Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
ค้นหานิยาย
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
Sign in Sign up

ผมนี่แหละศิลปินพาร์ตไทม์ - ตอนที่ 354 หลินเจ้ามู่... สมกับเป็นหลานที่ดีของฉัน!

  1. Home
  2. ผมนี่แหละศิลปินพาร์ตไทม์
  3. ตอนที่ 354 หลินเจ้ามู่... สมกับเป็นหลานที่ดีของฉัน!
Prev
Next

ไม่เห็นนิยายอัปเดตใช่ไหม?
>>จิ้มที่นี่ได้เลย<<

สองวันต่อมา หลินจือไป๋ไม่ได้ไปซ้อมที่สถานีโทรทัศน์อีก

เพราะเพลงที่เขาซ้อมไว้ก่อนหน้านี้มีไม่น้อยแล้ว เพียงพอที่จะรับมือกับการคัดเลือกรอบสุดท้ายของทีมสีแดงทั้งสองรอบ

ดังนั้นเขาจึงเอาเวลานี้มาอยู่กับครอบครัวให้เต็มที่ เพราะใกล้ถึงช่วงปิดเทอมฤดูร้อนแล้ว คาดว่าเมื่อถึงช่วงนั้น รายการ ‘King of Mask Singer’ ก็คงจะจบลงพอดี

ถึงตอนนั้น หลินจือไป๋ต้องเดินทางไปยังฉีโจวเพื่อบุกเบิกตลาด แม้การเดินทางด้วยเครื่องบินจะสะดวกสบาย แต่การต้องบินไปบินมาบ่อยๆ ก็เหนื่อยล้าเอาการ ดังนั้นเขาอาจจะต้องห่างจากบ้านไปสักพักใหญ่เลยทีเดียว

แต่ช่วงนี้พี่ชายของเขายุ่งมาก มักจะไม่ค่อยอยู่บ้าน หมกตัวอยู่ในบริษัทตลอด ที่แท้ก็เพราะรายการวาไรตี้ใหม่ ‘Call Me by Fire’ กำลังอยู่ในช่วงบันทึกเทปนั่นเอง

ตอนนั้นที่หลินจือไป๋สั่งให้เจียงเฉิงส่งรายการ ‘Sisters Who Make Waves’ ให้กับหลินเชิงเทียน เขาก็ถือโอกาสส่งรายการสไตล์เดียวกันนี้ให้พี่ชายไปพร้อมกันด้วย

เมื่อเคยมีความสำเร็จของ ‘หล่าพั่ว’ (Sisters) เป็นต้นแบบ โลกภายนอกจึงคาดหวังต่อ ‘Call Me by Fire’ อย่างมาก เพราะนี่เป็นวาไรตี้ที่ผลิตโดยคุนเผิง และผู้ร่วมงานก็ยังเป็นเสินฮวาเอ็นเตอร์เทนเมนต์

ทางสถานีโทรทัศน์เสินฮวาและเว็บไซต์วิดีโอเสินฮวาต่างก็ตั้งตารอรายการนี้เช่นกัน เพราะมันเป็นรายการที่เครือบริษัทของตนเป็นคนผลิต ย่อมสามารถออกอากาศผ่านสื่อในเครือเสินฮวาได้อยู่แล้ว

แต่ในไม่ช้าความหวังของสถานีโทรทัศน์และเว็บไซต์วิดีโอเสินฮวาก็ต้องพังทลายลง เพราะทางคุนเผิงปฏิเสธที่จะมอบลิขสิทธิ์รายการ ‘Call Me by Fire’ ให้กับสถานีโทรทัศน์และเว็บไซต์วิดีโอเสินฮวาออกอากาศ

ทางฝั่งสถานีโทรทัศน์และเว็บไซต์วิดีโอต่างก็ร้อนรนจนเรื่องลามไปถึงสำนักงานใหญ่ โดยมองว่าเสินฮวาเอ็นเตอร์เทนเมนต์กับสถานีโทรทัศน์และเว็บไซต์วิดีโอเสินฮวาไม่ได้เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน

แน่นอนว่ามันคือความจริง แต่การที่เรื่องมาถึงสำนักงานใหญ่นั้นไม่ใช่เรื่องดี ทำให้ผู้บริหารระดับสูงภายในเครือบริษัทจำนวนไม่น้อย เริ่มเกิดความไม่พอใจต่อเสินฮวาเอ็นเตอร์เทนเมนต์

“พวกเราก็จนปัญญาเหมือนกันครับ…” ทางเสินฮวาเอ็นเตอร์เทนเมนต์ก็เลี่ยงไปเลี่ยงมา “ถ้าเราไม่เห็นชอบตามความคิดเห็นของคุนเผิง พวกเขาก็พร้อมจะเสียค่าปรับ ดึงลิขสิทธิ์รายการ ‘Call Me by Fire’ คืนกลับไป ถึงตอนนั้นเราจะไม่ได้อะไรเลยนะครับ”

สงครามธุรกิจจอมปลอม: กว้านซื้อและเทขายหุ้น โอนย้ายส่วนแบ่ง ถล่มราคาหุ้นของอีกฝ่าย ส่งสายลับจารกรรมข้อมูล ทั้งสองฝ่ายนั่งประจันหน้ากันในห้องทำงาน ใช้ไหวพริบวางแผนกลยุทธ์ ล่าลิขสิทธิ์สยบคู่ต่อสู้ได้โดยไม่ต้องออกแรงรบ!

สงครามธุรกิจที่แท้จริง: การเปิดสงครามน้ำลายบนโซเชียลมีเดียว่าใครใหญ่กว่ากัน

สิ่งที่คุนเผิงกำลังเล่นอยู่คือสงครามธุรกิจของจริง ยังไงก็คือไม่ให้ลิขสิทธิ์ ต่อให้พวกคุณจะเป็นครอบครัวเดียวกันก็ไม่เกี่ยว ผมร่วมมือกับอาสี่บ้านคุณ ไม่ได้มีความสัมพันธ์ใดๆ กับอาใหญ่ อารอง อาสาม ของพวกคุณเลยแม้แต่น้อย

ตรรกะนี้เน้นความเรียบง่ายดุดัน แยกแยะบุญคุณความแค้นอย่างชัดเจน

ทางกลุ่มบริษัทเสินฮวาเองก็ทำอะไรไม่ได้ เว้นแต่ว่าเสินฮวาเอ็นเตอร์เทนเมนต์จะไม่ร่วมมือกับคุนเผิงอีก

ซึ่งแน่นอนว่าในกระบวนการนี้ พี่ชายและพ่อของหลินจือไป๋ต้องแบกรับความกดดันไม่น้อย ความไม่พอใจของคนบางกลุ่มในเครือจำเป็นต้องชดเชยด้วยผลงาน

“การบุกเบิกตลาดต่างทวีปเป็นเรื่องที่เลี่ยงไม่ได้แล้ว”

ตอนกินมื้อค่ำวันนี้ พ่อก็เอ่ยขึ้นว่า “ถ้าเสินฮวาเอ็นเตอร์เทนเมนต์ของเราสามารถสร้างผลงานในฉีโจวได้สำเร็จ ทางเบื้องบนก็คงจะไม่เอาเรื่องความขัดแย้งระหว่างเรากับสถานีโทรทัศน์และเว็บไซต์ในเครือมาเป็นประเด็นอีก เพราะยังไงเป้าหมายหลักของบริษัทก็คือผลกำไร”

หากเสินฮวาเอ็นเตอร์เทนเมนต์ร่วมมือกับคุนเผิงแล้วทำเงินได้มากพอ แล้วสถานีโทรทัศน์และเว็บไซต์เสินฮวาจะต้องทนอึดอัดใจบ้างจะเป็นไรไป?

และความรับผิดชอบอันหนักอึ้งนี้ ในแง่หนึ่งก็ได้วางลงบนบ่าของหลินจือไป๋แล้ว เพราะบริษัทร่วมทุนที่ฉีโจวนั้นมีเขาเป็นผู้กุมบังเหียน

“ผมรับรองครับว่าจะทำให้บริษัทร่วมทุนทำกำไรให้ได้” หลินจือไป๋ตบหน้าอกเสียงดังปึก เพื่อให้คนในครอบครัวสบายใจ

แต่หลินซีกลับอดไม่ได้ที่จะคิดมาก “ยังไงก็เป็นบริษัทร่วมทุนนะ กลัวว่าคุนเผิงกับเสินฮวาเอ็นเตอร์เทนเมนต์ของเราจะไม่ได้เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันร้อยเปอร์เซ็นต์น่ะสิ”

“ผมจะเป็นคนประสานงานเองครับ” หลินจือไป๋ยังคงสร้างความเชื่อมั่นให้กับคนในครอบครัวต่อไป

ล้อเล่นหรือเปล่า จะมองไปทางไหนก็มีแต่คนของผมทั้งนั้น ใครกล้าขัดแข้งขัดขาก็ไสหัวไป ไม่ว่าจะเป็นคุนเผิงหรือเสินฮวาเอ็นเตอร์เทนเมนต์ก็ล้วนปฏิบัติอย่างเท่าเทียม!

“ความมั่นใจนี้สมแล้วที่เป็นลูกแม่” แม่กล่าวด้วยรอยยิ้มและไม่ได้ตั้งข้อสงสัยอะไร

ไม่เกี่ยวกับการรักจนหลง แต่หลักๆ เพราะหลินจือไป๋ทำให้สำนักพิมพ์เสินฮวายิ่งใหญ่และประสบความสำเร็จขนาดนั้นได้ พิสูจน์ความสามารถของเขาอย่างเต็มที่แล้ว!

จะว่าไปแล้ว อันที่จริงแม่ไม่เคยตามใจหลินจือไป๋จนเสียคน ตอนเด็กหลินจือไป๋ซุกซนไม่อยู่นิ่ง อะไรๆ ก็อยากลองทำไปทุกอย่าง มีงานอดิเรกมากมายเป็นกระบุง แต่ส่วนใหญ่ก็เล่นซะทำนองว่าเห่อของใหม่แค่สามนาที

เป็นแม่ที่คอยเคี่ยวเข็ญให้เขามั้งใจเรียน ไม่ว่าจะเป็นเปียโน กีตาร์ การวาดภาพ อักษรพู่กันจีน และอื่นๆ ก็เป็นแบบนี้ทั้งหมด เอาเป็นว่าเมื่อไหร่ที่หลินจือไป๋เริ่มขี้เกียจ แม่ก็จะออกโรงมาจี้ให้เขาจริงจังกว่านี้หน่อย ในเมื่อลูกเริ่มเรียนแล้วก็ห้ามเลิกกลางคัน อย่างน้อยก็ต้องเรียนให้ได้ผลลัพธ์ออกมาบ้าง

ในปัจจุบันนี้ ชื่อเสียงของไปตี้ดังไปทั่วฉินโจว แม้แม่จะไม่พูดอะไรแต่ในใจกลับภูมิใจมาก ถึงขั้นคิดว่าความสำเร็จของหลินจือไป๋ในเวลานี้ เกี่ยวข้องกับการที่เธอเข้มงวดกวดขันกับเขาในตอนเด็กอย่างแยกไม่ออก

แม้จะมีเพียงหลินจือไป๋ที่รู้ว่าความสำเร็จที่ตนได้รับนั้นหลักๆ มาจากระบบ แต่แม่จะคิดแบบนั้นก็ไม่เป็นไร เพราะยังไงพรสวรรค์เหล่านี้ของหลินจือไป๋ ภายใต้การเคี่ยวเข็ญของแม่ในวัยเด็ก ก็ถือว่าได้ปูพื้นฐานไว้บ้างไม่มากก็น้อย

จนกระทั่งหลายปีมานี้ เมื่อเขาแสดงอัจฉริยภาพทางดนตรีที่น่าหวาดหวั่นในฐานะไปตี้ ไปจนถึงพรสวรรค์ด้านอักษรพู่กันและบทกวี แม้ครอบครัวจะประหลาดใจแต่ก็ไม่ได้รู้สึกว่ายากจะเข้าใจขนาดนั้น

อย่างไรเสีย เขาก็เคยเรียนของพวกนี้มาหลายปีตอนเด็กไม่ใช่หรือ?

เป็นเช่นนี้ หลังจากทานข้าวเสร็จ หลินจือไป๋กลับเข้าห้องนอน หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็เปิดคอมพิวเตอร์และเริ่มเขียนบทละคร

บทละครเรื่องนี้มีชื่อว่า ‘เปาบุ้นจิ้นหน้าขาว’ (Justice Bao)!

เห็นได้ชัดว่าหลินจือไป๋ได้เริ่มเตรียมการบุกเบิกตลาดฉีโจวแล้ว ตลาดภาพยนตร์ของฉีโจวนิยมแนวตลกเป็นอย่างมาก ดังนั้นหลินจือไป๋จึงสั่งซื้อภาพยนตร์ตลกฮ่องกงจากโลกก่อนจำนวนมากจากระบบ และเมื่อกล่าวถึงภาพยนตร์ตลกฮ่องกง สิ่งแรกที่หลินจือไป๋นึกถึงก็คือ ‘โจวซิงฉือ’ ราชาหนังตลก!

แม้การจะหานักแสดงภาพยนตร์อย่างโจวซิงฉือในบลูสตาร์จะเป็นเรื่องยาก แต่หลินจือไป๋คิดว่าลองดูได้ ดังนั้นจึงเขียนบทภาพยนตร์ที่เป็นตัวแทนของโจวซิงฉือออกมาก่อนแล้วกัน

โลกใบนี้กว้างใหญ่! ตนค่อยๆ ค้นหาไปก็ได้ หลินจือไป๋ได้สั่งให้เจียงเฉิงรวบรวมข้อมูลของนักแสดงตลกในฉีโจว หรือแม้แต่ในฉินโจวแล้ว

ต่อให้สุดท้ายเขาจะหานักแสดงที่เหมาะสมที่สุดไม่ได้จริงๆ การเลือกนักแสดงที่มีสไตล์ใกล้เคียงกับโจวซิงฉือมา ก็ยังพอรับได้ อย่างมากก็แค่ผลลัพธ์อาจลดทอนลงไปบ้าง

แต่ภาพยนตร์ของโจวซิงฉือ ต่อให้ผลลัพธ์จะลดลงไปบ้าง ก็ไม่ใช่สิ่งที่ภาพยนตร์ตลกทั่วไปจะเทียบได้ และนอกจากภาพยนตร์แล้ว หลินจือไป๋ยังจะใช้ดนตรีบุกเบิกตลาดฉีโจวด้วย

แต่ดนตรีไม่จำเป็นต้องเตรียมการล่วงหน้ามากนัก ระบบสามารถมอบบทเพลงกวางตุ้งคลาสสิกนับไม่ถ้วนจากชาติก่อนให้ได้

เครือบริษัทเสินฮวา การประชุมคณะกรรมการบริษัท

“ผมคิดว่าคุนเผิงกำลังพยายามสร้างความแตกแยกให้กับเครือบริษัทเสินฮวาของเรา พวกเขาเพิ่มความร่วมมือกับเสินฮวาเอ็นเตอร์เทนเมนต์ไม่หยุดเลย แต่ในขณะเดียวกันก็ใช้ทุกวิถีทางมุ่งเป้าโจมตีสถานีโทรทัศน์และเว็บไซต์วิดีโอในเครือของเรา เราจำเป็นต้องมีมาตรการตอบโต้”

ใครบางคนเอ่ยขึ้นอย่างจริงจัง มีคนเห็นด้วยไม่น้อย คนเหล่านี้ส่วนใหญ่มีความสัมพันธ์ค่อนข้างดีกับหลินเจิ้นซุน หลินเชี่ย และหลินชิว โดยเฉพาะหลินเชี่ยและหลินชิว ที่ช่วงนี้ถูกคุนเผิงมุ่งเป้ากลั่นแกล้งจนเริ่มเหนื่อยล้าทั้งกายและใจ

หลินเจ้ามู่นั่งอยู่ที่ตำแหน่งประธาน แต่กลับดูเหมือนจิตใจล่องลอยไปไกล การที่คุนเผิงมุ่งเป้าไปที่สถานีโทรทัศน์เสินฮวาและเว็บไซต์วิดีโอเสินฮวา แคเพราะความแค้นในอดีตเท่านั้นจริงๆ หรือ?

ในแง่ธุรกิจ หลินเจ้ามู่รู้สึกว่าเถ้าแก่ที่อยู่เบื้องหลังคุนเผิง หากเป็นนักธุรกิจที่มีคุณภาพคนหนึ่ง คงไม่ตามราวีไม่เลิกเพียงเพราะเรื่องแค่นี้ ต้องมีสาเหตุอื่นที่ตนยังนึกไม่ออกอยู่อีกแน่นอน

อย่างเช่น เถ้าแก่ของคุนเผิงกับลูกชายทั้งหลายของเขามีความแค้นส่วนตัวอะไรที่ไม่มีใครรู้หรือเปล่า?

เมื่อเชื่อมโยงไปถึงความเป็นไปได้สูงที่หลินจือไป๋ก็คือฉือตี้ แววตาของหลินเจ้ามู่พลันวูบไหว ดูเหมือนจะจับเค้าลางบางอย่างได้

ถ้าฉือตี้คือหลินจือไป๋ หลานชายของเขาที่โดดเด่นจนเจิดจ้าคนนั้น แล้วเขาขอให้เถ้าแก่คุนเผิงช่วยจัดการกับพวกลุงๆ ทีแท้ก็เป็นแบบนี้…

หลินเจ้ามู่ค่อยๆ เงยหน้าขึ้น คนข้างกายเอ่ยถามอย่างระมัดระวังว่า “ท่านประธาน ท่านประธานครับ?”

“อืม”

หลินเจ้ามู่เอ่ยขึ้นว่า “หลินเชี่ย แกดูแลเสินฮวาวิดีโอ ถ้าไม่มีคุนเผิงจะทำให้ดีไม่ได้เลยหรือไง? แล้วก็หลินชิว ในเมื่อแกรับช่วงต่อสถานีโทรทัศน์เสินฮวาไปแล้ว ก็อย่าเอาแต่บ่นว่าคู่แข่งจ้องจะเล่นงานตัวเอง บนโลกนี้ไม่มีธุรกิจไหนที่ราบรื่นไปหมดทุกอย่างหรอก”

ทุกคนไม่กล้าส่งเสียง รู้สึกว่าท่านประธานเหมือนจะเข้าข้างเสินฮวาเอ็นเตอร์เทนเมนต์ผิดปกติ ตัวจริงของเสินฮวาเอ็นเตอร์เทนเมนต์ก็คือหลินตง ลูกชายคนที่สี่ของท่านประธาน และหลินตงก็มีลูกชายคนหนึ่งชื่อหลินจือไป๋ หรือก็คือไปตี้…

เมื่อคิดไปถึงสัญญาณบางอย่างที่ท่านประธานส่งออกมาก่อนหน้านี้ หลายคนต่างก็มีแววตาไหววูบขึ้นมา ท่าทีของท่านผู้เฒ่าก็คือท่าทีของเสินฮวา ตอนนี้ทิศทางลมของเครือบริษัทเสินฮวาเปลี่ยนไปแล้ว ทุกคนก็ควรจะเลือกฝั่งใหม่ได้แล้วหรือยัง?

“ปิดประชุม”

หลินเจ้ามู่ไม่ได้อธิบายอะไรมาก ลุกขึ้นเดินจากไป

เลขาจินเดินตามท่านประธานเข้าห้องทำงานไปติดๆ ทันใดนั้นก็ไม่ได้ยินอีกฝ่ายพูดว่า “เจ้าเด็กนั่นสามารถส่งผลต่อการตัดสินใจของคุนเผิงได้”

เลขาจินชะงักไป “ทราบได้อย่างไรครับ?”

“คุนเผิงกับสถานีโทรทัศน์และเว็บไซต์วิดีโอของเสินฮวา ไม่ได้มีความแค้นฝังลึกอะไร แต่เป็นเจ้าเด็กนั่นต่างหากที่มีความบาดหมางกับพวกครอบครัวลุงๆ อย่างรุนแรง ถ้าไม่ใช่เพราะความต้องการของเจ้าเด็กนั่น คุนเผิงจะทุ่มเทแรงกายแรงใจช่วยเสินฮวาเอ็นเตอร์เทนเมนต์ไปพร้อมๆ กับคอยตามราวีสถานีโทรทัศน์และเว็บไซต์วิดีโอของเครือบริษัทเสินฮวาไม่เลิกราแบบนี้เหรอ?”

“พอพูดแบบนี้ หัวใจของเลขาจินกระตุกวูบ ดูเหมือนจะเป็นแบบนั้นจริงๆ ด้วยครับ!”

หลินเจ้ามู่กล่าวเรียบๆ ว่า “ถ้าฉันเป็นเถ้าแก่คุนเผิง ความแค้นส่วนตัวของฉือตี้ ฉันจะไม่ช่วยเขาจ่ายราคานั้นแน่ เว้นเสียว่าเขาจะมีมูลค่าที่สูงกว่านั้นสำหรับฉัน”

“ท่านหมายความว่า?”

“เจ้าเด็กนั่นไม่ได้เป็นแค่ฉือตี้ธรรมดาๆ ในคุนเผิงหรอก อายุยังน้อยแต่กลับสร้างอิทธิพลได้มหาศาลขนาดนี้ใต้เปลือกตาของฉันโดยที่ฉันไม่รู้ตัวเลย ช่างเป็นแผนการที่ล้ำลึกจริงๆ”

“ถึงคุณชายเสี่ยวไป๋จะ…” เลขาจินไตร่ตรองคำพูดเพราะกลัวท่านประธานจะโกรธ แต่แล้วในวินาทีต่อมา หลินเจ้ามู่กลับเผยรอยยิ้ม

“ไม่เสียแรงที่เป็นหลานชายที่ดีของฉัน”

บรรยากาศพลันผ่อนคลายลง เลขาจินเองก็ลอบถอนหายใจโล่งอก

“เกรงว่าเรื่องที่คุนเผิงร่วมทุนกับเสินฮวาเอ็นเตอร์เทนเมนต์เพื่อบุกเบิกตลาดฉีโจวด้วยกัน เบื้องหลังก็คงมีเจ้าเด็กนี่คอยส่งเสริมอยู่ด้วย”

หลินเจ้ามู่เอ่ยขึ้นว่า “ในเมื่อเขาต้องเดินทางไปดูแลด้วยตัวเอง และระยะทางไปกลับก็ไม่ใช่ใกล้ๆ งั้นก็ส่งเครื่องบินไปให้เขาสักลำเถอะ”

“รับทราบครับ” แววตาของเลขาจินวูบไหว เขารู้ดีว่าท่านประธานกำลังส่งสัญญาณบางอย่างออกมาให้มากขึ้น

>กลับหน้าหลักHOMEจิ้ม<

Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 354 หลินเจ้ามู่... สมกับเป็นหลานที่ดีของฉัน!"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Aileen Novel
  • หน้าหลัก HOME
  • COOKIE POLICY

© 2020 - 2023 ไอรีนโนเวล นิยายอ่านฟรีทุกวัน เว็บอ่านนิยาย pdf ไอรีนโนเวล “aileen-novel.online” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน นิยายชื่อดัง ตอนล่าสุด "ฮณ๊ฯดฯฌซ, อ่านฟรี อ่านเพลินอ่านทั้งวันกับไอรีนโนเวลออนไลน์

Sign in

Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Sign Up

Register For This Site.

Log in | Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Lost your password?

Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย