จากขยะตระกูลสู่มหาเทพด้วยระบบอัปเกรด - บทที่ 1 ขยะของตระกูลเล่ย
บทที่ 1 ขยะของตระกูลเล่ย
ฝนโปรยปรายลงมาอย่างช้า ๆ ปกคลุมท้องฟ้าและผืนดินด้วยม่านหมอกเบาบาง ก่อกำเนิดเป็นความลึกลับพร้อมกับห้วงความเศร้าโศกที่ยากจะอธิบาย
เม็ดฝนกลับร่วงกระหน่ำ ก่อนค่อย ๆ เบาบางลงทีละนิดจนเหลือเพียงพรำพราย และไร้สำเนียงตกกระทบต้องกันอีกต่อไปในที่สุด หยาดฝนซึ่งอ่อนแรงทิ้งตัวลงบนผิวน้ำดูละเอียดตา เห็นเพียงริ้วคลื่นจาง แต่ไม่กระเด็นจนขึ้นเป็นฟอง ดูทั้งบอบบาง ทั้งน่าสงสารไปในเวลาเดียวกัน สิ่งต่าง ๆ ตรงหน้าล้วนสื่อถึงการสิ้นสุดของบทเพลงชีวิต เต็มไปด้วยความโศกศัลย์แห่งการดับสูญ
ซู่!
ซู่ ซู่!
เล่ยถิงนั่งอยู่ตรงหน้าต่าง ตามองดูโลกภายนอก นิ้วมือของเขาเคาะกรอบหน้าต่างเป็นจังหวะ เสียงที่ไพเราะกล่อมกังวาลดังก้องชัดท่ามกลางเสียงฝน
ในโลกนี้มีสิ่งหนึ่งที่เรียกว่า ‘การข้ามมิติผจญภพ’ ซึ่งเล่ยถิงก็ได้ประสบสัมผัสกับมันมาแล้ว
เขาจำได้ว่าตนเองล้มลงบนสังเวียนต่อสู้ใต้ดิน แต่เมื่อฟื้นขึ้นมากลับพบว่าตนเองมาอยู่ในโลกที่เรียกว่า ‘ทวีปเทียนหมิง’ แถมยังกลายเป็นทายาทของตระกูล ‘เล่ย’ อีก แต่ที่น่าแปลกใจก็คือตัวตนของเขาหลังจากข้ามมิติการผจญภพมา ดันมีชื่อเดียวกันกับเขาไม่ผิดเพี้ยน อีกทั้งรูปร่างหน้าตาก็มีความคล้ายคลึงกันหลายส่วน เพียงแต่ดูอ่อนเยาว์และผอมแห้งกว่าเท่านั้น
“ขยะของตระกูลเล่ยแห่งมณฑลหนานซาน ช่างเป็นสถานะที่โหดร้ายเสียจริง”
ตามองดูทัศนียภาพของธรรมชาติจากหน้าต่าง แต่ใบหน้าของเขากลับเต็มไปด้วยความหม่นหมอง
ทวีปเทียนหมิงให้คุณค่ากับพลังยุทธ์มาเป็นอันดับแรก กับตระกูลเล่ยที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานถึงสามร้อยปีก็ยิ่งต้องเป็นเช่นนั้น ในบรรดาทายาทรุ่นใหม่ของตระกูลเล่ย เล่ยถิงจัดว่ามีพรสวรรค์ต่ำต้อย จนแม้แต่ลูกหลานของข้ารับใช้ยังเก่งกว่าเขาหลายเท่า เล่ยถิงจึงไร้ซึ่งผู้ใด ไม่มีคนเหลียวแล หรือกล่าวได้ว่าเป็นเพียงคนที่ไร้ค่าเหมือนขยะคนหนึ่งเท่านั้น
ยาอายุวัฒนะ ยาครอบจักรวาล อะไรพวกนั้นย่อมไม่มีทางตกมาถึงเขา แม้แต่ผู้อาวุโสจะสละเวลามาสั่งสอนวิชาให้เขาบ้างก็ไม่มี กระทั่งสิ่งของจำเป็นขั้นพื้นฐานในชีวิตประจำวันก็ยังถูกตัดขาดอย่างไร้ที่มาไร้ที่ไป
การเลือกปฏิบัติอันน่าสังเวชนี้ ทำให้เส้นทางการฝึกตนของเล่ยถิงตกอยู่ในวงจรอุบาทว์ ขณะที่พี่น้องร่วมรุ่นเดียวกันล้วนบรรลุถึงขั้นหลังภพระดับสามแล้ว แต่เล่ยถิงยังคงอยู่ในขั้นหลังภพระดับหนึ่งเท่านั้น ซึ่งก็ถือว่าดีกว่าข้ารับใช้ที่ไม่สามารถฝึกฝนเข้ารับการอบรมได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น
เล่ยถิงที่ผนวกความทรงจำของทั้งสองภพเข้าด้วยกันย่อมเข้าใจสถานการณ์ของตนเองเป็นอย่างดี และรู้ดีว่าหากไม่พยายามต่อไป อนาคตที่รอเขาอยู่คือการถูกส่งไปทำงานในกิจการชายขอบของตระกูล ไปใช้ชีวิตอย่างไร้ค่าจนถึงวาระสุดท้าย
เล่ยถิงมองดูร่างกายตนเอง หัวเราะอย่างขมขื่นพลางพึมพำ “แม้จะเป็นขยะที่มีพรสวรรค์ต้อยต่ำ แต่หากตั้งใจฝึกตนเป็นเวลา 10 ปี ก็คงจะพอก้าวผ่านระดับสองได้แล้ว แต่ดูเขาตอนนี้สิ กลับยังคงค้างอยู่ในระดับหนึ่งมานานถึง 10 ปี ช่างเป็นพรสวรรค์ที่ไร้ค่าสิ้นดี แปลกประหลาดจริง ๆ ! ”
แม้ว่าบัดนี้เล่ยถิงจะห่างจากระดับสองเพียงครึ่งก้าว แต่ครึ่งก้าวนี้กลับทำให้เขาติดขัดอยู่นานถึง 3 ปีโดยไม่มีความคืบหน้าเลยแม้แต่น้อย
เพื่อแสวงหาโอกาสในการก้าวผ่านระดับนี้ ผู้เป็นเจ้าของร่างในอดีตจึงฝืนบุกทะลวงฝ่าคอขวดเพื่อก้าวสู่ขั้นหลังภพระดับสอง เขาหวังใช้พลังชีวิตพุ่งทะลวงขีดจำกัดนี้ไปให้ได้ แต่นอกจากเป้าหมายจะไม่สำเร็จแล้ว มันยังนำความเสียหายมาสู่ร่างกายเจ้าของชนิดหนักหนาสาหัส สุดท้ายร่างนี้จึงตกเป็นของเล่ยถิง ผู้ข้ามมิติมามาจากการผจญภพ
การฝืนทะลวงขั้นฝืนข้ามขั้นได้สร้างบาดแผลใหญ่หลวงให้กับร่างกายของเล่ยถิง แม้ว่าเขาจะพยายามรักษาตัวมาตลอดหลายวันอย่างระมัดระวัง ก็ยังไม่มีสัญญาณว่าจะหายดี พอประกอบพรสวรรค์อันต่ำต้อยของเขาเข้ากับภาวะบาดแผลร้ายแรงนี้ แม้แต่เล่ยถิงผู้มีที่มีจิตใจไม่ย่อท้อก็ยังรู้สึกกังวลกับสถานการณ์ปัจจุบัน
“ยังพอมีโอกาสน่า! ”
“หากข้าสามารถก้าวผ่านเข้าสู่ขั้นหลังภพระดับสองได้ พลังยุทธ์ของข้าจะเพิ่มขึ้นอย่างน้อยหนึ่งเท่า ข้าจะสามารถออกผจญภัยหรือรับงานได้ตามลำพัง และเมื่อมีรายได้ ก็ย่อมหมายความว่าสามารถหล่อเลี้ยงวิถีฝึกฝนของตนเองได้!”
“สิ่งสำคัญที่สุดคือเบี้ยประจำเดือนนี้ใกล้จะถึงคราวแจกจ่ายแล้ว แถมเบี้ยเดือนนี้ยังพิเศษยิ่งกว่าเดือนไหน ๆ เป็นเบี้ยประเภทที่จะจ่ายทุก ๆ ครึ่งปี ตามระเบียบแล้วเบี้ยที่ว่าจะมียาอายุวัฒนะล้ำค่าหนึ่งเม็ด สำหรับฝึกฝนร่างกาย หากข้าสามารถคว้าโอกาสนี้มาได้ และอาศัยยาเพื่อก้าวผ่านสู่ขั้นหลังภพระดับสองสำเร็จ ทุก ๆ อย่างก็จะราบรื่นเอง”
ยาอายุวัฒนะเป็นยาขั้นพื้นฐานสำหรับผู้ฝึกยุทธ์ สามารถเสริมสร้างรากฐานการฝึกฝนของผู้ฝึกยุทธ์ระดับล่างได้ และมีความสำคัญอย่างยิ่งยวดต่อผู้ฝึกยุทธ์ขั้นหลังภพที่มีระดับต่ำกว่าระดับสี่ ถือเป็นเม็ดยาหลักที่ขาดไม่ได้สำหรับการทะลวงก้าวผ่านขั้น
ตระกูลเล่ยเจริญรุ่งเรืองมากว่าสามร้อยปีแล้ว เนื่องจากมีบุตรหลานที่เป็นอัจฉริยะมากมาย ทำให้ตระกูลเล่ยสามารถสะสมกำลังอำนาจได้อย่างรวดเร็ว จนกลายเป็นตระกูลใหญ่ที่มีอิทธิพลแผ่ครอบคลุมไปทั่วมณฑลหนานซานและเมืองใกล้เคียง มีอำนาจไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าตระกูลที่อยู่มานานนับพันปีตระกูลอื่น ๆ และสามารถจัดสรรยาอายุวัฒนะอันล้ำค่าให้แก่ลูกหลานสายตรงได้ในปริมาณหนึ่ง
ยาอายุวัฒนะนี้ถือเป็นที่พึ่งหลักของเล่ยถิงในปัจจุบัน
เขาวิเคราะห์สถานการณ์ของตนเองอย่างละเอียดรอบคอบ ค้นหาหนทางที่เหลืออยู่อย่างไม่ท้อถอย จนในที่สุดก็พบช่องทางหนึ่งที่ดูแทบจะเป็นไปไม่ได้ แต่ก็ยังพอมีโอกาสนำมาใช้ประโยชน์
โดยก่อนอื่นต้องทราบไว้ว่าในอดีต เล่ยถิงต้องอดทนตรากตรำลำบากเพื่อหาเงินมาเป็นค่ารักษาพยาบาลของมารดา รวมถึงค่าเล่าเรียนของน้องสาว เขาถึงขนาดไปเข้าร่วมงานประลองต่อยมวยใต้ดินที่เดิมพันด้วยชีวิต นั่นจึงเป็นจุดที่แสดงให้เห็นถึงความกล้าหาญและความมุ่งมั่นของเขา
การใช้ประโยชน์จากทุกสิ่งที่มีอยู่เพื่อแสวงหาแสง ณ ปลายอุโมงค์ คือองค์ความรู้ชั้นยอดของเล่ยถิง
“คุณชาย ยาเสร็จแล้วเจ้าคะ”
เสียงนุ่มนวลดังมาจากอีกด้านของประตู
ต่อมาสาวน้อยผอมบางร่างเล็ก อายุราวสิบห้าปีก็ก้าวเข้ามาพร้อมกับถาดยาร้อน ๆ เมื่อเห็นเล่ยถิงที่จมอยู่กับความคิดอีกครั้ง แววตาของนางพลันฉายแววเศร้าโศกที่ไม่อาจปกปิดได้ แต่นางก็ฝืนยิ้มอย่างเข้มแข็ง พยายามปลอบโยนจิตใจหม่นหมองอันร้อนรุ่มของเล่ยถิงด้วยท่าทางสีหน้าที่นางคิดว่าดีที่สุด
เมื่อถูกขัดจังหวะ เล่ยถิงจึงหันมามองยาน้ำสีดำที่เข้มราวกับน้ำมันดิบด้วยรอยยิ้มขมขื่น “น้องหลาน ข้าหายแล้ว! คงไม่ต้องดื่มยาขมนี้อีกกระมัง? ”
ชื่อของนางคือ ‘เยี่ยหลาน’ หญิงรับใช้ของเล่ยถิง และเป็นข้ารับใช้เพียงคนเดียวที่เขามีในตอนนี้
ผมของนางยาวสยายลื่นเรียบเขียวขจีดั่งต้นหลิว สะท้อนแววตาคู่งามเปรียบดั่งคลื่นระยับจับแสงราวอัญมณี มองแล้วรู้สึกสงบจิตเย็นใจ เสมือนกำลังจมลงไปในบรรยากาศสดชื่นของวสันตฤดู
มีสตรีประเภทหนึ่งที่ไม่อาจบรรยายความงามออกมาเป็นคำพูดได้ครบถ้วน แต่กลับมีบางสิ่งในตัวของนางที่พิเศษจนสามารถดึงความสนใจจากผู้อื่นไปครอบครองได้โดยไม่รู้ตัว และเยี่ยหลานก็เป็นตัวอย่างที่ดีที่สุดของนิยามนั้น
ถึงมีฐานะเป็นเพียงสาวใช้ของเล่ยถิง ทายาทสายตรงของตระกูลเล่ย ไม่ถึงขั้นที่เหล่าข้ารับใช้จะมาเคารพก้มหัวสักการะ แต่สถานะของนางก็ถือว่าน่าอิจฉา น่าเสียดายที่นางต้องมารับใช้เล่ยถิงผู้เป็นขยะของตระกูล ส่งผลให้นางตกต่ำ มีสถานะต่ำเสียยิ่งกว่าข้ารับใช้ทั่วไป
เยี่ยหลานมีความรู้สึกพิเศษต่อเล่ยถิงมาโดยตลอด เมื่อได้ยินดังนั้นจึงตอบกลับอย่างไม่พอใจ “คุณชาย ท่านหมอบอกว่าท่านได้รับบาดเจ็บภายใน ต้องระวังอากาศชื้นเป็นพิเศษ ดังนั้นท่านรีบดื่มยาเถิด ไม่เช่นนั้นยาจะเย็นจนไร้ประสิทธิภาพนะเจ้าคะ”
เล่ยถิงเอ่ยตอบด้วยสีหน้าเจ็บปวด “วางไว้ก่อนก็แล้วกัน”
แม้เล่ยถิงจะไม่มีความเชี่ยวชาญด้านการแพทย์ แต่พอดื่มยาสมุนไพรหลายขนานติดต่อกันได้หลายวัน ทว่าผลลัพธ์กลับยังไม่มีแนวโน้มดีขึ้น เขาจึงรู้ว่ายานี่ไม่สามารถรักษาบาดแผลอาการบาดเจ็บภายในของตนได้
“คุณชาย ท่านควรดื่มสักหน่อย คิดเสียว่าเป็นการร้องขอของน้องหลานก็ได้เจ้าค่ะ”
เยี่ยหลานพยายามเกลี้ยกล่อมและยื่นยาสมุนไพรให้เขา ก่อนจะพึมพำ “หากท่านยังไม่หายดี ถัดจากนี้ไปการจะหาสมุนไพรมาบำรุงคงยาก”
เล่ยถิงที่เริ่มยอมโอนอ่อน เมื่อได้ยินประโยคหลังจึงหยุดมือที่กำลังจะเอื้อมคว้ายา พร้อมถามด้วยสีหน้าสงสัย “เยี่ยหลาน ข้าเป็นทายาทสายตรงของตระกูลและกำลังได้รับบาดเจ็บ การจัดหาสมุนไพรขั้นพื้นฐานไม่น่าจะขาดตอนได้หรอก ซ้ำพูดถึงสมุนไพรแล้ว หากข้าได้ยาอายุวัฒนะมาเมื่อใด บาดแผลเล็กน้อยนี้คงหายเป็นปลิดทิ้ง”
“คุณชาย… ท่านเจ้าบ้าน… เอายาอายุวัฒนะไปแล้ว”
เยี่ยหลานตอบเสียงแผ่ว
“ว่าอะไรนะ?! ”
เล่ยถิงฝากความหวังทั้งหมดไว้กับยาอายุวัฒนะที่กำลังจะมาถึง แต่เมื่อเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น เขาจึงรับไม่ได้และตะโกนร้อง “เยี่ยหลาน นี่มันหมายความว่ายังไง รีบบอกข้ามา! ”
เยี่ยหลานตอบอย่างรู้สึกละอายว่า “คุณชาย ท่านเจ้าบ้านบอกว่าท่านไร้พรสวรรค์ และจะส่งท่านไปดูแลกิจการที่หมู่บ้านเปียนหลิน จึงไม่จำเป็นต้องสิ้นเปลืองทรัพยากรอันมีค่าของตระกูลอีกต่อไป”
เล่ยถิงสงบลงอย่างประหลาดก่อนจะเอ่ยถาม “แล้วท่านเจ้าบ้านบอกว่าจะมอบยาให้ใครแทนไหม? ”
เขาไม่ปริปากพูดคำว่า ‘ท่านพ่อ’ ออกมาแม้แต่คำเดียว นั่นแสดงให้เห็นว่าเล่ยถิงรู้สึกสิ้นหวังกับพ่อของตนเองมากแค่ไหน
เยี่ยหลานส่ายหน้า นางคาดเดาได้ว่าเขาจะมอบมันให้ใคร แต่นางไม่กล้าพูด เพราะมันจะทำลายเส้นความสัมพันธ์สุดท้ายระหว่างเล่ยถิงกับบุคคลนั้น
“ข้าเข้าใจแล้ว”
เล่ยถิงกล่าวสั้น ๆ แล้วมองออกไปนอกหน้าต่างที่มีฝนเมฆหมอกพรำ
“คุณชาย ข้าขอตัวก่อนนะเจ้าคะ”
เยี่ยหลานกลัวจะทำให้อาการของกระตุ้นเล่ยถิงกำเริบเนื่องจากอารมณ์ที่แปรปรวนบาดเจ็บ จึงถอยหลังก้าวออกไปและปิดประตูอย่างเบามือ ทุกการเคลื่อนไหวล้วนทำอย่างนุ่มนวลและเงียบสงบ
ห้องนอนกลับมาสงบเงียบดังเดิม
กริ๊ก!
แต่เล่ยถิงกลับควบคุมความโกรธที่พลุ่งพล่านในใจไม่ได้ ช้อนที่ถืออยู่หักคามือของเขาโดยพลัน
เล่ยถิงมองออกไปนอกหน้าต่างที่เมฆฝนทำให้บรรยากาศดูคลุมเครือขึ้นเรื่อย ๆ ปากพึมพำกับตัวเอง “เล่ยหนานเทียน ท่านช่างไร้หัวใจ ถึงกับปล่อยให้บุตรชายของท่านต้องสูญเสียอนาคตไปเพียงเพราะเหตุผลเล็กน้อย แม้แต่ข้าผู้เป็นคนนอกยังรู้สึกว่าท่านนั้นไร้ความรู้สึก ตอนแรกข้ายังแอบคิดจะแกล้งแสร้งทำเป็นลูกชายของท่าน หวังหลอกล่อสร้างสานความสัมพันธ์กับท่าน แต่บัดนี้ข้ามองเห็นแล้วว่าทุกคนล้วนเป็นเพียงเครื่องมือของท่าน เมื่อไร้ประโยชน์ก็จะถูกทิ้งขว้างอย่างโหดร้ายทันที แม้แต่บุตรชายของตนเองก็ไม่ได้รับการยกเว้น! ”
การกระทำเกินเลยของเล่ยหนานเทียนในครั้งนี้ ได้ตัดสายสัมพันธ์ครอบครัวที่ซ่อนอยู่ในห้วงความทรงจำลึกสุดท้ายทิ้งไป
ชั่วยามถัดจากนั้น ความคิดของชายหนุ่มก็เริ่มล่องลอย เวลาค่อย ๆ คล้อยผ่านไปโดยไม่รู้ตัว
ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าใด เล่ยถิงจึงได้ถอนหายใจออกมายาว ๆ “เมื่อสวรรค์ได้ส่งให้ข้ามาอยู่ในโลกนี้ ข้าก็จำต้องรักษาโอกาสอันมีค่านี้ไว้”
บรรยากาศเงียบสงบทำให้ความคิดลอยฟุ้งไปไกล แต่เล่ยถิงที่เหน็ดเหนื่อยทั้งกายและใจกลับมีสายตาคมกล้าขึ้นเรื่อย ๆ เพราะเขาคิดได้แจ่มแจ้งกระจ่างชัดแล้ว
ในโลกที่ผู้คนยกย่องพลังยุทธเป็นสิ่งสูงสุด เต็มไปด้วยเรื่องราวมหัศจรรย์ที่ยากจะเชื่อ ยังมีช่องทางที่เขาสามารถใช้พัฒนาฝีมือตนเองได้มากมาย แม้จะเป็นเพียงคนไร้ค่า แต่ด้วยพลังแห่งวิทยาการจากโลกเดิม เขาก็สามารถอยู่รอดในโลกใบนี้ได้อย่างสุขสบาย
“ดังนั้นต่อจากนี้จงไปให้พ้นหน้าข้าเสีย! ”
“ไม่ว่าจะความอัปยศอดสูของเจ้าก็ดี ความยึดมั่นถือมั่นก็ดี ความฝันก็ดี ทั้งหมดทั้งมวลที่กล่าวมา ข้าจะเป็นผู้สืบทอดเอง! ”
เล่ยถิงตะโกนปรารภต่อหน้าสวรรค์ด้วยคำปฏิญาณของตน
จิตใจสงบนิ่งเมื่อกำหนดเป้าหมายได้แล้ว เล่ยถิงผู้มักจะดำเนินการอย่างรวดเร็วก็เริ่มลงมือในทันที อย่างการเริ่มฝึกตนตามความทรงจำเดิมของร่างกายด้วยวิชา ‘วิชายุทธ์เพลิงผลาญ’
เพราะการสืบทอดความทรงจำเป็นไปอย่างสมบูรณ์ แม้เล่ยถิงจะไม่เคยสัมผัสกับ “ลมปราณ” มาก่อน แต่ทุกอย่างก็เป็นไปโดยธรรมชาติไม่พบอุปสรรคใด ๆ ราวกับน้ำไหลรินลงสู่ทะเล
[ติ๊ง! ระบบอัพเกรดไร้ขีดจำกัดเปิดการใช้งานแล้ว!]
ตอนต่อไป
บทที่ 2 ระบบอัพเกรดไร้ขีดจำกัด
แสดงความคิดเห็น
ปิดโหมดสปอย
ส่งความคิดเห็น
grapebit1
อ่านแล้ว 3 ตอน | 10/10/2568 20:35:31
สาวรับใช้เป็นนางเอกหรือเปล่าหว่า
0
ตอบกลับ
1
ที่อยู่: 9/70 หมู่ 2 ตำบลคูคต อำเภอลำลูกกา ปทุมธานี 12130
เวลาทำการ: 09:00 – 18:00 จันทร์-ศุกร์
โทร: 0654214015 e-mail : support@bookfet.com
เมนูหลัก
ช่วยเหลือ
ดาวโหลดแอพพลิเคชั่นได้ที่