Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
ค้นหานิยาย
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
Sign in Sign up

ผมนี่แหละศิลปินพาร์ตไทม์ - ตอนที่ 357 จุดอ่อนที่ร้ายแรงของเทพดาราร้อยลักษณ์!

  1. Home
  2. ผมนี่แหละศิลปินพาร์ตไทม์
  3. ตอนที่ 357 จุดอ่อนที่ร้ายแรงของเทพดาราร้อยลักษณ์!
Prev
Next

ไม่เห็นนิยายอัปเดตใช่ไหม?
>>จิ้มที่นี่ได้เลย<<

อันที่จริงหลินจือไป๋ก็เคยคิดว่า การที่ตนเองปลดปล่อยตัวตนบนเวที King of Mask Singer แบบนี้ ตอนเปิดหน้ากากจะอับอายจนอยากแทรกแผ่นดินหนีหรือเปล่า?

แต่เมื่อลองคิดดูอีกที เรื่องนี้มันจะทำให้อับอายได้มากกว่าการที่ฉือตี้กับไปตี้เป็นคนเดียวกันอย่างนั้นเหรอ?

อย่างที่เขาว่ากันว่าเหาเยอะย่อมไม่กลัวคัน ในเมื่อตัดสินใจจะเปิดหน้ากากแล้ว ก่อนจะเปิดก็ต้องเล่นให้สนุกสุดเหวี่ยงเสียก่อน นี่เรียกว่าความบ้าคลั่งสุดท้ายก่อนความลับจะถูกเปิดเผย

ตอนนี้หลินจือไป๋เล่นจนสนุกแล้ว และผู้ชมทุกคนก็ขำกันจนบ้าไปแล้ว!

“ฮ่าๆๆๆๆ เทพดาราร้อยลักษณ์ช่างคู่ควรกับชื่อนี้ซะจริง!”

“นี่มันเสียงของหลินชิวจิงใช่ไหม?”

“ไม่น่าใช่นะ แต่เหมือนมาก!”

“ถ้านับรวมโจวหานจิน จางซีหยาง หลินโสวจัว และหลี่เซียว นี่ก็เป็นเสียงที่ห้าแล้วที่เทพดาราร้อยลักษณ์เปล่งออกมา”

“เพลงนี้สุดยอดไปเลย! ฉันถึงกับรู้สึกว่าเสียงของเทพดาราร้อยลักษณ์หวานกว่าหลินชิวจิงอีก!”

“ผู้ชาย?”

“ผู้หญิง?”

“ไม่สำคัญแล้ว!”

มันไม่สำคัญแล้วจริงๆ ที่สำคัญคือทุกคนต่างก็ชื่นชอบการแสดงนี้!

และเมื่อหวงลี่ก้าวขึ้นบนเวทีอีกครั้งเพื่อเตือนให้ทุกคนลงคะแนนโหวต ก็เห็นได้ชัดว่าผู้ชมส่วนใหญ่พากันหยิบเครื่องลงคะแนนขึ้นมาแล้ว!

ไม่ต้องคิดก็รู้ว่า รอบนี้เทพดาราร้อยลักษณ์จะต้องได้รับคะแนนสูงแน่นอน!

ทีมกรรมการนักทาย หลี่เชียวเอ่ยอย่างตื่นเต้น “อาจารย์เทพดาราร้อยลักษณ์ รีบบอกพวกเรามาเถอะค่ะ ว่าตกลงแล้วคุณเป็นผู้ชายหรือผู้หญิง!”

อิ้งเหวย “ขอความจริงด้วยครับ!”

หานปัว: “ตกลงคุณคือใครกันแน่!”

เถียนเหวย: “อย่าบอกนะว่าคุณเป็นผู้หญิงจริงๆ น่ะ!”

เทพดาราร้อยลักษณ์ใช้เสียงของหลินชิวจิงตอบกลับไปทันที “พวกคุณฟังไม่ออกเหรอคะ ฉันคือชิวจิงไงคะ”

“พรืด!”

ผู้ชมหัวเราะลั่น!

“หมอนี่คิดจะโยนแพะอีกแล้ว!”

“ชิวจิงผู้น่าสงสารของฉัน! อยู่ดีๆ ก็มีแพะตกลงมาจากฟ้า!”

“คุณคิดว่าพวกเราจะเชื่อเหรอ?”

“ต่อให้ตายฉันก็ไม่เชื่อ!”

“ชิวจิงไม่ได้ซุกซนเหมือนคุณซะหน่อย!”

“เจ้าแม่สายแบ๊วของเรานะเป็นเด็กดีจะตาย!”

“นายนันมันจอมป่วน!”

“จอมมารแห่งการกลั่นแกล้ง!”

ก่อนหน้านี้ตอนที่เทพดาราร้อยลักษณ์โยนแพะให้หลัวเยียน ยังมีผู้ชมบางคนเชื่อครึ่งสงสัยครึ่ง แต่คราวนี้ไม่มีใครเชื่อเขาอีกแล้ว เพราะคนคนนี้เลียนเสียงนักร้องมาถึงห้าคนแล้ว!

หืม?

ไม่หลงกล?

หลินจือไป๋ภายใต้หน้ากากยิ้มออกมา ดูท่าทฤษฎี ‘เด็กเลี้ยงแกะ’ เริ่มจะได้ผลทีละนิดแล้ว เมื่อใดที่ทุกคนไม่เชื่ออย่างเด็ดขาดว่าตนเองคือนักร้องที่กำลังเลียนแบบอยู่ เมื่อนั้นแหละจะเป็นเวลาที่หลินจือไป๋จะกล้าใช้เสียงจริงของตนเองร้องเพลงในรายการ King of Mask Singer อย่างเปิดเผย!

เป็นเช่นนี้เอง หลินจือไป๋กลับไปที่ห้องพัก ผู้แสดงลำดับที่สามคือฉูหลิวเชียง ตามหลักแล้วหมายเลขสามถือว่าดีมาก แต่ดูเหมือนโชคของฉูหลิวเชียงจะไม่ค่อยดีนัก เพราะดันต้องแสดงต่อจากเทพดาราร้อยลักษณ์!

เวทีเพลง ‘ฉันเป็นผู้หญิง’ ของเทพดาราร้อยลักษณ์แบบนี้ ยากที่จะแสดงต่อจริงๆ! ไม่ใช่ว่าเพลงนั้นจะเจ๋งสุดยอดนักหนา แต่เป็นเพราะสีสันรายการของเขามันดีเกินไป จนดึงดูดความสนใจของผู้ชมไปหมดแล้วต่างหาก!

เรื่องนี้ส่งผลให้หลายคนยังไม่ทันได้สติกลับมา เอาแต่คาดเดาตัวตนของเทพดาราร้อยลักษณ์อยู่ การแสดงของฉูหลิวเชียงก็จบลงเสียแล้ว ยังดีที่คนต่อมาการแสดงบนเวทีไม่มีปัญหา เพราะอย่างไรฝีมือก็ยังวางให้เห็นอยู่ตรงนั้น

และเมื่อรอบแรกจบลง อันดับของนักร้องก็ออกมาแล้ว เทพดาราร้อยลักษณ์รั้งอันดับที่สามไว้อย่างมั่นคง!

อันดับหนึ่งในวันนี้คือเจ้าชายกบ ช่วงสองตอนหลังมานี้เขาเริ่มปล่อยของออกมาอย่างเห็นได้ชัด!

หลินจือไป๋สงสัยว่าเป็นเพราะโจวหานจินได้อันดับสองมาหลายครั้งในสองตอนแรก จนในใจเริ่มไม่สมดุลจึงไม่ยอมซ่อนฝีมือไว้อีกต่อไป ส่วนสุนัขทิเบตอยู่อันดับที่สอง

การคัดเลือกทีมสีแดงดำเนินมาจนถึงตอนที่สี่ในปัจจุบัน สุนัขทิเบต เจ้าชายกบ และเทพดาราร้อยลักษณ์ ได้กลายเป็นกลุ่มขาประจำที่ยึดครองสามอันดับแรกในสายตาของชาวเน็ตไปแล้ว!

ทุกตอน ทุกรอบ ทั้งสามคนนี้จะต้องเหมาสามอันดับแรกเสมอ!

แต่สุนัขทิเบตและเจ้าชายกบส่วนใหญ่พึ่งพาฝีมือที่แท้จริง ส่วนเทพดาราร้อยลักษณ์จะพึ่งพาสีสันรายการที่แพรวพราวเสียมากกว่า

ผู้ที่อยู่อันดับสุดท้ายคือฉูหลิวเชียง สาเหตุหลักเป็นเพราะต้องแสดงต่อจากเวทีของเทพดาราร้อยลักษณ์ การแสดงของฉูหลิวเชียงเมื่อครู่จึงสร้างความประทับใจให้ผู้ชมได้ไม่ลึกซึ้งนัก

รอบแรกสิ้นสุดลง รอบที่สองกำลังจะเริ่มต้นขึ้น ผู้ชมในฮอลล์กำลังพูดคุยถึงประเด็นการแข่งขัน

“นี่เป็นตอนรองสุดท้ายของทีมสีแดงแล้ว ตอนหน้าก็จะเป็นรอบชิงชนะเลิศภายในทีมสีแดงแล้ว!”

“ดูท่าแชมป์ของทีมสีแดงคงต้องตัดสินกันระหว่างสุนัขทิเบต เจ้าชายกบ และเทพดาราร้อยลักษณ์แล้วละ”

“เทพดาราร้อยลักษณ์ยังดูด้อยกว่าสองคนนั้นอยู่นิดหน่อยนะ”

“แต่เทพดาราร้อยลักษณ์ตลกดีนะ สีสันรายการดี เสน่ห์ดึงดูดผู้ชมก็ดี ผู้ชมชอบดูเขาเลยเต็มใจลงคะแนนให้”

“ก็จริงนะ แต่ฉันยังมีเหตุผลพอที่จะไม่ลงคะแนนให้เทพดาราร้อยลักษณ์ เพราะสุนัขทิเบตกับเจ้าชายกบร้องเพลงได้ดีกว่าจริงๆ เทพดาราร้อยลักษณ์นะดูไม่จริงจังเกินไป”

“เทพดาราร้อยลักษณ์ดูไม่จริงจังเกินไปจริงๆ นั่นแหละ”

“ถ้าพูดถึงฝีมือที่แท้จริง ฉันยังรู้สึกว่าสุนัขทิเบตแข็งแกร่งที่สุด ร้องได้ระเบิดอารมณ์มาก!”

“สองตอนมานี้เจ้าชายกบระเบิดพลังออกมามากกว่าหน่อย ฉันรู้สึกว่าในสองคนนี้ต้องมีใครคนหนึ่งเป็นราชาเพลงแน่ หรือถึงขั้นอาจจะเป็นราชาเพลงทั้งคู่เลยก็ได้!”

ระหว่างการถกเถียง ในที่สุดรอบที่สองก็เริ่มต้นขึ้น ผู้ชมที่รอคอยมาครู่ใหญ่กลับมามีสมาธิจดจ่ออีกครั้ง!

“คราวนี้เทพดาราร้อยลักษณ์ได้หมายเลขอะไร?”

เอาเถอะ แม้ทุกคนจะรู้สึกว่าคนที่แข็งแกร่งที่สุดของทีมสีแดงคือสุนัขทิเบตและเจ้าชายกบ แต่คนที่พวกเขาให้ความสนใจมากที่สุดยังคงเป็นเทพดาราร้อยลักษณ์อยู่ดี!

ก็เพราะความไม่จริงจังของเขานั่นแหละ! อาจจะเป็นเพราะทุกคนดูการแข่งขันที่เคร่งเครียดมามากเกินไป เลยชอบเวทีประเภทที่อยู่เหนือความคาดหมายโดยสิ้นเชิงอะไรแบบนั้น

แต่พอถึงตอนลงคะแนน หลายคนก็จะกลับมาสู่หลักการและเหตุผล ไม่ยอมจ่ายคะแนนให้กับความไม่จริงจังแบบนั้นอย่างไม่ลืมหูลืมตา นี่จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้เทพดาราร้อยลักษณ์คว้าอันดับหนึ่งได้ยากขึ้นเรื่อยๆ

แน่นอนว่าเรื่องนี้ไม่ส่งผลกระทบต่อความคาดหวังที่ทุกคนมีต่อเทพดาราร้อยลักษณ์ น่าเสียดายที่ในรอบที่สอง หลินจือไป๋จับได้หมายเลขห้า ขึ้นเวทีค่อนข้างช้า

รอบที่สอง นกกาเหว่าเปิดฉากคนแรก ตามด้วยสุนัขทิเบต ปลาคาร์ปแดง และฉูหลิวเชียง

หลินจือไป๋ตั้งใจฟังการร้องเพลงของทุกคน โดยเฉพาะปลาคาร์ปแดง ความรู้สึกคุ้นเคยที่เหมือนจะมีแต่ก็เหมือนไม่มีนั้นเริ่มทวีความรุนแรงขึ้น

เมื่อปลาคาร์ปแดงร้องถึงท่อนฮุคของเพลง ทันใดนั้นหลินจือไป๋ก็เกิดปิ๊งไอเดียประกายสายฟ้าแลบผ่านเข้ามาในสมอง!

หานเยว่ซวง? ปลาคาร์ปแดงคนนี้มีความเป็นไปได้สูงว่าเป็นหานเยว่ซวง!

หานเยว่ซวงเป็นนักร้องหญิงในสังกัดของคุนเผิง การที่เธอเข้าร่วมรายการ King of Mask Singer ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรเลย แต่เธอซ่อนน้ำเสียงเอาไว้ได้ดีเกินไปแล้ว ในรอบแรกหลินจือไป๋ยังฟังไม่ออกเลยด้วยซ้ำ

กลายเป็นว่าทีมสีแดงในท้ายที่สุด ก็มีแต่คนรู้จักของฉันทั้งนั้นเลย หลินจือไป๋อดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา การได้ร่วมงานกับคนคุ้นเคยนั้นเป็นเรื่องดี โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่คนพวกนี้ไม่รู้ตัวตนที่แท้จริงของเขา

ในตอนนี้เอง เซียวหลงเยว่ผู้จัดการส่วนตัวชั่วคราวที่อยู่ข้างๆ เอ่ยขึ้นว่า “อาจารย์เทพดาราร้อยลักษณ์คะ ฉันมีข้อเสนอแนะนิดหน่อย ไม่ทราบว่าคุณอยากจะลองพิจารณาดูไหมคะ?”

“เรื่องอะไรเหรอ?”

เซียวหลงเยว่พยายามเรียบเรียงคำพูดอย่างระมัดระวัง “เพลงที่คุณร้องบนเวที King of Mask Singer ทุกคนชื่นชอบกันมากเลยค่ะ แต่ก็มีผู้ชมบางส่วนรู้สึกว่าเวทีของคุณมันดูไม่ค่อยจริงจังไปสักหน่อย”

“ไม่จริงจังเหรอ?”

หลินจือไป๋นึกทบทวนดู ผลลัพธ์จากการแสดงของเขาในทุกรอบล้วนออกมาดีมาก แต่อันดับกลับได้อยู่ที่สามบ่อยครั้ง ยากจะคว้าอันดับหนึ่งมาได้ อาจจะเกี่ยวกับความไม่จริงจังที่ว่านี้หรือเปล่า?

“ฉันก็แค่พูดขึ้นมาลอยๆ นะคะ…” เมื่อเห็นเทพดาราร้อยลักษณ์เงียบไป เซียวหลงเยว่ก็แอบกลัวว่าเขาจะโกรธ จึงรีบอธิบายอย่างลนลานเล็กน้อย

“ไม่เป็นไร พูดต่อเถอะ”

หลินจือไป๋รู้สึกว่าสิ่งที่เซียวหลงเยว่ผู้จัดการชั่วคราวคนนี้พูดมีเหตุผลอยู่บ้าง ในด้านการเลือกเพลงนั้นเขาเน้นไปที่สีสันของรายการมากกว่าหน่อยจริงๆ แม้จะมีความสุข แต่ดูเหมือนฝีมือที่แท้จริงจะไม่ได้ถูกแสดงออกมา อย่างเช่นเพลง ‘ฉันเป็นผู้หญิง’ เพลงประเภทนี้หากไม่ประกอบกับสีสันของรายการและเทคนิคการเปลี่ยนเสียงของหลินจือไป๋แล้ว อันที่จริงก็ยากที่จะคว้าอันดับสูงๆ บนเวที King of Mask Singer ได้ เพราะยังไงความยากของตัวเพลงก็มีอยู่แค่นั้น

“งั้นฉันขอพูดต่อเลยนะคะ” เซียวหลงเยว่แลบลิ้นน้อยๆ “ประเด็นหลักคือ การแสดงของคุณทำให้ความสนใจของผู้ชมพุ่งเป้าไปที่การคาดเดาตัวตนของคุณอย่างเดียวเลยค่ะ ไม่ว่าเป็นชายหรือหญิง หรือว่าเป็นราชาเพลงหรือเปล่า ทำให้ความสนใจในตัวเพลงลดน้อยลงไประดับหนึ่ง อันที่จริงฉันเองก็เป็นเหมือนกันค่ะ หลายตอนที่ผ่านมานี้ ทุกครั้งที่ฟังคุณร้องเพลง ในสมองของฉันก็เอาแต่คิดว่า ตกลงแล้วคุณคือใครกันแน่”

“ผมเข้าใจแล้ว” หลินจือไป๋ยิ้มพลางกล่าวว่า “ขอบคุณสำหรับคำเตือนนะ”

สีสันของรายการแน่นอนว่าต้องมี แต่ตนเองจะพิจารณาเพียงแค่สีสันของรายการอย่างเดียวไม่ได้ การแสดงที่ดีที่สุดควรจะเป็นการรวมสีสันของรายการเข้ากับเสน่ห์ของบทเพลง

ช่วงท้ายตัวตนนักร้องสนุกมากจริงๆ นี่คือไอเดียที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของรายการ แต่เมื่อถึงการแข่งขันจริงๆ ดูเหมือนว่าตัวบทเพลงก็ควรจะมีความสำคัญมากกว่าการออกแบบที่น่าสนใจนี้ บางทีอาจเพราะสาเหตุนี้ ผู้ชมถึงไม่ได้ลงคะแนนให้เขาเป็นที่หนึ่ง

เพียงแต่คำพูดนี้ยังไม่ได้กลายเป็นกระแสวิจารณ์ในสังคม มีเพียงคนที่ค่อนข้างละเอียดอ่อนเท่านั้นที่จะสังเกตเห็นถึงปัญหา เล่นก็ส่วนเล่น สนุกก็ส่วนสนุก ถึงเวลาที่ควรจะจริงจังก็ต้องจริงจังขึ้นมาบ้าง โดยเฉพาะในช่วงสุดท้ายของการคัดเลือกทีมสีแดง ดูเหมือนว่าเขาควรจะแสดงอะไรบางอย่างออกมาได้แล้ว

ความไม่จริงจังนั้น ความจริงมันก็มีอยู่บ้าง แต่หากไม่จริงจังจนเกินไปกลับจะกลายเป็นข้อเสีย หากรอบชิงชนะเลิศยังเป็นแบบนี้อยู่ อาจถึงขั้นกลายเป็นจุดอ่อนร้ายแรงได้เลย!

เมื่อคิดได้ดังนั้น หลินจือไป๋กล่าวว่า “คุณไปประสานงานกับวงดนตรีหน่อยนะ รอบหน้าผมจะเปลี่ยนไปใช้เพลงที่ซ้อมเมื่อวานซืนแทน”

“เมื่อวานซืนเหรอคะ?” เซียวหลงเยว่พยักหน้ารับทราบ “ได้ค่ะ”

เธอไม่รู้ว่าอาจารย์เทพดาราร้อยลักษณ์ซ้อมเพลงอะไรไปเมื่อวานซืน รู้เพียงว่าเพลงที่เทพดาราร้อยลักษณ์ซ้อมนั้นมีจำนวนมากกว่านักร้องหน้ากากคนอื่นๆ

อันที่จริงนักร้องหน้ากากทุกคนล้วนซ้อมเพลงเผื่อไว้หลายเพลง เพื่อป้องกันความเปลี่ยนแปลงอะไรก็ตามในการแข่งขัน เมื่อนักร้องที่เจนจัดสนามเข้าร่วมการแข่งขันประเภทนี้ ในแต่ละตอนจะไม่เตรียมมาแค่สองเพลง แต่จะเตรียมมาเผื่ออีกหลายเพลงเพื่อให้สามารถรับมือกับสถานการณ์เฉพาะหน้าได้

และในขณะที่เซียวหลงเยว่ไปประสานงานกับทีมงานรายการ นักร้องคนที่สี่ในรอบที่สอง ฉูหลิวเชียงก็ได้ขึ้นเวทีแล้ว เพลงที่เขาร้องกลับเป็นเพลงที่แต่งขึ้นใหม่!

“นี่เป็นเพลงใหม่ที่อาจารย์นักแต่งเพลงฝีมือฉกาจแต่งให้ผม หวังว่าทุกคนจะชอบนะครับ”

ร้องจบ ฉูหลิวเชียงก้มตัวคำนับผู้ชม ผลลัพธ์ออกมาไม่เลวเลย เห็นได้ชัดว่าผู้ชมกระตือรือร้นลงคะแนนมาก

สาเหตุหลักเป็นเพราะอันดับของฉูหลิวเชียงในรอบแรกค่อนข้างอันตราย ในรอบที่สองถ้าไม่ระวังอาจจะถูกคัดออกได้ เขาจึงต้องใช้วิธีที่เหนือความคาดหมาย!

โดยเฉพาะเมื่อเห็นเทพดาราร้อยลักษณ์ร้องเพลงใหม่ตลอด และผู้ชมก็ให้การตอบรับอย่างดี เรื่องนี้จึงเป็นแบบอย่างให้ฉูหลิวเชียง

“ฉันแจ้งเรียบร้อยแล้วค่ะ!” เซียวหลงเยว่รีบวิ่งกลับมาอย่างรวดเร็ว

ในจังหวะนี้เอง พิธีกรหวงลี่บนเวทีได้เริ่มแนะนำขึ้นว่า “ขอบคุณการแสดงที่ยอดเยี่ยมของอาจารย์ฉูหลิวเชียงครับ นักร้องคนถัดไปที่จะปรากฏตัวคือ อาจารย์เทพดาราร้อยลักษณ์ ขอเสียงปรบมือต้อนรับด้วยครับ…”

หลินจือไป๋ลุกขึ้นยืนเตรียมตัวจะขึ้นเวทีแล้ว

เซียวหลงเยว่ให้กำลังใจอยู่ข้างๆ “อาจารย์เทพดาราร้อยลักษณ์ สู้ๆ นะคะ!”

หลินจือไป๋พยักหน้าแล้วเดินก้าวสู่เวทีทีละก้าว สำหรับเพลงถัดไปนี้ เขาหวังว่าทั้งสีสันของการแสดงและตัวบทเพลงจะได้รับการยอมรับจากผู้ชม!

>กลับหน้าหลักHOMEจิ้ม<

Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 357 จุดอ่อนที่ร้ายแรงของเทพดาราร้อยลักษณ์!"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Aileen Novel
  • หน้าหลัก HOME
  • COOKIE POLICY

© 2020 - 2023 ไอรีนโนเวล นิยายอ่านฟรีทุกวัน เว็บอ่านนิยาย pdf ไอรีนโนเวล “aileen-novel.online” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน นิยายชื่อดัง ตอนล่าสุด "ฮณ๊ฯดฯฌซ, อ่านฟรี อ่านเพลินอ่านทั้งวันกับไอรีนโนเวลออนไลน์

Sign in

Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Sign Up

Register For This Site.

Log in | Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Lost your password?

Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย