จากขยะตระกูลสู่มหาเทพด้วยระบบอัปเกรด - บทที่ 28 การหลอมรวม
บทที่ 28 การหลอมรวม
วิชายุทธ์เพลิงผลาญขั้นสูง หากยกระดับขึ้นไปอีกก็จะเป็นขั้นสวรรค์
แต่จะง่ายดายขนาดนั้นเชียวหรือ?
[ไม่สามารถทำได้ : วิชายุทธ์เพลิงผลาญ จะอัพเกรดเป็นวิชายุทธ์ขั้นสวรรค์ต้องใช้ 100 แต้มโชคชะตา และต้องมีคัมภีร์วิชายุทธ์ขั้นสวรรค์ฉบับสมบูรณ์หนึ่งเล่มเพื่อใช้เป็นข้อมูลอ้างอิง เงื่อนไขไม่เพียงพอการยกระดับล้มเหลว]
“หา?”
เล่ยถิงไม่คาดคิดว่าการอัพเกรดวิชายุทธ์จะมีเงื่อนไขที่ซ่อนอยู่
อย่างไรก็ตาม เมื่อเขาอ่านรายละเอียดสำคัญเขาก็เข้าใจ ที่แท้ระบบก็ต้องการข้อมูลด้วยจึงจะสามารถอัพเกรดระดับขั้นที่สอดคล้องกัน เช่น หากจะอัพเกรดยาไปเป็นขั้นสวรรค์ เล่ยถิงก็ต้องสัมผัสกับยาระดับขั้นสวรรค์มาก่อน ระบบจึงจะมีข้อมูลในการปรับปรุงที่ชัดเจน
“คัมภีร์วิชายุทธ์ขั้นสวรรค์ฉบับสมบูรณ์หายากนัก!”
เล่ยถิงหัวเราะออกมา แต่ก็ต้องยอมรับความจริงอันน่าสิ้นหวังนี้
โอสถร้อยลมปราณคือขั้นที่หนึ่ง โอสถพันลมปราณคือขั้นที่สอง เล่ยถิง สัมผัสมาแล้วทั้งคู่ ดังนั้นจึงไม่ต้องกังวลเรื่องการอัพเกรดยา ส่วนเรื่องของการอัพเกรดอาวุธนั้นแม้อาวุธวิญญาณจะล้ำค่าแต่ก็ไม่ได้หายากเกินไป อย่างน้อยในคลังอาวุธของตระกูลเล่ยก็ต้องมีอาวุธวิญญาณซ่อนอยู่แน่ ๆ หรือแม้แต่ข้างกายของเล่ยหนานเทียนเองก็อาจจะมีเช่นกัน ดังนั้นจึงไม่ใช่ปัญหา
มีเพียงคัมภีร์วิชายุทธ์ขั้นสวรรค์นี้เท่านั้นที่ยังต้องเป็นฉบับสมบูรณ์ซึ่งเป็นสิ่งที่หายากมาก ตระกูลใด ๆ ก็ต่างปกป้องคัมภีร์ระดับสวรรค์ของตนไว้เหมือนสมบัติล้ำค่าอย่าว่าแต่ยืมเลยแค่ขอดูสักนิดก็คงไม่ยอม แม้แต่เล่ยกวงที่เป็นถึงยอดฝีมือระดับต้น ๆ ของตระกูลเล่ยยังไม่เคยได้ครอบครองคัมภีร์วิชายุทธ์ขั้นสวรรค์เลย
“โชคดีที่ยังพอมีทางอยู่”
เล่ยถิงครุ่นคิดสักพักก็นึกถึงความเป็นไปได้อย่างหนึ่ง บางทีอาจจะหาคัมภีร์วิชายุทธ์ขั้นสวรรค์ฉบับสมบูรณ์ได้จึงพักเรื่องนี้ไว้ก่อน
นอกจากฟังก์ชันต่าง ๆ ที่ระบบเปิดให้ใช้งานแล้ว ตอนนี้เล่ยถิงเพิ่งเปิดใช้งานแค่ระบบพื้นที่จัดเก็บเท่านั้น ส่วนที่เหลือทั้งระบบสัตว์เลี้ยง การตีอาวุธ การปรุงยา และระบบคัมภีร์วิชายังคงไม่ได้เปิดใช้
แต่เดิมเล่ยถิง ค่อนข้างเอนเอียงที่จะเปิดใช้งานระบบตีอาวุธหรือปรุงยาอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่เมื่อเขาเห็นระบบคัมภีร์วิชาแล้ว รู้สึกว่าฟังก์ชันนี้ดูจะซ้ำซ้อนกับระบบอัพเกรดวิชาในคุณสมบัติส่วนตัวอยู่บ้าง แต่พอคิดอีกที เขาก็คิดว่าระบบอัพเกรดไร้ขีดจำกัดนี้คงเป็นไปไม่ได้ที่จะมีข้อผิดพลาดร้ายแรงเช่นนี้
เมื่อเป็นเช่นนี้ ก็แสดงให้เห็นว่าระบบส่วนนี้มีความสำคัญเท่าเทียมกับระบบพื้นที่เก็บของ ซึ่งสมควรที่จะแยกออกมาต่างหาก
หลังจากที่ครุ่นคิดเล่ยถิงก็ตัดสินใจอย่างเด็ดขาด “ช่างเถอะ ตอนนี้ข้ามี 321 แต้มโชคชะตา การเสียไปเพียงแค่ 100 แต้ม ข้ายอมได้”
โดยไม่ลังเลใจ เล่ยถิงก็กดเปิด [ระบบคัมภีร์วิชายุทธ์]
ซู๊ด…
ผลปรากฏว่าเล่ยถิงต้องสูดหายใจเข้าลึก ๆ
เพราะระบบคัมภีร์วิชาได้แสดงให้เห็นถึงสี่ฟังก์ชันที่น่ากลัวมากนั่นคือ [การคัดลอก การหลอมรวม การแก้ไข และการอัพเกรด]
เล่ยถิงแทบจะหายใจไม่ออกขณะกดเปิด [การคัดลอก] เขาพบว่ามีตัวเลือกให้คัดลอกมากมายเหลือเกินไม่ว่าจะเป็น ‘วิชายุทธ์พายุเยือกแข็ง’ ของเล่ยเป่ยหรง ‘วิชายุทธ์พันธะลมปราณ’ ของเหิงกัง วิชายุทธ์ระดับสูง ‘วิชาทลายภูผา’ ของหลี่จิง ‘บ่วงเพลิงย้อนกลับ’ ของเล่ยจวิน ‘หมัดมายาสังหาร’ ของหมู่หรงชุน และอื่น ๆ อีกมากมาย
ในชั่วขณะนั้นความคิดของเล่ยถิงก็เต็มไปด้วยสับสนวุ่นวาย
เขากำลังจินตนาการว่าตัวเองใช้วิชายุทธ์ของตระกูลมู่หรงต่อหน้าพวกเขา ใช้ท่าไม้ตายของฝ่ายต่าง ๆ ต่อหน้าเหล่ายอดฝีมือนี่ช่างเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นเสียจริง
แต่เมื่อเล่ยถิงกดเปิดวิชา “หมัดมายาสังหาร” ใบหน้าของเขาก็แข็งทื่อ เงื่อนไขในการคัดลอกนั้นง่ายมาก เพียงแค่ใช้ 40 แต้มโชคชะตาเท่านั้น แต่ถ้าจะเรียนรู้ก็ต้องจ่ายเพิ่มอีก 40 แต้มโชคชะตา ส่วน 221 แต้มโชคชะตาที่เหลืออยู่ของเล่ยถิง กลัวว่าจะเอามาใช้ได้แค่สองท่าเท่านั้น
หลังจากคิดอยู่ครู่หนึ่ง เล่ยถิงก็เริ่มศึกษาความลับของระบบคัมภีร์วิชาที่แข็งแกร่งเกินโลกใบนี้ หลังจากผ่านไปนานเขาก็พบว่ายิ่งวิชาที่คัดลอกมานั้นมีระดับที่สูงขึ้นมากเท่าไรแต้มโชคชะตาที่ใช้ไปก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้นและแต้มโชคชะตาที่ใช้ในการเรียนรู้ก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย นอกจากนี้ยิ่งวิชาที่นำมารวมกัน แก้ไข หรืออัพเกรดนั้นสูงขึ้นเท่าไร แต้มโชคชะตาที่ต้องจ่ายก็จะเพิ่มขึ้นตามไปด้วยเช่นกันหลักการก็เหมือนกัน
หลังจากวิเคราะห์อยู่นานในที่สุดเล่ยถิงก็ได้ข้อสรุป
[คัดลอกวิชายุทธ์ระดับสูง : หมัดมายาสังหารสำเร็จ ใช้ไป 40 แต้มโชคชะตา!]
[เรียนรู้ : วิชาหมัดมายาสังหารสำเร็จ ใช้ไป 40 แต้มโชคชะตา]
ยังคงเหมือนกับครั้งก่อน ๆ ร่างกายของ เล่ยถิงมีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยแต่ในสมองกลับมีความรู้พิเศษมากมาย ที่น่าสนใจคือควบคู่ไปกับการเข้าใจวิชาหมัดมายาสังหารร่างกายของเล่ยถิงดูเหมือนจะเบาขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งมือทั้งสองข้าง รู้สึกเหมือนจะสามารถปลดปล่อยความเร็วในการโจมตีที่มากกว่าเดิมหลายเท่าได้ทุกเมื่อ
ระบบอัพเกรดไร้ขีดจำกัดมีเรื่องมหัศจรรย์ที่ไม่รู้จบ
ด้วยเหตุนี้ เล่ยถิงจึงเปิดฟังก์ชันการหลอมรวมในทันที [ถ้าต้องการหลอมรวม ‘ฝ่ามือเมฆาอัคคี’ และ ‘หมัดมายาสังหาร’ เข้าด้วยกัน ต้องใช้ 80 แต้มโชคชะตา โฮสต์แน่ใจหรือไม่]
เล่ยถิงลังเลใจอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนหน้านี้ใช้ไป 100 แต้ม ตามด้วย 80 แต้ม ตอนนี้อีก 80 แต้ม หากกดไปแต้มที่เล่ยถิงเก็บมาหลายวันจะหมดไปในพริบตา แต่หากการคาดเดาของข้าถูกต้อง ไม่เพียงแค่ไพ่ตายของข้าจะเพิ่มขึ้น แต่ยังอาจมีคุณสมบัติที่จะต่อกรกับขั้นเบิกภพระดับเจ็ดได้อีกด้วย
“หลอมรวม!”
เล่ยถิงกัดฟันกด [ยืนยัน]
[การหลอมรวมสำเร็จ พลังของฝ่ามือเมฆาอัคคีและหมัดมายาสังหารหลอมรวมกันสำเร็จ กลายเป็น ‘พันฝ่ามือเมฆา’ ขั้นครึ่งก้าวสู่ระดับสวรรค์ เนื่องจากเป็นวิชายุทธ์ผสมผสานใหม่ โฮสต์จึงสามารถเปลี่ยนชื่อได้ตามใจชอบ]
เล่ยถิงสงสัยถามว่า “ขั้นครึ่งก้าวสู่ระดับสวรรค์… มีขั้นนี้ด้วยหรือ”
ระบบอัพเกรดไร้ขีดจำกัด ไม่ได้ให้คำตอบ
อย่างไรก็ตาม เล่ยถิงไม่ใช่คนโง่ข้ารู้ว่าวิชายุทธ์ที่ผสมผสานนี้ไม่ใช่วิชายุทธ์ขั้นสูงทั่วไป อย่างน้อยก็มีกลิ่นอายของขั้นสวรรค์ ไม่เช่นนั้นคงไม่มีคำว่า “ครึ่งก้าว” นำหน้า
“บางทีอาจสร้างความประหลาดใจกับคนพวกนั้นก็ได้!”
เล่ยถิงหัวเราะอย่างน่าสะพรึงกลัวจนทำให้เยี่ยหลานที่กำลังฝึกฝนอยู่อดสั่นสะท้านไม่ได้
……
วันรุ่งขึ้น
วันนี้ เล่ยถิง ไม่ได้มาที่เวทีประลองแต่เช้าตรู่เหมือนก่อนหน้านี้ แต่กลับกินอาหารเช้าที่เยี่ยหลานเตรียมไว้อย่างพิถีพิถันอย่างสบายใจ จากนั้นฝึกฝนที่เรือนสักหน่อย อ่านหนังสือบ้าง เขาใช้เวลาไปครึ่งชั่วยามแล้วจึงเดินไปที่เวทีประลองของตระกูล
เมื่อเขามาถึงที่นี่ก็พบว่าบรรยากาศในวันนี้แปลกไปจากเดิมเล็กน้อย
คนจากตระกูลทั้งสี่ฝ่ายมารวมตัวกันอย่างผิดปกติและเงียบสงบผิดวิสัย ไม่มีการทะเลาะวิวาทกันตามปกติเลย ถ้าเป็นแค่นั้นก็ไม่เป็นไร แต่ปัญหาคือทุกคนไม่ว่าจะเป็นศัตรูหรือมิตร หรือแม้แต่คนที่ไม่รู้จัก ต่างก็มองมาที่เล่ยถิงทั้งนั้น
สายตาเหล่านั้นดูแปลกประหลาดราวกับเวทนาสงสาร ทำให้เล่ยถิง รู้สึกไม่สบายใจเป็นอย่างมาก
พรึบ!
ร่างหนึ่งกระโดดขึ้นบนเวทีและกล่าวท้าทายอย่างเปิดเผยว่า “เล่ยถิง ถ้าเจ้ากล้าก็ขึ้นมาสิ!”
“ภารกิจรอง : เอาชนะเล่ยหมิงจากตำหนักตะวันออก หากทำสำเร็จจะได้รับรางวัล 10 แต้มโชคชะตา แต่ถ้าล้มเหลวจะถูกหัก 10 แต้มโชคชะตา! หากสังหารได้ในพริบตาทั้งรางวัลและการลงโทษจะเพิ่มเป็นสองเท่า!”
เล่ยถิงมองคนตรงหน้าด้วยความสงสัยก่อนถามขึ้นว่า “เล่ยหมิงจากตำหนักตะวันออก นี่เป็นความขัดแย้งระหว่างข้ากับตำหนักเหนือ ทำไมเจ้าถึงสนใจเข้ามายุ่งด้วยล่ะ?”
เล่ยหมิงก็ตอบตรงไปตรงมาว่า “เล่ยเป่ยหรงประกาศค่าหัวแล้ว ถ้าใครสามารถเอาชนะเจ้าบนเวทีได้จะได้รับรางวัล 100,000 ตำลึง ถ้าทำให้เจ้าพิการจะได้รับโอสถวิเศษ 1 เม็ด และถ้าฆ่าเจ้าได้ในทันทีจะได้รับอาวุธวิญญาณ 1 ชิ้นด้วย ข้าถามเจ้าว่าในเงื่อนไขแบบนี้ ข้าจะปฏิเสธได้อย่างไร?”
เล่ยถิงถามด้วยรอยยิ้มเย็นชาว่า “การทำให้พิการหรือฆ่าต้องประทับลงบนสัญญาตายนะ เจ้ายังต้องการหรือไม่?”
“ข้าไม่ต้องการ เพราะข้ากับเจ้าไม่ได้มีความแค้นใหญ่โตขนาดนั้น”
เล่ยหมิงตอบกลับอย่างเด็ดขาดประโยคหนึ่ง ก่อนจะตอบอย่างจนใจว่า “ข้ากับเจ้าไม่เหมือนกัน ยังไงเจ้าก็เป็นทายาทโดยตรงส่วนข้าเป็นแค่สายรองไม่มีแหล่งเงินทุนมากมายขนาดนั้นทุกอย่างต้องพึ่งตัวเอง ไม่อย่างนั้นข้าคงไม่โลภกับเงื่อนไขนี้หรอก”
เล่ยถิงกระโดดขึ้นมาบนเวที
“เชิญ!”
เล่ยถิงแสดงท่าทางเชิญชวน
เล่ยหมิงปล่อยพลังลมปราณออกมาและเตือนว่า “ระวังตัวให้ดี! ถึงแม้ข้าจะด้อยกว่าเล่ยจวินเล็กน้อย แต่การประลองมักไม่ได้ตัดสินด้วยความแตกต่างเพียงเล็กน้อย!”
“ท่านวางใจได้ ข้าจะไม่ลงมือหนักเกินไป”
เล่ยถิงตอบรับอย่างง่ายดาย บรรยากาศในสถานการณ์กลับกลายเป็นประหลาดขึ้นมาทันที
ผู้ฝึกยุทธ์ขั้นเบิกภพระดับสี่ผู้หนึ่งกลับมาท้าทายผู้ที่มีขั้นเบิกภพระดับหกถึงจะพูดออกไปก็ไม่มีใครเชื่อหรอก แต่ผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างไม่มีใครเยาะเย้ยความหยิ่งผยองของเล่ยถิง อย่างมากก็แค่รู้สึกแปลกใจเท่านั้น ผลงานอันน่าสะพรึงกลัวที่ทำมาอย่างต่อเนื่องกว่าสิบวัน ทำให้ชื่อเสียงของเล่ยถิงพุ่งทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุด ราวกับว่าเขากำลังจะก้าวขึ้นเป็นอัจฉริยะอันดับสามรองจากเล่ยเฟิงและเล่ยกวงอยู่แล้ว
“ย๊าก…!”
พลังลมปราณทั้งหมดของเล่ยหมิงพุ่งทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุดพร้อมกับเสียงตะโกนนี้ เขาไม่กล้าปล่อยให้เล่ยถิงได้เป็นฝ่ายลงมือก่อน เพราะเขารู้ดีว่าตนเองไม่อาจต้านทานก้าวมังกรพเนจรของเล่ยถิงได้ วิธีเดียวที่จะเอาชนะได้คือต้องโจมตีอย่างรุนแรงและหนังหน่วงเท่านั้น เพื่อบีบบังคับให้เล่ยถิงพลาดท่านั่นคือโอกาสเดียวที่เขาจะพลิกกลับมาเป็นผู้ชนะได้
หมัดถล่มปฐพี!
หมัดธรรมดา ๆ ไม่มีลูกเล่นอะไร กระแทกลงมาทำให้เล่ยถิงต้องสั่นสะท้านและถอยร่นออกไป
พลังเช่นนี้ถึงแม้แต่หลี่จิงและเล่ยจวินก็ยังไม่เคยทำได้ สิ่งที่เกินเลยที่สุดคือ ‘หมัดถล่มปฐพี’ นี้เป็นเพียงวิชายุทธ์ขั้นกลางเท่านั้น ไม่ใช่ขั้นสูง หากเป็นขั้นสูงล่ะก็น่าจะรับมือได้ยาก
ต้องยอมรับจริง ๆ ว่า คนของตำหนักตะวันออกนั้นน้อยนิด แต่ทุกคนล้วนเป็นอัจฉริยะทั้งสิ้น
ตอนก่อนหน้า
บทที่ 27 ความแปลกประหลาดของตำหนักเหนือ
ตอนต่อไป
บทที่ 29 อัจฉริยะคนแรกของตำหนักเหนือ
แสดงความคิดเห็น
ปิดโหมดสปอย
ส่งความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น
ที่อยู่: 9/70 หมู่ 2 ตำบลคูคต อำเภอลำลูกกา ปทุมธานี 12130
เวลาทำการ: 09:00 – 18:00 จันทร์-ศุกร์
โทร: 0654214015 e-mail : support@bookfet.com
เมนูหลัก
ช่วยเหลือ
ดาวโหลดแอพพลิเคชั่นได้ที่