ”
บ้านสีน้ำเงิน บนเตียงหลังจากปิดไฟแล้ว หลินจือไป๋เห็นหนิงหลิง, หลานเหย, ฉีเจียนเจีย, ฉีเทียนเหวิน และกูสิง กับคนอื่นๆ แอดเพื่อนมา เขาก็กดตกลงไปอย่างนั้น ใครส่งข้อความมาก็ตอบกลับไปสองสามประโยคตามมารยาท
เกรงว่าตอนที่รายการวาไรตี้นี้เริ่มใหม่ๆ บรรดาคนดังของฉีโจวพวกนี้คงมองว่าเขาเป็นแค่คนไม่มีชื่อเสียง เลยไม่ได้สนใจจะแอดเป็นเพื่อนก่อน ใครจะไปรู้ว่าพอรายการออกอากาศต่อเนื่อง ชื่อเสียงของหลินจือไป๋ก็พุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ ทุกคนคงรู้สึกว่าในอนาคตหลินจือไป๋อาจจะโด่งดังเป็นพลุแตกในฉีโจว ถึงได้เป็นฝ่ายแอดเพื่อนมาสินะ?
หลินจือไป๋เข้าใจแบบนั้น แน่นอนว่าอาจจะเป็นเพราะเขาคิดเล็กคิดน้อยไปเองก็ได้ แต่เรื่องนั้นไม่สำคัญ เพราะยังไงการที่หลินจือไป๋มาออกรายการนี้ก็ไม่ได้มาเพื่อหาเพื่อนอยู่แล้ว ยิ่งไปกว่านั้นเขายังนับว่าได้เพื่อนชาวฉีโจวมาแล้ว เช่น ฉูฉู และเยอิง ชาวฉีโจวสองคนนี้นับว่าเป็นเพื่อนของหลินจือไป๋ เขาความรู้สึกว่าเข้ากับเด็กสาวสองคนนี้ได้ดีทีเดียว ส่วนพวกจางซีหยาง โจวหานจิ้น และคนอื่นๆ ที่มาจากฉินโจวนั้น เดิมทีก็เป็นเพื่อนของหลินจือไป๋อยู่แล้ว
ตอนนี้เอง ผู้กำกับแท็กทุกคนในกลุ่มใหญ่ “พรุ่งนี้พวกเรามาเล่น ‘เกมวัดใจ’ กัน ผู้ชนะจะได้รับเหรียญดอกท้อนะคะ!”
“เกมวัดใจเหรอ?” หลินจือไป๋ยังไม่เข้าใจวามันคืออะไรกันแน่ จนกระทั่งผู้กำกับส่งวิธีเล่นเกมมาให้ หลินจือไป๋ถึงได้กระจ่าง
ที่แท้ก็ของแบบนี้เอง คือให้แขกรับเชิญสองคนทำกิจกรรมร่วมกันหลายๆ อย่าง จากนั้นก็วัดอัตราการเต้นของหัวใจของทั้งสอง ใครใจเต้นแรงกว่าคนนั้นแพ้ ในการเล่นเกมเพื่อกระตุ้นให้อีกฝ่ายหัวใจเต้นเร็วขึ้น สามารถพูดคำพูดที่ค่อนข้างแรง เกินเลย หรือทำท่าทางกระตุ้นอารมณ์อะไรทำนองนั้นได้
อย่างเช่น แขกรับเชิญหญิงส่งสายตาหยาดเยิ้มให้แขกรับเชิญชายในระหว่างการเล่นเกม หากแขกรับเชิญชายเกิดจินตนาการเตลิด หัวใจก็จะเต้นรัวอย่างบ้าคลั่งเลยไม่ใช่เหรอ? แน่นอนแขกรับเชิญชายก็สามารถเก๊กหล่อใส่แขกรับเชิญหญิงได้เหมือนกัน ไม่แน่ว่าแขกรับเชิญหญิงอาจจะหัวใจเต้นเร็วเพราะเหตุนั้นก็ได้
สรุปแล้วนี่คือเกมแข่งขันว่าใครจะ ‘ตายด้าน’ ได้มากกว่ากัน หลินจือไป๋ไม่ได้มีความคิดลามกกับบรรดาแขกรับเชิญหญิงมากนัก เขาจึงรู้สึกว่าเกมนี้ตนเองน่าจะคุมสถานการณ์อยู่ หากคุมไม่อยู่ก็ช่วยไม่ได้ เพราะยังไงระบบก็ไม่มีสูตรโกงด้านนี้ให้
“เกมวัดใจ!?”
ในบ้านสีน้ำเงินเช่นเดียวกัน เมื่อเห็นว่าพรุ่งนี้จะได้เล่นเกมนี้ แววตาของเย่อิ่งก็เป็นประกายขึ้นมา “จอมขูดรีด คอยดูเถอะ!”
เยอิงเริ่มค้นหาในอินเทอร์เน็ตทันทีว่า “จะยั่วยวนผู้ชายได้อย่างไร?” คำตอบคือ “ทำตัวให้เซ็กซี่เข้าไว้”
“อะไรเนี่ย?” เยอิงเปลี่ยนวิธีถามใหม่เป็น “จะทำให้ผู้ชายหัวใจเต้นเร็วได้อย่างไร?” มีคำตอบหลากหลายรูปแบบ
เยอิงเริ่มเรียนรู้อย่างหิวกระหาย ในฐานะเจ้าหญิงแห่งวงการบันเทิงฉีโจว เยอิงไม่จำเป็นต้องยั่วยวนใครเพื่อไต่เต้า มีบริษัทของครอบครัวคอยหนุนหลัง กฎเหล็กใต้ดินอะไรพวกนั้นจึงห่างไกลจากตัวเธอมาก ดังนั้นในเรื่องการอ่อยผู้ชาย เยอิงจึงไม่มีประสบการณ์เลยจริงๆ แต่เธอรู้สึกว่าเกมนี้ตัวเองต้องเก่งมากแน่นอน! เพราะยังไงเธอก็ไม่รู้สึกอะไรกับแขกรับเชิญชายพวกนั้นอยู่แล้ว! ไม่ว่าพวกเขาจะทำอะไร เธอก็จะไม่เกิดอาการใจเต้นแรงแน่นอน! ในเมื่อเป็นแบบนี้ ก็ต้องเล่นสนุกกับหลินจือไป๋ให้เต็มที่หน่อยไม่ใช่เหรอ?
อีกด้านหนึ่ง บ้านสีแดง ฉีเจียนเจียที่นอนพลิกไปพลิกมา ตาค้าง เมื่อเห็นการแจ้งเตือนในกลุ่มก็เตะขากลางอากาศสองที “ชนะแล้ว!”
เกมนี้เธอชนะแล้ว! ถึงจะอยากแพ้ก็ยังแพ้ไม่ได้เลย!
“หลินจือไป๋ พรุ่งนี้ต้องเล่นกับหมอนี่ให้เต็มที่หน่อยแล้ว! นายใจนิ่งดุจสายน้ำจริงๆ เหรอ? ไม่รู้สึกอะไรกับฉันเลยจริงๆ เหรอ? เป็นไปไม่ได้ เป็นไปไม่ได้เด็ดขาด! พรุ่งนี้ฉันจะทำให้นายเผยไตออกมาให้ได้!”
สำหรับเสน่ห์ของเธอ ฉีเจียนเจียมั่นใจมาก!
แน่นอนว่าเยอิงเองก็มั่นใจในเสน่ห์ของตัวเองเต็มเปี่ยมเหมือนกัน เพราะยังไงราชินีเพลงทั้งสองก็ไม่เคยแพ้ใครในวงการมาก่อน ที่ผ่านมามีแต่ดาราชายที่เป็นฝ่ายตามจีบพวกเธอ พวกเธอไม่เคยมีความรู้สึกหวั่นไหวกับดาราชายคนไหนเป็นพิเศษเลย
ไม่ใช่แค่เยอิงและฉีเจียนเจียเท่านั้น ความจริงแล้วแขกรับเชิญส่วนใหญ่ในรายการพอเห็น ‘เกมวัดใจ’ ต่างก็หัวใจเต้นแรงขึ้นมาวูบหนึ่ง เกมนี้ให้อารมณ์เหมือนการทดสอบเสน่ห์อยู่กลายๆ เลยนะ ปกติแล้วก็ต้องเป็นคนที่ตัวเองมีใจให้แหละถึงจะใจเต้นได้ จริงไหม? แน่นอนว่า ‘ปกติ’ ในที่นี้ก็ไม่แน่ว่าจะแม่นยำเสมอไป บางคนแค่จิตใจไม่เข้มแข็งพอก็ใจเต้นรัวได้ง่ายๆ ไม่ได้แปลว่ามีความรู้สึกอะไรเสมอไป เป็นความประหม่าล้วนๆ ความประหม่านี้เป็นเรื่องของจิตใต้สำนึก ดังนั้นคนประเภทนี้มาเล่นเกมนี้ก็คงไม่ได้อรรถรสเอาซะเลย
เพียงแต่ยิ่งเป็นซูเปอร์สตาร์เบอร์ใหญ่ ก็ยิ่งผ่านประสบการณ์มาโชกโชน สภาพจิตใจในด้านนี้ย่อมไม่แย่แน่นอน ดังนั้นทุกคนจึงมีความมั่นใจมาก! มีบางคนที่ค่อนข้างคึกคักได้ประกาศกร้าวลงในกลุ่มอย่างโอหัง
หลังจากหลินจือไป๋เห็น ก็อดถามในกลุ่มไม่ได้ “เกมนี้ถ้าชนะ จะได้เหรียญดอกท้อเท่าไหร่เหรอครับ?”
ฉีเจียนเจีย : “?”
หลินจือไป๋ยังไม่นอนนี่!!! ทั้งที่ในแชทส่วนตัวบอกว่านอนแล้ว จากนั้นก็ไม่ตอบข้อความของเธออีกเลย! แล้วคนที่อยู่ในกลุ่มนี้ใครกันล่ะ? ผีเหรอ?
ฉีเจียนเจียอดไม่ได้ที่จะนึกย้อนไปถึงวันหนึ่งในอดีต วันที่เยเจิ้นทักแชทส่วนตัวหาเธอตอนกลางคืน เธอรู้สึกรำคาญไม่อยากให้ความหวังเจ้าจอมตื๊อเลยแม้แต่นิดเดียว เลยบอกไปว่า “ฉันนอนแล้วนะ” แล้วก็นั่งดูละครอย่างมีความสุข
พอถึงตอนที่สนุก ฉีเจียนเจียก็อดไม่ได้ที่จะแท็กหานักแสดงนำของเรื่องนั้นในกลุ่มหนึ่งเพื่อชื่นชมสองสามประโยค ผลคือใครจะไปนึกว่าเยเจิ้นก็อยู่ในกลุ่มนั้นด้วย อีกฝ่ายส่งเครื่องหมายคำถามมาเหมือนคำพูดนับหมื่นจะรวมอยู่ในเครื่องหมายคำถามนั้นแล้ว
ในตอนนั้นก็เหมือนกับในตอนนี้เป๊ะ ตอนนี้ฉีเจียนเจียเข้าใจความรู้สึกของเยเจิ้นในตอนนั้นอย่างถ่องแท้แล้ว เพียงแต่คนที่ส่งเครื่องหมายคำถามเปลี่ยนมาเป็นฉีเจียนเจียแทน
“จอมตื๊อคือฉันเอง?”