Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
ค้นหานิยาย
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
Sign in Sign up

การใช้ชีวิตเป็นอัศวินหลังจบเกม - บทที่ 53 Changes in Perception (1)

  1. Home
  2. การใช้ชีวิตเป็นอัศวินหลังจบเกม
  3. บทที่ 53 Changes in Perception (1)
Prev
Next

ไม่เห็นนิยายอัปเดตใช่ไหม?
>>จิ้มที่นี่ได้เลย<<

ตอนที่ 53 Changes in Perception (1)

โอเชียนได้รับผ้าครุมเนบิวลาจากการต่อสู้นี้

เขาจะมาถึงจุดนี้ได้ไหม ถ้าเลือกเส้นทางที่ง่ายกว่า?

โอเชียนไม่คิดเช่นนั้น

‘ผมไม่จำเป็นต้องเสี่ยงเสมอไปก็ได้’

ตอนที่เขาหลุดเข้ามาในโลกนี้ โอเชียนไม่จำเป็นต้องจับดาบ

ยังมีที่ที่พร้อมจะรับคนที่ไม่มีหลักฐานยื่นยันตัวตน

เขาอาจทำงานเป็นพนักงานเสิร์ฟในร้านอาหารที่กำลังขาดคน

มีชีวิตธรรมดา ปลอดภัย รายได้พอเลี้ยงชีพได้

‘แค่นั้นจริงเหรอ?’

โอเชียนนึกย้อนถึงชีวิตก่อนหน้า

ชีวิตที่ไม่มีครอบครัว ทำงานคนเดียว เดินทางไปกลับที่ทำงาน

เป็นชีวิตที่เต็มไปด้วยความเฉื่อยชาและความเบื่อหน่าย ไม่มีความกล้าจะลาออก

การตั้งคำถามกับชีวิตแต่ไม่สามารถหลุดพ้นได้ ก็เหมือนปลาทองในขวดโหล

แต่เขาทนอยู่ได้ เพราะยังมีที่พักทางใจ

อีกโลกหนึ่งในจอมอนิเตอร์

ที่นั่น เขาเป็นอิสระ ได้สำรวจและผจญภัย พบปะและต่อสู้กับสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ

บางครั้งก็โมโห หลายครั้งก็อยากจะยอมแพ้

แต่แล้ว…

ขออีกครั้ง

ความคิดนั้นพาเขาเดินหน้าต่อ

และตอนนี้ โอเชียนได้มาอยู่ในโลกแห่งความฝันแล้ว

แม้โลกนี้จะแตกต่างจากที่เคยจินตนาการไว้ และโลกเก่าก็พังพินาศไปหมด

แต่มันก็ยังเป็นโลกแห่งการผจญภัยและความโรแมนติกที่เขาเฝ้าหวัง

ในที่แบบนี้ เขาจะสามารถใช้ชีวิตซ้ำซากแบบเดิมได้จริงหรือ?

ได้หรือ?

‘ผมถูกพามาที่โลกนี้ด้วยเหตุผลบางอย่าง’

โอเชียนอยากหาคำตอบนั้น

และเพื่อให้ได้มา มีเพียงหนึ่งเส้นทางที่เขาจะเลือกได้ตอนนี้

“ถึงจะมีคนที่แข็งแกร่งกว่ามา ผมก็จะสู้ในแบบของผมต่อไป”

เพราะประสบการณ์และการเผชิญหน้ากับคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งขึ้นเรื่อย ๆ จะผลักดันเขาให้ไปถึงจุดสูงสุด

หากยังคงก้าวไปข้างหน้าแบบนี้ สักวันเขาจะไปถึง

ถึงอุดมคติที่เขาใฝ่ฝัน

“เข้าใจแล้ว”

โรแนนเอ่ยด้วยรอยยิ้มขื่น ๆ ที่แฝงความพึงพอใจ

“พูดตามตรง ผมเองก็รู้สึกไม่ค่อยสบายใจที่จะบอกอะไรแบบนี้ วันนี้เป็นวันที่คุณทำภารกิจสำเร็จ ก็ควรจะฉลองกัน”

“นั่นสิ อย่างน้อยที่สุดก็ต้องฉลองสิ น้องเล็ก!”

ลอเรนพยักหน้าเห็นด้วย

โอเชียนอดสงสัยไม่ได้ว่าเขาสมควรได้รับคำชมเชยนั้นหรือไม่

“มันดีขนาดนั้นเลยเหรอ? ผมก็แค่ตอบคำถามพื้นฐาน”

“มีคนไม่น้อยนะที่ยังตอบพื้นฐานให้ถูกไม่ได้ ต่อให้มีฝีมือ แต่ถ้าคิดผิด มันก็ไปได้แค่นั้น ฉันดีใจที่นายไม่เป็นแบบนั้น!”

ดีโอลันที่นั่งพิงมือบนท้ายทอยเสริม

“แหงล่ะ คนที่นี่น่ะคัดมาแล้วทั้งนั้น”

“จริงนะ โรแนนถึงจะดูน่าสงสัย แต่ตานี่ตาถึง เขาไม่เลือกใครแค่เพราะเก่งหรอก”

“งั้นนายเลือกจากอะไรล่ะ?”

“ก็บอกแล้วไงว่าจาก ‘ทัศนคติ’ ”

“ดูออกด้วยเหรอ?”

“เขามีเซนส์น่ะ”

ลอเรนว่าพลางเหลือบมองโรแนน ซึ่งโรแนนก็แค่ยักไหล่

“คำตอบนี้ก็ยืนยันชัดเจน นายเป็นนักแก้ปัญหาของสำนักงานเราแน่นอน”

“แสดงว่าคำตอบข้าพอใช้ได้สินะ”

“แน่นอน นายเป็นพวกเดียวกับเราแล้ว!”

‘ครอบครัว’

โอเชียนเพิ่งเข้าใจว่าทำไม ไวโอเล็ตฟ็อกซ์ ถึงแตกต่างจากสำนักงานนักแก้ปัญหาทั่วไป

ในขณะที่นักแก้ปัญหาอื่น ๆ รวมกลุ่มกันด้วยผลประโยชน์และเงินที่นี่คือกลุ่มคนที่ขับเคลื่อนด้วยหัวใจและจิตวิญญาณ

กลุ่มที่เชื่อมโยงกันด้วยความรู้สึกอบอุ่น ไม่ใช่พันธะสัญญาอันเย็นชา

โอเชียนหลับตาลงครู่หนึ่งกับคำพูดนั้น

เขาไม่มีครอบครัว แม้จะเกิดมาจากพ่อแม่ แต่เมื่อรู้ตัวอีกที เขาก็อยู่ในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า

เขาต้องดิ้นรนเพื่อความอยู่รอด และสุดท้ายก็สามารถยืนในสังคมได้

แต่ลึก ๆ ในใจ ความว่างเปล่าก็ยังคงอยู่ เหมือนรอยเปื้อนที่ลบไม่ออก

ครอบครัวคืออะไร การมีครอบครัวคืออะไร?

จะบอกว่าไม่เคยนึกถึงก็คงโกหก

แต่สำหรับเขา ครอบครัวก็เหมือนขนมหวานในจินตนาการของเด็ก

แม้พยายามนึก ก็ไม่สามารถนิยามมันได้ชัดเจน

คลุมเครือ แตะต้องไม่ได้ เป็นสิ่งที่โหยหาแต่ก็ถอดใจ สิ่งที่มีอยู่แค่ในจินตนาการ

และตอนนี้ คำนั้นกำลังออกจากปากของลอเรน

นักแก้ปัญหาที่นี่ พวกเขาเปรียบเหมือนครอบครัว

ไม่ใช่บริษัทที่แปะป้ายว่า “เหมือนครอบครัว”

คำพูดนั้นไม่น่าจะเป็นคำโกหก และในขณะเดียวกัน ก็สื่อว่าแต่ละคนในที่นี่ล้วนมีอดีตที่เจ็บปวดซึ่งไม่อาจพูดได้

โรแนนคือคนที่รวมคนซึ่งมองทะลุสิ่งนั้นได้

โอเชียนลืมตา จ้องลอเรนตรง ๆ

“เอ่อ เอ่อ….”

ลอเรนถึงกับผงะกับสายตาของเขา

‘ฉันล้ำเส้นไปเหรอ?’

ความดีใจที่โอเชียนตอบรับอย่างร่าเริง และความตื่นเต้นที่อยากแสดงความยินดีที่เขารับงานใหญ่สำเร็จ ทำให้เธอเผลอพูดเกินไป

โอเชียนดูเป็นคนที่สง่างาม

อะไรบางอย่างต้องเป็นเหตุผลให้เขาถือดาบเข้ามาในเมืองนี้

คงไม่แปลกที่เขาจะไม่พอใจที่เธอบอกว่าเขาเป็น “ครอบครัว”

‘เอาไงดีล่ะเนี่ย?’

ลอเรนหันไปมองดีโอลันขอความช่วยเหลือ แต่เขานิ่งเงียบ

แล้วโอเชียนก็พูดขึ้น

“ครอบครัว…”

“อืม ไม่ใช่ครอบครัวจริง ๆ หรอกนะ แต่ก็เหมือนอะไรแบบนั้นน่ะ เอ่อ ถ้าฉันพูดอะไรผิดไปล่ะก็…”

“……ไม่เลว”

“เอ๊ะ ว่าไงนะ?”

“ไม่เลวเลย”

โอเชียนยิ้มบาง ๆ

เป็นรอยยิ้มอบอุ่นที่ไม่คิดว่าจะได้เห็นจากคนที่ปกติเย็นชาและพูดน้อย

‘บ้าเอ๊ย…’

ลอเรนกลืนน้ำลาย

‘ยิ้มแบบนี้ มันโกงชัด ๆ’

แน่นอนว่ารอยยิ้มนั้นจางหายไปเหมือนภาพลวงตา

ยิ่งทำให้เธอรู้สึกเหมือนเห็นภาพหลอน

“แล้วเจ้าล่ะ?”

โอเชียนหันไปถามเอนา

“ฉะ ฉันเหรอ?”

“ใช่ ตอนนี้เจ้ามาอยู่ในเมืองแล้ว ต้องคิดว่าจะเอายังไงต่อ”

“ฉันยังไม่ได้คิดเลย”

“งั้นอยู่ที่นี่ก่อนก็ได้ ค่อย ๆ คิดไป”

“นั่นมัน…”

“ข้าไม่ได้บังคับ แค่อยากให้เจ้าคิดดู ถ้าอยากออกไปตอนนี้เลย แล้วตามแม่มดคนนั้นไปก็ได้นะ”

“ไม่ ฉันว่าไม่ใช่แบบนั้น…”

เอนาตอบแล้วถอนหายใจยาว

“ก็จริง ฉันไม่รู้จริง ๆ ว่าควรทำยังไงต่อ”

“งั้นก็อยู่ที่นี่ก่อน ใช่มั้ย โรแนน?”

“อาาาาา คุณยังถามผมอีกเหรอ? ใจดีจัง ผมไม่ขัดข้องหรอก”

“แต่ว่า…ฉันคงช่วยอะไรไม่ได้เท่าไหร่”

เอนาเผลอพูดสิ่งที่อยู่ในใจ

เธอมองดูเหล่านักแก้ปัญหาของ ไวโอเล็ตฟ็อกซ์ อย่างอิจฉา แต่ก็รู้ตัวว่าเธอไม่เหมาะสม

รู้สึกตัวเล็กเมื่อเทียบกับพวกเขา

“อะไร แค่นั้นเองเหรอ? พวกเราไม่สนใจหรอก!”

ลอเรนปลอบไม่ให้คิดมาก

“ใครกันล่ะที่ทำอะไรได้ดีตั้งแต่แรก?”

ดีโอลันกับโรแนนหันไปมองโอเชียน

“…แน่นอน! อาจจะมีคนแบบนั้น แต่ส่วนใหญ่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองถนัดอะไร นั่นคือสิ่งที่เรียนรู้กันไปตามทาง ใช่มั้ยทุกคน?”

ทั้งสามมองหน้ากันแบบกึ่งบังคับ

“ใช่มั้ยทุกคน?”

“อืม ๆ ใช่”

“นั่นแหละตามคาด ฉันเห็นศักยภาพในตัวเอนา กรุนต์ อยู่แล้ว”

“ก็ใช่น่ะสิ”

ลอเรนยิ้มพอใจกับคำตอบ แล้วหันไปหาเอนา

“ค่อย ๆ ไปเถอะ เธอยังเด็ก ยังมีเวลาอีกเยอะ ไม่ต้องรีบหรอก”

“ถ้างั้น…รบกวนด้วยในอนาคตนะคะ”

เอนาโค้งศีรษะ

เอนา กรุนต์ แม่มดไม้ขีดไฟ ได้กลายมาเป็นสมาชิกของ ไวโอเล็ตฟ็อกซ์

“เธอมีความสามารถอื่นนอกจากเวทมนตร์ไหม?”

“อืม…ไม่ค่อยมีเท่าไหร่…”

“อะไรนะ?”

เอนาพึมพำเบา ๆ เหมือนละอายใจที่จะพูด

“ทำขนม ทำอาหาร ชงเครื่องดื่ม เขียนงาน บริการลูกค้า แล้วก็ขับรถนิดหน่อย ยังมีอีกนิดหน่อย แต่ก็ไม่ใช่อะไรที่น่าคุยนัก”

“……..”

ทุกคนในห้องหันมามองเอนาด้วยสายตาแปลกใจ

นี่มัน…เยอะเกินไปรึเปล่า?

*

ภายในมหาวิหารอันใหญ่โตและวิจิตรตระการตา

ต่างจากมหาวิหารอื่น ๆ ที่นี่ไม่มีแสงสว่างส่องเข้ามามากนัก

ภายในถูกอาบไล้ด้วยแสงสีแดงจากเปลวเทียนนับไม่ถ้วน ทั้งขนาดใหญ่และเล็กที่ลุกโชติช่วง

แม้จะเป็นพื้นที่กว้างใหญ่ไพศาล แต่กลับไร้ซึ่งผู้คน

แล้วเด็กหนุ่มคนหนึ่งก็เดินเข้ามา

เขาเดินตรงไปยังเบื้องหน้าของโบสถ์ แล้วทรุดตัวลงคุกเข่าข้างหนึ่ง

“พระบิดาผู้ศักดิ์สิทธิ์ ลูกแกะของท่าน มาร์ติเนซ มารายงานตัวตามคำเรียกแล้ว”

“ใช่ เจ้าก็มาแล้วจริง ๆ”

บุรุษผู้ถูกเรียกว่า “พระบิดาผู้ศักดิ์สิทธิ์” เป็นชายชราที่มีใบหน้าอ่อนโยน

เขากำลังถ่ายเปลวไฟจากกระถางธูปไปยังเชิงเทียนที่ยังไม่ได้จุดไฟ

“เจ้ารู้ไหมว่าข้าเรียกเจ้ามาทำไม”

“…ทราบขอรับ ข้าล้มเหลวในการออกล่าเพื่อล้างบางพวกนอกรีต แถมยังหนีกลับมาได้อย่างอับอาย”

“ใช่ เจ้าทำภารกิจล้มเหลว แต่ข้าไม่ได้เรียกเจ้ามาเพื่อตำหนิ”

เขาจุดเทียนหนึ่งเล่ม แล้วหันกลับมามองมาร์ติเนซ

มาร์ติเนซก้มศีรษะลงต่ำโดยไม่เอ่ยคำใด

“จงไปที่ทิรนา”

“อะไรนะขอรับ?”

มาร์ติเนซเงยหน้าขึ้นอย่างตกใจ ก่อนจะรีบก้มลงอีกครั้งเมื่อรู้ตัวว่าทำผิด

ถ้อยคำของพระบิดาช่างรุนแรงจนทำให้ผู้จงรักภักดีอย่างมาร์ติเนซถึงกับตกตะลึง

“มาร์ติเนซ ข้าไม่ได้ตำหนิเจ้าหรอก”

“ทำไม…ขอรับ?”

“เจ้ายังเยาว์วัยและไร้ประสบการณ์ ในอนาคต เจ้าจะกลายเป็นพาลาดินผู้ยิ่งใหญ่แน่นอน แต่ตอนนี้เจ้าก็ยังไม่พร้อม เข้าใจหรือไม่?”

“ข้ารู้ซึ้งถึงข้อนั้นอย่างลึกซึ้งเลยขอรับ”

นี่เป็นครั้งแรกที่มาร์ติเนซลิ้มรสความพ่ายแพ้

และชายผู้มอบความพ่ายแพ้ให้แก่เขา ก็มิอาจเรียกได้ว่าเป็นพวกนอกรีตเลย เพราะเปี่ยมด้วยความสูงส่งและแข็งแกร่งเกินกว่าจะกล่าวโทษ

“โลกนี้กว้างใหญ่นัก แม้เราคณะนักบวชแห่งเพตรา (Order of Petra) จะมีอำนาจครอบคลุมทั่วทั้งทวีป แต่ก็ยังมีดินแดนบางแห่งที่อยู่นอกเงื้อมมือของเรา เจ้ารู้ดี”

“…ทิรนา เมืองแห่งบาป”

“ที่นั่นมีสิ่งสารพัดซ่อนเร้นอยู่ ทั้งพวกนอกรีต พ่อมด และบางทีอาจรวมถึงปีศาจเองด้วย”

“ท่านต้องการให้ข้าไปกำจัดพวกนอกรีตงั้นหรือ?”

“เปล่าเลย”

พระบิดาหัวเราะเบา ๆ แล้ววางมือบนไหล่ของมาร์ติเนซ

ไออุ่นจากมือท่านทำให้มาร์ติเนซโน้มศีรษะลงต่ำยิ่งกว่าเดิม

“ข้าอยากให้เจ้าเปิดหูเปิดตาให้กว้างกว่านี้อีกหน่อย”

ท่านพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ไม่ได้ดังหรือขึงขัง แต่เปี่ยมไปด้วยความจริงใจ

เมื่อได้ยินถ้อยคำเหล่านั้น มาร์ติเนซก็เงยหน้าขึ้น

“ข้า…”

“จงไป พบผู้คนมากมาย สั่งสมประสบการณ์ และพรสวรรค์อันโดดเด่นของเจ้าจะยิ่งได้รับการขัดเกลา”

พระบิดาเอามือออกจากไหล่ของมาร์ติเนซ

“ที่ทิรนาจะมีสาขาของคณะนักบวชแห่งเพตราอยู่ เจ้าควรลองใช้ชีวิตที่นั่นและดูว่าเป็นอย่างไร”

“นี่ก็ถือเป็นการลงโทษด้วย ไม่มีอะไรเจ็บปวดสำหรับผู้ล้มเหลวไปมากกว่าการถูกส่งไปอยู่เมืองแห่งบาป”

แม้ท่านจะพูดเช่นนั้น แต่มาร์ติเนซก็รู้ดีว่าพระบิดารักและห่วงใยเขาเพียงใด

นั่นอาจเป็นผลจากการที่เหล่าอาร์ชบิชอปและพาลาดินช่วยกันลอบผลักดันเพื่อให้โทษของเขาถูกลดเบาลง

มาร์ติเนซรู้ซึ้งและก้มศีรษะลงแสดงความขอบคุณ

“ข้ายอมรับคำสั่ง”

และแล้ว พาลาดินหนุ่มผู้เดียวดาย ก็ออกเดินทางไปยังทิรนา

>กลับหน้าหลักHOMEจิ้ม<

Prev
Next

Comments for chapter "บทที่ 53 Changes in Perception (1)"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Aileen Novel
  • หน้าหลัก HOME
  • COOKIE POLICY

© 2020 - 2023 ไอรีนโนเวล นิยายอ่านฟรีทุกวัน เว็บอ่านนิยาย pdf ไอรีนโนเวล “aileen-novel.online” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน นิยายชื่อดัง ตอนล่าสุด "ฮณ๊ฯดฯฌซ, อ่านฟรี อ่านเพลินอ่านทั้งวันกับไอรีนโนเวลออนไลน์

Sign in

Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Sign Up

Register For This Site.

Log in | Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Lost your password?

Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย